ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 4,027 รายการ

          อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ขอเชิญชวนประชาชนร่วมงานลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย 2565 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม ถึง 8 พฤศจิกายน 2565 ภายในงานพบกับการเเสดงเเสงเสียง Light & Sound 2022 สุโขทัย การเเสดงพลุ ตะไล ไฟพะเนียง การแสดงศิลปวัฒนธรรม การเเสดงกระบี่กระบอง การเเสดงโขน ละคร หุ่น การประกวดนางนพมาศ รวมทั้งเลือกซื้อสินค้าในตลาดถุงเงิน ณ วัดตระพังเงิน ตลาดแลกเบี้ย ณ บริเวณสระยายเพิ้ง ตลาดปสาน ณ บริเวณด้านหลังวัดชนะสงคราม และตลาดบ้าน บ้าน ณ บริเวณด้านหลังวัดชนะสงคราม           การจองบัตรฟรีเข้าชมการแสดง แสง เสียง ผ่านระบบออนไลน์ สามารถจองได้ที่ : https://forms.gle/FUYjUN8aMH4cVJBg6 เช็คสถานะการจองได้ที่ : https://shorturl.asia/eYJEH เมื่อจองหรือลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์เรียบร้อยแล้ว สามารถนำบัตรประชาชน มารับบัตรเข้าชมการแสดง ได้ที่ กองอำนวยการ บริเวณศาลหลักเมือง ได้ตั้งวันที่ 28 ต.ค. เป็นต้นไป ระหว่างเวลา 13.30-17.30 น.           ทั้งนี้ หากลงทะเบียนแบบออนไลน์ไม่ทัน สามารถลงทะเบียนรับบัตรเข้าชมแสง เสียง ได้ที่หน้างานลอยกระทง โดยสามารถลงได้ที่ กองอำนวยการ บริเวณศาลหลักเมือง ระหว่างเวลา 17.30-18.15 น.    >>>กำหนดการจัดกิจกรรม อ่านได้ที่ view   >>>แผนผังการจัดงานกิจกรรม : view           นอกจากนี้ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ยังได้จัดนิทรรศการพิเศษ เรื่อง "สังคโลกสุโขทัย" เพื่อเป็นการให้ความรู้และเผยแพร่การดำเนินงานของกรมศิลปากร ซึ่งอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยได้ดำเนินการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งเตาทุเรียงเมืองเก่าสุโขทัยมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ขุดแต่งและบูรณะครั้งใหญ่ ระหว่างปีงบประมาณ 2560-2563ที่ผ่านมา           ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร/กิจกรรมเพิ่มเติม ได้ทางเพจเฟสบุ๊ก อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย


         ตราดินเผารูปสิงห์นั่งชันเข่า จากเมืองโบราณอู่ทอง          ตราดินเผารูปสิงห์นั่งชันเข่า พบบริเวณเมืองโบราณอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี จัดแสดงห้องบรรพชนคนอู่ทอง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง           ตราดินเผา กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร สูง ๓ เซนติเมตร รูปทรงค่อนข้างกลม ผิวหน้ามีรอยกดประทับเป็นรูปสัตว์ ๔ เท้า อยู่ในท่านั่งชันเข่า ส่วนหัวชำรุดรายละเอียดลบเลือนไป เมื่อศึกษาเปรียบเทียบกับตราดินเผารูปสิงห์นั่งชันเข่าประกอบสัญลักษณ์มงคล พบที่บ้านซับน้อย อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี จัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรี พบว่ามีลักษณะคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก           สิงห์เป็นสัตว์มงคลที่มีความหมายเกี่ยวข้องกับศาสนา ตามคติความเชื่อเนื่องในศาสนาพุทธ สิงห์เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงพระพุทธเจ้า เนื่องจากพระองค์ได้รับการขนานนามว่าเป็นสิงห์แห่งศากยวงศ์ ทั้งยังเป็นสัตว์ที่มีอำนาจและพละกำลัง เป็นตัวแทนของผู้พิทักษ์และความดี ในงานศิลปกรรมสมัยทวารวดีพบรูปสิงห์เป็นจำนวนมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับรูปสัตว์ชนิดอื่น รูปสิงห์ที่พบมีหลายอิริยาบถ ที่พบมากคือรูปสิงห์นั่งชันเข่า