ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 53,186 รายการ



เมตต์  เมตต์การุณ์จิต.  สารานุกรมโคราช Korat Encyclopaedia.  นครราชสีมา: ยืนหยัดชัดเจน, 2563.


หลวงศรีโยธา, พันตรี.  กถามรรคศาลารำลึก.  พระนคร: อุดม, 2494.      - ที่ระลึกในงานฉลองอายุครบ 60 ปี นางศรีโยธา (สายทอง จูฑะพล) 9 ตุลาคม 2494


        "โครงการพัฒนาเครือข่ายไร้สาย ติดตั้งสัญญาณ Wifi 5G แหล่งเรียนรู้มรดกวัฒนธรรม เชื่อมโยงไทยไปทั่วโลก" โดยกรมศิลปากร ได้รับเกียรติบัตรแสดงผลการประเมินความเสี่ยงการทุจริตตามเกณฑ์การประเมินเชิงคุณภาพ จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567



เลขทะเบียน : นพ.บ.694/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 58 หน้า ; 4.5 x 54 ซ.ม. : รักทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 219 (209-226) ผูก 3 (2568)หัวเรื่อง : สังฮอมธาตุ--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.756/ก1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 22 หน้า ; 5 x 56 ซ.ม. : ชาดทึบ-ทองทึบ-รักทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 235 (382-392) ผูก ก1 (2568)หัวเรื่อง : มิเหสก--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน   นม.บ.10/1ฆ


       พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ขอเชิญร่วมกิจกรรมจิตอาสา "ทำริบบิ้นสัญลักษณ์แสดงความอาลัย" เพื่อถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ตลอดเดือนพฤศจิกายนนี้ ณ โถงต้อนรับ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๑๕๘๗ ทุกวันเวลาราชการ


        สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ขอเชิญชมละครนอก เรื่อง พระอภัยมณี ตอนติดเกาะ เนื่องในงานอยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย วันศุกร์ที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๘  เวลา ๑๙.๐๐ น. ณ วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำแสดงโดย ศิลปินสำนักการสังคีต, กำกับการแสดงโดย ปกรณ์  พรพิสุทธิ์  ศิลปินแห่งชาติ, อำนวยการแสดงโดย ศิริพงษ์  ทวีทรัพย์  ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร ๐ ๒๒๒๑ ๖๕๓๒, ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒


        กรมศิลปากรขอเชิญร่วมกิจกรรมเสวนาวิชาการ เนื่องในสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๙ พบกับการบรรยายและแลกเปลี่ยนความรู้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ระหว่างวันที่ ๔ - ๘ เมษายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๕.๐๐ - ๑๗.๐๐ น. ณ ห้องประชุมดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มีหัวข้อที่น่าสนใจเกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ดังต่อไปนี้         - วันที่ ๔ เมษายน เรื่อง “แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง กับการพบกลองมโหระทึกร่วมกับการฝังศพครั้งแรกในจังหวัดเพชรบุรี” โดยวิทยากร ๑. นางสาวกรรณิการ์ เปรมใจ นักโบราณคดีชํานาญการ ๒. นางสาวกัญญาภัค โต๊ะเฮง นักโบราณคดีปฏิบัติการ และนางสาวปรียาพร จุมพรม หัวหน้ากลุ่มโบราณคดี ผู้ดำเนินรายการ จัดโดยสำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี         - วันที่ ๕ เมษายน เรื่อง “เปิดเมืองโบราณจากฟากฟ้า: LiDar กับการค้นพบใหม่จากแหล่งมรดกโลกเมืองประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร" โดยวิทยากร ๑. นายวสันต์ เทพสุริยานนท์ ผู้อํานวยการสํานักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย ๒. นายสรธัช โรจนารัตน์ นักโบราณคดีชํานาญการ ๓. นายชาญชัย ศรีกัญญา นักโบราณคดีปฏิบัติการ ๔. นางสาวเมลดา มณีโชติ นักโบราณคดีปฏิบัติการ และนางสาวนาตยา ภูศรี ผู้อํานวยการกลุ่มโบราณคดี ผู้ดำเนินรายการ จัดโดยสํานักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย         - วันที่ ๖ เมษายน เรื่อง “ศิลปกรรมพื้นถิ่นอีสานเนื่องในพุทธศาสนา” โดยวิทยากร ๑. นางสาวมนัชญา วาจวิศุทธิ์ ผู้อํานวยการสํานักศิลปากรที่ 4 ขอนแก่น ๒. นายพิษณุ เตียเป็น นายช่างศิลปกรรมชํานาญงาน ๓. นางสาวทิพย์วรรณ วงศ์อัสสไพบูลย์ นักโบราณคดีชํานาญการ ๔. นางสาวทรัพย์อนันต์ ซื่อสัตย์ จ้างเหมาปฏิบัติงานด้านโบราณคดีและวัฒนธรรม ๕. นางสาววราพร รัตยวงษ์ นักโบราณคดีชํานาญการ และนายกิตติพงษ์ สนเล็ก ผู้อํานวยการกลุ่มโบราณคดี, นางสาวประวินัส ภารสุวรรณ นักวิชาการวัฒนธรรม ผู้ดำเนินรายการ จัดโดยสำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น         - วันที่ ๗ เมษายน เรื่อง “เปิดหน้ากระดาษเล่าประวัติศาสตร์ ภาษา เอกสาร หนังสือแห่งชาติ” โดยวิทยากร ๑. นายเทิม มีเต็ม ผู้ทรงคุณวุฒิกรมศิลปากร ๒. นางพัชรินทร์ ลั้งแท้กุล นักจดหมายเหตุชํานาญการพิเศษ ๓. นางสาวสุธีรา สัตยพันธ์ นักอักษรศาสตร์ชํานาญการพิเศษ และนางอัจฉรา จารุวรรณ บรรณารักษ์ชํานาญการพิเศษ ผู้ดำเนินรายการ จัดโดยสำนักหอสมุดแห่งชาติ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ และสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์         - วันที่ ๘ เมษายน เรื่อง “เล่าเรื่องปราสาทชายแดนหลังควันปืน” โดยวิทยากร ๑. นายสมเดช ลีลามโนธรรม ผู้อํานวยการกลุ่มโบราณคดี ๒. นายธงชัย มหา ผู้อํานวยการกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน และนายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชํานาญการ ผู้ดำเนินรายการ จัดโดยสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา         ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมฟังเสวนาได้ ตาม QR Code หรือกดลิงก์นี้ https://docs.google.com/forms/d/1ojXUnScDHPROxu-vnBI80J-KgpXJU9A0s5pqmnxAKOI/preview หรือติดตามชมถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ (Facebook Live) กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม https://www.facebook.com/FineArtsDept และ Facebook: กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร https://www.facebook.com/prfinearts มาร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการอนุรักษ์มรดกไทยไปด้วยกัน


พบกับโบราณวัตถุชิ้นสำคัญของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด #หน้าบันสลักภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ และเครื่องประดับรูปนาค 5 เศียร#Roi-Et National Museum : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด #เรียบเรียงโดย นายสุริยชัย เพียรงาน นศ.ฝึกประสบการณ์ สาขาประวัติศาสตร์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม


​ในเชิงสัญลักษณ์ "ผีทะเล" คือตัวแทนของอุปสรรคและกิเลสตัณหา ที่มักเข้ามาซ้ำเติมในยามที่ชีวิตต้องเผชิญกับมรสุม เปรียบเสมือนความกลัวและการขาดสติที่เข้าครอบงำมนุษย์ จนอับจนหนทางและละทิ้งความพยายามที่จะเอาชีวิตรอด ในทางกลับกัน พระมหาชนกทรงเลือกใช้ "สติและปัญญา" เป็นอาวุธในการก้าวข้ามภัยพิบัติเหล่านั้น ​ภาพผีทะเล จึงนับเป็น"อุบายธรรม"อันชาญฉลาดที่ครูช่างโบราณใช้สะท้อนให้เห็นถึงภัยอันน่าสะพรึงกลัวในสังสารวัฏ พร้อมทั้งขับเน้นคุณค่าของ "ความเพียรที่ปราศจากความกลัว" ซึ่งเป็นหัวใจหลักของชาดกเรื่องนี้ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ​ในทางคติชนวิทยา ความเชื่อเรื่อง "ผีทะเล" แท้จริงแล้วคือเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงของคนโบราณ เนื่องจากท้องทะเลเป็นพื้นที่อันตรายและยากเกินกว่าจะคาดเดา การแต่งเติมตัวตนให้ความน่ากลัวของธรรมชาติกลายเป็น "รูปารมณ์ของผี" (รูปร่าง หน้าตา หรือตัวตนของผี) จึงเป็นกุศโลบายที่ทำให้มนุษย์สามารถสร้างข้อห้าม กฎระเบียบ และพิธีกรรมต่าง ๆ ขึ้นมา เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ และหล่อหลอมให้ทุกคนที่อยู่บนเรือตั้งมั่นอยู่ในความไม่ประมาททุกลมหายใจ จิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถวัดภาวนาภิรตาราม เขตบางขุนนนท์ กรุงเทพมหานคร


แม่พิมพ์ต่างหูเมืองโบราณยะรัง จังหวัดปัตตานี  ต่างหูโบราณในยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์  ต่างหู คือ เครื่องประดับใช้สวมใส่ที่สามารถสะท้อนได้ถึงวัฒนธรรม ความเชื่อ หรือสถานะทางสังคมของผู้สวมใส่ มีความนิยมในการใส่มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ นิยมใช้ ตะกั่ว ดีบุก สำริด ทองคำ ฯลฯ เป็นวัตถุดิบในการผลิต วิธีการสวมใส่ต่างหูโบราณ    วิธีการสวมใส่ต่างหูของกลุ่มคนในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 ศึกษาได้จากประติมากรรมที่พบตามเมืองโบราณต่าง ๆ เช่น เมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ เมืองโบราณคูบัว จังหวัดราชบุรี และเมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น โดยมากนิยมใส่ต่างหูลักษณะโค้งงอเป็นวงกลม ในขณะสวมใส่ต้องนำปลายต่างหูที่มีขนาดใหญ่เข้าไปในรูบนใบหูก่อน แล้วคล้องตัวต่างหูซึ่งเป็นก้านขนาดเล็กไว้กับรูบนใบหูที่เจาะไว้ จึงสันนิษฐานว่าต้องมีการขยายรูบนใบหูสำหรับการใส่ต่างหูลักษณะนี้ เพื่อให้ได้รูบนใบหูที่มีขนาดใหญ่พอที่จะสวมต่างหูชนิดนี้ได้ แม่พิมพ์ต่างหูที่พบในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12    แม่พิมพ์ต่างหู คือ แม่พิมพ์เครื่องประดับที่นิยมใช้หินทราย หรือหินดินดานในการทำเป็นแบบ มีการแกะสลัก สำหรับเทน้ำโลหะเหลวให้เกิดเป็นต่างหูรูปแบบต่าง ๆ ส่วนมากนิยมทำเป็นแม่พิมพ์แบบประกบ (Bivalve Mold) มีการพบแม่พิมพ์ต่างหูในเมืองโบราณที่อยู่ในช่วงสมัยพุทธศตวรรษที่ 12 หลายแห่ง อาทิ เมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เมืองโบราณจันเสน จังหวัดนครสวรรค์ เมืองโบราณคูบัว จังหวัดราชบุรี และเมืองโบราณออกแก้ว ประเทศเวียดนาม เป็นต้น การค้นพบแม่พิมพ์ต่างหูที่เมืองโบราณยะรัง  เมืองโบราณยะรังพบแม่พิมพ์ต่างหู ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 3 ชิ้น โดย 2 ชิ้นแรกพบจากการสำรวจของ นายอนันต์ วัฒนานิกร อดีตศึกษาธิการอำเภอยะรัง ภายในพื้นที่โบราณสถานบ้านประแว และโบราณสถานบ้านวัดราว 60 – 70 ปีมาแล้ว ส่วนชิ้นที่ 3 พบจากการขุดค้นโบราณสถานบ้านจาเละหมายเลข 2 เมื่อปี พ.ศ. 2564  แบบที่ 1 สำหรับผลิตต่างหูแบบโค้งงอเป็นวงกลมเกือบจรดกัน  แบบที่ 2 สำหรับผลิตต่างหูมีร่องคล้ายกลีบมะเฟือง แบบที่ 3 สำหรับผลิตต่างหูแบบทรงกลม มีปลายแหลมคล้ายหยดน้ำ สรุป    จากการพบแม่พิมพ์เครื่องประดับนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการติดต่อระหว่างเมืองโบราณยะรังและเมืองโบราณ อื่น ที่มีช่วงอายุสมัยใกล้เคียงกันคือช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 อาทิ เมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เมืองโบราณจันเสน จังหวัดนครสวรรค์ เมืองโบราณคูบัว จังหวัดราชบุรี เมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นต้น    เอกสารอ้างอิง ภูวนาท รัตนรังสิกุล. การศึกษาวิจัยโบราณวัตถุที่มีตะกั่วเป็นองค์ประกอบหลักในวัฒนธรรมทวารวดี. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2555 ศิริพร ลิ่มวิจิตรวงศ์.พัฒนาการทางวัฒนธรรมของ ชุมชนโบราณในเขตพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ก่อนพุทธศตวรรษที่ 19. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต.มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2553 สํานักศิลปากรที่ 11 สงขลา. เมืองโบราณยะรัง อําเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี. นครศรีธรรมราช : โรงพิมพ์อักษรการพิมพ์, 2568 สํานักศิลปากรที่ 11 สงขลา. พัฒนาการทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ 3 จังหวัดชายแดนใต้. สมุทรสาคร : บริษัท บางกอกอิน เฮ้าส์ จํากัด, 2565  Anna Bennett, U Thong city of gold : the ancient history. Bangkok : River book Press, 2023    เรียบเรียง : นางสาวจิตราวลี พวงมณี ผู้ช่วยนักโบราณคดี


สืบ นาคะเสถียร (2492 – 2533)   สืบ นาคะเสถียร หรือนามเดิม สืบยศ เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2492 ที่ตำบลท่างา อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี บิดาชื่อ นายสลับ นาคะเสถียร เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี มารดาชื่อ นางบุญเยี่ยม นาคะเสถียร มีพี่น้อง 3 คน ดังนี้ 1. นายสืบ นาคะเสถียร 2. นายกอบกิจ นาคะเสถียร 3. นางกัลยา รักษาสิริกุล สืบมีบุตรสาว 1 คน คือ เด็กหญิงชินรัตน์ นาคะเสถียร   การศึกษา โดยเป็นที่ทราบกันดีในหมู่ผู้ใกล้ชิดว่าสืบเป็นผู้มีใจรักศิลปะ และเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีระเบียบในการดำเนินชีวิตอย่างเป็นแบบแผน มีบุคลิกประจำตัวคือเมื่อสนใจหรือตั้งใจจะทำอะไรแล้ว ก็จะมีความมุ่งมั่นตั้งใจทำอย่างจริงจังจนประสบความสำเร็จ สืบจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเซนต์หลุยส์ จังหวัดฉะเชิงเทรา และเป็นผู้ที่มีผลการเรียนดีมาโดยตลอด พ.ศ. 2511     เข้าศึกษาที่คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2517     เข้าศึกษาในระดับปริญญาโท สาขาวิชาวนวัฒน์วิทยา                   คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2522     ได้รับทุนจาก British Council ไปศึกษาปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ                             ในสาขาอนุรักษ์วิทยา   การทำงาน พ.ศ. 2516     เข้าทำงานที่สวนสาธารณะของการเคหะแห่งชาติ พ.ศ. 2518     เข้าบรรจุรับราชการในตำแหน่งพนักงานป่าไม้ตรี กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้                            ปฏิบัติหน้าที่ราชการ ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว – เขาชมพู่ จังหวัดชลบุรี พ.ศ. 2524     ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบางพระ                    มีส่วนร่วมในการจัดการและประสานงาน รวมทั้งเป็นวิทยากรฝึกอบรมพนักงานพิทักษ์ป่าอีก                            หลายรุ่น                    พ.ศ. 2526     กลับเข้ามาปฏิบัติราชการประจำฝ่ายวิชาการ กองอนุรักษ์สัตว์ป่า                    พ.ศ. 2529     ปฏิบัติงานในหน้าที่หัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่าตกค้างในพื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชปภา                                      (เชี่ยวหลาน) จังหวัดสุราษฎร์ธานี  พ.ศ. 2530      ปฏิบัติงานในโครงการศึกษาผลกระทบสภาพแวดล้อม เพื่อพัฒนาพื้นที่ป่าพรุโต๊ะแดง จังหวัด  นราธิวาส ต่อมาได้รับคำสั่งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง จังหวัด  สุราษฎร์ธานีอีกตำแหน่งหนึ่ง ในขณะที่ดำรงตำแหน่งยังเป็นอาจารย์พิเศษประจำภาค ชีววิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเริ่มต้นในบทบาทของนักอนุรักษ์ กรณีการสร้าง เขื่อนน้ำโจน จังหวัดกาญจนบุรี                     พ.ศ. 2531     กลับเข้ามาปฏิบัติราชการที่กองอนุรักษ์สัตว์ป่า                     พ.ศ. 2532     เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง                     พ.ศ. 2533     จัดตั้งกองทุนเพื่อรักษาป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร  จัดทำรายงานเพื่อนำเสนอยูเนสโก เพื่อพิจารณาให้ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรและเขตรักษาพันธุ์สัตว์   ป่าห้วยขาแข้งเป็นพื้นที่มรดกโลก เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้ได้รับการดูแลและคุ้มครองอย่างเต็มที่             การถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2533 สืบ นาคะเสถียร ได้สะสางงาน ตั้งศาลเพื่อแสดงคารวะที่มีต่อดวงวิญญาณของเจ้าหน้าที่ซึ่งพลีชีพรักษาป่าห้วยขาแข้ง และได้เขียนพินัยกรรมไว้เรียบร้อย ก่อนกระทำอัตวิบาตรกรรม เพื่อเรียกร้องให้สังคมและราชการหันมาสนใจปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจัง   ข้อมูลหนังสืออนุสรณ์งานศพ   บรรณานุกรม อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ สืบ นาคะเสถียร.  กรุงเทพฯ: ศิลปสนองการพิมพ์, 2533.   รายละเอียดเนื้อหา  การอนุรักษ์สัตว์ป่า รายงานการประเมินผลงานช่วยเหลือสัตว์ป่าตกค้างในพื้นที่อ่างเก็บน้ำโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี   เลขเรียกหนังสือ   ห 923.339 อ128ส สถานที่จัดเก็บ     หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี    


black ribbon.