ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,820 รายการ

ที่ตั้ง              วัดศรีธาตุประมัญชา  บ้านหนองแวง  ตำบลจำปี  อำเภอศรีธาตุ  จังหวัดอุดรธานี พิกัดแผนที่       แผนที่ระวาง  5642  IV  มาตราส่วน  1: 50,000                    พิมพ์ครั้งที่  1 -RTSD  ลำดับชุด  L  7017                    พิกัดกริด48  QUD  063771                    เส้นรุ้ง  ๑๗  องศา  ๕๘  ลิปดา  ๑๓  ฟิลิปดา  เหนือ                    เส้นแวง  ๑๐๓  องศา  ๑๐  ลิปดา  ๕๐  ฟิลิปดา  ตะวันออก   สิ่งสำคัญที่ขึ้นทะเบียน                    ๑.พระธาตุเจดีย์                    ๒.อุโบสถ ( สิม )   ประวัติสังเขป                    เดิมเป็นวัดร้าง  ต่อมาในปี  พ.ศ.  ๒๔๕๘  ราษฎรจากบ้านพันลำได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานและหักร้างถางพงได้พบเนินดินร้างซึ่งมีพระธาตุ  และมีเสมาหินสลักเป็นรูปดอกบัว  ปักเรียงรายอยู่โดยรอบ  บนใบเสมายังมีอักษรโบราณจารึกไว้  ๒  แถว ( สูญหาย )  ต่อมาในปี  พ.ศ.  ๒๔๖๒  มีพระภิกษุจากบ้านท่าคันโทได้ธุดงค์มาพบวัดร้างนี้จึงได้อยู่จำพรรษา  ภายหลังชาวบ้านจึงช่วยกันบูรณะปฏิสังขรณ์  และสร้างวัดขึ้นใหม่  ได้สร้างพระอุโบสถหลังแรกขึ้นในปี  พ.ศ.  ๒๔๖๔   ลักษณะรูปแบบศิลปกรรม                    พระธาตุเจดีย์  ก่อด้วยอิฐสอดิน  รูปทรงสี่เหลี่ยม  ฐานล่างเป็นฐานกึ่งฐานบัว  ซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไป  ถัดจากฐานบัวขึ้นไปเป็นองค์ระฆัง  ลักษณะศิลปกรรมแบบล้านช้าง  สันนิษฐานว่ารูปแบบที่สมบูรณ์ของพระธาตุน่าจะคล้ายคลึงกับพระธาตุอิงฮัง  ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  ซึ่งมีส่วนเรือนธาตุเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส  โดยมีเรือนธาตุ  ๓  ชั้นซ้อนลดหลั่นกัน  ส่วนยอดเป็นรูปดอกบัวตูม   อายุสมัย          ราวพุทธศตวรรษที่  ๒๓ -๒๔  สมัยวัฒนธรรมล้านช้าง   ประเภทโบราณสถาน                    ศาสนสถานในพุทธศาสนา   ลักษณะการใช้งานในปัจจุบัน                    เป็นที่เคารพสักการบูชาของท้องถิ่น   การดำเนินงาน                    ปี พ.ศ.  ๒๕๓๙  สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  ที่  ๗  ขอนแก่น  ดำเนินการขุดแต่งและบูรณะ   การขึ้นทะเบียน                    ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน  ในราชกิจจานุเบกษา  เล่ม  ๑๑๖  ตอนพิเศษ  ๗ ง.  วันที่  ๒๒  มกราคม  ๒๕๔๒  พื้นที่  ๑  ไร่  ๑  งาน  ๗๐  ตารางวา   ที่มาของข้อมูล                    ๑.ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖ ตอนพิเศษ ๗ ง. หน้า ๓ วันที่ ๒๒  มกราคม ๒๕๔๒                    ๒.สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  ที่  ๗  ขอนแก่น , ทำเนียบโบราณสถานอีสานบน , เอกสารอัดสำเนา , ๒๕๔๒


    วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร จัดกิจกรรมในชื่อ "โครงการจัดกิจกรรมพิเศษเนื่องในวันสำคัญและเทศกาลประจำปีของไทย" เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกวันพระ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "วันธรรมสวนะ" ซึ่งได้จัดกิจกรรมนี้ติดต่อกันมาเป็นระยะเวลาเข้าปีที่ ๗ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกและทัศนคติที่ดีให้ชุมชนในการช่วยกันอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณี ตลอดจนศิลปกรรม ให้คงอยู่สืบไป กิจกรรมดัวกล่าวได้นิมนต์พระสงฆ์เข้ามาแสดงพระธรรมเทศนา สวดมนต์และนั่งสมาธิ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน ประชาชนทั่วไป เข้ามาปฏิบัติในกิจกรรมดังกล่าวทุกครั้งที่มีกิจกรรมนี้ประมาณ ๕๐-๑๐๐ คน


       หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อุบลราชธานี ได้จัดพิมพ์หนังสือจำนวน ๒ เรื่องคือ ๑.จดหมายเหตุถนนสายสำคัญ เมืองอุบลราชธานี และ ๒.หนังสือแนะนำ หอจดหมายเหตุอุบลฯ กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องการทำลายหนังสือราชการ       ทั้งนี้ทางหจช.อุบลราชธานีได้ทำหนังสือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (๔ สีทั้งเล่ม) เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับ ผู้ที่สนใจ หากท่านใดสนใจหนังสือฉบับพิมพ์ (ขาว-ดำ) โปรดติดต่อทางหอจดหมายเหตุฯ อุบลราชธานีได้โดยตรง



วันศุกร์ที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๓ เวลา ๑๐.๓๐ น. นักเรียนชั้นประถมศึกษาที่ ๑ - ๓ โรงเรียนบ้านขอนแตก ตำบลขอนแตก อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ จำนวนนักเรียน ๖๕ คน คุณครูจำนวน ๕ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โดยมี นางศรีสุดา ศรีสด พนักงานประจำห้อง ให้การต้อนรับและบรรยายนำชม





ประวัติศาสตร์โบราณคดีของจังหวัดชัยนาทชั้นล่างจัดแสดงเรื่องราวด้านประวัติศาสตร์โบราณคดีของจังหวัดชัยนาท โบราณวัตถุที่จัดแสดง ได้แก่ เครื่องใช้ เครื่องประดับสมัยก่อนประวัติศาสตร์และสมัยทวารวดี พระพุทธรูปสมัยต่างๆจัดแสดงโบราณวัตถุที่สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เช่น ตู้พระธรรม เครื่องบริขารถมปัด ประติมากรรมและเครื่องถ้วยในศิลปะลพบุรี ศิลปะสุโขทัย ศิลปะอยุธยา ศิลปะรัตนโกสินทร์ และศิลปะจีน


