ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,668 รายการ
วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 องค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ได้ประกาศให้อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในชื่อ “ภูพระบาท ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมา สมัยทวารวดี” (Phu Phrabat, a testimony to the Sīma stone tradition of the Dvaravati period) ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 46 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 31 กรกฎาคม 2567 ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย โดยเป็นแหล่งมรดกโลกลำดับที่ 8 และแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 5 ของประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 2 ของจังหวัดอุดรธานี ต่อจากแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก เมื่อพุทธศักราช 2535 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า การที่อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ ถือเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 5 ของประเทศไทย ต่อจากนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี และเมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ได้รับการประกาศในปีที่ผ่านมา โดยอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกภายใต้คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล ได้แก่ การรักษาความเป็นของแท้และดั้งเดิมของแหล่งวัฒนธรรม สีมาหินสมัยทวารวดี และเป็นประจักษ์พยานที่ยอดเยี่ยมของการสืบทอดของวัฒนธรรมดังกล่าวที่ต่อเนื่องอย่างยาวนานกว่าสี่ศตวรรษ โดยเชื่อมโยงเข้ากับประเพณีของวัดฝ่ายอรัญวาสีในเวลาต่อมา จึงขอเชิญชวนให้ชาวไทยทั่วประเทศร่วมแสดงความยินดี และเฉลิมฉลองในโอกาสที่ภูพระบาทได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกแห่งใหม่ของไทย โดยกระทรวงวัฒนธรรมจะพยายามผลักดันให้เกิดแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่อย่างต่อเนื่อง
นางสาวสุดาวรรณ กล่าวอีกว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร ได้ประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม – 12 สิงหาคม 2567 เพื่อให้ประชาชนคนไทยทุกคน ตลอดจนนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ร่วมเฉลิมฉลองการประกาศขึ้นทะเบียน ภูพระบาทเป็นมรดกโลกในครั้งนี้
ภูพระบาท ได้รับการประกาศเป็นแหล่งมรดกวัฒนธรรมแบบต่อเนื่อง จำนวน 2 แหล่ง ประกอบด้วย อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท และแหล่งวัฒนธรรมสีมา วัดพระพุทธบาทบัวบาน ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกห่างจากอำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมสีมาในสมัยทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 12 - 16) อันโดดเด่นที่สุดของโลก ตามเกณฑ์คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล ข้อที่ 3 คือสามารถอนุรักษ์กลุ่มใบเสมาหินสมัยทวารวดีที่มีจำนวนมากและเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยใบเสมาดังกล่าวมีความสมบูรณ์และยังคงตั้งอยู่ในสถานที่ตั้งเดิม แสดงถึงวิวัฒนาการที่ชัดเจนของรูปแบบ และศิลปกรรมที่หลากหลายของใบเสมา ซึ่งทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายกำหนดขอบเขตพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และเกณฑ์ข้อที่ 5 ภูมิทัศน์ของภูพระบาทได้รับการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับการใช้พื้นที่เพื่อประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนา และยังคงความสำคัญของกลุ่มใบเสมาหิน โดยความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับประเพณีสงฆ์ในฝ่ายอรัญญวาสี (พระป่า) ภูพระบาทจึงเป็นประจักษ์พยานที่โดดเด่นของการใช้ประโยชน์ของธรรมชาติ เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมสีมา สมัยทวารวดี ซึ่งได้รับการสืบทอด รักษาวัฒนธรรมดังกล่าวที่ต่อเนื่องยาวนาน เชื่อมโยงประเพณีวัฒนธรรมของอรัญวาสีมาถึงปัจจุบัน
กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร ได้ประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม – 12 สิงหาคม 2567 เพื่อให้ประชาชนคนไทยทุกคน ตลอดจนนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ร่วมเฉลิมฉลองการประกาศขึ้นทะเบียนภูพระบาทเป็นมรดกโลกในครั้งนี้
ภูพระบาท ได้รับการประกาศเป็นแหล่งมรดกวัฒนธรรมแบบต่อเนื่อง จำนวน 2 แหล่ง ประกอบด้วย อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท และแหล่งวัฒนธรรมสีมา วัดพระพุทธบาทบัวบาน ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกห่างจากอำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมสีมาในสมัยทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 12 - 16) อันโดดเด่นที่สุดของโลก ตามเกณฑ์คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล ข้อที่ 3 คือสามารถอนุรักษ์กลุ่มใบเสมาหินสมัยทวารวดีที่มีจำนวนมากและเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยใบเสมาดังกล่าวมีความสมบูรณ์และยังคงตั้งอยู่ในสถานที่ตั้งเดิม แสดงถึงวิวัฒนาการที่ชัดเจนของรูปแบบ และศิลปกรรมที่หลากหลายของใบเสมา ซึ่งทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายกำหนดขอบเขตพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และเกณฑ์ข้อที่ 5 ภูมิทัศน์ของภูพระบาทได้รับการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับการใช้พื้นที่เพื่อประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนา และยังคงความสำคัญของกลุ่มใบเสมาหิน โดยความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับประเพณีสงฆ์ในฝ่ายอรัญญวาสี (พระป่า) ภูพระบาทจึงเป็นประจักษ์พยานที่โดดเด่นของการใช้ประโยชน์ของธรรมชาติ เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมสีมา สมัยทวารวดี ซึ่งได้รับการสืบทอด รักษาวัฒนธรรมดังกล่าวที่ต่อเนื่องยาวนาน เชื่อมโยงประเพณีวัฒนธรรมของอรัญวาสีมาถึงปัจจุบัน
นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรมได้มอบนโยบายให้กรมศิลปากร งดเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ และโบราณสถานทั่วประเทศ ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และขอเชิญชวนให้ประชาชนชาวไทย เข้าชมแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ที่อยู่ในความดูแลของกรมศิลปากรทั่วประเทศ เป็นการเฉลิมพระเกียรติ และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงมีคุณูปการต่องานมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติอย่างหาที่สุดมิได้ ทรงห่วงใย อุปถัมภ์ ฟื้นฟู เพื่อรักษา และสืบทอด ให้วัฒนธรรมไทยยังคงอยู่เป็นมรดกที่สำคัญของชาติสืบไป
วันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗ นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานโครงการ ๗๒ ล้านต้น พลิกฟื้นผืนป่าเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ กิจกรรม "โครงการปลูกป่าในพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรม เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" โดยมีนายทศพร ศรีสมาน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา กล่าวรายงานการดำเนินงาน และมีหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ส่วนราชการภาครัฐและเอกชนในพื้นที่อำเภอสูงเนิน และประชาชนในพื้นที่อำเภอสูงเนิน เข้าร่วมกิจกรรม
ณ โบราณสถานเมืองเสมา ตำบลเสมา อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา
วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม 2567 นายวรธน เพิ่งเฮง เจ้าพนักงานห้องสมุดชำนาญงาน และนายสมชาติ สุดใจ พนักงานทำความสะอาด เข้าร่วมโครงการปลูกต้นไม้ เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม 2567
ณ บริเวณโบราณสถานเมืองเสมา ตำบลเสมา อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา
วันเสาร์ที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗
ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง เจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช (ภูเก็ต) ร่วมดำเนินกิจกรรมจิตอาสา เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ณ โบราณสถานพระอุโบสถวัดเชิงทะเล ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
โดยทำความสะอาด ทำนุบำรุงโบราณสถาน พระประธานภายในอุโบสถ และดูแลรักษาความสะอาดภูมิทัศน์โดยรอบ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง กราบนมัสการขอบพระคุณท่านพระครูการุญกิจจานุยุต เจ้าอาวาสวัดเชิงทะเลอย่างสูง ที่ได้ให้การอนุเคราะห์สถานที่พร้อมอำนวยความสะดวกตลอดการดำเนินกิจกรรม
พระเจ้าแข้งคม เป็นพระพุทธปฏิมาประทับขัดสมาธิราบปางมารวิชัยเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์ ในสมัยล้านนา พระเจ้าติโลกราชโปรดให้หล่อขึ้นที่วัดป่าตาลน้อย (วัดตาลวันมหาวิหาร) เมื่อปีพ.ศ. ๒๐๒๗ เป็นวัสดุสัมฤทธิ์ลงรักปิดทอง ขนาดหน้าตักกว้าง ๙๔ นิ้ว สูง ๑๑๒ นิ้ว พระพุทธรูปมีน้ำหนัก ๓,๙๖๐ กิโลกรัม มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปแบบอู่ทองรุ่นที่ ๒ คือ พระพักตร์สี่เหลี่ยม พระเนตรโปน พระโอษฐ์หนา ขอบพระโอษฐ์หนาแบะซ้อนกัน ๒ เส้น พระหนุเหลี่ยม มีไรพระศก ขมวดพระเกศาเป็นเม็ดเล็ก พระรัศมีเป็นเปลวสูง สังฆาฏิเป็นแผ่นหนาขนาดใหญ่ยาวลงมาจรดพระนาภี ปลายเป็นริ้วพับซ้อนกัน พระหัตถ์ขวาวางอยู่กึ่งกลางพระชงฆ์ นิ้วพระหัตถ์ยาวไม่เสมอกัน นอกจากนี้มีลักษณะพิเศษ คือพระชงฆ์แข็งเป็นสันขึ้นหรือหน้าแข้งตัดคม จึงเรียกว่า “พระเจ้าแข้งคม”
เรียบเรียงโดย : นายธีรบูลย์ มิตรมโนชัย นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
แหล่งอ้างอิง :
กระทรวงวัฒนธรรม. กรมการศาสนา. ๑๐๘ องค์พระปฏิมา พระพุทธรูปคู่แผ่นดิน. กรุงเทพฯ: กรมการศาสนา, ๒๕๖๐.
กระทรวงวัฒนธรรม. กรมศิลปากร. จารึกล้านนา ภาค ๒ เล่ม ๑ : จารึกจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และแม่ฮ่องสอน. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๕๑.
กระทรวงวัฒนธรรม. กรมศิลปากร. จารึกล้านนา ภาค ๒ เล่ม ๒ : จารึกจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และแม่ฮ่องสอน. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๕๑.
ฐานข้อมูลจารึกแห่งประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). จารึกวัดศรีเกิด (เชียงใหม่). [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗, จาก: https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/1435
ฐานข้อมูลจารึกแห่งประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). จารึกวัดศรีเกิด (เชียงใหม่) ด้านที่ ๑. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗, จาก: https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/image_detail/26526
ฐานข้อมูลจารึกแห่งประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). จารึกวัดศรีเกิด (เชียงใหม่) ด้านที่ ๒. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗, จาก: https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/image_detail/26527
ประชากิจกรจักร, พระยา (แช่ม บุนนาค). พงศาวดารโยนก. กรุงเทพฯ: บุรินทร์การพิมพ์, ๒๕๑๖.
พระรัตนปัญญาเถระ. ชินกาลมาลีปกรณ์. แปลโดย แสง มนวิทูร. พระนคร: กรมศิลปากร, ๒๕๐๑.
พิริยะ ไกรฤกษ์. ลักษณะไทยพระพุทธปฏิมาอัตลักษณ์พุทธศิลป์ไทย. กรุงเทพฯ: ธนาคารกรุงเทพ จำกัด มหาชน, ๒๕๕๑.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์ . สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เล่ม ๒๙. กรุงเทพฯ: โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, ๒๕๔๘.
