ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,524 รายการ
แนะนำหนังสือน่าอ่าน เรื่อง จดหมายเหตุกรณีกราดยิง ณ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จังหวัดนครราชสีมา
กรมศิลปากร, สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. จดหมายเหตุกรณีกราดยิง ณ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จังหวัดนครราชสีมา. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ, 2565. 399 หน้า. ภาพประกอบ.
สืบเนื่องจากเหตุการณ์กรณีกราดยิงประชาชนที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล ๒๑ โคราช จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันเสาร์ที่ ๘ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๓ จนมีผู้เสีย ชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก รัฐบาลจึงมอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร โดยสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ รวบรวมและประมวลเอกสารทุกรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ตั้งแต่เกิดเหตุ การบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ รวมถึงการแก้ไขสถานการณ์ การไว้อาลัย การจัดพิธีการศาสนาและการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างกำลังใจ โดยเฉพาะพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระกรุณาธิคุณของพระบรมวงศานุวงศ์ และสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือจดหมายเหตุกรณีกราดยิง ณ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 ฯ จะเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพื่อการศึกษาอ้างอิงที่จะอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใจสืบไป
ศ
303.62
ศ528จ
(ห้องกรมศิลปากรและหนังสือหายาก)
วันเสาร์ที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ บุคลากรหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ร่วมกันทำซุ้มประตูป่า ด้านหน้าหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษ เชียงใหม่ เพื่อเป็นการอนุรักษ์และส่งเสริม ขนบธรรมเนียมประเพณียี่เป็ง (ลอยกระทง) ของล้านนา
วันเสาร์ที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ เวลา ๑๐.๐๐ น นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ณ วัดชุมพลนิกายาราม ราชวรวิหาร ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมพิธี
ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินให้กรมศิลปากร ตามที่ขอพระราชทานไปทอดถวายที่ชุมนุมสงฆ์ ณ วัดชุมพลนิกายาราม ราชวรวิหาร ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยวันศุกร์ที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ เวลา ๑๙.๐๐ น.กรมศิลปากร ได้จัดการแสดงโขน เรื่อง “รามเกียรติ์ ตอนศึก โรมคัลทศกัณฐ์พ่าย” สมโภชองค์พระกฐิน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ ชื่นชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเป็นนาฏศิลป์ชั้นสูงอย่างหนึ่งของไทย ณ โรงเรียนวัดชุมพลนิกายารามราชวรวิหาร และถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ในวันเสาร์ที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ เวลา ๑๐.๐๐ น. พร้อมทั้งบริจาคปัจจัยนำเข้าสมทบถวายบำรุง พระอารามหลวง ณ วัดชุมพลนิกายาราม ราชวรวิหาร รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๒,๗๗๗,๕๕๘.๕๐ บาท (สองล้านเจ็ดแสนเจ็ดหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยห้าสิบแปดบาทห้าสิบสตางค์) นอกจากนี้ กรมศิลปากร ได้จัดพิมพ์หนังสือ ปกิณกศิลปวัฒนธรรม เล่มที่ ๒๘ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นหนังสือที่ระลึกในโอกาสที่กรมศิลปากรนำผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวาย และเป็นวิทยาทานแก่สาธารณชนผู้ร่วมกิจกรรมกับกรมศิลปากร มีเนื้อหาว่าด้วยความเป็นมาของวัดชุมพลนิกายาราม ราชวรวิหาร ประวัติศาสตร์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สถานที่สำคัญ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนภารกิจของกรมศิลปากรในเขตพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเป็นความรู้ให้ผู้ที่สนใจศึกษาข้อมูลทางประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรม
กฐินพระราชทาน เป็นกฐินหลวงประเภทหนึ่งที่พระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานผ้าพระกฐินให้แก่หน่วยงานราชการ องค์กร คณะบุคคล หรือบุคคลผู้ประสงค์ขอรับพระราชทานเชิญไปทอดถวาย ณ พระอารามหลวง ทั้งกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัดในช่วงกฐินกาล โดยการทอดกฐิน เป็นประเพณีสำคัญทางศาสนาที่พุทธศาสนิกชนถือปฏิบัติและสืบทอดมายาวนาน ช่วงเวลาในการทอดกฐินกำหนดระยะเวลา ๑ เดือน หลังวันออกพรรษา ระหว่างวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ของทุกปี ถือเป็นการทำนุบำรุงสืบทอดพระพุทธศาสนา และบำเพ็ญกุศลอันยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดอานิสงส์ทั้งพระสงฆ์และฆราวาส
สำหรับวัดชุมพลนิกายาราม เดิมชื่อว่าวัดชุมพล สันนิษฐานว่าสร้างใน พ.ศ. ๒๑๗๕ สมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองแห่งกรุงศรีอยุธยา ในบริเวณนิวาสสถานเดิมของพระบรมราชชนนี เพื่อเป็นพระอารามสำหรับพระราชวังบางปะอิน ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงผาติกรรมพระนารายณ์ราชนิเวศน์ พร้อมกับปฏิสังขรณ์วัดเสนาสนาราม วัดกวิศราราม และวัดชุมพล พร้อมทั้งพระราชทานนามพระอารามเสียใหม่ว่า “วัดชุมพลนิกายาราม” และอัญเชิญพระราชสัญลักษณ์ประจำพระองค์ประดิษฐาน ณ หน้าบันพระอุโบสถ หน้าบันวิหาร และเบื้องหลังพระประธานในพระอุโบสถ ในคราวที่พระบาทสมเด็จพระมงกฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงจัดระเบียบพระอารามหลวงเสียใหม่ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๘ วัดชุมพลนิกายารามถูกจัดเป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนวัดชุมพลนิกายารามเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๗๘ และได้กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน วัดชุมพลนิกายารามและสะพานข้ามคลองบ้านเลน จำนวน ๒๐ไร่ ๒ งาน ๙๑ ตารางวา เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๗
สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา ร่วมพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกรมศิลปากร ประจำปี ๒๕๖๕ ในวันเสาร์ที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ณ วัดชุมพลนิกายาราม ราชวรวิหาร ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พิธีสมโภชองค์กฐิน และการแสดงโขน เรื่อง “รามเกียรติ์ ตอนศึก โรมคัลทศกัณฐ์พ่าย” ในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกรมศิลปากร ประจำปี ๒๕๖๕ ณ วัดชุมพลนิกายาราม ราชวรวิหาร ต.บ้านเลน อ.บางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท มีพระนามเดิมว่า บุญมา ประสูติเมื่อ วันพฤหัสบดี เดือน ๑๑ ขึ้น ๑ ค่ำ ปีกุน จ.ศ. ๑๑๐๕ (ตรงกับวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๒๘๖) พระราชบิดารับราชการในราชสำนักกรุงศรีอยุธยามีบรรดาศักดิ์เป็นพระพินิจอักษร (ทองดี) ส่วนพระชนนีมีพระนามว่า ดาวเรือง (บางเอกสารกล่าวว่าชื่อ หยก) ทรงเป็นพระอนุชาของ นายทองด้วง (ต่อมาคือพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ แห่งราชวงศ์จักรี) เมื่อเจริญพระชนมพรรษาได้รับราชการอยู่กรมมหาดเล็กในราชสำนักอยุธยา
ภายหลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง พระองค์หลบหนีทหารพม่าไปเข้าร่วมเป็นทหารในกองทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินตีเมืองจันทบุรีและขับไล่พม่าที่เมืองธนบุรี พระองค์ได้ดำรงตำแหน่งเป็นพระมหามนตรีเจ้ากรมตำรวจ ตลอดสมัยกรุงธนบุรีพระองค์เป็นทหารเอกคนสำคัญของสมเด็จพระเจ้าตากสิน ได้รับการเลื่อนยศหลายครั้งในตำแหน่ง พระยาอนุชิตราชา พระยายมราช และพระยาสุรสีห์พิษณุวาธิราชผู้สำเร็จราชการเมืองพิษณุโลก ตามลำดับ ด้วยพระอัธยาศัยที่กล้าหาญ เข้มแข็งและเด็ดขาด จึงมีพระสมัญญานามว่า “พระยาเสือ”
พ.ศ. ๒๓๒๕ เมื่อสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ ๑) พระเชษฐาของพระองค์ พระราชทานอุปราชาภิเษกเจ้าพระยาสุรสีห์ สมเด็จพระอนุชาธิราช เป็นพระมหาอุปราช ตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ประทับ ณ พระราชวังบวรสถานมงคล ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของพระบรมมหาราชวัง โดยเป็นพระราชวังที่ถ่ายแบบมาจากพระราชวังจันทรเกษม กรุงศรีอยุธยา และมีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างไปจากวังหลวง อาทิ หลังคาชั้นเดียวเป็นหลังคาทรงจั่ว มุงด้วยกระเบื้องดินเผา คันทวยรองรับหลังคาเป็นรูปนาคประดับพันธุ์พฤกษา หมู่พระวิมานไม่ทำซุ้มประตูหน้าต่าง (ยกเว้นพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์) รูปแบบเช่นนี้ต่างจากงานสถาปัตยกรรมในพระบรมมหาราชวังที่นิยมทำอาคารที่แสดงฐานันดรชั้นสูง อาทิ การทำซ้อนชั้นหลังคา ทรงยอดปราสาท ประตูหน้าต่างประดับด้วยซุ้มปูนปั้นอย่างไทยประเพณี เช่น ซุ้มบันแถลง ซุ้มยอดมงกุฎ เป็นต้น
ตลอดสมัยรัชกาลที่ ๑ พระองค์ยังคงมีบทบาทในการทำสงครามอยู่หลายครั้ง ได้แก่ สงครามเก้าทัพที่ตำบลลาดหญ้า (พ.ศ. ๒๓๒๘) สงครามขับไล่พม่าที่ท่าดินแดง (พ.ศ. ๒๓๒๙) สงครามตีเมืองทวาย (พ.ศ. ๒๓๓๐) สงครามขับไล่พม่าที่เมืองเชียงใหม่ (พ.ศ. ๒๓๓๘) ภายหลังเสร็จศึกกับพม่า เจ้าเมืองเชียงใหม่ได้ทูลเกล้าฯ ถวาย พระพุทธสิหิงค์ พระองค์ได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ลงมาประดิษฐานไว้ที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์
ในคราวสงครามป้องกันพม่าที่เมืองเชียงใหม่ (พ.ศ. ๒๓๔๕) สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ทรงยกทัพออกไปรบร่วมกับสมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์ แต่ระหว่างทางที่พระองค์เสด็จ พระองค์เกิดประชวรด้วยพระโรคนิ่วที่เมืองเถิน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงทรงมีรับสั่งให้กรมพระราชวังหลังเสด็จขึ้นไปช่วยในการศึกจนกระทั่งสามารถชนะทัพฝ่ายพม่าได้ในที่สุด
ขณะเดียวกันสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาททรงใส่พระทัยในพระราชกรณียกิจด้านศาสนา โดยเฉพาะการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดหลายแห่งในพื้นที่ฝั่งพระนคร ได้แก่ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ (พระองค์พระราชทานนามว่า วัดนิพพานาราม) วิหารคดวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) หอมณเฑียรธรรมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดชนะสงคราม (วัดตองปุ) วัดสังเวชวิศยาราม (วัดบางลำพู) วัดเทวราชกุญชร (วัดสมอแครง) วัดราชาธิวาส (วัดสมอราย) และวัดปทุมคงคา (วัดสำเพ็ง) วัดในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ได้แก่ วัดครุฑ วัดสุวรรณคีรี (วัดขี้เหล็ก) ส่วนวัดในหัวเมือง เช่น วัดสุวรรณดาราราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และวัดพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี
นอกจากนี้พระองค์ยังมีงานวรรณกรรมที่ทรงพระนิพนธ์ไว้หลายเรื่อง ได้แก่ เพลงยาวถวายพยากรณ์ (พ.ศ. ๒๓๓๒) พระนิพนธ์ในคราวที่เกิดอัสนีบาตตกมาหน้าบันมุขเด็จพระที่นั่งอินทราภิเษก (ต่อมาถูกรื้อลงแล้วสร้างพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทขึ้นแทน) เพลงยาวรบพม่าที่นครศรีธรรมราช (พ.ศ. ๒๓๒๙) พระนิพนธ์เมื่อครั้งยกทัพไปรบพม่าที่ตั้งทัพอยู่ทางหัวเมืองภาคใต้ เพลงยาวเรื่องตีเมืองพม่า (พ.ศ. ๒๓๓๐) พระนิพนธ์ในคราวยกทัพไปตีเมืองทวาย
ในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๑ ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค) ได้กล่าวว่า สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ประชวรเป็นโรคนิ่วนับตั้งแต่ที่พระองค์ยกทัพขึ้นไปเมืองเชียงใหม่ แต่ใน พระนิพนธ์เรื่อง “นิพานวังน่า” ของ พระองค์เจ้าหญิงกัมพุชฉัตร ซึ่งเป็นพระธิดาในสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ได้บันทึกไว้ว่าสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท มีพระประชวรด้วยโรควัณโรคอย่างไรก็ตามนับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๓๔๕ พระอาการก็ทรุดลงตามลำดับ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมและทอดพระเนตรการรักษาเป็นเวลา ๖ วัน ถึงวันพฤหัสบดี เดือน ๑๒ แรม ๔ ค่ำ จ.ศ.๑๑๖๕ (ตรงกับวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๓๔๖) สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งบูรพาภิมุข พระราชวังบวรสถานมงคล พระชนมายุได้ ๖๐ พรรษา ทรงดำรงพระอิสริยยศกรมพระราชวังบวรสถานมงคลเป็นเวลา ๒๑ ปี
-------------------------------------------------
อ้างอิง
กรมศิลปากร. กรมพระราชวังบวรสถานมงคลสมัยรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ: รุ่งศิลป์การพิมพ์, ๒๕๕๕.
. สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, ๒๕๔๗.
กัมพุชฉัตร, พระองค์เจ้าหญิง. นิพานวังน่า. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๔๓.
ทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค), เจ้าพระยา. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๑. (กรุงเทพฯ : บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), ๒๕๓๙.
สำนักหอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญรับชมการถ่ายทอดสด Facebook Live กิจกรรมส่งเสริมการอ่านสำหรับเด็ก Kids Inspiration ครั้งที่ ๑ เรื่อง “Kids Inspiration กระทงสวยด้วยมือหนู” ในวันอังคารที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ เวลา ๑๓.๐๐ น. - ๑๕.๓๐ น.
กิจกรรมส่งเสริมการอ่านสำหรับเด็ก Kids Inspiration ประจำปี ๒๕๖๖ กำหนดจัดกิจกรรม ๕ ครั้ง โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๑ หัวข้อเรื่อง Kids Inspiration กระทงสวยด้วยมือหนู ผู้ร่วมกิจกรรมประกอบด้วย ครู เจ้าหน้าที่ และนักเรียนจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ จำนวน ๕๐ คน กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ากิจกรรมได้รู้จักประเพณีลอยกระทงและเห็นความสำคัญของการลอยกระทงเด็กได้ร่วมกันประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติ เป็นการส่งเสริมให้เด็กเกิดจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ในการประดิษฐ์กระทงให้สวยงาม และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม โดยได้เชิญวิทยากรมาให้ความรู้และสอนการประดิษฐ์กระทงให้แก่ผู้เข้าร่วมอบรม ณ ลานกิจกรรมหน้าห้องวชิรญาณชั้น ๑ อาคาร ๒ สำนักหอสมุดแห่งชาติ
สำหรับเด็ก เยาวชน และผู้ที่สนใจกิจกรรม “Kids Inspiration กระทงสวยด้วยมือหนู” สามารถติดตามชมการถ่ายทอดสด Facebook Live ของสำนักหอสมุดแห่งชาติ : National Library of Thailand
ขอเชิญชวนเที่ยวงาน “เทศกาลเที่ยวพิมาย นครราชสีมา ประจำปี ๒๕๖๕” ระหว่างวันที่ ๙ - ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ณ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ลำน้ำจักราช และที่สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ภายในงานพบกับกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การแสดงประกอบ แสง เสียง สื่อผสม และการแข่งขัน เรือยาวประเพณีชิงชนะเลิศถ้วยพระราชทานฯ และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย งานนี้เข้าชมฟรี!
