ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,668 รายการ
ไข้มาลาเรีย ตอนที่ ๓ ไข้มาลาเรียในพื้นที่ภาคใต้
ไข้มาลาเรีย ไข้ป่า ไข้จับสั่น ในพื้นที่ภาคใต้ มีชื่อเรียกตามความเข้าใจของประชาชน ในแต่ละพื้นที่ เช่น ไข้ป้าง ไข้ร้อน ไข้เย็น ไข้ท้าน (ท้าน คือ อาการหนาวสั่น) ประชาชนในพื้นที่เข้าใจว่า สาเหตุการเกิดและแพร่ระบาดของไข้มาลาเรีย เกิดจากการดื่มน้ำในแหล่งน้ำตามป่า และในบางพื้นที่ยังเข้าใจว่าเกิดจากการกระทำของผีบรรพบุรุษ
การแพร่ระบาดของไข้มาลาเรียในพื้นที่ภาคใต้
ภาคใต้เป็นภูมิภาคที่มีฝนตกชุกตลอดทั้งปี ประกอบกับการทำอาชีพกรีดยางพารา ในตอนกลางคืน ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ยุงก้นปล่องออกหากิน ทำให้ในพื้นที่สวนยางพาราในชนบท
เกิดการระบาดของไข้มาลามากกว่าพื้นที่ในเขตเมือง จากรายงานภาวะไข้มาลาเรียของศูนย์มาลาเรียเขต 4 สงขลา เมื่อ พ.ศ. 2520 ในอำเภอหาดใหญ่ การระบาดของไข้มาลาเรียไม่รุนแรงมากนัก ส่วนอำเภอสะเดา มีปัญหาการระบาดของไข้มาลาเรียอย่างหนัก เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าเขา และมีประชาชนจากหลายพื้นที่เข้าไปบุกเบิกทำสวนยางพารา แต่เมื่อมีการปิดพื้นที่อำเภอสะเดา เนื่องจากปัญหาความไม่สงบ ประชาชนที่เดินทางไปบุกเบิกพื้นที่ทำสวนยางพาราเหล่านี้ จึงเดินทางกลับภูมิลำเนาในอำเภอหาดใหญ่ เป็นเหตุให้การแพร่ระบาดของไข้มาลาเรียในอำเภอหาดใหญ่รุนแรงมากขึ้น
การควบคุม
การควบคุมและการรักษาไข้มาลาเรีย ต้องสร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกันระหว่างประชาชนและเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การควบคุมและรักษาไข้มาลาเรียเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปี พ.ศ. 2512 ฝ่ายสุขศึกษา – อบรม ศูนย์มาลาเรีย เขต 4 สงขลา ดำเนินการสำรวจทางสุขศึกษา เกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจของประชาชนต่อไข้มาลาเรีย ในพื้นที่ อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง พบว่ามีประชาชนเพียง 23% ที่ทราบว่าไข้มาลาเรียมีสาเหตุมาจากยุงก้นปล่องเป็นพาหะ แต่ยังมีประชาชนอีก 53% ที่ยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดไข้มาลาเรีย
ในการควบคุมและรักษาไข้มาลาเรีย เจ้าหน้าที่จะดำเนินการพ่นยา ตรวจโลหิต และรักษาผู้ป่วยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน คือ
1. ให้เจ้าที่มาลาเรีย พ่น ดี.ดี.ที. ในบ้านและที่อยู่อาศัยของท่านอย่างทั่วถึง
2. หากท่านและญาติพี่น้องไม่สบาย หรือสงสัยว่าจะเป็นไข้มาลาเรียให้ไปตรวจรักษาได้ที่ หน่วยมาลาเรีย สถานีอนามัย และโรงพยาบาลได้ตลอดเวลาราชการ
3. ให้ท่านกินยาตามที่เจ้าหน้าที่สั่งจนหมด อย่าเก็บทิ้งไว้
4. เมื่อท่านจะไปในป่าหรือกลับจากป่าให้ท่านไปตรวจโลหิตหาเชื้อมาลาเรีย
5. ให้ท่านนอนกางมุ้งทุกคืน
6. ก่อนเข้าไปในป่าควรกินยาป้องกันไข้มาลาเรียทุกครั้ง
รายละเอียดสามารถมาศึกษาเพิ่มเติมได้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สงขลา
ถนนกาญจนวนิช ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ๙๐๑๑๐
โทร. ๐ ๗๔๒๑ ๒๕๖๒, ๐ ๗๔๒๑ ๒๔๗๙
โทรสาร ๐ ๗๔๒๑ ๒๑๘๒
E-mail : national.archives.songkhla@gmail.com
Website : http://www.finearts.go.th/songkhlaarchives/
ชื่อเรื่อง สพ.ส.5 ตำรายาแผนโบราณประเภทวัสดุ/มีเดีย สมุดไทยดำISBN/ISSN -หมวดหมู่ เวชศาสตร์ลักษณะวัสดุ 63; หน้า : มีภาพประกอบหัวเรื่อง เวชศาสตร์ ภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึก ประวัติวัดลาวทอง ต.สนามชัย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี มอบให้หอสมุดฯ วันที่ 15 ส.ค.2538
-- องค์ความรู้ เรื่อง เรื่องเล่าจากเอกสารรับมอบ ตอน หอประมวลเหตุการณ์ก่อการร้าย -- จากข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารรับมอบ ได้มีการระบุไว้ว่า เมื่อปีพุทธศักราช 2519 นายกอบกุล ทองลงยา นายอำเภอทุ่งช้าง ในขณะนั้น ได้จัดทำหนังสือ (ที่ 281/2519 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2519) เพื่อขออนุมัติสร้างหอประมวลเหตุการณ์ก่อการร้ายในจังหวัดน่าน ณ บริเวณอนุสาวรีย์วีรกรรม พตท. (อนุสาวรีย์วีรกรรมพลเรือน ตำรวจ ทหาร อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน) ด้วยเห็นว่า เมื่อมีการจัดสร้างอนุสาวรีย์ขึ้นเพื่อเป็นการสดุดีและสรรเสริญของบุคคลที่ได้อุทิศตนเพื่อปกป้องชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์แล้ว ควรจะได้รับการจัดสร้างอาคารถาวรขึ้นอีกหลังหนึ่งเพื่อเก็บหลักฐาน วัสดุ และอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ จัดแสดง เพื่อบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ นับแต่ ผกค. ได้เริ่มปลุกระดมมวลชน ใช้กำลังอาวุธต่อสู้กับฝ่ายรัฐบาล ให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้ศึกษาเหตุการณ์ก่อการร้ายในพื้นที่จังหวัดน่านได้อย่างถูกต้อง ตามข้อเท็จจริง และเป็นสถานที่รวบรวมวัสดุอาวุธ สิ่งพิมพ์ทั้งสองฝั่ง และเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ระลึกถึงความเสียสละอย่างกล้าหาญของวีรชนผู้เสียสละ การดำเนินการก่อสร้างได้มีราษฎรและกลุ่มพลังมวลชนต่างๆ ได้บริจาคที่ดินและเงินสมทบทุนสร้าง โดยมีกรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบอาคาร ได้เริ่มก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2523 โดยใช้ชื่อว่า “หอประมวลเหตุการณ์ก่อการร้ายจังหวัดน่าน” ในปีพุทธศักราช 2533 ได้มีการปรับปรุงอาคารหอประมวลเหตุการณ์ก่อการร้ายจังหวัดน่าน โดยกองทัพภาคที่ 3 และได้มีการเปลี่ยนชื่อมาเป็น “พิพิธภัณฑ์ทหาร” จากข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารรับมอบชุดนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงความพยายามของผู้ที่ทำงานที่สื่อสารและขอความช่วยเหลือยังหน่วยงานต่างๆ ทั้งการโต้ตอบเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อหาเงินสมทบทุนก่อสร้างให้โครงการนี้สำเร็จลุล่วง การดำเนินงาน แบบแปลนก่อสร้างอาคารของกรมศิลปากร การสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐ ประชาชน และเอกสารรายงานการประชุมต่างๆ รายงานการปรับปรุง ฯลฯ เอกสารรับมอบชุดนี้ถือเป็นเอกสารที่ค่อนข้างชัดเจน และเกือบสมบูรณ์ของการริเริ่มดำเนินโครงการ หากเอกสารชุดนี้ผ่านการประเมินคุณค่า และจัดหมวดหมู่ให้บริการแล้ว หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างที่สุด ถือว่าเป็นการหยิบเรื่องราวจากเอกสารรับมอบมาเล่าสู่กันฟัง “เอกสารใหม่ในวันนี้ อาจจะเป็นเอกสารเก่าที่มีคุณค่าในวันข้างหน้า” จึงขอเชิญชวนให้ผู้ที่ประสงค์ส่งมอบเอกสารส่วนบุคล หรือเอกสารสำคัญ ทั้งเอกสาร ภาพถ่าย แก่หอจดหมายเหตุแห่งชาติได้เพื่อประโยชน์แก่การค้นคว้า ศึกษา ต่อไปผู้เขียน: นางสาวอรทัย ปานจันทร์ ( นักจดหมายเหตุ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา )เอกสารและข้อมูลอ้างอิง:1. เอกสารรับมอบของที่ว่าการอำเภอทุ่งช้าง ชุดเอกสารพิพิธภัณฑ์ทหาร, 67/25542. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน#จดหมายเหตุ #องค์ความรู้จากจากจดหมายเหตุ #หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯพะเยา #เอกสารจดหมายเหตุ
ภาชนะดินเผามีสันสมัยทวารวดี จากเมืองโบราณอู่ทอง
ภาชนะดินเผามีสัน พบที่เมืองโบราณอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี จัดแสดงห้องอู่ทองศรีทวารวดี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง
ภาชนะดินเผามีสันหรือหม้อมีสัน ปากกว้าง ๑๓.๕ เซนติเมตร สูง ๘.๕ เซนติเมตร เนื้อดินหยาบสีเทาดำ มีทรายปนอยู่ ปากกลมกว้าง ไหล่ลาด ตกแต่งเส้นนูนแหลมเป็นสันในแนวนอนขนานกับปากภาชนะ ๔ สัน ตั้งแต่บ่าลงมาจนถึงก้นภาชนะตกแต่งลายขูดขีด มี ก้นกลม กำหนดอายุสมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๖ หรือประมาณ ๑,๐๐๐ - ๑,๔๐๐ ปีมาแล้ว
จากการดำเนินงานทางโบราณคดีในพื้นที่เมืองโบราณสมัยทวารวดี พบภาชนะดินเผาแบบมีสันจำนวนมาก และมีความแพร่หลาย เมื่อเปรียบเทียบกับภาชนะดินเผารูปแบบอื่น เช่น เมืองซับจำปา จังหวัดลพบุรี เมืองขีดขิน จังหวัดสระบุรี เมืองนครปฐมโบราณ จังหวัดนครปฐม และเมืองศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี เป็นต้น โดยพบทั้งแบบที่มีสันมน สันแหลม มีสันเดียวและมีหลายสัน บางครั้งสันของภาชนะจะยื่นออกมาเป็นจะงอย ตั้งแต่ใต้สันลงมาตลอดใบมีทั้งแบบที่ตกแต่งลวดลายเชือกทาบ ลายขูดขีด ลายเครื่องจักรสาน และไม่ตกแต่งลวดลาย สันนิษฐานว่าเป็นภาชนะที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ใช้ในการประกอบอาหาร เนื่องจากมีเนื้อหยาบและแกร่งซึ่งทนความร้อนได้ดี โดยภาชนะดินเผาแบบมีสันในวัฒนธรรมทวารวดี อาจมีพัฒนาการต่อเนื่องมาจากรูปแบบภาชนะดินเผามีสันในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่พบเป็นจำนวนมากในประเทศไทย เนื่องจากมีรูปแบบที่คล้ายคลึงกันมาก เช่น ภาชนะดินเผามีสันที่พบจากการขุดค้นที่แหล่งโบราณคดีบ้านเก่า และถ้ำเขาสาม เหลี่ยม จังหวัดกาญจนบุรี กำหนดอายุสมัยหินใหม่ ราว ๓,๐๐๐ - ๔,๐๐๐ ปีมาแล้ว เป็นต้น
ภาชนะดินเผามีสันใบนี้แม้จะอยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ แต่ก็เป็นหลักฐานที่แสดงถึงสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของผู้คนในพื้นที่บริเวณนี้ เมื่อกว่าพันปีมาแล้ว นอกจากภาชนะดินเผาใบนี้แล้ว บริเวณเมืองโบราณอู่ทอง ยังพบภาชนะดินเผามีสัน จากการดำเนินงานทางโบราณคดีที่โบราณสถานคอกช้างดิน ในพื้นที่ที่สันนิษฐานว่าเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยอีกด้วย
เอกสารอ้างอิง
ดวงกมล อัศวมาศ. “ศิลาวรรณากับการศึกษาเทคโนโลยีการผลิตภาชนะดินเผาสมัยทวารวดี”. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๓.
ผาสุข อินทราวุธ. ดรรชนีภาชนะดินเผาสมัยทวารวดี. กรุงเทพฯ : ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ, ๒๕๒๘.
สายันต์ ไพรชาญจิตร์ และสุภมาศ ดวงสกุล. โบราณสถานคอกช้างดินเมืองเก่าอู่ทอง รายงานการสำรวจและขุดค้นทางโบราณคดี พุทธศักราช ๒๕๔๐. สุพรรณบุรี : ฝ่ายวิชาการ สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ ๒ สุพรรณบุรี, ๒๕๔๐. อ้างถึงใน กรมศิลปากร. โบราณคดีคอกช้างดิน. กรุงเทพฯ : ฟันนี่พับบลิชชิ่ง, ๒๕๔๕.
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ. 43/4ประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 54 หน้า : กว้าง 5.1 ซม. ยาว 57.3 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
ชื่อผู้แต่ง มหามกุฎราชวิทยาลัย
ชื่อเรื่อง ประวัติการปกครองคณะสงฆ์ไทย และลักษณะการปกครองคณะสงฆ์ไทยโดยสังเขป
ครั้งที่พิมพ์ -
สถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ มหามกุฎราชวิทยาลัย
ปีที่พิมพ์ ๒๕๒๑
จำนวนหน้า ๗๒ หน้า
รายละเอียด
หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์ขึ้นเนื่องในโอกาสครบ ๗ รอบ ของมกุฎราชวิทยาลัย ในปี พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งจะบอกถึง ประวัติของมกุฎราชวิทยาลัย การปกครองของคณะสงฆ์ไทยตั้งแต่สมัย สุโขทัย อยุธยาธนบุรี จนถึงรัตนโกสินทร์ การปฎิบัติงานของมหาเถรสมาคม และลักษณะการปกครองของคณะสงฆ์ ตั้งแต่สมัยพุทธกาล ชมพูทวีป ลังกาทวีป เป็นต้น
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 144/2 เอกสารโบราณ(คัมภีร์ใบลาน)
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 177/2ฌเอกสารโบราณ(คัมภีร์ใบลาน)
ชื่อเรื่อง ที่ระลึกตึก 84 ปี โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา
ชื่อผู้แต่ง -
พิมพ์ครั้งที่ -
สถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ โรงพิมพ์อักษรไทย
ปีที่พิมพ์ 2520
จำนวนหน้า 85 หน้า
รายละเอียด
เป็นหนังสือที่ระลึกเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน ทรงเปิดตึก 84 ปี โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ในวันที่ 31 ธันวาคม 2520 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ เสด็จพระราชดำเนินวางศิลาฤกษ์ตึกผู้ป่วยอนุสรณ์ 84 ปี และเปิดงานนิทรรศการความรู้ทางสุขภาพจิต ณ โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน 2561
เลขทะเบียน : นพ.บ.378/1งห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 38 หน้า ; 5 x 54.5 ซ.ม. : ชาดทึบ-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 143 (26-39) ผูก 1ง (2566)หัวเรื่อง : จีรธารกถา --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.520/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 60 หน้า ; 4.5 x 56 ซ.ม. : ล่องชาด-ลานดิบ-ชาดทึบ-รักทึบ ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 175 (260-266)) ผูก 1 (2566)หัวเรื่อง : วิวาห์มงคล--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อเรื่อง ธมฺมปทวณฺณนา ธมฺมปทฏฺธกถา ขุทฺทกนิกายฏฺธกกา (ธมฺมฺปทขั้นปลาย)อย.บ. 241/8หมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 54 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 58.5 ซม.หัวเรื่อง พระธรรมเทศนา
บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา
ชื่อเรื่อง สพ.บ. 426/2 เมตฺเตยฺยสุตฺต (เมตฺเตยฺยสูตร)
สพ.บ. 426/2ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 56 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 59 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนา ชาดก
บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
โรงละครแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา กรมศิลปากร ประกาศพร้อมให้บริการสถานที่จัดการแสดงศิลปวัฒนธรรม อาทิ โขน ละคร ฟ้อนรำ ระบำ ดนตรี ลิเก ลำตัด ประกวดขับร้องเพลงไทย ลูกทุ่ง ลูกกรุง สากล ฯลฯ การถ่ายทำรายการทีวี การแสดงผลงาน ประชุม สัมมนา การแสดงระดับนานาชาติ หรืองานอื่นๆ โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวก แสง สี เสียง ฉาก มีเวทีที่ได้มาตรฐานสากล เทคนิคแสงสีเสียงตระการตา และรองรับผู้ชมได้มากกว่า 500 กว่าที่นั่ง
ผู้สนใจใช้บริการสถานที่โรงละครแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 4446 6202, 0 4446 6203, 084-6959194