ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 53,127 รายการ
เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา #ประติมากรรมสำริดกลุ่มประโคนชัย คืนกลับประเทศไทย พี่บรรณฯอยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักโบราณวัตถุอายุกว่าพันปีว่ามีประวัติความเป็นมาและความสำคัญ ผ่าน 3 บทความใน #นิตยสารศิลปวัฒนธรรม พร้อมควันหลงจากงานนมัสการ #พระธาตุพนม ผ่านบทความ "ไต่พระธาตุ คาดสะเพา รากเหง้าศาสนาผีที่พระธาตุพนม" โดย จิรวัฒน์ ตั้งจิตรเจริญ.ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 47 ฉบับที่ 3 มกราคม 2569ผู้แต่ง : ทีมงานศิลปวัฒนธรรมสำนักพิมพ์ : มติชนอ่านนิตยสารฉบับเต็มได้ที่ : https://shorturl.asia/yGJMZขอขอบคุณข้อมูลจากเพจ Silpawattanatham - ศิลปวัฒนธรรม และ กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร.ติดต่อ #พี่บรรณฯ ได้ที่: หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯนครพนม & : nltnakhonphanom: to_library@hotmail.com: 042 516246.เปิดให้บริการ วันอังคาร-วันเสาร์ 9.00-17.00 น.ปิดบริการวันอาทิตย์-วันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์.จัดทำโดย นางสาวพิมพิกา วะสาร บรรณารักษ์ปฏิบัติการ
ชื่อ : โมกราชสีห์ หรือที่นิยมเรียกกันว่า(พุดทุ่ง)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Holarrhena curtisii King et Gamble
ชื่อวงศ์: Apocynaceae
ลักษณะ: เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นตั้งตรง สูงได้ประมาณ 1-2 เมตร
ดอก: ดอกมีสีขาว มีกลิ่นหอมเบาๆ มักพบขึ้นเองตามธรรมชาติหรือตามคันนา
สรรพคุณ: ในทางสมุนไพรพื้นบ้าน รากมักถูกนำมาต้มน้ำดื่มเพื่อแก้บิด แก้ท้องเสีย หรือถ่ายเป็นมูกเลือด
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
เปิดบริการทุกวัน ๐๘:๓๐ - ๑๖:๓๐ น.
๐๔๒๒๑๙๘๓๗, ๐๔๒๒๑๙๘๓๘
(ในเวลาราชการ)
#อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
#PhuPhrabatWorldHeritageSite
#ท่องเที่ยว #มรดกโลก #ภูพระบาท
ชื่อเรื่อง หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 10 ฉบับที่ 615 (10 มิ.ย. 2511)
ประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น
สถานที่พิมพ์ สุพรรณบุรี
สำนักพิมพ์ มนัสการพิมพ์
ปีที่พิมพ์ 2511
ลักษณะวัสดุ 8 หน้า. : กว้าง 40.5 ซ.ม. ยาว 54.5 ซ.ม.
ภาษา ไทย
ชื่อเรื่อง หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 11 ฉบับที่ 650 (10 มิ.ย. 2512)
ประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นสถานที่พิมพ์ สุพรรณบุรีสำนักพิมพ์ มนัสการพิมพ์ปีที่พิมพ์ 2512ลักษณะวัสดุ 12 หน้า. : กว้าง 40.5 ซ.ม. ยาว 54.5 ซ.ม.ภาษา ไทย
สารคดีเชิงข่าว “วังหน้าแห่งกรุงรัตนโกสินทร์” ตอนที่ ๓ พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ ออกอากาศช่วงข่าวภาคค่ำ ทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๘
รายงานพิเศษ พาไปชมความสวยงามของพระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ ที่เพิ่งบูรณะเสร็จสิ้น ภายใต้โครงการอนุรักษ์และพัฒนาพระราชวังบวรสถานมงคล
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 นายสุพจน์ พรหมมาโนช ผู้อำนวยการสำนักศิลปกรที่ 7 เชียงใหม่ และนายเทอดศักดิ์ เย็นจุระ ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจงานงวดที่ 4-9 งานบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์กำแพงเมือง-คูมืองฝาง ตำบลเวียง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
ถ้ำวัว-ถ้ำคน
เป็นแหล่งภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีลักษณะเป็นเพิงหินขนาดใหญ่ เพิงหินมีผนังสองด้าน พบภาพเขียนสีรูปสัตว์ และ รูปคน เขียนด้วยสีแดง
ถ้ำวัว-ถ้ำคน
เป็นแหล่งภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีลักษณะเป็นเพิงหินขนาดใหญ่ มีชะง่อนหินที่สามารถใช้หลบแดด หลบฝน อยู่ด้านล่างของเพิงหินได้ เพิงหินมีผนังสองด้าน ทางด้านทิศตะวันออกของเพิงหิน เรียกว่า " ถ้ำวัว " พบภาพเขียนสีรูปสัตว์ เขียนด้วยสีแดง แถวบนซ้ายสุดของผนังเป็นภาพสัตว์ ๒ ตัว หันหน้าไปทางทิศใต้ ต่อด้วภาพลูกวัว ๑ ตัว ที่เดินหันหน้าไปทางทิศเหนือ ถัดไปเป็นภาพวัวมีโหนก ๓ ตัวเดินตามกัน หันหน้าไปทางทิศเหนือ ที่ด้านล่างเป็นภาพลายเส้นคล้ายกิ่งไม้ปนอยู่กับภาพลูกวัวและแม่วัวพร้อมกับสัตว์ไม่ทราบชนิดอีก ๒ ตัว
ถ้ำวัว
ทางด้านทิศตะวันตกของเพิงหิน เรียกว่า " ถ้ำคน " พบภาพเขียนสีรูปคน เขียนด้วยสีแดงเป็นรูปคน ๗ คน เดินเป็นแถวมุ่งหน้าไปทางเดียวกันทางด้านทิศตะวันออก ที่เพดานของผนังด้านบนพบภาพเขียนลายตารางสีขาว โดยมีภาพคนเขียนด้วยสีแดงแบบเงาทึบระบายทับอยู่
ถ้ำคน
ชื่อวัตถุ ครกสีข้าว
ทะเบียน ๒๗/๓๙๔/๒๕๓๒
อายุสมัย รัตนโกสินทร์
วัสดุ(ชนิด) ไม้ไผ่
ขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง ๔๗เซนติเมตร สูง ๙๙เซนติเมตร
ประวัติ เป็นมรดกตกทอด อายุกว่า ๑๐๐ ปuพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลางรับมอบจาdนายประสิทธิ์ ถิ่นกลาง บ้านเลขที่ ๑๑๑ ม.๓ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ตรับมอบเมื่อวันที่๓มีนาคม๒๕๓๒
เก็บรักษา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง
“ครกสีข้าว”
ข้าว ถือเป็นอาหารหลักของคนไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในอดีตคนแต่ละท้องที่จะนิยมทำนาข้าวเอง ข้าวที่ได้จากท้องนาเรียกว่า “ข้าวเปลือก” ซึ่งยังนำมาหุ้งกินไม่ได้ต้องนำข้าวเปลือกไปผ่านขั้นตอนที่เรียกว่า “สีข้าว” เสียก่อน เครื่องมือที่ใช้สีข้าวในอดีตเรียกว่า “ครกสีข้าว”
ครกสีข้าว ประกอบด้วยส่วนบนหรือปากครกมีรูปทรงกระบอกทำด้วยไม้ไผ่สานและส่วนฐานทำเป็นขอบขึ้นมาใช้รองรับข้าวที่สีแล้ว ตรงกลางของครกจะมีฟันครกทำจากไม้เนื้อแข็งมีหน้าที่ในการกะเทาะเปลือกเมล็ดข้าว และมีไม้เป็นแกนกลางเรียกว่า “โดครก” โดยจะยึดกับไม้ที่เป็น มือครก หรือ แขนครก ซึ่งเชื่อมกับคันโยกของครกอีกทีนึง
กรรมวิธีในการสีข้าวนั้นทำโดยการนำข้าวเปลือกมาใส่ลงในปากครก คนสีข้าวจะต้องหมุนคันโยก ข้าวเปลือกจึงจะไหลลงสู่ฟันครกซึ่งเป็นตัวที่กะเทาะเปลือกข้าวให้หลุดออกจากเมล็ดข้าว ข้าวจะไหลออกจากฟันครกลงสู่ขอบที่ใช้รองรับข้าว ซึ่งมีทั้งแกลบข้าวเปลือกและเมล็ดข้าวสารปะปนกัน จากนั้นจะต้องนำข้าวไป “ฝัด” เพื่อแยกข้าวสารออกจากแกลบข้าว ข้าวที่ได้จากการสีนั้นเรียกว่า “ข้าวกล้อง” ซึ่งเป็นข้าวที่มีสารอาหารสูงสามารถนำไปหุงกินได้
จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าครกสีข้าวเป็นเครื่องมือที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ และใช้แรงงานคนในการสีข้าว ในสมัยก่อนชาวนามักจะมีครกสีไว้ใช้เองที่บ้าน ต่อมาเมื่อมีโรงสีข้าวเกิดขึ้นชาวนาจึงนิยมนำข้าวไปสีที่โรงสีแทน จึงทำให้การใช้ครกสีข้าวเริ่มหายไปจากวิถีชีวิตของชาวนาไทย
“ครกสีข้าว” เป็นเครื่องใช้ที่นิยมใช้กันในทุกภูมิภาคของประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งภาคใต้ เป็นเครื่องใช้ที่แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาพื้นบ้านและวิถี-ชีวิตของชาวนาไทยในอดีตได้เป็นอย่างดี
เอกสารอ้างอิง
- มโน พิสุทธิรัตนานนท์. “ครกสี.” สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้ พ.ศ.๒๕๔๒ เล่ม ๒.กรุงเทพ : บริษัท สยามเพรส แมเนจเมนท์ จำกัด,๒๕๔๒.