ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,128 รายการ

ชื่อแบบฉบับ : มหานิปาตวณฺณนา ชาตกฎฺฐกถา ขุทฺทกนิกายฎฺฐกถา (ผูก ข2) ชื่อเรื่อง : ทสชาติ  สุวรรณสามชาดก-นารทชาดก (ผูก ข2) เลขทะเบียน : ชม.บ.557/ข2 ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ                     ผู้สร้าง : อุบาสิภิกษุ                   ปีที่สร้าง : จ.ศ.1085 (พ.ศ.2266) จำนวน : 1  คัมภีร์  14 ผูก (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก ก1, ข1-3, ค1-5:4ก, ฆ1-2, ง1-2)    จำนวนบรรทัด : 5 บรรทัด          จำนวนหน้า : 52 หน้า อักษร : ธรรมล้านนา                  ภาษา : บาลี-ไทยล้านนา             เส้น : จาร ฉบับ : ล่องชาด                        ไม้ประกับ : ทารัก ขอบทาชาด      ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน ประวัติ : อุบาสิภิกษุสร้าง จ.ศ.1085 (พ.ศ.2266 สมัยอยุธยา รัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ) มี 5 เรื่อง ได้มาจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่  เมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม 2531 โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568


เลขทะเบียน : นพ.บ.748/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 26 หน้า ; 5 x 60 ซ.ม. : ชาดทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 234 (370-381) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : ปัญญาบารมี --เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อ : ติ้วขาว ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cratoxylum formosum (Jack) Benth. & Hook.f. ex Dyer วงศ์ : Hypericaceae ไม้พุ่มหรือไม้ต้น ผลัดใบ อาจสูงได้ถึง 20 ม. ต้นอ่อนมีหนาม เปลือกแตกเป็นสะเก็ดหนา สีน้ำตาลดำ กิ่งเกลี้ยง ใบรูปรีหรือรูปขอบขนาน ยาว 3–10 ซม. แผ่นใบเกลี้ยง ก้านใบยาว 2–7 มม. ปลายมนหรือแหลม โคนรูปลิ่มกว้าง ใบอ่อนสีน้ำตาลแดง ช่อดอกมี 1–8 ดอก ออกสั้น ๆ ตามซอกใบที่หลุดร่วง ก้านดอกยาว 0.3–1 ซม. กลีบเลี้ยงรูปขอบขนาน ยาว 5–7 มม. ปลายมน มีต่อมเป็นริ้วกระจาย ดอกสีขาวอมชมพู กลีบรูปไข่กลับ ยาว 1–1.5 ซม. มีก้านสั้น ๆ ปลายกลีบมีต่อมกระจาย ขอบมีขนครุย ปลายกลม มีเกล็ดขนาดเล็ก มัดเกสรเพศผู้ยาวประมาณ 1 ซม. ระหว่างมัดมีเกล็ดรูปลิ้นขนาดเล็ก ก้านชูอับเรณูยาวเท่า ๆ มัดเกสรเพศผู้ แกนอับเรณูไม่มีต่อม รังไข่เกลี้ยง ก้านเกสรเพศเมียยาว 3–8 มม. ผลรูปขอบขนาน ยาว 0.6–1.5 ซม. กลีบเลี้ยงหุ้มประมาณกึ่งหนึ่ง เมล็ดยาว 6–7 มม. รวมปีก อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เปิดบริการทุกวัน ๐๘:๓๐ - ๑๖:๓๐ น. ๐๔๒๒๑๙๘๓๗, ๐๔๒๒๑๙๘๓๘ (ในเวลาราชการ) #อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท #PhuPhrabatWorldHeritageSite #ท่องเที่ยว #มรดกโลก #ภูพระบาท


องค์ความรู้คู่พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด กรมศิลปากร เรื่อง "ปราสาทเขมรในจังหวัดร้อยเอ็ดและโบราณวัตถุที่เกี่ยวข้อง" ตอน : โบราณสถานดอนขุมเงิน (ปราสาทหินบ้านหนองคูน) เรียบเรียงโดย : นางสาวอโนชา ทับทิม ภัณฑารักษ์ชำนาญการ


