ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,561 รายการ

เจดีย์สองพี่น้อง  • ก่อนการขุดแต่ง ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา         • บนยอดเขาแดง หรือเขาค่ายม่วง ปรากฏโบราณสถาน เจดีย์สององค์ คือ เจดีย์องค์ดำและเจดีย์องค์ขาว โดยมีศาลาเก๋งจีนอยู่ระหว่างเจดีย์ทั้งสององค์ บนฐานกำแพงกันดิน ก่อด้วยหิน ลักษณะคล้ายป้อมปราการ         • เจดีย์องค์พี่ (เจดีย์องค์ดำ) เป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองบนฐานเขียงสี่เหลี่ยมที่ก่อด้วยหิน ถัดขึ้นไปเป็นฐานแปดเหลี่ยม องค์เจดีย์เป็นชุดฐานสิงห์ซ้อนกัน ๓ ชั้น ส่วนยอดขององค์เจดีย์หักชำรุด องค์พระเจดีย์ฉาบด้วยปูนมีสีคล้ำ ชาวบ้านเรียกว่า “เจดีย์องค์ดำ” ตัวเจดีย์หันหน้าไปทางด้านทิศตะวันตก     • เจดีย์องค์ขาว (เจดีย์องค์น้อง) เป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองบนฐานเขียงสี่เหลี่ยม ถัดขึ้นไปเป็นฐานทรงแปดเหลี่ยมบัลลังก์ขึ้นไปถึงส่วนยอดหักชำรุด องค์พระเจดีย์ก่ออิฐถือปูนฉาบผิวยังอยู่ในสภาพดี ผิวสีขาวชาวบ้านเรียกว่า “เจดีย์องค์ขาว” ที่ลานประทักษิณปรากฏกำแพงแก้วมีช่องเขาสู่ลานประทักษิณ ๒ ด้าน       • สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะ ในการรักษาขอบขัณฑสีมาในเขตเมืองชายแดนภาคใต้ ซึ่งมาชุมนุมทัพบริเวณเชิงเขาแดง โดยการนำทัพครั้งแรกของพระยาพระคลัง เมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๖ (เจดีย์องค์ดำ) ดังปรากฏข้อความในพงศาวดารเมืองสงขลาความว่า  “...เสร็จราชการแล้ว ฯพณฯ แม่ทัพใหญ่กลับเข้ามา ณ เมืองสงขลา จัดแจงก่อพระเจดีย์ไว้ที่เขาเมืองสงขลาองค์หนึ่ง กับทำเก๋งไว้ริมน้ำชายทเลค่ายม่วงไว้แห่งหนึ่งเสร็จแล้วกับเข้าไปกรุงเทพฯ...”        • ส่วนเจดีย์องค์ขาวสร้างโดยพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษาเมื่อคราวยกทัพมารบที่ปัตตานีและไทรบุรี ใน พ.ศ. ๒๓๘๒ ปรากฏข้อความในพงศาวดารเมืองสงขลากล่าวว่า ราวจุลศักราช ๑๒๐๐ (ประมาณ พ.