ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,798 รายการ


ชื่อวัตถุ :: ขันหมากไม้ เลขทะเบียน :: 43/0636/2548 ลักษณะ :: แกะสลักบริเวณตัวขันหมากเป็นรูปฟันปลาล้อมรอบลายประแจจีนและระบายสีลงไปเพื่อเน้นลวดลาย ทำเอวขันหมากคอดเข้าไป และทำส่วนคิ้วยื่นออกมารับกับเชิงขันหมากที่เป็นขาบานออกอย่างขาสิงห์แกะสลักลายลงไปในเนื้อไม้และเขียนสีทั้งใบที่ตัวขันหมากทำช่องใส่เครื่องเชี่ยน หมาก3 ช่อง รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส 2 ช่อง และช่องใหญ่ ทำเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า 1 ช่อง แหล่งที่มาข้อมูล :: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนภิเษก แหล่งที่มาวัตถุ :: แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร   ชื่อวัตถุ :: ขันหมากไม้ เลขทะเบียน :: 43/0650/2553 ลักษณะ :: ตัวขันแกะสลักเป็นลายประแจจีนทั้งใบ ทำสันคิ้วที่ส่วนเอวขันที่เข้าไปต่อกับเชิงขัน ทาสีขาวที่ลายและทาสีแดงที่ส่วนอื่นๆทั้งใบ ไม่ได้ทำช่องใส่เครื่องเชี่ยนหมากแต่อย่างใด แหล่งที่มาข้อมูล :: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนภิเษก แหล่งที่มาวัตถุ :: แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร   ชื่อวัตถุ :: ตะกร้ามีหูหิ้วพร้อมฝา เลขทะเบียน :: 43/0059/2547 ลักษณะ :: ทรงกลม ก้นสอบ สานด้วยหวายเส้นใหญ่ มีฝาปิด และมีหูสำหรับหิ้ว ภาคเหนือเรียก ซ้า ภาคอีสานเรียก กะต่า ภาคใต้เรียก แตรง แหล่งที่มาข้อมูล :: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนภิเษก แหล่งที่มาวัตถุ :: ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี   ชื่อวัตถุ :: ซองพลู เลขทะเบียน :: 43/0068/2553 ลักษณะ :: ตัวซองพลู รูปทรงสี่เหลี่ยมแบน ดุนลายเป็นรูปสิงห์ ด้านข้างดุนลายเถาวัลย์ที่ปลายซองพลูม้วนเป็นวงเข้าหาตัว แหล่งที่มาข้อมูล :: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนภิเษก แหล่งที่มาวัตถุ :: แขวงบางบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร   ชื่อวัตถุ :: ช้อนทองเหลือง เลขทะเบียน :: 43/0081/2554 ลักษณะ :: ช้อนชาที่ระลึกส่วนด้ามด้านหน้ามีข้อความ "เตนี-สหัสชัย"และตราสัญญลักษณ์ช้างสามเศียร ด้านหลังมีข้อความ "25ส.ค.14" แหล่งที่มาข้อมูล :: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนภิเษก   ชื่อวัตถุ :: กล่องเครื่องเขินเลขทะเบียน :: 43/0056/2554 ลักษณะ :: ทรงกระบอก มีส่วนลำตัวและส่วนฝาลงรักและชาดทั่วใบ ส่วนฝา, ลำตัวและส่วนก้นด้านนอกขูดขีดลวดลายพรรณพฤกษาสลับลายช้างถมสีเขียวในร่องบางส่วนเพื่อเน้นลวดลาย บริเวณฐานและขอบปากมีที่สำหรับร้อยเชือกเป็นหูไว้ 4 ด้าน