ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,375 รายการ










พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ เปิดให้บริการแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ระหว่างวันที่ ๑๔-๑๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๕ มีผู้เข้าชมทั้งสิ้น ๑๑๖ คน โดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโรคโควิท ๑๙ อย่างเคร่งครัด


วันพุธที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เวลา ๑๐.๐๐ น. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนสตึก ตำบลนิคม อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน ๓๖๐ คน คุณครูจำนวน ๒๒ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โดยปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด - ๑๙ อย่างเคร่งครัด โดยมีเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ทุกคน ให้การต้อนรับและบรรยายนำชม


           คติการสร้างพระพุทธรูป เป็นการสร้างขึ้นเพื่อแทนคุณแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประกอบด้วย พร มหากรุณาธิคุณ (มีคุณด้วยความเมตตากรุณาต่อสัตว์โลก) พระวิสุทธิคุณ (มีคุณด้วยจิตวิสุทธิ์) และพระปัญญาธิคุณ (มีคุณด้วยปัญญา) พระพุทธรูปจึงมิใช่รูปเสมือนจริง แต่สร้างขึ้นตามอุดมคติตามแนวของมหาบุรุษ ผู้บำเพ็ญ บารมีพร้อมสมบูรณ์กอปรด้วยความงาม ตามสุนทรียภาพหรือความรู้สึกถึงความงดงามของช่างฝีมือแต่ละยุคสมัย พระพุทธรูปแต่ละองค์ที่สร้างขึ้น ต่างมีคุณลักษณะเปี่ยมด้วยสรรพสิริสวัสดิมงคลต่าง ๆ อันเป็นเครื่องน้อมนำ ให้พระพุทธศาสนิกชนยึดมั่น ศรัทธาต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นกุศโลบายให้ตรึกถึงพระธรรมที่พระพุทธองค์ ทรงแสดงอันเป็นหนทางพ้นทุกข์ภัยในวัฏสงสาร           เนื่องในเทศกาลปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๖ กรมศิลปากร โดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้จัดกิจกรรมพิเศษสักการะพระพุทธรูปประจำวัน โดยมีพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) เป็นพระประธาน พร้อมด้วยพระพุทธรูปประจำวันอีก ๙ องค์ ซึ่งล้วนมีประวัติความเป็นมายาวนาน และกอปรด้วยพุทธศิลป์อันงดงาม มาประดิษฐานให้ประชาชนสักการบูชา เพื่อความเป็นสิริมคลในวาระแห่งการเริ่มต้นศักราชใหม่ ประกอบด้วย ๑. พระพุทธสิหิงค์ ศิลปะ สุโขทัย-ล้านนา ปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๐–๒๑ (๕๐๐-๖๐๐ ปีมาแล้ว) ประวัติ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท (วังหน้าพระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์) ทรงอัญเชิญมาจากเมืองเชียงใหม่เมื่อพุทธศักราช ๒๓๓๘ ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร             พระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์กะไหล่ทอง ประทับขัดสมาธิราบ พระหัตถ์ทั้งสองวางซ้อนกันบน พระเพลาแสดงปางสมาธิ  เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ตามตำนานพระ พุทธสิหิงค์ได้รับการอัญเชิญไปประดิษฐานเป็นสิริยังพระนครหลวงโบราณหลายแห่ง นับแต่สุโขทัย เชียงใหม่ พระนครศรีอยุธยา ตราบเท่าถึงกรุงรัตนโกสินทร์     ๒. พระพุทธรูปปางถวายเนตร พระพุทธรูปประจำวันอาทิตย์   ศิลปะ รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๔ (๒๐๐ ปีมาแล้ว)  ประวัติ สมบัติเดิมของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร              พระพุทธรูปปางถวายเนตร อิริยาบถทรงยืนประสานพระหัตถ์ขวาวางไขว้ทับบนพระหัตถ์ซ้ายบริเวณ พระเพลา เหตุการณ์ในสัปดาห์ที่ ๒ หลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณ ทรงยืนอยู่ทางทิศ ตะวันออกเฉียงเหนือของต้นพระศรีมหาโพธิ์ ลืมพระเนตรเพ่งดูต้นไม้ตรัสรู้โดยมิได้กะพริบพระเนตรเป็นเวลา ๗ วัน สถานที่แห่งนั้น เรียกว่า “อนิมิสเจดีย์”   ๓. พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร พระพุทธรูปประจำวันจันทร์   ศิลปะ อยุธยา พุทธศตวรรษที่ ๒๒ (๔๐๐ ปีมาแล้ว)  ประวัติ สมบัติเดิมของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร             พระพุทธรูปทรงเครื่องอาภรณ์ปางห้ามสมุทร ทรงยืนยกพระหัตถ์ทั้งสองตั้งขึ้นเสมอพระอุระและหันฝ่า พระหัตถ์ทั้งสองออกด้านนอก แสดงเหตุการณ์พุทธประวัติตอนที่พระพุทธเจ้าไปอาศัยอยู่ในโรงบูชาเพลิงของ ชฎิลอุรุเวลกัสสปริมแม่น้ำเนรัญชรา พระพุทธองค์ทรงบันดาลด้วยอิทธิฤทธิ์ป้องกันไม่ให้น้ำท่วม และทรงทรมานพญานาคที่อาศัยอยู่ในโรงเพลิงให้หมดพิษร้าย เหล่าชฎิลเห็นถึงความอัศจรรย์ในที่สุดก็ยอมเป็นศิษย์ขอ      อุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา   ๔. พระพุทธรูปไสยาสน์ พระพุทธรูปประจำวันอังคาร   ศิลปะ สุโขทัย พุทธศตวรรษที่ ๒๐ (๖๐๐ ปีมาแล้ว) ประวัติ กรมศิลปากร ซื้อมาจากพิพิธภัณฑ์หม่อมเจ้าปิยะภักดีนาถ สุประดิษฐ์ เมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๙             พระพุทธรูปอิริยาบถบรรทมตะแคงขวา พระหัตถ์ขวารองรับพระเศียรบนพระเขนย (หมอน) ส่วนพระ หัตถ์ซ้ายวางทาบไปกับพระวรกายเบื้องซ้าย พระบาทซ้ายซ้อนทับบนพระบาทขวา พระพุทธรูปอิริยาบถ บรรทมมีปรากฏในพุทธประวัติจากหลายเหตุการณ์ ในประเทศไทยนิยมสร้างพระพุทธรูปไสยาสน์เพียง ๒ เหตุการณ์ คือ ปางโปรดอสุรินทราหูกับปางเสด็จดับขันธปรินิพพาน ส่วนในเหตุการณ์อื่น ๆ มักจะปรากฏใน งานจิตรกรรม     ๕. พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร พระพุทธรูปประจำวันพุธ ศิลปะ ล้านนา พุทธศตวรรษที่ ๒๑-๒๒ (๔๐๐-๕๐๐ ปีมาแล้ว) ประวัติ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ พระราชทาน เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๙             พระพุทธรูปอิริยาบถยื่นพระกรทั้งสองออกไปโอบรับบาตร ตามเหตุการณ์พระพุทธประวัติ เมื่อ พระพุทธเจ้าเสด็จมาถึงเมืองกบิลพัสดุ์ พระประยูรญาติจัดการรับเสด็จให้ประทับ ณ พระนิโครธารามวิหาร โดย มิได้มีตระกูลหนึ่งตระกูลใดกราบทูลให้รับภัตตาหารบิณฑบาตในเช้าวันรุ่งขึ้นไม่ พระพุทธองค์จึงเสด็จพร้อม พระสาวกเข้ามาบิณฑบาตภายในเมืองเพื่อโปรดเวไนยสัตว์ (ผู้ที่พึงสั่งสอนได้) ตามกิจของสงฆ์ เมื่อพระเจ้าสุทโธทนะทรงทราบจึงเสด็จออกไปอาราธนาพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยเหล่าพระสงฆ์สาวกให้เข้าไปกระทำภัตกิจ เสวยภัตตาหารในพระมหามณเฑียร     ๖. พระพุทธรูปปางป่าเลไลย์ พระพุทธรูปประจำวันพุธ กลางคืน (พระพุทธรูปบูชาแทนพระราหู) ศิลปะ รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๔ (๒๐๐ ปีมาแล้ว) ประวัติ ขุดพบจากกรุในพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๐๗             พระพุทธรูปประทับห้อยพระบาท พระหัตถ์ขวาคว่ำบนพระเพลา สร้างขึ้นตามพระพุทธประวัติเมื่อ คราวภิกษุเมืองโกสัมพี เกิดแตกความสามัคคีกัน แม้พระพุทธองค์จะห้ามปรามอย่างไรก็ไม่เชื่อฟัง จึงทรงเสด็จ จาริกไปอยู่ตามลำพังพระองค์เดียวในป่าที่ชื่อว่าปาลิไลยกะ โดยมีช้างปาลิไลยกะถวายตนเป็นอุปัฏฐาก และ พญาวานรมีกุศลจิตนำรวงผึ้งติดกิ่งไม้มาถวายพระพุทธองค์ พระหัตถ์ซ้ายจึงวางหงายวางบนพระเพลาเป็นกริยาทรงรับ ๗. พระพุทธสิหิงค์จำลอง (ปางสมาธิ) พระพุทธรูปประจำวันพฤหัสบดี ศิลปะ รัตนโกสินทร์ ปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๔-ต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๕ (ประมาณ ๑๕๐ ปีมาแล้ว) ประวัติ เป็นของอยู่ในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์มาแต่เดิม             พระพุทธรูปประทับขัดสมาธิราบพระหัตถ์ทั้งสองวางซ้อนกันบนพระเพลาแสดงปางสมาธิ มีความหมายถึงพุทธประวัติเหตุการณ์ที่พระโพธิสัตว์ได้รับหญ้าคา ๘ กำ จากพราหมณ์มาปูลาดบนรัตนบัลลังก์เบื้อง ตะวันออกแห่งต้นพระศรีมหาโพธิ์ แล้วทรงนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์วางหงายซ้อนกันบนพระเพลา เจริญสมาธิและ ทรงตั้งปณิธานว่าหากไม่บรรลุพระโพธิญาณจะไม่ลุกขึ้น     ๘. พระพุทธรูปปางรำพึง พระพุทธรูปประจำวันศุกร์ ศิลปะ อยุธยา พุทธศตวรรษที่ ๒๑ (๕๐๐ ปีมาแล้ว) ประวัติ ขอยืมมาจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา             พระพุทธรูปยืนไขว้พระหัตถ์ทั้งสองข้างทับกันบริเวณพระอุระ แสดงเหตุการณ์ตามพุทธประวัติเมื่อครั้ง พระพุทธองค์ทรงรำพึงปริวิตกว่าพระธรรมที่ทรงตรัสรู้นั้น จะไม่สามารถเผยแผ่แก่สรรพสัตว์ให้เข้าใจได้โดยง่าย ท้าวสหัมบดีพรหมจึงมาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์และกราบทูลอาราธนาให้พระองค์ทรงแสดงธรรมแก่สรรพสัตว์ พระพุทธองค์ทรงพิจารณาถึงความแตกต่างของเหล่าสรรพสัตว์เปรียบกับดอกบัว ๓ เหล่า และมีพระประสงค์ที่ จะเผยแผ่พระธรรมต่อไป   ๙. พระพุทธรูปปางนาคปรก พระพุทธรูปประจำวันเสาร์ ศิลปะ รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๔ (๒๐๐ ปีมาแล้ว)  ประวัติ สมบัติเดิมของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร             พระพุทธรูปประทับขัดสมาธิราบเหนือขนดนาค ๔ ชั้น เบื้องพระปฤษฎางค์เป็นลำตัวพญานาค ๗ เศียร แผ่พังพานปกเหนือพระเศียร ปางนาคปรก เหตุการณ์พุทธประวัติภายหลังจากตรัสรู้ในสัปดาห์ที่ ๖ พระ พุทธองค์เสด็จไปประทับบำเพ็ญสมาบัติ ณ ร่มไม้จิก (มุจลินทพฤกษ์) ขณะนั้นฝนได้ตกพรำอยู่ตลอด ๗ วัน พญานาคตนหนึ่งชื่อมุจลินทนาคราชอาศัยอยู่ในสระใหญ่ใกล้ ๆ ที่นั้น ได้ขึ้นมาแผ่พังพานและขดกายล้อมพระ สัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ให้ถูกหมอกน้ำค้าง ลมและน้ำฝน  กระทั่งฝนหยุดตกจึงแปลงกายเป็นมาณพเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า     ๑๐. พระหายโศก ปางสมาธิเพชร (พระพุทธรูปบูชาแทนพระเกตุ) ศิลปะ ล้านนา พุทธศตวรรษ ๒๑ (๕๐๐ ปีมาแล้ว) ประวัติ กรมพระราชพิธีส่งมาจากพระที่นั่งจักรพรรดิพิมานในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๔             พระพุทธรูปนามมงคลว่า “พระหายโศก” เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิเพชร ประทับขัดสมาธิเพชรเห็น ฝ่าพระบาททั้งสองข้าง พระหัตถ์ขวาวางคว่ำบนพระชานุ พระเกตุเป็นเทวดานพเคราะห์ที่ประจำอยู่ในทิศ ท่ามกลาง และไม่เสวยอายุโดยตรง แต่เป็นเทวดาจรพลอยเข้าเสวยอายุร่วมกับเทวดาองค์อื่นและส่งเสริม ลักษณะดีและร้ายของพระเคราะห์ที่แทรกอยู่ด้วยนั้น            พระพุทธรูปปางสมาธิเพชร (บางตำราเป็นพระพุทธมารวิชัย) เป็นพระพุทธรูปปางประจำวันของผู้ที่ไม่ทราบวันเกิดของตน                     กรมศิลปากรขอเชิญพุทธศาสนิกชนสักการะพระพุทธรูปประจำวัน “มงคลพุทธคุณ” ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ระหว่างวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ทุกวัน  ไม่เว้นวันหยุดราชการ (พิเศษ วันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๕ - ๒ มกราคม ๒๕๖๖ เปิดเวลา ๐๙.๐๐ - ๑๙.๓๐ น.)    


วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๕ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร ให้การต้อนรับคณะครูนักเรียน จากโรงเรียนสหกรณ์พัฒนา ต.ทุ่งคาวัด อ.ละแม จ.ชุมพร จำนวน ๒๗๐ คน โดยมีพนักงานประจำพิพิธภัณฑ์ ให้การต้อนรับและนำชม




black ribbon.