***บรรณานุกรม*** หนังสือหายาก พงษาวดารจีน เรื่องตั้งฮั่น เล่ม ๑.  พระนคร : โรงพิมพ์พานิชศุภผล, ม.ป.ป..


เลขทะเบียน ๗๖/ ๒๕๑๙ สมัยทวารวดี (ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒) หิน, ยาว ๖๓.๕ เซนติเมตร สูง ๓๐ เซนติเมตร หนา ๑๕ เซนติเมตร           นายประสาร บุญประคอง พบจารึกนี้ในบริเวณระเบียงองค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๖ ย้ายมาจากพิพิธภัณฑ์วัดพระปฐมเจดีย์ เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๔ (ทะเบียนจารึก นฐ.๒) สภาพของจารึกชำรุดมากโดยเฉพาะตัวอักษรข้อความทางตอนต้นบรรทัด           ลักษณะของจารึกชิ้นนี้เป็นแผ่นหินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ปลายด้านหนึ่งโค้งมน จารึกเพียงด้านเดียว มีจำนวน ๒ บรรทัด ด้านข้างและด้านบนของแผ่นหินโกลนไว้ จนแลดูเรียบร้อยกว่าด้านหลังซึ่งขรุขระกว่ามาก           นายชะเอม แก้วคล้าย ได้อ่านแปลและวิจารณ์ไว้จากอักษรที่เหลืออยู่ สรุปได้ว่าเป็น คาถา เย ธฺมมา จารึกด้วยอักษรปัลลวะ ภาษาบาลี อายุของตัวอักษรราว พุทธศตวรรษที่ ๑๒ แปลว่า ธรรมเหล่าใดมีเหตุเป็นแดนเกิด พระตถาคต ตรัสเหตุ และความดับแห่งธรรมเหล่านั้น พระมหาสมณะ มีปกติตรัสอย่างนี้ฯ คาถาเย ธมฺมา ถือเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนามาจากคาถาสมบูรณ์ ดังนี้ "เย ธมฺมา เหตุ ปัพฺพวา เตสํ เหตุงฺ ตถาคโต เตสญฺจะ โย นิโรโธ จะ เอวํ วาที มหาสมฺโณ" "ธรรมเหล่าใดเกิดแต่เหตุ พระตถาคตเจ้าทรงแสดงเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น และความดับแห่งธรรมเหล่านั้น พระมหาสมณะมีปกติ ทรงสั่งสอนอย่างนี้"           ความเป็นมาของพระคาถาบทนี้ปรากฏอยู่ในประวัติของพระสารีบุตร พระอัครสาวกเบื้องขวา มีเนื้อความโดยย่อคือ หลังจากที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้และแสดงธรรมสั่งสอนประกาศพระศาสนาแล้ว ครั้งหนึ่งได้เสด็จมาประทับอยู่ ณ เวฬุวันมหาวิหาร กรุงราชคฤห์ วันหนึ่ง พระอัสสชิ ผู้เป็นหนึ่งในพระปัญจวัคคีย์ซึ่งตามเสด็จฯ พระพุทธองค์มาด้วย เข้าไปบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ ระหว่างทาง อุปติสสะปริพพาชกซึ่งเดินทางมาจากสำนักปริพพาชกได้พบเห็นพระอัสสชิมีกิริยาอาการอันสงบสำรวม น่าเลื่อมใส จึงอยากทราบว่าใครเป็นศาสดาของพระอัสสชิและมีคำสั่งสอนเช่นไร พระอัสสชิจึงแจ้งว่าตนเป็นนักบวชในสำนักของพระมหาสมณะ ผู้เป็นโอรสแห่งศากยวงศ์ พร้อมกับแสดงธรรมอันย่นย่อของพระพุทธองค์ ซึ่งก็คือพระคาถา เย ธมฺมาฯ นั่นเอง           จากนั้น อุปติสสะปริพพาชกจึงเดินทางกลับมายังสำนัก และบอกเล่าเรื่องที่ได้พบกับพระอัสสชิ ตลอดจนแสดงธรรมที่พระอัสสชิกล่าวให้แก่สหาย คือโกลิตตะปริพพาชกฟัง จนกระทั่งเกิดดวงตาเห็นธรรมเช่นกัน ปริพพาชกทั้งสองพร้อมด้วยบริวารจึงพากันไปเข้าเฝ้าฯ พระพุทธองค์ยังเวฬุวันมหาวิหาร และทูลขออุปสมบท พระพุทธองค์จึงประทานอนุญาตให้ปริพพาชกทั้งสองพร้อมด้วยบริวารได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ           พระโกลิตตะปริพพาชก ซึ่งต่อมาก็คือพระโมคคัลลานะ หลังจากอุปสมบทได้ ๗ วัน ก็สำเร็จอรหัตตผล ส่วนอุปติสสะปริพพาชก หรือพระสารีบุตร บรรลุเป็นอรหันต์หลังจากอุปสมบทได้ ๑๕ วัน ส่วนบริวารทั้งหลายภายหลังก็ได้บรรลุเป็นอรหันต์จนหมดสิ้น           โดยพระคาถานี้ ทำให้พระพุทธองค์ทรงได้สาวกองค์สำคัญ คือพระโมคคัลลานะและพระสารีบุตรมาเป็นอัครสาวกซ้ายขวา พุทธศาสนิกชนจึงนับถือกันเป็นพระคาถาวิเศษ ถือเป็นสัมฤทธิมนต์สำหรับเปลี่ยนแปลงความนับถือของผู้ที่ยังไม่เคยสดับรับฟังพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ จึงนิยมจารึกไว้เพื่อประกาศพระพุทธศาสนาให้เผยแผ่ออกไป           พระคาถา เย ธมฺมาฯ จึงมักพบปรากฏอยู่ในงานศิลปกรรมทางพุทธศาสนาตั้งแต่ยุคแรกๆ เช่นในศิลปะทวารวดีและศิลปะศรีวิชัย นอกจากที่จารึกอยู่บนพระพิมพ์แล้ว ยังพบปรากฏอยู่บนศาสนวัตถุอื่นๆ เช่นเสาศิลาจารึก ฐานธรรมจักร หรือภาพสลักพระพุทธรูปอีกด้วย           นอกจากศิลาจารึกคาถาเย ธมฺมา ข้างต้นแล้ว ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ ยังเก็บรักษายอดสถูปจำลอง ตามประวัติกล่าวว่าพบที่วัดพระงาม อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ลักษณะของยอดสถูปจำลอง คล้ายหม้อทรงกลมแป้น คดคอดสั้น มีขอบปากผาย ส่วนเชิงเป็นทรงกระบอกสูงตอนปลายผายออก ซึ่งส่วนล่างของเชิง มีจารึก ๑ แถว เป็นจารึก เย ธมฺมา ภาษาบาลี อักษรปัลลวะแบบหวัด จะเห็นได้ว่าในดินแดนเมืองนครปฐมโบราณ มีหลักฐานโบราณวัตถุหลายประการที่สะท้อนถึงการแรกรับเอาพระพุทธศาสนาเข้ามาประดิษฐานยังนครรัฐ นอกเหนือไปจากธรรมจักรอย่างที่พบเป็นจำนวนมากเลขทะเบียน ๓๐๕/ ๒๕๑๙ สมัยทวารวดี (ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๖) ดินเผา, เส้นผ่าศูนย์กลางยอด ๑๒.๕ เซนติเมตร สูง ๓๕.๕ เซนติเมตร           หากผู้สนใจต้องการศึกษาจารึกไม่เพียงแต่เฉพาะภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ เท่านั้น ภายในบริเวณวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร ยังมีศิลาจารึกคาถาเย ธมฺมา ให้ศึกษาได้ คือ บริเวณภายในเก๋งจีนหน้าพระอุโบสถวัดพระปฐมเจดีย์ หรือที่เรียกว่าศิลาจารึกที่ศาลเจ้า พระปฐมเจดีย์ จารึกด้วยอักษรปัลลวะ ภาษาบาลี อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ เช่นกัน



เลขทะเบียน : นพ.บ.7/12ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  42 หน้า  ; 4 x 55 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 5 (47-61) ผูก 9หัวเรื่อง : อัพภันตรนิทาน--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.32/2ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  32 หน้า  ; 4.7 x 57.5 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 18 (189-193) ผูก 2หัวเรื่อง : สังฮอมธาตุ --เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.55/ก/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  48 หน้า ; 4 x 51.3 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 36 (359-363) ผูก 3หัวเรื่อง :  มหานิปาตวณฺณนา --เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


black ribbon.