พระเจ้าแข้งคม เป็นพระพุทธปฏิมาประทับขัดสมาธิราบปางมารวิชัยเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์ ในสมัยล้านนา พระเจ้าติโลกราชโปรดให้หล่อขึ้นที่วัดป่าตาลน้อย (วัดตาลวันมหาวิหาร) เมื่อปีพ.ศ. ๒๐๒๗ เป็นวัสดุสัมฤทธิ์ลงรักปิดทอง ขนาดหน้าตักกว้าง ๙๔ นิ้ว สูง ๑๑๒ นิ้ว พระพุทธรูปมีน้ำหนัก ๓,๙๖๐ กิโลกรัม มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปแบบอู่ทองรุ่นที่ ๒ คือ พระพักตร์สี่เหลี่ยม พระเนตรโปน พระโอษฐ์หนา ขอบพระโอษฐ์หนาแบะซ้อนกัน ๒ เส้น พระหนุเหลี่ยม มีไรพระศก ขมวดพระเกศาเป็นเม็ดเล็ก พระรัศมีเป็นเปลวสูง สังฆาฏิเป็นแผ่นหนาขนาดใหญ่ยาวลงมาจรดพระนาภี ปลายเป็นริ้วพับซ้อนกัน พระหัตถ์ขวาวางอยู่กึ่งกลางพระชงฆ์ นิ้วพระหัตถ์ยาวไม่เสมอกัน นอกจากนี้มีลักษณะพิเศษ คือพระชงฆ์แข็งเป็นสันขึ้นหรือหน้าแข้งตัดคม จึงเรียกว่า “พระเจ้าแข้งคม”
เรียบเรียงโดย : นายธีรบูลย์ มิตรมโนชัย นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
แหล่งอ้างอิง :
กระทรวงวัฒนธรรม. กรมการศาสนา. ๑๐๘ องค์พระปฏิมา พระพุทธรูปคู่แผ่นดิน. กรุงเทพฯ: กรมการศาสนา, ๒๕๖๐.
กระทรวงวัฒนธรรม. กรมศิลปากร. จารึกล้านนา ภาค ๒ เล่ม ๑ : จารึกจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และแม่ฮ่องสอน. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๕๑.
กระทรวงวัฒนธรรม. กรมศิลปากร. จารึกล้านนา ภาค ๒ เล่ม ๒ : จารึกจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และแม่ฮ่องสอน. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๕๑.
ฐานข้อมูลจารึกแห่งประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). จารึกวัดศรีเกิด (เชียงใหม่). [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗, จาก: https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/1435
ฐานข้อมูลจารึกแห่งประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). จารึกวัดศรีเกิด (เชียงใหม่) ด้านที่ ๑. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗, จาก: https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/image_detail/26526
ฐานข้อมูลจารึกแห่งประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). จารึกวัดศรีเกิด (เชียงใหม่) ด้านที่ ๒. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗, จาก: https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/image_detail/26527
ประชากิจกรจักร, พระยา (แช่ม บุนนาค). พงศาวดารโยนก. กรุงเทพฯ: บุรินทร์การพิมพ์, ๒๕๑๖.
พระรัตนปัญญาเถระ. ชินกาลมาลีปกรณ์. แปลโดย แสง มนวิทูร. พระนคร: กรมศิลปากร, ๒๕๐๑.
พิริยะ ไกรฤกษ์. ลักษณะไทยพระพุทธปฏิมาอัตลักษณ์พุทธศิลป์ไทย. กรุงเทพฯ: ธนาคารกรุงเทพ จำกัด มหาชน, ๒๕๕๑.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์ . สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เล่ม ๒๙. กรุงเทพฯ: โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, ๒๕๔๘.
กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live การแถลงข่าวการประกาศขึ้นทะเบียนอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ตั้งแต่เวลา ๑๑.๐๐ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร
วันศุกร์ที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๗ นางสาวพิมพา สุธัญญาวัชชัย บรรณารักษ์ชำนาญการ เข้าร่วมพิธีอัญเชิญน้ำสรงและผ้าไตรพระราชทาน ในพิธีสมโภชน์พระมหาธาตุเจดีย์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ณ วัดพระสิงห์ วรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่