สันนิษฐานว่าเป็นรูปแบบที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดีย  นอกจากตราดินเผาที่กล่าวถึงข้างต้นแล้ว ยังพบรูปสิงห์นั่งชันเข่าจากแหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดีอื่นๆ เช่น ประติมากรรมรูปสิงห์นั่งชันเข่าประดับศาสนสถาน พบที่เจดีย์จุลประโทน จังหวัดนครปฐม เจดีย์หมายเลข ๑ เมืองโบราณโคกไม้เดน จังหวัดนครสวรรค์ และโบราณสถานที่เมืองคูบัว จังหวัดราชบุรี นอกจากนี้ยังพบบนเศษภาชนะดินเผาที่บ้านคูเมือง จังหวัดสิงห์บุรี และเมืองโบราณจันเสน จังหวัดนครสวรรค์ อีกด้วย          สันนิษฐานว่าตราดินเผารูปสิงห์นี้เป็นของที่ผลิตขึ้นในท้องถิ่นโดยคนพื้นเมืองทวารวดี โดยรับอิทธิพลทางด้านรูปแบบและคติความเชื่อมาจากอินเดีย อาจใช้สำหรับเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวบุคคลหรือกลุ่มคนที่มีความเกี่ยวข้องกับศาสนาหรือเป็นชนชั้นสูง รวมถึงอาจใช้เป็นเครื่องรางเพื่อความเป็นสิริมงคล กำหนดอายุสมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๔ หรือประมาณ ๑,๒๐๐ – ๑,๔๐๐ ปีมาแล้ว   เอกสารอ้างอิง ดวงกมล อนันต์วัชรกุล. “คติความเชื่อเรื่องสัตว์ที่ปรากฏในวัฒนธรรมทวารวดี”. เอกสารการศึกษาเฉพาะบุคคล ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๔. ผาสุข อินทราวุธ. ดรรชนีภาชนะดินเผาสมัยทวารวดี. กรุงเทพฯ : ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ, ๒๕๒๘. ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปะทวารวดี : วัฒนธรรมทางศาสนายุคแรกเริ่มในดินแดนไทย.พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, ๒๕๖๒. อนันต์ กลิ่นโพธิ์กลับ. “การศึกษาความหมายและรูปแบบตราประทับสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี”. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๗.


            กรมศิลปากร โดยสำนักการสังคีต  ขอเชิญชม โครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๗ "เหมันต์สุขศรี สุนทรีย์สังคีต" ในวันอาทิตย์ที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๗.๓๐ น. ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พบกับรายการแสดง ดังนี้             ๑. การบรรเลงดนตรีสากล (เริ่ม ๑๖.๓๐ น.)             ๒. พิธีเปิด ฯ              ๓. รำอวยพรเปิดสังคีตศาลา ปีที่ ๖๗             ๔. การแสดงตำนานเทวะนิยาย เรื่องนารายณ์สิบปาง “วราหะวตาร”            ๕. โขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดปฐมวงวานจักรี สร้างกรุงศรีอยุธยา นำแสดงโดย  ศิลปินสำนักการสังคีต กำกับการแสดงโดย  ปกรณ์  พรพิสุทธิ์  อำนวยการแสดงโดย  ลสิต อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต             บัตรราคา ๒๐ บาท (จำหน่ายบัตรก่อนการแสดง ๑ ชั่วโมง) ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒ และ โทร. ๐ ๒๒๒๑ ๐๑๗๑


การจัดทำหนังสือที่ระลึกงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567             คณะอนุกรรมการกลั่นกรองและพิจารณาการจัดทำหนังสือที่ระลึกงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ขอความร่วมมือให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มีความประสงค์จะจัดทำหนังสือที่ระลึกเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติฯ ดำเนินการตามขั้นตอนการขอจัดทำหนังสือตามหลักเกณฑ์และแนวทางการพิจารณาที่ได้กำหนดไว้ เพื่อให้การจัดทำหนังสือมีวัตถุประสงค์และลักษณะเนื้อหา รูปแบบ ที่ถูกต้องและเหมาะสม             คณะอนุกรรมการกลั่นกรองและพิจารณาการจัดทำหนังสือที่ระลึกงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ได้กำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางการพิจารณากลั่นกรองการจัดทำหนังสือที่ระลึกเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยพิจารณาจากวัตถุประสงค์ เป้าหมายของการจัดทำหนังสือที่ระลึก คุณลักษณะของหนังสือ ลักษณะรูปเล่ม ขนาด จำนวนพิมพ์ การเผยแพร่ และขอบเขตของการดำเนินงาน ทั้งนี้ หน่วยงานที่มีความประสงค์จะจัดทำหนังสือที่ระลึกฯ ขอให้กรอกแบบการขอจัดทำหนังสือที่ระลึกฯ ตามที่กำหนด โดยหน่วยงานภาครัฐจะต้องผ่านการพิจารณาและกลั่นกรองจากหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่าขึ้นไป ส่วนหน่วยงานภาคเอกชนจะต้องผ่านการพิจารณาและกลั่นกรองจากหัวหน้าหน่วยงาน/องค์กร จากนั้นส่งมายังฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการกลั่นกรองและพิจารณาการจัดทำหนังสือที่ระลึกฯ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ถนนสามเสน แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 เมื่อหนังสือได้รับความเห็นชอบแล้ว หากประสงค์นำตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ไปใช้พิมพ์ในหนังสือให้แจ้งขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์ฯ ไปยังคณะอนุกรรมการฝ่ายกลั่นกรองการขอใช้ตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล            กำหนดส่งแบบการขอจัดทำหนังสือที่ระลึกฯ ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2567 สามารถดูรายละเอียดหลักเกณฑ์ แนวทางการพิจารณากลั่นกรอง และดาวน์โหลดแบบการขอจัดทำหนังสือที่ระลึกฯ ได้ที่ https://shorturl.at/betJ8 หรือเว็บไซต์ของสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ www.nat.go.th สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2281 1599 ต่อ 141, 143, 145 โทรสาร 0 2282 3826 E-mail: Korbokor57@gmail.com  


           กรมธนารักษ์ กรมศิลปากร ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายในจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอเชิญเข้าร่วมงาน “แลหลัง มองหน้า กำแพงเมืองคอน” ระหว่างวันที่ 15-16 มิถุนายน 2567 ตั้งแต่เวลา 16.30 น. ณ กำแพงเมืองเก่า สวนสาธารณะศรีธรรมาโศกราช จังหวัดนครศรีธรรมราช และขอเชิญรับฟังการเสวนา หัวข้อ “มาแล มาเล่า มาแหลง เรื่องกำแพงเมืองคอน” วิทยากรโดย ผศ.ฉ้ตรชัย ศุกระกาญจน์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช อาจารย์วาที ทรัพย์สิน ผู้อำนวยการศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช และนางสาวสิริยุพน ทับเป็นไทย นักโบราณคดีปฏิบัติการ สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2567 เวลา 18.30-20.30 น. ณ กำแพงเมืองเก่า สวนสาธารณะศรีธรรมาโศกราช จังหวัดนครศรีธรรมราช             ภายในงานพบกับกิจกรรมต่าง ๆ เช่น หลาดกำแพงเมืองคอน รถรางชมเมือง นิทรรศการ “กำแพงเมือง-คูเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช” นิทรรศการ “มาแล มาถ่าย กำแพงเมืองคอน” และการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นของน้อง ๆ เยาวชน งานนี้มีทั้งสาระและความบันเทิง ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ 


              กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญชมนิทรรศการศิลปกรรมเฉลิมพระเกียรติ “สิปปกรวรราชสามิภักดิ์” จัดแสดงผลงานศิลปกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ณ สำนักช่างสิบหมู่ ศาลายา จังหวัดนครปฐม               นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กำหนดจัดนิทรรศการศิลปกรรมเฉลิมพระเกียรติ “สิปปกรวรราชสามิภักดิ์” ระหว่างวันที่ ๙ - ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗ โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ ประกอบด้วย การจัดแสดงผลงานศิลปกรรมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ซึ่งเป็นผลงานที่จัดสร้างโดยสำนักช่างสิบหมู่ และผลงานศิลปกรรมทรงคุณค่าอันเกี่ยวเนื่องของกลุ่มงานต่าง ๆ เช่น งานจิตรกรรมไทยร่วมสมัย งานประติมากรรม งานประดับมุก งานประดับกระจก งานปิดทอง งานแกะสลัก งานลายรดน้ำ งานช่างบุและศิราภรณ์ ผลงานที่นำมาจัดแสดง อาทิ พระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมกรอบปั้นปูนน้ำมัน พระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหลั่งทักษิโณทก (ตั้งพระราชสัตยาธิษฐาน)  มีปฐมบรมราชโองการตอบพระราชทานแด่ประชาชนชาวไทย สมุดข่อย : ภาพเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ประทับบุษบกเทียบท่าราชวรดิษฐ์ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒               นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายพิเศษ โดยอาจารย์สมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร พร้อมด้วยแขกรับเชิญอีกมากมาย ที่จะร่วมกันเสวนางานวิชาการด้านศิลปะ กระบวนการออกแบบ รูปแบบงานศิลปกรรม กระบวนการสร้างสรรค์งานลายรดน้ำ งานหล่อโลหะ และกระบวนการสร้างผลงานแบบฉบับของสำนักช่างสิบหมู่ การสาธิตการสร้างงานศิลปกรรม พบกับเทคนิควิธีการเชิงช่างงานศิลปกรรมไทย โดยบุคลากรของสำนักช่างสิบหมู่ ร่วมพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้กับผู้สร้างงานศิลปกรรมแต่ละแขนง สับเปลี่ยนหมุนเวียนมาถ่ายทอดความรู้กระบวนการสร้างงานในขั้นตอนต่าง ๆ ให้ชมกันอย่างใกล้ชิด             ภายในงานมีการจัด Art Market ตลาดนัดผลิตภัณฑ์ด้านศิลปกรรมของกรมศิลปากร และร้านค้าชื่อดัง ทั้งจากสถาบันการศึกษา และหน่วยงานใกล้เคียง และกิจกรรม Workshop สร้างสรรค์งานศิลปกรรม โดยวิทยากรจากสำนักช่างสิบหมู่ อาทิ การเขียนสีบนกระเบื้องเคลือบ การเขียนถุงผ้า การเขียนเสื้อ การปั้นปูนน้ำมัน การเขียนลายรดน้ำ การเขียนหัวเขนยักษ์และลิง ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมโดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า สอบถามรายละเอียดการเตรียมวัสดุอุปกรณ์ได้ที่ฝ่ายบริหารงานทั่วไป โทร. ๐ ๒๔๘๒ ๑๓๖๒ ต่อ ๑๐๘ ในวันและเวลาราชการ              ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าชมงานนิทรรศการศิลปกรรมเฉลิมพระเกียรติ “สิปปกรวรราชสามิภักดิ์” และร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างวันที่ ๙ – ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ณ สำนักช่างสิบหมู่ ศาลายา จังหวัดนครปฐม 


            หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ตรัง ขอเชิญน้องๆ ที่มีอายุระหว่าง 6 - 12 ปี เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ "ฝึกสมาธิ สร้างจินตนาการไปกับศิลปะผ้ามัดย้อมและการพับกระดาษ" พบกับกิจกรรม  การทำผ้ามัดย้อม  เล่านิทานจากเล่มโปรด และพับกระดาษจากนิทานที่ชอบ ในวันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2567 เวลา 13.30 - 15.00 น. ณ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ตรัง สามารถร่วมกิจกรรมได้ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 23 สิงหาคม 2567 ติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 06 4229 2540 (พี่เชฟ) หรือ 08 5474 5150 (พี่ปุ๋ย)


             พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ ควบคู่กับความสนุกในรูปแบบต่าง ๆ  ในหัวข้อ "นววินายักยาตรา" ซึ่งเป็นกิจกรรมเนื่องในเทศกาลคเณศจตุรถี พุทธศักราช ๒๕๖๗ วันที่ ๗ - ๘ กันยายน และ ๑๑ - ๑๕ กันยายน ๒๕๖๗ พบกับกิจกรรมพิเศษ ดังนี้              - กิจกรรม "ล่าลาย - Pattern Hunt" มีรายละเอียดสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังนี้                     - ซื้อบัตรเข้าชม และรับโปสการ์ดพระคเณศได้ที่ห้องจำหน่ายบัตร                      - ๑ คน รับได้ ๑ ใบ เท่านั้น                     - เข้าชมพิพิธภัณฑ์ และตามหาลายที่ชอบ                     - จัดองค์ประกอบให้ลายอยู่ในรอยฉลุให้สวยงาม                     - ถ่ายภาพแล้วอัพโหลดบน Facebook เปิดเป็นสาธารณะ                     - ติดแฮชแท็ก nmbganeshchaturathi2024                      - ภาพที่ได้รับการกดถูกใจมากที่สุด ภายในวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๗ จะได้รับกาชาปอง "นววินายัก" ทั้งชุดเป็นของรางวัล             - กิจกรรม "ตามรอยนววินายัก" เกมล่าหาตราประทับและสะสมสติ๊กเกอร์พระคเณศทั้ง ๙ มีรายละเอียดสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ดังนี้                       - ซื้อบัตรเข้าชมที่ห้องจำหน่ายบัตร                       - รับพาสปอร์ตได้ที่อาคารมหาสุรสิงหนาท                         - ไม่จำกัดจำนวนต่อคน                       - เก็บตราประทับและสติ๊กเกอร์ที่ระลึกตามลายแทง                        - เก็บสะสมให้ครบภายในวันที่ ๑๕ กันยายน เท่านั้น                       - เมื่อเก็บครบทั้ง ๙ องค์แล้วนำพาสปอร์ตไปรับของรางวัล                        - ค่าใช้จ่ายในการร่วมกิจกรรม ชุดละ ๑๐๐ บาท             - กิจกรรมนำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เป็นกรณีพิเศษในหัวข้อ "ตามรอยนววินายัก" มีรายละเอียดสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ดังนี้                         - ซื้อบัตรเข้าชมที่ห้องจำหน่ายบัตร                         - เฉพาะวันเสาร์ - อาทิตย์ที่ ๗ - ๘ กันยายน และ ๑๔ - ๑๕ กันยายน                         - ไม่ต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้า                         - ลงทะเบียนหน้างาน เวลา ๑๓.๐๐ น.                         - รอบนำชมฯ เวลา ๑๓.๓๐ - ๑๕.๐๐ น.                         - มีเพียง ๔ รอบเท่านั้น              - ตลาดมุมหัด-ทำ-มือ (Arts & Crafts Corner) ณ ระเบียงหมู่พระวิมาน อาคารมหาสุรสิงหนาท พบกับงานศิลปะ งานหัตถกรรม กาชาปอง อาร์ตทอย และเวิร์กชอป              - กาชาปองชุดพิเศษ เนื่องในเทศกาลคเณศจตุรถี พุทธศักราช ๒๕๖๗ "นววินายัก" โดย มู-เซียม สตูดิโอ (Mu-Seum Studio) กาชาปองชุดนี้มีขนาดความสูง ๖ เซนติเมตร หนึ่งชุดมี ๙ องค์ ๙ สี แต่ละสีมีการ์ดลายพิเศษให้ด้วย จำนวนวันละ ๑๐๘ องค์ สีพิเศษ ๓ องค์/วัน พร้อมการ์ดลายสุดพิเศษ เริ่มเวลา ๑๐.๐๐ น. วันเสาร์ที่ ๗ กันยายน - วันอาทิตย์ที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๗ ณ อาคารมหาสุรสิงหนาท (ไม่จำกัดรอบ จนกว่าของจะหมดในแต่ละวัน) ราคาจุ่มละ ๒๐๐ บาท              ขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมกิจกรรม "นววินายักยาตรา"ณ พิพิธภัณฑสถานแหงชาติ พระนคร สามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ตามปกติ ชาวไทย ๓๐ บาท ชาวต่างชาติ ๒๐๐ บาท เริ่มวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๗ ติดตามรายละเอียดกิจกรรมอื่น ๆ ได้ทาง Facebook Page : Education.National Museum Bangkok เที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร  สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๔๐๒


            วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๓.๐๐ น. ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร แถลงการเปลี่ยนผ่านจากยุคอนุรักษ์สืบทอดสู่การต่อยอดพัฒนา เนื่องในโอกาส ๑๑๔ ปี แห่งการสถาปนากรมศิลปากร พร้อมเปิดตัวของที่ระลึกจากต้นทุนทางวัฒนธรรม               อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า นับแต่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดตั้งกรมศิลปากร เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๕๔ เพื่อการอนุรักษ์ และสืบทอดมรดกศิลปวัฒนธรรมสาขาต่าง ๆ ของชาติ ตลอดเวลาที่ผ่านมา กรมศิลปากร ได้มีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้อย่างเหมาะสม มุ่งเน้นการอนุรักษ์ สืบทอด และนำมรดกทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ในโอกาส ๑๑๔ ปี แห่งการสถาปนากรมศิลปากร จึงถือเป็นอีกก้าวย่างสำคัญที่จะเกิดการเปลี่ยนผ่านจากการอนุรักษ์ สืบทอด สู่ยุคแห่งการต่อยอดและพัฒนา โดยมีการดำเนินภารกิจสำคัญ ดังนี้             - พัฒนาโรงละครแห่งชาติ ตามมาตรฐานโรงละครระดับนานาชาติ ทัดเทียมกับอารยประเทศ ให้เป็นโรงละครที่งดงามสมเกียรติภูมิของประเทศชาติ ซึ่งจะแล้วเสร็จในปีนี้ และได้เตรียมจัดการแสดงเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ในการกลับมาของโรงละครแห่งชาติ               - เปิดแหล่งเรือจมพนม-สุรินทร์ จังหวัดสมุทรสาคร ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ใหม่ เชื่อมโยงกับแหล่ง เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียง พัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับท้องถิ่น              - ศึกษาเรื่องคนก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย จากยุคบุกเบิกสู่ยุคแห่งการต่อยอดและพัฒนา  โดยนำเทคโนโลยีและการประยุกต์ศาสตร์ต่าง ๆ เข้ามาใช้ ทำให้องค์ความรู้ด้านโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ของไทยก้าวหน้าและทันสมัยขึ้น พัฒนาแหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์เป็นแหล่งเรียนรู้ให้ทุกคนได้ภาคภูมิใจในพัฒนาการอันยาวนานของผืนแผ่นดินนี้              - จัดทำหลักสูตรประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และหนังสือคู่มือท้องถิ่นของเรา เพื่อให้เด็กและเยาวชน ได้รับรู้เรื่องราวท้องถิ่นของตนเอง สร้างความรัก ผูกพัน และความภาคภูมิใจในบ้านเกิด ซึ่งประสานสอดคล้องกับภารกิจของกรมศิลปากร              - ศิลปากรสัญจร เผยแพร่องค์ความรู้มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ สู่การส่งเสริมการท่องเที่ยว  และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผลักดันให้คุณค่าของมรดกศิลปวัฒนธรรมกลายเป็นยุทธศาสตร์และทุนทางสังคมที่ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ประเทศชาติ              - สถานีดิจิทัลศิลปวัฒนธรรม กรมศิลปากร รวบรวมบริการด้านดิจิทัลของกรมศิลปากรไว้ในที่เดียว เพิ่มความสะดวกและการเข้าถึงที่ง่ายขึ้น ประชาชนเข้าถึงบริการและข้อมูลมรดกศิลปวัฒนธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ              - ปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จ พระราชดำเนินไปทรงเปิด จำนวน ๗ แห่ง เพื่อเทิดพระเกียรติในโอกาสพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระชนมายุ ๑๐๐ พรรษา ในปีพุทธศักราช ๒๕๗๐ ได้แก่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง จังหวัดสุโขทัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  นครศรีธรรมราช โดยเพิ่มศักยภาพให้มีการบริการที่ทันสมัย ตอบสนองสังคมอย่างมีส่วนร่วมและสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในการนำทุนทางวัฒนธรรมมาเป็นพลังสร้างสรรค์เศรษฐกิจ               - จดหมายเหตุไทยในยุคแห่งการต่อยอดและพัฒนา พัฒนาระบบบริหารเอกสาร เพื่อรองรับนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมให้ภาครัฐใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ในการปฏิบัติราชการตลอดจนการเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติงานบริหารเอกสารแก่หน่วยงานของรัฐอย่างต่อเนื่อง               - รักษ์รากเหง้า ก้าวสู่อนาคต การเปลี่ยนผ่านของหอสมุดแห่งชาติ พัฒนา ต่อยอดบทบาทของหอสมุดแห่งชาติจาก "แหล่งอนุรักษ์" ไปสู่ "ศูนย์กลางนวัตกรรมทางปัญญาของชาติ" นำเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อนหลักให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก รวดเร็ว พร้อมมุ่งต่อยอดการสร้างนวัตกรรมการบริการและการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์               - เปิดอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์แห่งใหม่ จังหวัดปทุมธานี เสริมศักยภาพในการยกระดับมาตรฐานงานอนุรักษ์โบราณวัตถุและมรดกทางวัฒนธรรมทุกประเภทของประเทศไทยให้ทัดเทียมสากล               - สร้างต้นทุนทางวัฒนธรรม วัฒนธรรมนำสู่เศรษฐกิจ พัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่เป็นอัตลักษณ์ สอดแทรกกลิ่นอายของศิลปกรรมในแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ จำหน่ายส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากทุนทางวัฒนธรรมของชาติ               โอกาสนี้ กรมศิลปากรได้เปิดตัวต้นแบบผลิตภัณฑ์ทุนทางวัฒนธรรม โดยสำนักช่างสิบหมู่ ได้ดำเนินโครงการออกแบบและจัดทำของที่ระลึกของกรมศิลปากร ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมจากแหล่งเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ผ่านการศึกษา วิเคราะห์สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความสวยงาม คำนึงถึงการใช้ประโยชน์ ถือเป็นการรักษาองค์ความรู้ทางศิลปวัฒนธรมที่กําลังจะสูญหาย และเพิ่มพูนประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญในเชิงช่างและการออกแบบของบุคลากรในสำนักช่างสิบหมู่ ขณะนี้ มีผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี และจะขยายไปสู่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญเพิ่มขึ้น                 กรมศิลปากรยังคงมุ่งมั่นในการอนุรักษ์ ทำนุบำรุง สืบสานมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ พร้อมปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก เป็นการเปลี่ยนผ่านจากยุคอนุรักษ์ สืบทอด สู่การต่อยอดและพัฒนา และคงธำรงรักษามรดกทางวัฒนธรรมของชาติไทยไว้อย่างยั่งยืนมั่นคงสืบไป  


          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ขอเชิญผู้สนใจร่วมรับฟังเสวนาทางวิชาการ ภายใต้โครงการเผยแพร่องค์ความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดีและงานด้านศิลปวัฒนธรรม ประจำปี ๒๕๖๘ เรื่อง “สัญลักษณ์ศาสนา ในโบราณสถาน - โบราณวัตถุ ณ พระนครศรีอยุธยา” วิทยากรโดย ดร. อมรา ศรีสุชาติ อดีตนักโบราณคดีทรงคุณวุฒิ กรมศิลปากร และนายธราพงศ์ ศรีสุชาติ อดีตผู้อำนวยการสำนักนักโบราณคดี กรมศิลปากร ในวันเสาร์ที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๘ ตั้งแต่เวลา ๑๓.๓๐ - ๑๕.๓๐ น. ณ อาคารเครื่องทอง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา           ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ทาง Qr code ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย (รับจำนวนจำกัด) โดยจะประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมกิจกรรม ในวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๘ ทางเฟซบุ๊กเพจ “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา” https://www.facebook.com/chaosamphraya  สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๑๕๘๗ ทุกวันเวลาราชการ


สำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ร่วมกับและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ขอเชิญผู้สนใจร่วมรับฟังเสวนาทางวิชาการ "ศาสตร์แมวโบราณ" ภายใต้โครงการท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืน กิจกรรมอยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย รับฟังการบรรยาย เรื่อง “แมวไทยในตำนาน” โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ศานติ ภักดีคำ รองเลขาธิการราชบัณฑิตยสภา และการบรรยาย เรื่อง “แมวไทยในตำรา” โดยนักอักษรศาสตร์ กลุ่มภาษาและวรรณกรรม สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ในวันอาทิตย์ที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๙ ตั้งแต่เวลา ๑๓.๐๐ น. เป็นต้นไป ณ ห้องประชุม อาคารเครื่องทอง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ทาง Qr code ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย รับจำนวนจำกัด สอบถามเพิ่มเติม โทร ๐ ๓๕๒๔ ๑๕๘๗ ทุกวันเวลาราชการ หรือทาง Facebook: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา https://www.facebook.com/chaosamphraya


        วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พุทธศักราช 2569 เวลา 09.00 น. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช 2569 กิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ “จากวังหน้า สู่วังหลวง” โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร และเครือข่ายการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน          อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากรได้จัดกิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย เป็นประจำทุกปี เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม อีกทั้งยังเป็นการเทิดพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวงต่องานด้านศิลปวัฒนธรรม ทรงเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ สืบสานและส่งเสริมงานทางด้านศิลปวัฒนธรรมให้เห็นเป็นตัวอย่างตลอดมา         กรมศิลปากร โดยกองโบราณคดี ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ “จากวังหน้า สู่วังหลวง” ทำความสะอาดโบราณสถานสำคัญ ตามแนวถนนหน้าพระธาตุ จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ วัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ว วังหน้า) พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถนแห่งชาติ พระนคร อาคารถาวรวัตถุ (ตึกแดง) และอาคารกรมศิลปากร ตามเส้นทางวัฒนธรรม “รากนครา มรรคาแห่งรัตนโกสินทร์” นอกจากนี้ กรมศิลปากรยังได้ร่วมกับวัฒนธรรมจังหวัด จัดกิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติขึ้นทั่วประเทศ เช่น เมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย วัดศรีคูณเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู โบราณสถานเขาคา จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุ รวมถึงสร้างจิตสำนึกความเป็นเจ้าของวัฒนธรรม และร่วมกันปกป้อง พัฒนาโบราณสถานหรือแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่มีคุณค่าให้คงอยู่ต่อไป




องค์ความรู้จากหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา เรื่อง สมมาพระ : ว่าด้วยการขอขมาพระรัตนตรัยแบบอีสาน ปริวรรตและเรียบเรียงโดย นางสาวอุไร คำมีภา นักภาษาโบราณปฏิบัติการ


black ribbon.