ศ. ๒๓๘๑) ตนกูหมัด สะวะ หลานของเจ้าพระยาไทรบุรียกทัพมาตีไทรบุรีคืน ครั้นเมื่อตีมาถึงจะนะ เทพา และหนองจิก แขกในเมืองนี้ก็สมคบคิดร่วมกันตีเมืองสงขลา กองทัพของพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษา ใช้เวลาปราบปรามถึง ๒ ปีจึงสำเร็จ จากนั้นก็สถาปนาพระเจดีย์ขึ้น ดังปรากฏข้อความว่า  “...ครั้งนั้นพระยาศรีพิพัฒน์แม่ทัพใหญ่ ให้พระยาวิชิตณรงค์อยู่ช่วยรักษาเมืองสงขลา พระยาศรีพิพัฒน์แม่ทัพใหญ่ได้ก่อพระเจดีย์ที่เขาเมืองข้างฝ่ายทักษิณพระเจดีย์เก่าหนึ่ง...” พระเจดีย์บนเขาค่ายม่วงดังกล่าวเป็นพระเจดีย์สำคัญ สภาพเดิมของพระเจดีย์ปรากฏอยู่ในเอกสารชีวิวัฒน์ ความว่า  “...ในลำน้ำสงขลาฝั่งตะวันตก ตั้งแต่เข้าปากอ่าวพ้นแหลมเขาแดงมาแล้ว ที่บนยอดเขานกรำนั้น มีพระเจดีย์เล็ก ๒ องค์ เป็นของสมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่องค์หนึ่งของสมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อยองค์หนึ่ง แต่ชำรุดเสียองค์หนึ่ง…”  จากข้อความดังกล่าวทำให้เห็นสภาพของพระเจดีย์ได้ว่า ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ พระเจดีย์องค์หนึ่งมีสภาพชำรุดแล้ว • การกำหนดอายุสมัย : พุทธศตวรรษที่ ๒๔ • การประกาศขึ้นทะเบียน : กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานพระเจดีย์ของสมเด็จฯ องค์น้อย องค์ใหญ่ บนเขาค่ายม่วง ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๒ วันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘ หน้า ๓๗๑๔ ประกาศเป็นส่วนหนึ่งของโบราณสถานบริเวณเมืองสงขลา ในราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๐๙ ตอนที่ ๑๑๙ วันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๓๕ หน้า ๑๐๑๙๐ พื้นที่โบราณสถานประมาณ ๒,๔๖๐ ไร่   อ้างอิง •  สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ ๑๐ จังหวัดสงขลา. รายงานปฏิบัติงานทางโบราณคดี โครงการฟื้นฟูบูรณะแหล่งประวัติศาสตร์ เขตเมืองสงขลาเก่า โบราณสถานพระเจดีย์สองพี่น้อง. เอกสารอัดสำเนา, ไม่ทราบปีที่พิมพ์  • กรมศิลปากร. ทำเนียบนามแหล่มรดกทางศิลปวัฒนธรรมในเขตพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนใต้ (โบราณสถานจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล). บริษัท บางกอกอินเฮ้าส์ จำกัด, ๒๕๕๕


***บรรณานุกรม***  สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทวีปัญญา เล่ม 1 เมษายน-กันยายน ร.ศ 123 ครบ พ.ศ.2447 มูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปภัมภ์จัดพิมพ์โดยเสด็จพระกุศล ซึ่ง สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงบำเพ็ญในคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร วันที่ 26 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2522 ครบ 54 ปี กรุงเทพฯ  โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย 2522



เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 กรกฎาคม 2560 นางสาวพรพรรณ หงสไกร หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี ให้การต้อนรับ นายสหภูมิ ภูมิธฤติรัช ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม ที่เข้าเยี่ยมเนื่องในโอกาสเดินทางมาตรวจราชการ รอบที่ 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 เขตตรวจราชการที่ 2 และเพื่อหารือการดำเนินงานด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมของจังหวัดชัยนาท








กรมศิลปากรชี้แจงประเด็นข่าวกุฏิพระโบราณ ที่วัดสิงห์ จังหวัดปทุมธานี พังทลายเสียหาย สาเหตุจากช่างที่กรมศิลปากรจ้างมาซ่อมแซมบูรณปฏิสังขรณ์ เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ กรมศิลปากรแถลงข่าวชี้แจงประเด็นกุฏิพระโบราณที่วัดสิงห์ จังหวัดปทุมธานี พังทลายเสียหาย โดยนายเอนก สีหามาตย์ รองอธิบดีกรมศิลปากร นายประทีป เพ็งตะโก ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี นายช่างโยธาและวิศกรควบคุมงาน เป็นผู้แถลงข่าว ณ ห้องประชุมกรมศิลปากร ตามที่รายการเรื่องเล่าเสาร์ – อาทิตย์ ประจำวันอาทิตย์ที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ประจำวันจันทร์ที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง ๓ และหนังสือพิมพ์ข่าวสด หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ ได้เสนอข่าวเกี่ยวกับกุฏิพระโบราณ ที่วัดสิงห์ ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี พังทลายเสียหายทั้งหมด สาเหตุจากช่างที่กรมศิลปากรจ้างมาซ่อมแซมบูรณปฏิสังขรณ์ นั้น   กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี ขอชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวดังนี้ ๑. วัดสิงห์ ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวัดเก่าแก่ซึ่งยังปรากฏเจดีย์ โบสถ์ วิหารเก่าแก่ ควรค่าแก่การศึกษาด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี พระพุทธรูปสำคัญของวัดคือ หลวงพ่อโต พระพุทธรูปลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย สมัยกรุงศรีอยุธยา พระพุทธไสยาสน์ (หลวงพ่อเพชร) นอกจากนี้ยังมีโกศบรรจุอัฐิหลวงพ่อพญากราย ซึ่งเป็นพระมอญธุดงค์มาจำพรรษา ที่วัดสิงห์ บนกุฏิของวัดมีพิพิธภัณฑ์ เก็บรักษาของเก่า ได้แก่ ตุ่มสามโคก แท่นบรรทมของพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อครั้งเสด็จประพาสเมืองสามโคก ใบลานอักษรมอญ ตู้พระธรรม และพระพุทธรูป ด้านหน้าวัดสิงห์มีการขุดค้นพบโบราณสถานเตาโอ่งอ่าง ซึ่งถือ เป็นหลักฐานของการตั้งชุมชนมอญในสมัยแรกในบริเวณนี้นับแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดขอบเขตโบราณสถาน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๕ เล่มที่ ๑๐๙ ตอนที่ ๑๐๙   ๒. กรมศิลปากร สำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี ได้รับการจัดสรรงบประมาณโครงการฟื้นฟูบูรณะโบราณสถานที่ประสบอุทกภัย โครงการบูรณะโบราณสถานวัดสิงห์ จำนวน ๑๒,๐๒๐,๐๐๐ บาท โดยแบ่งเป็น ๒ โครงการ - โครงการงานบูรณะโบราณสถาน จำนวนเงิน ๔,๔๕๐,๐๐๐ บาท - โครงการงานปรับยกระดับ (ปรับดีด) วงเงินสัญญาจ้าง ๗,๕๓๙,๐๐๐ บาท ดำเนินการว่าจ้างบริษัทกันต์กนิษฐ์ ก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ดำเนินงาน ตามสัญญาจ้างเลขที่ ๑๒/๒๕๕๕ เริ่มสัญญาวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ สิ้นสุดวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๕ โดยมีนายเฉลิมศักดิ์ ทองมา นายช่างโยธาชำนาญงาน สำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี เป็นผู้ควบคุมงาน   ๓. เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เวลา ๒๑.