เลขทะเบียน   0878


#โบราณคดีและประวัติศาสตร์พิษณุโลกยุคก่อนประวัติศาสตร์พื้นที่จังหวัดพิษณุโลกมีหลักฐานการอยู่อาศัยของคนในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ 12,000 – 1,500 ปีมาแล้ว12,000 – 5,000 ปีมาแล้ว บริเวณเทือกเขาด้านตะวันออก พบเครื่องมือหินกะเทาะแบบหัวบิ่นเนียน (Hoabinhian) ของคนยุคก่อนประวัติศาสตร์ ที่ถ้ำผาท่าพล อำเภอเนินมะปราง 3,000 – 2,000 ปีมาแล้ว ในพื้นที่ราบสูงและภูเขา ปรากฏศิลปะถ้ำยุคก่อนประวัติศาสตร์เช่น บนผนังถ้ำผาท่าพล อำเภอเนินมะปรางมีภาพโครงร่าง มือแบบเงาทึบเขียนด้วยสีแดงบนเพดานเพิงผาของ เขากะไดม้า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเมี่ยงภูทอง อำเภอชาติตระการมีภาพบุคคลและภาพสัตว์เขียนด้วยสีแดงแบบเงาทึบ พบหลักฐานภาพสลัก บนหินที่หน้าผา เป็นภาพลายเรขาคณิต เช่น ผากระดานเลข อำเภอชาติตระการผาขีด อำเภอนครไทย และเขาหวดเขานม อำเภอวังทอง ในพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำยม เขตบ้านคุยกว้าวและบ้านแหลมมะค่า อำเภอบางระกำพบโครงกระดูกมนุษย์ร่วมกับกำไลและลูกปัดแร่ประกอบหินเครื่องปั้นดินเผาเนื้อไม่แกร่ง เครื่องมือหินขัดรูปร่างคล้ายใบมีดโค้งงอคล้ายเคียว (แบบเดียวกับที่พบในแหล่งโบราณคดีที่บ้านบึงหญ้าอำเภอศรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ลุ่มแม่น้ำยม อายุ 3,000 – 2,000 ปีมาแล้ว)เป็นหลักฐานแสดงถึงการทำนา–เพาะปลูกของคนลุ่มแม่น้ำเดียวกันในยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย 2,500 – 1,500 ปีมาแล้ว ที่บ้านชมภูตำบลชมภู อำเภอเนินมะปรางนักโบราณคดีสำรวจพบขวานสำริดมีบ้อง คล้ายกับที่พบในแหล่งโบราณคดีโนนป่าหวาย จังหวัดลพบุรี และแหล่งโบราณคดีบ้านจันเสน จังหวัดนครสวรรค์สันนิษฐานว่ามีชุมชนยุคก่อนประวัติศาสตร์สมัยโลหะ ตั้งถิ่นฐาน ณ บ้านชมภูแล้วPrehistoric PeriodArchaeological findings reveal that from 15,000 to 12,000 years agothe prehistoric inhabitants lived in the area of Phitsanulok. Between 12,000 and 5,600 years ago the Hoabinhian tools,a typically Southeast Asian lithic tools have been found in Pha Tha Phon cave, Noen Maprang District. The presence of late prehistoric men is confirmed by pictographs depicting red outline and silhouette of figures, hands, and non-figures on the rock wall of Pha Tha Phon cavedating back to 3,000–2,000 years ago. The prehistoric pictographs of the same period have been found on overhanging cliff ofKadai Ma Mountain in The Phu Miang Phu Thong Wildlife Sanctuary, Chattrakan District. They are the red outline silhouette figures of manand beast. The geometric petroglyphs have also been found at Pha Khit cliff in Nakhon Thai District, and at Khao Huat – Khao Nomin the district of Wang Thong. In the district, the petroglyphs on the overhanging cliff at Pha Kradan Lek depict geometricform of human figures and non-figures made by picking technique. In the Yom River basin, evidence of human habitation at Ban Khui Kwao and Ban Laem Ma-kha, Bang Rakam District,dated to 3,000 to 2,000 years ago, includes human skeletal remains, shards of earthenware, bracelets and beads, and stone blade tools. The stone tools may indicate an agrarian lifestyle. Similar stone tools have been found in Ban Bueng Ya,Khiri Mat District, Sukhothai Province, also located in the Yom River site and thus a possible indication of contact between two communities.A prehistoric Iron Age site was uncovered in Ban Chomphu, Chomphu Sub-district, Noen Maprang District; a bronze socket axe,similar to those found at sites in Non Pa Wai in Lop Buri Province and Ban Chan Sen in Nakhon Sawan Province, dated back to2,500 to 1,500 years ago.#พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระพุทธ #พิษณุโลก


ผู้แต่ง : คณะกรรมการอำนวยการจัดสร้างหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปีที่พิมพ์ : 2532 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : อมรินทร์ พริ้นติ้ง กรุ๊พ    หนังสือที่ระลึกในพิธีเปิดหอสมุดแห่งชาติ รัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ที่จัดทำขึ้นได้มีการบันทึกประวัติหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ไว้และบันทึกคุณงามความดีของผู้ที่มีส่วนร่วมในการจัดตั้งและบริจาคทุนทรัพย์ และให้ข้อมูลสังเขปของ 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยมีจุดมุ่งหมายว่าหอสมุดแห่งชาติจะเป็นศูนย์รวมและให้บริการความรู้ข่าวสารระดับชาติในภาคเหนือ ภายในเล่มยังมีภาพประกอบ ประวัติศาสตร์และสถานที่ท่องเที่ยวโดยสังเขปของ 17 จังหวัดภาคเหนือ


ประกาศผลการประกวดภาพถ่ายเก่าหัวข้อ "สุพรรณบุรีรำลึก"




วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เวลา ๐๗.๐๐ น. นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ร่วมพิธีบวงสรวงเรือพระราชพิธีในพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินไปถวายผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตรทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช ๒๕๖๒โดยมี พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีดังกล่าว ทั้งนี้มีผู้บริหารกรมศิลปากร พร้อมข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ร่วมพิธีดังกล่าว ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อยกรุงเทพมหานคร




นิทรรศการศิลปะปูนปั้นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ ๑๒


ชื่อวัตถุ โถใส่น้ำอบ ทะเบียน ๒๗/๔๖๗/๒๕๓๒ อายุสมัย รัตนโกสินทร์ วัสดุ เครื่องเคลือบ ประวัติที่มา เป็นมรดกตกทอดมาจากยาย (นางถิน ประทีป ณ ถลาง) สถานที่เก็บรักษา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลางภูเก็ต “โถใส่น้ำอบ” โถลายครามพร้อมฝา ส่วนปากและลำตัวของโถมีสีพื้นเป็นสีขาวและเขียนลายสีน้ำเงินใต้เคลือบ ฝาและลำตัวโถตกแต่งด้วยลายดอกไม้และลายก้านขน ลำตัวมีหู ๔ หู โถลายคราม เป็นที่นิยมในกลุ่มคนซึ่งอยู่อาศัยในแถบประเทศอินโดนีเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย เป็นกลุ่มลูกครึ่งจีนกับมลายูที่มีวัฒนธรรมผสมผสานและสร้างวัฒนธรรมแบบใหม่เรียกว่า “เปอรานากัน” แปลว่า “เกิดที่นี่” ส่วนในภูเก็ตเรียกคนที่มีเชื้อสายจีนผสมกับคนพื้นพื้นเมืองว่า “บาบ๋า” “โถลายคราม”เป็นเครื่องถ้วยจีนซึ่งมีราคาที่ถูกกว่าเครื่องถ้วยลงยาสีบนเคลือบ เนื่องจากเครื่องถ้วยลายครามมีขั้นตอนการทำที่ไม่ยุ่งยากมากเท่าเครื่องถ้วยแบบลงยาสีบนเคลือบ มีกรรมวิธีการผลิต คือ การขึ้นรูปเครื่องถ้วยและน้ำไปเผาครั้งแรก เรียกว่า “เผาดิบ” จากนั้นตกแต่งลวดลายด้วยการเขียนลายสีน้ำเงินโดยใช้ออกไซด์ของแร่โคบอลต์ แล้วจึงนำไปชุบน้ำเคลือบและเผาซ้ำอีกครั้ง ลวดลายที่นิยมตกแต่งบนตัวภาชนะ เช่น ลายผีเสื้อ แมลง และลายดอกไม้ ๔ ฤดู คือ ดอกเหมย ดอกโบตั๋น ดอกบัว และดอกเบญจมาส “โถลายคราม” ใบนี้เป็นมรดกตกทอดของนางถินประทีป ณ ถลาง ซึ่งเป็นตระกูลเก่าแก่ของภูเก็ต โถใบนี้จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของขาวภูเก็ตในอดีต ซึ่งนิยมนำเข้าเครื่องถ้วยจีนมาเก็บไว้ในบ้านเรือนของตน ซึ่งคงเป็นช่วงเวลาที่มีชาวจีนจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาทำเหมืองแร่บนเกาะภูเก็ต ซึ่งตรงกับสมัยรัตนโกสินทร์ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ (พ.ศ.๒๓๖๗-๒๓๙๔) จนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ (พ.ศ.๒๔๑๑-๒๔๕๓) เอกสารอ้างอิง - ปริวรรต ธรรมาปรีชากร และนิสิต มโนตั้งวนพันธุ์. “เรียนรู้วัฒนธรรมเปอรานากัน (บ้าบ๋า ย่าหยา) จากเครื่องถ้วยนนยา,” วารสารนักบริหาร ๓๐, ๓ (กรกฎาคม – กันยายน ๒๕๕๓):, ๖๒– ๖๗.


black ribbon.