แหล่งที่มาข้อมูล :: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนภิเษก   ชื่อวัตถุ :: ขวดไม้ เลขทะเบียน :: 43/0045/2554 ลักษณะ :: แกะสลักทรงแบน ปลายเรียวสอบ คล้ายใบบัวปากแคบ มีฝาไม้สำหรับเปิดปิด ลำตัวแกะสลักด้วยลวดลายไทย (มีเม็ดเครื่องหอมบรรจุอยู่ภายใน) แหล่งที่มาข้อมูล :: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนภิเษก   ชื่อวัตถุ :: หมวก เลขทะเบียน :: 43/0020/2554 ลักษณะ :: ทรงกลม สานด้วยใบลานเรียงต่อกัน คลี่ออกคล้ายพัดเย็บติดกันด้วยด้าย แหล่งที่มาข้อมูล :: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนภิเษก   ชื่อวัตถุ :: กำไลข้อมือ เลขทะเบียน :: 43/0060/2550 ลักษณะ :: ตัวกำไลเป็นลายปล้องพันเกลียว คือเป็นวงกลมหลายๆวงพันซ้อนกำไลที่แกะสลักลายเรขาคณิตไว้ แหล่งที่มาข้อมูล :: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนภิเษก แหล่งที่มาวัตถุ :: แขวงบางบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร   ชื่อวัตถุ :: ซองพลู เลขทะเบียน :: 43/0046/2550 ลักษณะ :: รูปร่างคล้ายกรวยแบน ทรงหกเหลี่ยมดุนลายใบไม้และดอกไม้ ใช้สำหรับใส่ใบพลูอยู่ในชุดเครื่องเชี่ยนหมาก แหล่งที่มาข้อมูล :: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนภิเษก แหล่งที่มาวัตถุ :: แขวงบางบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร   ชื่อวัตถุ :: ตลับ เลขทะเบียน :: 43/0035/2550 ลักษณะ :: ทรงแปดเหลี่ยมพร้อมฝาปิด กลางฝาแกะสลักและบุลายรูปกิเลน2 ตัว หันหน้าเข้าหากัน อยู่ในกรอบแปดเหลี่ยมซึ่งล้อมรอบด้วยเถาวัลย์ อีกชั้นหนึ่งที่มีลายกลีบบัวซ้อนอยู่รอบนอกอีก3 ชั้น ตัวตลับแกะสลักและบุลายดอกพิกุล เถาวัลย์และลายประแจจีน ก้นตลับจารึกอักษรลาว แหล่งที่มาข้อมูล :: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนภิเษก แหล่งที่มาวัตถุ :: แขวงบางบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร   ชื่อวัตถุ :: ขัน เลขทะเบียน :: 43/0011/2550  ลักษณะ :: ทรงมะนาวตัด บุรูปนักษัตร12ราศี เทวดาและนางฟ้าในช่องสี่เหลี่ยม ใช้ใส่น้ำดื่มหรือข้าวเพื่อตักบาตรพระแหล่งที่มาข้อมูล :: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนภิเษกแหล่งที่มาวัตถุ :: แขวงบางบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร   ชื่อวัตถุ :: พานเชิง เลขทะเบียน :: 43/0008/2550    ลักษณะ :: ทรงสูง ปากบาน ผายออก บุลายดอกไม้ มีเชิงทรงสูง จานแคบ ใช้สำหรับใส่ดอกไม้ธุปเทียนบูชาแหล่งที่มาข้อมูล :: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนภิเษกแหล่งที่มาวัตถุ :: แขวงบางบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร



รายงานบัญชีงบทดลองและเอกสารประกอบงบทดลอง สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา (เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๒)


          ภายหลังจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) เสด็จขึ้นครองราชย์ ในพุทธศักราช ๒๓๙๔ แล้ว พระองค์โปรดให้กรมการเมืองเพชรบุรีไปจัดการบำรุงรักษาถ้ำเขาหลวง อันเป็นศาสนสถานสำคัญที่ทรงมีพระราชศรัทธา ตั้งแต่ครั้งทรงผนวช และมีพระประสงค์ที่จะเสด็จฯ มาเมืองเพชรบุรี           ครั้นในเดือนอ้าย ปีมะเมีย สัมฤทธิศก พุทธศักราช ๒๔๐๑ จึงได้เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคมายังเมืองเพชรบุรี โดยในครั้งนั้นประทับแรมที่พลับพลาค่ายหลวงที่เขาหลวง ซึ่งเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค ภายหลังเป็นสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์) สมุหพระกลาโหม เป็นผู้อำนวยการสร้าง และประทับที่พลับพลาค่ายหลวงบ้านบางทะลุ อีกคืนหนึ่ง ก่อนเสด็จฯ กลับพระนคร           อาจารย์เสยย์ เกิดเจริญ ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์เมืองเพชรบุรี ได้ให้ข้อสันนิษฐานว่าการเสด็จฯ ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในเดือนอ้าย พุทธศักราช ๒๔๐๑ นับเป็นมูลเหตุสำคัญให้มีกระแสพระราชดำริ ในการจะสร้างพระราชวังขึ้นที่เมืองเพชรบุรีด้วย ปรากฏว่าหลังจากเสด็จฯ กลับพระนครแล้ว ได้มีรับสั่งให้พระพรหมบริรักษ์ (สันนิษฐานว่าคือ แย้ม บุณยรัตนพันธุ์ ภายหลังเป็นพระยาสีหราชฤทธิไกร) เจ้ากรมพระตำรวจ ออกมาทำแผนที่ร่วมกับพระยาเพชรบุรี เพื่อกะการสร้างพระราชวังบนเขาสมณ ดังเนื้อความในหมายรับสั่งรัชกาลที่ ๔ ฉบับหนึ่ง มีตอนหนึ่งว่า “…มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สั่งว่า ที่เขาพระนอนนั้น ทอดพระเนตรที่ทางชอบกลพอจะทำพระตำหนักพลับพลาได้…” น่าสนใจว่า พระพรหมบริรักษ์และเจ้าเมืองเพชรบุรี ในชณะนั้นคือใคร           จากการศึกษาสืบค้นทำให้ทราบว่า เจ้าเมืองเพชรบุรีในขณะนั้น คือ พระยาสุรินทรฦๅไชย (เกษ ตาลวันนา) ชาวเพชรบุรี ซึ่งเข้ารับราชการในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จนได้รับตำแหน่งเจ้าเมืองเพชรบุรีในปลายรัชกาลนี้ ครั้นถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เป็นผู้สนองพระราชดำริในการจัดการบูรณะถ้ำเขาหลวง รวมถึงวัดสำคัญอื่น ๆ ด้วย และได้มีส่วนร่วมทำแผนที่ก่อสร้างพระราชวังแห่งใหม่บนเขาสมณ           ผู้มีส่วนในการทำแผนที่สร้างพระราชวังแห่งใหม่อีกคนซึ่งปรากฏชื่อในหมายรับสั่งครั้งรัชกาลที่ ๔ คือ พระพรหมบริรักษ์ ซึ่งเป็นตำแหน่งในกรมพระตำรวจหลวง ซึ่งมีหน้าที่อารักขาพระเจ้าแผ่นดิน และนอกจากนี้ ยังมีหน้าที่ตามที่พระเจ้าแผ่นดินได้มีรับสั่งโปรดเกล้าฯ เป็นครั้งคราว เช่น ไปราชการหัวเมือง ปราบปรามโจรผู้ร้าย เป็นต้น           พระพรหมบริรักษ์ ผู้ได้มาทำแผ่นที่กะการก่อสร้างพระราชวังแห่งใหม่ในครั้งนั้น มีหลักฐานในพระราชหัตถเลขา รัชกาลที่ ๔ ได้แต่งตั้งนายแย้ม บุตรเจ้าพระยาภูธราภัย สมุหนายก เมื่อพุทธศักราช ๒๔๐๑ ให้เป็นพระพรหมบริรักษ์ ก่อนหน้าจะโปรดให้มาเมืองเพชรบุรีไม่นานนัก จึงอนุมานได้ว่า พระพรหมบริรักษ์ ในครั้งนั้น คือ นายแย้ม ซึ่งต่อมาได้เลื่อนบรรดาศักดิ์สูงสุดที่ พระยาสีหราชฤทธิไกร และผู้สืบเชื้อสายต่อมา ได้รับนามสกุลว่า บุณยรตพันธุ์ภาพถ่ายเก่าพระนครคีรี ถ่ายจากบริเวณหอพิมานเพชรมเหศวร์ ทำให้เห็นหมู่พระที่นั่งและอาคารประกอบต่าง ๆ ทั้งโรงสูทกรรม พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์ พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท พระที่นั่งราชธรรมสภา และหอชัชวาลเวียงชัย ข้อมูล/ภาพ : นายณัฐพล ชัยมั่น ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี


ห้องที่ 9 : บันทึกสงขลา จัดแสดงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุตามสาระสำคัญ คือ ศิลปวัตถุของผู้ปกครองเมืองสงขลา เป็นหนึ่งในหลักฐานที่สะท้อนถึงการการปกครอง 3 ช่วงเวลา คือ สงขลาภายใต้ การนำของผู้ปกครองเชื้อสายมุสลิม (สงขลาหัวเขาแดง) สงขลาภายใต้การปกครองของชาวจีน (สงขลาแหลมสนและสงขลาบ่อยาง) และสงขลาภายหลังการปฏิรูปการปกครองเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล ซึ่งมีการปรับบทบาทของเจ้าเมืองให้เป็นผู้ว่าราชการเมืองสงขลา อิทธิพลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นจากศิลปวัตถุ ได้แก่ บานประตูไม้แกะสลักลายจีน ชุดเซารามิกจากตะวันตก และชุดภาชนะทองเหลืองศิลปะของชาวมุสลิม




  ***บรรณานุกรม***  กรมศิลปากร >ประชุมบทละคอนดึกดำบรรพ์ ฉบับสมบูรณ์ พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ นางอาจวิชชาสรร ถ้ำทอง ชัยปาณี ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันที่ 6 สิงหาคม 2502 พระนคร  โรงพิมพ์พระจันทร์ 2502


เรื่องประมวลเรื่องการเมืองต่างประเทศเท่ากับเป็นบันทึกเหตุการณ์ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์แก่นักศึกษาการเมืองต่างประเทศในสมัยนี้บ้าง


ชื่อเรื่อง : อักษรฝักขามที่พบในศิลาจารึกภาคเหนือ ผู้แต่ง : กรรณิการ์ วิมลเกษม ปีที่พิมพ์ : 2527 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : ภาควิชาภาษาตะวันตก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร           อักษรฝักขามที่พบในศิลาจารึกภาคเหนือ เป็นวิทยานิพนธ์มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาถึงตัวอักษรฝักขามที่อยู่ในศิลาจารึกภาคเหนือ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น อักษรธรรมล้านนา อักษรฝักขาม และอักษรไทยนิเทศหรืออักษรขอมเมือง ซึ่งตัวอักษรเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ และโบราณคดีของชนชาติไทยเป็นอย่างยิ่ง


วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๓) เวลา ๑๐.๐๐ น. นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วยผู้บริหารกรมศิลปากร ให้การต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่จาก บริษัท เจเคเอ็น แลนด์มาร์ค จำกัด ในการเข้าพบเพื่อขอคำปรึกษาแนวทางในการก่อสร้างอาคารศูนย์การค้าและการเรียนรู้ โครงการ JKN River King Village จ.นครปฐม


หมวดหมู่                        พุทธศาสนาภาษา                            บาลี/ไทยหัวเรื่อง                          พุทธศาสนา—บทสวดมนต์                                    บทสวดมนต์                                    พระอภิธรรมประเภทวัสดุ/มีเดีย            คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ                    20 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 55 ซม. บทคัดย่อ                      เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากพระครูวิมลสังวร วัดแค ต.รั้วใหญ่ อ.เมืองฯ จ.สุพรรณบุรี


กิจกรรมเนื่องในวันจดหมายเหตุสากลและวันแห่งการสถาปนาสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ประกอบด้วย 1. นิทรรศการเสมือนจริง เรื่อง "หอจดหมายเหตุ: พลังแห่งสังคมความรู้ (Archives: Empowering Knowledge Societies) ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน - 31 สิงหาคม 2563 ผ่านทางเว็บไซต์สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ www.nat.go.th 2. การเสวนาออนไลน์ ถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ https://www.facebook.com/NationalArchivesofThailand ตั้งแต่เวลา 14.00 น. - 15.30 น. จำนวน 4 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 วันที่ 9 มิถุนายน 2563 เรื่อง "จดหมายเหตุส่วนบุคคล: เครือข่ายสังคมความรู้ (Private Archives: Networking Knowledge Society)"วิทยากร:1. ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ2. ผศ.ดร.พีรศรี โพวาทอง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผู้ดำเนินรายการ: นางสาวราศี บุรุษรัตนพันธุ์ ครั้งที่ 2 วันที่ 30 มิถุนายน 2563 เรื่อง "จดหมายเหตุ 2020 : หลักฐาน เทคโนโลยี มรดกทางวัฒนธรรมเพื่อสังคมความรู้ based on #IAW2020" แบ่งออกเป็น 3 ส่วนดังนี้(1) “Archives as Evidence and Trusted Data and Information: กรณีศึกษาจดหมายเหตุดิจิทัลในฐานะหลักฐานในชั้นศาล”วิทยากร:1. อาจารย์ ดร.วราภรณ์ พูลสถิติวัฒน์ ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร2. อาจารย์ ดร.พิมพ์พจน์ สีลาเขต ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(2) “เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการเอกสารและจดหมายเหตุ: กรณีศึกษาปัจจัยการจัดการเวชระเบียน”วิทยากร:1. ผศ.เลิศชัย วาสนานิกรกุลชัย ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร2. อาจารย์ ดร.พิมพ์พจน์ สีลาเขต ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(3) “มรดกทางวัฒนธรรมกับการจัดการจดหมายเหตุสู่ความยั่งยืน"วิทยากร:1. อาจารย์ ดร.กนกพร นาสมตรึก ซิมิโอนิกะ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย2. อาจารย์ ดร.นยา สุจฉายา ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครั้งที่3 วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 เรื่อง "ความปกติใหม่ (New Normal)ที่ท้าทายงาน จดหมายเหตุ: บททดสอบจากสถานการณ์แพร่ ระบาดโควิด 19"วิทยากร:1. นางจุฑาทิพย์ อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ2. นายแพทย์ โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)3. นางสาวชลิดา เอื้อบำรุงจิต ผู้อำนวยการหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) (วิทยากรและผู้ดำเนินรายการ)4. ดร. ฐิติมา ธรรมบำรุง ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)5. นางจิราภรณ์ ศิริธร รองผู้อำนวยการส่วนบริหารงานเอกสาร บริหารงานจดหมายเหตุ และวัตถุพิพิธภัณฑ์ ฝ่ายส่งเสริมความรู้ทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย6. นางสุดารัตน์ ดิษยวรรธนะ จันทราวัฒนากุล รองผู้อำนวยการองค์การ กระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) (Thai PBS)  ครั้งที่4 วันที่ 18 สิงหาคม 2563 เรื่อง "งานจดหมายเหตุ: บทบาทหน้าที่ในสังคมไทย"วิทยากร:1. กรมศิลปากรกับงานจดหมายเหตุ โดย นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร2. วรรณคดีคือจดหมายเหตุที่กวีเป็นผู้บันทึก โดย นายบุญเตือน ศรีวรพจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอักษรศาสตร์ (ภาษาและวรรณกรรม)3. จดหมายเหตุให้อะไรกับสังคม โดย นางจุฑาทิพย์ อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติผู้ดำเนินรายการ: นางสาวราศี บุรุษรัตนพันธุ์ #ThaiVirtualArchives2020



black ribbon.