กรมศิลปากร ขอเชิญชวนประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดใกล้เคียง ร่วมพิธีสมโภชองค์พระกฐินพระราชทานกรมศิลปากร ณ วัดชุมพลนิกายารามราชวรวิหาร ในวันศุกร์ที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ เวลา ๑๘.๐๐ น. และขอเชิญชมการแสดงโขน เรื่อง "รามเกียรติ์ ตอนศึกโรมคัลทศกัณฐ์พ่าย" โดยศิลปินจากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ในเวลา ๑๙.๐๐ น. ณ ลานจอดรถ โรงเรียนวัดชุมพลนิกายาราม ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชมฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย
เนื้อเรื่องโดยย่อ การแสดงโขน เรื่อง "รามเกียรติ์ ชุด ศึกโรมคัล ทศกัณฐ์พ่าย"
เมื่อทศกัณฐ์ทำสงครามกับพระรามเพื่อแย่งชิงนางสีดา เป็นเหตุให้เหล่าอสูรพระญาติวงศ์และพันธมิตรต้องล้มตายไปมากมาย เพราะถูกพระราม พระลักษมณ์และพลวานรเข่นฆ่า แต่ทศกัณฐ์ไม่ยอมแพ้และไม่ยอมส่งนางสีดาคืนให้พระรามเลือกที่จะทำสงครามต่อไป จึงบัญชาให้พญาแสงอาทิตย์ อุปราชเมืองโรมคัล พระราชนัดดา ผู้เรืองอานุภาพด้วยแว่นกายสิทธิ์ส่องต้องผู้ใดจะมอดไหม้เป็นเถ้าธุลีมาช่วยรบ แต่สมเด็จพระรามก็ล่วงรู้ถึงฤทธิ์เดชของแว่นวิเศษแสงอาทิตย์ ซึ่งพระพรหมมานประทานให้จากพญาพิเภกโหรา จึงบัญชาให้องคตแปลงเป็นพี่เลี้ยงแสงอาทิตย์ชื่อ จิตรไพรี ไปลวงขอแว่นมณีจากพระพรหมมาทำลาย โดยขอให้พิเภกแปลงกายเป็นจิตรไพรีเพื่อให้องคตจดจำรูปร่าง เมื่อองคตไปลวงเอาแว่นของแสงอาทิตย์มาถวายได้สำเร็จ พระราม พระลักษมณ์จึงยกไพร่พลวานรออกไปทำศึกกับแสงอาทิตย์ แล้วทั้งสองพระองค์ก็แผลงศรสังหารแสงอาทิตย์และจิตรไพรีถึงแก่ความตาย ฝ่ายทศกัณฐ์รู้ข่าวว่าแสงอาทิตย์ราชนัดดาถูกพระรามฆ่าตาย ก็เสียพระทัยและแค้นใจ จึงยกกองทัพออกไปรบสู้หมายทำลายล้างพระราม พระลักษมณ์และพวกวานรให้พินาศแต่ก็มิอาจเอาชนะได้ จนกระทั่งการสู้รบล่วงใกล้ค่ำทศกัณฐ์จึงต้องถอยทัพคืนกลับเข้ากรุงลงกา
วันพฤหัสบดีที่ ๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๕ เวลา ๐๙.๕๐ น. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท โดยมี อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ร่วมพิธีดังกล่าว ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร