ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,729 รายการ
เลขทะเบียน : นพ.บ.639/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 14 หน้า ; 4.5 x 59 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 205 (84-93) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : ตำนานพระอินทร์--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.697/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 18 หน้า ; 4.5 x 57 ซ.ม. : รักทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 220 (227-242) ผูก 3 (2568)หัวเรื่อง : มหานิปาตวณฺณนา--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.762/1กห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 32 หน้า ; 5 x 58 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 237 (407-416) ผูก 1ก (2568)หัวเรื่อง : แทนน้ำนมแม่--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขอเชิญเข้าร่วมกิจกรรมวันพิพิธภัณฑ์ไทย ประจำปี ๒๕๖๘ ระหว่างวันที่ ๑๙ - ๓๐ กันยายน ๒๕๖๘ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. กิจกรรมภายในงาน มีดังนี้
- เจอนี่ เจอนั่น (JOURNEYS JOURNAL) นิทรรศการบันทึกเรื่องราวการเดินทาง และความทรงจำของเด็กอยุธยาที่มีต่ออยุธยา
- เสมา สีมา ระบายสีใบเสมาเป็นที่คั่นหนังสือ
- Worksheet เรียนรู้เรื่องราวศิลปกรรมอยุธยาผ่านการเล่นเกม
- แผนที่ท่องเที่ยวอยุธยา ไฮไลท์สถานที่ท่องเที่ยวที่สนใจในอยุธยา
พิเศษ!! สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ๕๐ ท่านแรก รับสติ๊กเกอร์ที่ระลึกน่ารักๆ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จำนวน ๑ แผ่น สอบถามเพิ่มเติมได้ทาง Facebook พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา กรมศิลปากร
ชื่อเรื่อง : อนุสรณ์ในวันพิธีเปิดอนุสาวรีย์สุนทรภู่
หัวเรื่อง : สุนทรโวหาร (ภู่), 2329-2398
อนุสาวรีย์สุนทรภู่
แกลง -- ประวัติศาสตร์
แกลง -- ความเป็นอยู่และประเพณี
คำค้น : สุนทรภู่
รายละเอียด : หนังสืออนุสรณ์ในพิธีเปิดอนุสาวรีย์สุนทรภู่ วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม 2553 ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พระพรรษา เทศบาลตำบลเมืองแกลง
ผู้แต่ง : เทศบาลตำบลเมืองแกลง
แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
หน่วยงานที่รับผิดชอบ : เทศบาลตำบลเมืองแกลง
ปีที่พิมพ์ : 2553
วันที่เผยแพร่ : 2 ตุลาคม 2568
ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : -
ลิขสิทธิ์ : เทศบาลตำบลเมืองแกลง
รูปแบบ : PDF.
ภาษา : ภาษาไทย
ประเภททรัพยากร : หนังสือท้องถิ่น
ตัวบ่งชี้ : -
รายละเอียดเนื้อหา : หนังสือนี้เป็นหนึ่งในโครงการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นของศูนย์เมืองแกลงศึกษา หอประวัติศาสตร์เมืองแกลง เทศบาลตำบลเมืองแกลง เนื้อหากล่าวถึงประวัติและความเป็นมาในการก่อสร้างอนุสาวรีย์สุนทรภู่ ซึ่งตั้งอยู่ ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พระพรรษา เทศบาลตำบลเมืองแกลง ประวัติของสุนทรภู่จากพระนิพนธ์สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ และผลงานบางส่วนของสุนทรภู่
เลขทะเบียน : น. 68 บ. 80024 จบ. (ร.)
เลขหมู่ : ท.
725.94
ก889อ
พี่บรรณฯมาชวนน้อง ๆ หนู ๆ มาทำความรู้จักกับ 12 บุคคลจากอาชีพที่ช่วยชีวิตผู้คนจากสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ เรื่องราวจะเป็นยังไงและมีอาชีพอะไรบ้าง คลิกอ่านหนังสือได้ที่ลิงก์ด้านล่างเลยค่ะ#ฮีโร่ผู้ช่วยชีวิตผู้แต่ง : Eryl Nashสำนักพิมพ์ : #nanmeebooksอ่านหนังสือฉบับเต็มได้ที่ : https://shorturl.asia/tj1ks.ติดต่อ #พี่บรรณฯ ได้ที่ : หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯนครพนม & : nltnakhonphanom : to_library@hotmail.com : 042 516246.เปิดให้บริการ วันอังคาร-วันเสาร์ 9.00-17.00 น.ปิดบริการวันอาทิตย์-วันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์.จัดทำโดย นางสาวพิมพิกา วะสาร บรรณารักษ์ปฏิบัติการ
การสรงน้ำพระพุทธรูป ถือเป็นประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ในช่วงเทศกาล "วันสงกรานต์" ซึ่งเปรียบเสมือนวาระแห่งการเริ่มต้นปีใหม่ไทย พุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่นิยมเข้าวัดสรงน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว พร้อมทั้งทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ และรดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ
ประเพณีนี้ไม่เพียงแต่เป็นการทำนุบำรุงศาสนา แต่ยังเป็นกุศโลบายที่ช่วยสร้างความรัก ความอบอุ่น และความสมัครสมานสามัคคีให้เกิดขึ้นภายในครอบครัว ตลอดจนส่งผลดีต่อสังคมและประเทศชาติให้ร่มเย็นเป็นสุขสืบไป
ภาพประกอบ: จิตรกรรมฝาผนัง วัดยางทวง อ.บรบือ จ.มหาสารคาม
"ถ้ำพระเสี่ยง" มหัศจรรย์หินธรรมชาติกลางผืนป่าแห่ง อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จุดเช็กอินที่ทั้งลึกลับ งดงาม และเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าค้นหา
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
เปิดบริการทุกวัน 08:30 - 16:30 น.
042219837, 042219838
(ในเวลาราชการ)
#อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
#PhuPhrabatWorldHeritageSite
#ท่องเที่ยว #มรดกโลก #ภูพระบาท
#มรดกโลกภูพระบาท #ถ้ำพระเสี่ยง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ขอเชิญชมการแสดงศิลปกรรมเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 21 ภายใต้หัวข้อ "ศิลป์แผ่นดิน" ร่วมสัมผัสพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนไทย ผ่านผลงานจากการประกวดศิลปกรรมเด็กและเยาวชนแห่งชาติ โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เวทีที่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนไทยได้แสดงพลังแห่งจินตนาการที่สะท้อนจินตนาการ คุณค่า และความภาคภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมของชาติ จัดแสดงระหว่างวันที่ 1 - 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 - 16.00 น. (ปิดวันจันทร์และอังคาร) ณ อาคารนิทรรศการ 4 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 240 บาท
-----------------------------------------------------------The 21st National Youth and Juvenile Art Exhibition by Bunditpatanasilpa Institute of Fine Arts
Theme: "The Art of the Nation"
Experience the creative power of Thailand's young artists through outstanding works selected from The 21st National Youth and Juvenile Art Exhibition Competition, organized by the Bunditpatanasilpa Institute of Fine Arts. This prestigious platform encourages children and young people to express their imagination and artistic talents while fostering an appreciation of the nation's rich artistic and cultural heritage.Exhibition Dates: 1–29 July 2026Opening Hours: 9.00 a.m. – 4.00 p.m.Closed: Mondays and TuesdaysVenue: Exhibition Building 4, The National Gallery of ThailandAdmission: THB 240
สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชมหาราชเสด็จปราบดาภิเษกขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชจักรีวงศ์แล้ว ทรงสถาปนาสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ พระเจ้าสุรสีห์พิศณวาธิราช เป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคลฝ่ายหน้า และโปรดฯ ให้ย้ายพระนครจากกรุงธนบุรีมาสร้างกรุงเทพมหานคร เป็นพระนครแห่งใหม่ยังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ให้สร้างวังหลวงและวังหน้าขึ้นในเขตกรุงธนบุรีเดิม โดยใช้คลองคูเมืองธนบุรี เป็นคลองคูเมืองชั้นใน และให้ขุดคลองใหม่เป็นคลองคูเมืองของกรุงเทพฯ เรียกว่าคลองรอบกรุง สร้างวังหลวงที่ตอนใต้ของพระนคร ระหว่างวัดโพธิ์ (วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม) กับวัดสลัก (วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์) และตั้งวังหน้าขึ้นทางตอนเหนือระหว่างวัดสลักกับคลองคูเมืองเดิม กำหนดให้ท้องที่อาณาบริเวณฟากเหนือของพระนคร ตั้งแต่แนวถนนพระจันทร์ นับแต่ท่าน้ำตรงไปทางตะวันออกจนถึงประตูสำราญราษฎร์ (ถนนบำรุงเมือง) อันเป็นที่ตั้งของวังหน้า เป็น แขวงอำเภอพระราชวังบวร เป็นเขตปกครองของวังหน้า คือ ปกครองกึ่งพระนคร ตามธรรมเนียมประเพณีสืบมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา
“วังหน้า”มีประวัติการสร้างพร้อมกับวังหลวง โดยสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท พระมหาอุปราชในรัชกาลที่ ๑ โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปีขาล พ.ศ. ๒๓๒๕ แล้วเสร็จเป็นเบื้องต้นเมื่อราว พ.ศ.๒๓๒๘ จากนั้นได้มีการก่อสร้างอาคารสถาน ตลอดจนการบูรณะปฏิสังขรณ์สืบมาเป็นลำดับ วังหน้าเมื่อแรกสร้างสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ คงยึดถือแบบแผนการสร้างวังแต่ครั้งกรุงเก่า กล่าวกันว่าวังหน้าได้รับแบบอย่างมาจากพระราชวังหลวง รวมถึงแบบแผนบางประการจากพระราชวังจันทรเกษมหรือวังหน้าในสมัยกรุงศรีอยุธยา กล่าวคือแผนที่ตั้งของวังตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าวังหลวงและสร้างหันหน้าวังไปทางทิศตะวันออกเช่นเดียวกับพระราชวังจันทรเกษม ส่วนอาคารพระที่นั่งพระราชมณเฑียรสถานบางแห่งวางผังตามแบบพระราชมณเฑียรสถานภายในพระราชหลวงพระนครศรีอยุธยา
พระราชวังบวรสถานมงคล มีกำแพงและป้อมปราการล้อมรอบทั้ง ๔ ด้าน เป็นกำแพงใบเสมาตามธรรมเนียมวังพระมหาอุปราช ป้อมที่มุมทั้ง ๔ ของพระราชวังบวรฯ ทำเป็นป้อมรูปแปดเหลี่ยม หลังคาทรงกระโจม ส่วนป้อมตามแนวกำแพงสร้างเป็นรูปหอรบ หลังคาทรงคฤห นอกกำแพงมีคูและถนนรอบวังทุกด้าน โดยที่ด้านทิศตะวันตกมีลำน้ำเจ้าพระยาแทนคู และใช้กำแพงพระนครเป็นกำแพงวังชั้นนอก ส่วนทิศเหนือเป็นคูพระนครเดิม มีถนนตัดผ่านพระราชวังตามแนวทิศเหนือ –ใต้ ๓ สาย สายตะวันตก คือ ถนนริมพระนครด้านใน สายกลาง คือ ถนนหน้าพระธาตุ เป็นเส้นทางพระมหาอุปราชเสด็จไปพระราชวังหลวง และถนนสายทิศตะวันออก คือ ถนนด้านหน้าพระราชวัง ด้านเหนือจรดสะพานเสี้ยว ใกล้กับแนวถนนราชดำเนินทุกวันนี้
วันอังคารที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๓ นางชุติมา จันทร์เทศ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา พร้อมด้วยนายชำนาญ กฤษณสุวรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน ลงพื้นที่ตรวจสอบโบราณสถานปราสาทกู่ศิลา ตำบลหลุ่งประดู่ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา
ปราสาทกู่ศิลา ตั้งอยู่ในเขตตำบลหลุ่งประดู่ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา มีลักษณะเป็นธรรมศาลา หรือศาสนสถานประจำที่พักคนเดินทาง ที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗แห่งอาณาจักรเขมร (พ.ศ.๑๗๒๔ - ๑๗๖๑) ซึ่งปรากฏข้อความตามหลักศิลาจารึกปราสาทพระขรรค์ในประเทศกัมพูชา พระองค์ทรงโปรดให้สร้างธรรมศาลาขึ้นตามเส้นทางถนนโบราณเส้นต่าง ๆ เป็นจำนวน ๑๒๑ แห่ง โดยพบหลักฐานธรรมศาลา ตามเส้นทางจากเมืองพระนครถึงเมืองพิมาย จำนวน ๑๗ แห่งกรมศิลปากร ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานปราสาทกู่ศิลา ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๕๓ ตอนที่ ๓๔ ลงวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๔๗๙ สภาพปัจจุบัน อยู่ในสภาพพังทลาย คงเหลือหลักฐานให้เห็นได้ชัดเจนที่สุด ที่ส่วนผนังด้านทิศใต้ การศึกษาเปรียบเทียบกับสิ่งก่อสร้างรูปแบบเดียวกัน พบว่าลักษณะแผนผังของโบราณสถานปราสาทกู่ศิลา เป็นสิ่งก่อสร้างหลังเดียว หันด้านหน้าไปทางทิศตะวันออก ไม่มีแนวกำแพงล้อมรอบ รูปแบบของสิ่งก่อสร้างประกอบด้วยสองส่วน ได้แก่ ส่วนที่อยู่ด้านหลังเป็นตัวปราสาท บริเวณด้านทิศตะวันออกของปราสาท มีอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าซึ่งสร้างเชื่อมต่อจากตัวปราสาท ประตูทางเข้ามีสองทาง ได้แก่ ทางด้านหน้าด้านทิศตะวันออกของอาคารและทางด้านหลังด้านทิศตะวันตกของปราสาท สิ่งก่อสร้างทั้งหมดใช้หินทรายเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง
ข้อมูลโดย : นายนภสินธุ์ บุญล้อม นักโบราณคดีปฏิบัติการ สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา