ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,152 รายการ

เลขทะเบียน : นพ.บ.692/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 296 หน้า ; 4 x 56 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 218 (208) ผูก 2 (2568)หัวเรื่อง : พระยาคันคาก--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ขอเชิญร่วมกิจกรรม แซนวิชจิ๋วน่าหม่ำ -ในโครงการ KIDsเรียนรู้ @หอสมุดแห่งชาติฯ กาญจนบุรี -อุปกรณ์ฟรี -สอนฟรี -แล้วพบกันนะคะ



เลขทะเบียน  นม.บ.9/2




#สาระอีสาน นำเสนอและเผยแพร่เกร็ดความรู้ต่าง ๆ จากข้อมูลท้องถิ่นอีสานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สำหรับวันนี้ขอนำเสนอเรื่อง “#โปรตีนหน้าแล้งในภาคอีสาน” เรียบเรียงโดย นายวรธน พึ่งเฮง เจ้าพนักงานห้องสมุดปฏิบัติงาน เนื้อหามีดังนี้ . เมื่อฤดูแล้งมาถึง ภูมิประเทศของภาคอีสานที่ค่อนข้างแห้งแล้งทำให้แหล่งน้ำ ตามธรรมชาติอย่างหนอง บึง และทุ่งนา ลดระดับลงอย่างมาก การหาอาหารจากไร่นาจึงไม่ง่ายเหมือนฤดูอื่น แต่ท่ามกลางข้อจำกัดนี้ ชาวอีสานได้สร้างภูมิปัญญาการหาอาหารจากธรรมชาติรอบตัว เพื่อให้ยังสามารถดำรงชีวิตได้อย่างพอดีและรู้คุณค่า . แหล่งโปรตีนสำคัญในช่วงหน้าแล้งมักมาจากสัตว์ขนาดเล็กและแมลงที่พบได้ทั่ว ไปตามทุ่งนาและป่า เช่น จิ้งหรีด ตั๊กแตน แมงกุดจี่ หรือแมงมัน แมลงเหล่านี้อุดมไปด้วยโปรตีน และสามารถนำมาปรุงอาหารพื้นบ้านได้ หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคั่ว ทอด หรือปรุงร่วมกับเครื่องเทศพื้นถิ่น กลายเป็นเมนูเรียบง่ายที่ให้ทั้งพลังงานและรสชาติ . ขณะเดียวกัน สัตว์น้ำขนาดเล็กจากแหล่งน้ำที่กำลังแห้ง เช่น ปลาตัวเล็ก ปูนา หรือหอยน้ำจืด ก็เป็นอีกแหล่งอาหารสำคัญ ชาวบ้านมักจับมาปรุงอาหาร หรือถนอมไว้กินได้นาน เช่น การหมักปลาเพื่อทำ “ปลาร้า” ภูมิปัญญาการถนอมอาหารที่สำคัญของชาวอีสาน ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นส่วนประกอบหลักของอาหารอีสานหลายเมนู . เรื่องราวของ “โปรตีนหน้าแล้ง” จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องอาหารเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และวิถีชีวิตของผู้คน ที่เรียนรู้จะใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า และปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม . จากอาหารที่ครั้งหนึ่งเกิดจากความจำเป็น วันนี้กลับกลายเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมอาหารอีสาน ที่บอกเล่าภูมิปัญญาและวิถีชีวิตของผู้คนได้อย่างงดงาม . บรรณานุกรม • ณัฐชา ตะวันนาโชติ. ลบมายาคติ “ไผว่าอีสานแล้ง” สิจูงแขนเพิ่นไปสำรวจวัตถุดิบอีสานฉบับอุดมสมบูรณ์. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 10 มีนาคม 2569, จาก: https://www.creativethailand.org/article-read... • ติ๊ก แสนบุญ. แนวกินถิ่น “อีสาน” วิถีชีวิตกับ “อาหาร” พื้นบ้าน จากข้าวเหนียว-แมง-แมลง-ปลา. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 11 มีนาคม 2569, จาก: https://www.silpa-mag.com/culture/article_40863 • ไทยพีบีเอส. อาหารอีสานกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมการกิน. (วีดิทัศน์). [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 10 มีนาคม 2569, จาก: https://www.thaipbs.or.th/program/EatamAre/episodes/86409 • อรุณวตรี รัตนธารี. ล้อมวงกิน ‘พาแลง’ สำรับสานสัมพันธ์ฝั่งอีสาน. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 10 มีนาคม 2569, จาก: https://krua.co/food_story/palang-isaan-dining • อีสานอินไซต์. อาหารอีสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นและสังคมอีสาน. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 10 มีนาคม 2569, จาก: https://isaninsight.kku.ac.th/archives/9663 • ลูกอีสาน อ่านนอกเวลาที่ผมย่อเอาไว้. บทที่ 2 หาอาหารบนหน้าแล้ง. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 10 มีนาคม 2569, จาก: https://shortreadingthi.blogspot.com/2013/11/2.html #NLTKORAT #โปรตีนหน้าแล้ง #ภูมิปัญญาอีสาน #อาหารพื้นบ้านอีสาน #ของกินพื้นถิ่น #ท้องถิ่น #สารานุกรม #อีสาน #ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ #วัฒนธรรมอีสาน #ภูมิปัญญาท้องถิ่น #อีสาน


กิจกรรม Museum on tourหน่วยงานผู้รับผิดชอบ : สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่


        พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จัดโครงการเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน ประจำปี ๒๕๖๙ ครั้งที่ ๓ กิจกรรมบรรยายพิเศษ หัวข้อ “มรดกศิลป์แผ่นดินสยาม: สุดยอดเบญจรงค์ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร” วิทยากรโดย อาจารย์ ดร.ปริวรรต ธรรมาปรีชากร ผู้เชี่ยวชาญเครื่องปั้นดินเผาจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วันอาทิตย์ที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ณ ห้องประชุม อาคารดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร          ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ลิงก์นี้ https://forms.gle/qJmYFGRPGTy5jWuu8 หรือ QR code สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ฝ่ายวิชาการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๔๐๒, ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๓๓ Facebook “education.nmb : เที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร” https://www.facebook.com/eduNMB   


  ผู้แต่ง/ผู้แปล/ผู้เรียบเรียง : Author:  กรมศิลปากร. กระทรวงวัฒนธรรม. Call#:  - ครั้งที่พิมพ์ : Edition:  - ผู้พิมพ์ : Publisher:  กรมศิลปากร อธิบาย : Description:  แนะนำหนังสือห้องกรมศิลปากรและหนังสือหายาก เดือนกุมภาพันธ์ 2556 ISBN:  - ราคา : Price:  - กรมศิลปากร. กระทรวงวัฒนธรรม. ภูมิแผ่นดินมรดกไทย: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับ- การเสด็จพระราชดำเนินแหล่งมรดกไทย.             กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2554. 256 หน้า. ภาพประกอบ.             จัดทำเนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดีจักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงเจริญพระ-ชนมพรรษา 7 รอบ วันที่5 ธันวาคม พุทธศักราช 2554 ภายในเล่มแบ่งเนื้อหาออกเป็น 6บทคือบทที่1 พระมหากรุณาธิคุณต่อการนุรักษ์มรดกไทย บทที่2 แหล่งมรดกวัฒนธรรมโบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย บทที่3 พระมหากรุณาธิคุณต่อแหล่งมรดกฯ ภาคกลางและภาคตะวันออก บทที่4 พระมหากรุณาธิคุณแหล่งมรดกฯภาคเหนือ บทที่5 พระมหากรุณาธิคุณต่อแหล่งมรดกฯภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บทที่6 พระมหากรุณาธิคุณต่อแหล่งมาดกฯภาคใต้ ท้ายเล่มมีบรรณานุกรม และภาคผนวก ศ 930.1 ศ528ภ


ผู้แต่ง : พระเทพวิสุทธิเวทีปีที่พิมพ์ : 2531 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : พิฆเณศ พริ้นท์ติ้ง      เซ็นเตอร์ ประวัติศาสตร์เมืองพะเยายุคหลัง จะว่าด้วยเรื่อง เมืองพะเยายุคหลัง และการแต่งตั้งผู้ครองเมืองพะเยา, ความสัมพันธ์ระหว่างวัดเหนือ – วัดใต้, บันทึกเหตุการณ์ประจำวันของครูศรีวิลาสวชิรปัญญา, เรื่องปู่แสนผิ่ว เสมอเชื้อ, เรื่องกัปตันเยนเซ่น, บันทึกเรื่องรื้อโบราณสถานและโบราณวัตถุเพื่อสร้างกำแพงเมือง และสืบชาตาเมือง


นิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ เรื่อง "สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี - องค์เอกอัครราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมไทย"




ที่ตั้ง              วัดศรีธาตุประมัญชา  บ้านหนองแวง  ตำบลจำปี  อำเภอศรีธาตุ  จังหวัดอุดรธานี พิกัดแผนที่       แผนที่ระวาง  5642  IV  มาตราส่วน  1: 50,000                    พิมพ์ครั้งที่  1 -RTSD  ลำดับชุด  L  7017                    พิกัดกริด48  QUD  063771                    เส้นรุ้ง  ๑๗  องศา  ๕๘  ลิปดา  ๑๓  ฟิลิปดา  เหนือ                    เส้นแวง  ๑๐๓  องศา  ๑๐  ลิปดา  ๕๐  ฟิลิปดา  ตะวันออก   สิ่งสำคัญที่ขึ้นทะเบียน                    ๑.พระธาตุเจดีย์                    ๒.อุโบสถ ( สิม )   ประวัติสังเขป                    เดิมเป็นวัดร้าง  ต่อมาในปี  พ.ศ.  ๒๔๕๘  ราษฎรจากบ้านพันลำได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานและหักร้างถางพงได้พบเนินดินร้างซึ่งมีพระธาตุ  และมีเสมาหินสลักเป็นรูปดอกบัว  ปักเรียงรายอยู่โดยรอบ  บนใบเสมายังมีอักษรโบราณจารึกไว้  ๒  แถว ( สูญหาย )  ต่อมาในปี  พ.ศ.  ๒๔๖๒  มีพระภิกษุจากบ้านท่าคันโทได้ธุดงค์มาพบวัดร้างนี้จึงได้อยู่จำพรรษา  ภายหลังชาวบ้านจึงช่วยกันบูรณะปฏิสังขรณ์  และสร้างวัดขึ้นใหม่  ได้สร้างพระอุโบสถหลังแรกขึ้นในปี  พ.ศ.  ๒๔๖๔   ลักษณะรูปแบบศิลปกรรม                    พระธาตุเจดีย์  ก่อด้วยอิฐสอดิน  รูปทรงสี่เหลี่ยม  ฐานล่างเป็นฐานกึ่งฐานบัว  ซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไป  ถัดจากฐานบัวขึ้นไปเป็นองค์ระฆัง  ลักษณะศิลปกรรมแบบล้านช้าง  สันนิษฐานว่ารูปแบบที่สมบูรณ์ของพระธาตุน่าจะคล้ายคลึงกับพระธาตุอิงฮัง  ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  ซึ่งมีส่วนเรือนธาตุเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส  โดยมีเรือนธาตุ  ๓  ชั้นซ้อนลดหลั่นกัน  ส่วนยอดเป็นรูปดอกบัวตูม   อายุสมัย          ราวพุทธศตวรรษที่  ๒๓ -๒๔  สมัยวัฒนธรรมล้านช้าง   ประเภทโบราณสถาน                    ศาสนสถานในพุทธศาสนา   ลักษณะการใช้งานในปัจจุบัน                    เป็นที่เคารพสักการบูชาของท้องถิ่น   การดำเนินงาน                    ปี พ.ศ.  ๒๕๓๙  สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  ที่  ๗  ขอนแก่น  ดำเนินการขุดแต่งและบูรณะ   การขึ้นทะเบียน                    ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน  ในราชกิจจานุเบกษา  เล่ม  ๑๑๖  ตอนพิเศษ  ๗ ง.  วันที่  ๒๒  มกราคม  ๒๕๔๒  พื้นที่  ๑  ไร่  ๑  งาน  ๗๐  ตารางวา   ที่มาของข้อมูล                    ๑.ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖ ตอนพิเศษ ๗ ง. หน้า ๓ วันที่ ๒๒  มกราคม ๒๕๔๒                    ๒.สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  ที่  ๗  ขอนแก่น , ทำเนียบโบราณสถานอีสานบน , เอกสารอัดสำเนา , ๒๕๔๒


    วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร จัดกิจกรรมในชื่อ "โครงการจัดกิจกรรมพิเศษเนื่องในวันสำคัญและเทศกาลประจำปีของไทย" เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกวันพระ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "วันธรรมสวนะ" ซึ่งได้จัดกิจกรรมนี้ติดต่อกันมาเป็นระยะเวลาเข้าปีที่ ๗ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกและทัศนคติที่ดีให้ชุมชนในการช่วยกันอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณี ตลอดจนศิลปกรรม ให้คงอยู่สืบไป กิจกรรมดัวกล่าวได้นิมนต์พระสงฆ์เข้ามาแสดงพระธรรมเทศนา สวดมนต์และนั่งสมาธิ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน ประชาชนทั่วไป เข้ามาปฏิบัติในกิจกรรมดังกล่าวทุกครั้งที่มีกิจกรรมนี้ประมาณ ๕๐-๑๐๐ คน


black ribbon.