๓๐ น. นายเฉลิมศักดิ์ ทองมา ได้รับแจ้งจากตัวแทนบริษัทกันต์กนิษฐ์ ก่อสร้าง จำกัด ในเวลาประมาณ ๑๖.๓๐ น. ขณะที่คนงานอยู่ในช่วงพัก ไม่มีใครอยู่ภายในบริเวณอาคารกุฏิโบราณ ได้ยินเสียงพร้อมทั้งปูนฉาบของตัวอาคารกะเทาะหลุดร่วงลงมา แล้วมุมอาคารด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ เกิดการทรุดตัวลง ทำให้กระเบื้องหลังคาและโครงสร้างหลังคาทั้งหมด ทรุดลงมากองอยู่บริเวณพื้นไม้ชั้นสองของอาคาร ทำให้น้ำหนักบรรทุกของพื้นมากขึ้นกว่าเดิม หลังจากนั้นผนังด้านทิศใต้ ก็ได้พังทลายตามลงมาเนื่องจากรับหนักของหลังคาที่ทรุดลงมาไม่ไหว   ๔. เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เวลา ๙.๐๐ น.ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี (นายประทีป เพ็งตะโก) นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ วิศวกรชำนาญการพิเศษ นายจมร ปรปักษ์ประลัย สถาปนิกชำนาญการ นายเฉลิมศักดิ์ ทองมา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามโคก และคณะกรรมการวัดสิงห์ ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายและหาสาเหตุของการพังทลาย ได้ข้อสรุปดังนี้ ๔.๑ การที่อาคารเกิดการทรุดตัว เนื่องจากพื้นดินรับฐานรากอาคารอยู่ในที่ต่ำชุ่มน้ำตลอดทั้งปี ทำให้อ่อนตัวรับน้ำหนักอาคารไม่ไหวทำให้ผนังอาคารทรุดตัวลงมาประมาณ ๑ ใน ๔ ส่วน ๔.๒ ผนังอาคารมีร่องรอยแตกร้าวจำนวนมาก พบร่องรอยนี้จากการสำรวจเพื่อจัดทำรูปแบบรายการการอนุรักษ์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๔ ๔.๓ ปูนสอเสื่อมสภาพจากการถูกน้ำแช่ขังและใช้งานอาคารมาเป็นเวลานาน ทำให้การยึดตัวของอิฐและปูนสอไม่ดี เป็นสาเหตุให้ตัวอาคารทรุดลงมา ๔.๔ สภาพอาคารที่ปูนฉาบผนังนอกหลุดร่อน ทำให้น้ำซึมผ่านเข้าไปในผนังทำให้ ปูนสอชุ่มน้ำ ทำให้แรงยึดเกาะระหว่างอิฐต่ำ ๔.๕ ขณะที่อาคารทรุดตัวอยู่ระหว่างการขุดเพื่อตรวจสอบฐานของอาคารส่วนที่ จมดินเพื่อเตรียมการกำหนดระยะที่ทำการตัดผนังเพื่อเสริมคานถ่ายแรง ยังไม่ได้ทำการตัดผนัง จึงยังมิได้มีการรบกวนโครงสร้างของอาคารโบราณ แต่ตัวอาคารก็เกิดการทรุดตัวลงมาเสียก่อน   หลังจากทำการตรวจสอบพื้นที่แล้ว สำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี ได้สั่งการให้บริษัทผู้รับจ้างทำการค้ำยันผนังส่วนที่เหลือโดยให้ดำเนินการตามคำแนะนำของวิศวกร และทำการจัดเก็บวัสดุส่วนที่สามารถนำมาก่อสร้างเพื่อคืนสภาพอาคารไปจัดเก็บในที่ให้เรียบร้อย รวมทั้งได้เร่งรัดให้ผู้รับจ้างดำเนินการบูรณะกุฏิให้คืนสภาพโดยเร็ว โดยให้บริษัทผู้รับจ้างร่วมกับสถาปนิก วิศวกร และผู้เกี่ยวข้อง ปรับปรุงรูปแบบรายการ และวิธีปรับดีดให้สอดคล้องเหมาะสมกับสภาพปัจจุบันของกุฏิ และให้ดำเนินการบูรณะกุฏิให้กลับคืนสภาพเดิม โดยให้เป็นไปตามรูปแบบรายการบูรณะที่ได้รับอนุญาต


อบรมผู้ใช้งานระบบสัมมนาออนไลน์ ในวันที่ 28 มีนาคม 2556   ตั้งแต่เวลา 9.00 - 16.00 โดยเจ้าหน้าที่บริษัท เอ็มเวิร์ค กรุ๊ป จำกัด   สถานที่ : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ ติดต่อ : เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ โทรศัพท์ 02-2222222


ศุกร์, 21 มีนาคม 2556,  1:00 - 10:00   อบรมผู้ใช้งานระบบสัมมนาออนไลน์ ในวันที่ 22 มีนาคม 2556 ตั้งแต่เวลา 9.00 - 16.00 โดยเจ้าหน้าที่บริษัท เอ็มเวิร์ค กรุ๊ป จำกัด สถานที่ : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศติดต่อ : เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ โทรศัพท์ 02-2222222


วันพุธที่ ๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๘ นายขจร มุกมีค่า ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้างานสำรวจตรวจสภาพ โบราณสถานบารายเมืองพิมายด้านทิศใต้ และถากถางกำจัดวัชพืชเพื่อวางแนวสำรวจถนนเข้าสู่แหล่ง เพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม งบประมาณ ๒๕๕๙




black ribbon.