ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,597 รายการ

บทละคอนพระราชนิพนธ์ เรื่อง อิเหนา พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย นี้ เป็นวรรณคดีไทยที่ได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสร เมื่อ พ.ศ. 2459 ว่าเป็นยอดของบทละคอนรำ และเป็นหนังสือที่แต่งดี ตลอดจนกระบวนที่จะเล่นละคอน ทั้งยังเป็นหนังสือดีในทางที่จะศึกษาประเพณีไทยแต่โบราณ เช่น ประเพณีสมโภชลูกหลวงประสูติใหม่ ประเพณีการพระเมรุ ประเพณีรับแขกเมือง ประเพณีแห่สนานใหญ่ และประเพณีโสกันต์ ซึ่งทรงพระราชนิพนธ์ตรงตามตำราราชประเพณีทุกประการ บรรณานุกรม พุทธเลิศหล้านภาลัย, พระบาทสมเด็จพระ.  เรื่อง อิเหนา.  พระนคร: บรรณาคาร, ๒๕๑๒.


            กรมศิลปากร โดยกองโบราณคดี ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังการเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “ปริศนาความตายท้ายเมืองธนบุรี” วิทยากรโดย นางสุริยา สุดสวาท นักโบราณคดีชำนาญการพิเศษ กองโบราณคดี กรมศิลปากร, อ.ดร. นฤพล หวังธงชัยเจริญ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, รศ.ดร. ชาติชาย มุกสง คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ผศ.นพ.ดร.ณปกรณ์ ฉายแสง ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ดำเนินการเสวนาโดย นายชัยสิทธิ์ ปะนันวงค์ นักอักษรศาสตร์ชำนาญการ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ และนางสาวอิศราวรรณ อยู่ป้อม นักโบราณคดีชำนาญการ กองโบราณคดี ในวันอาทิตย์ที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๓๐ น. ณ ห้องประชุมใหญ่ สำนักหอสมุดแห่งชาติ วาสุกรี              การเสวนามีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับความสำคัญของย่านเมืองธนบุรีในอดีต, หลักฐานทางโบราณคดีที่ขุดค้นพบล่าสุดจากพื้นที่ก่อสร้างสถานีศิริราช โครงการรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีส้ม, โครงกระดูกมนุษย์ที่ขุดค้นพบจำนวนมาก เป็นใคร สมัยไหน / ขุดค้นพบแล้วจัดการอย่างไร, การตายของคนหมู่มากในประวัติศาสตร์ช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์             ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมฟังการเสวนา โดยแสกน QR Code ภายในวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๔.๐๐ น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มวิจัยและพัฒนางานโบราณคดี กองโบราณคดี โทร. ๐ ๒๑๖๔ ๒๕๒๓


เลขทะเบียน : นพ.บ.611/6         ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 44 หน้า  ; 4 x 56 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม่มีไม้ประกับ ชื่อชุด : มัดที่ 198 (19-32) ผูก 6 (2568)หัวเรื่อง : สัตตัปปกรณาภิธรรม--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.665/4ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 46 หน้า ; 4 x 51 ซ.ม. : รักทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 214 (174-184) ผูก 4 (2568)หัวเรื่อง : เตปทุมมา--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อเรื่อง                     ประมวญมารคปี่1ฉบับที่1 พ.ศ.2477ผู้แต่ง/ผู้เรียบเรียง         -ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากหมวดหมู่                   ชุมนุมนิพนธ์เลขหมู่                      089.95911สถานที่พิมพ์               กรุงเทพมหานครสำนักพิมพ์                 บุรินทร์การพิมพ์ปีที่พิมพ์                    2517ลักษณะวัสดุ               132 หน้า หัวเรื่อง                     สารานุกรม                       ภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก     ประมวญมารค ปีที่1 ฉบับที่1 วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2477 พิมพ์ย้อนยุคโดยรวมเอาเกร็ดพระนิพนธ์ของพระราชวรวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยาลงกรณ (น.ม.ส.) มารวบรวมพิมพ์ขึ้นเป็นครั้งแรก เป็นที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ หม่อมเจ้ารัชนีพัฒน์ รัชนี


ชื่อเรื่อง : เอกสารของเฮนรี่ เบอร์นี่ เล่ม 2 นางสาวิตรี สุวรรณสถิตย์ แปลชื่อผู้แต่ง : เบอร์นี่, เฮนรี่ ปีที่พิมพ์ : 2516 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์การศาสนา จำนวนหน้า : 170 หน้าสาระสังเขป : ในหนังสือเรื่องเอกสารของเฮนรี่ เบอร์นี่ เล่ม 2 นี้กล่าวถึงเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับวิถีทางแห่งการเจรจาทางการทูตระหว่างอังกฤษกับไทยเพิ่มขึ้นอีก ทำให้ได้รู้ซึ้งถึงทัศนคติที่ไทยมีต่ออังกฤษและอังกฤษมีต่อไทยในสมัยนั้น รวมทั้งร่างสนธิสัญญาทางไมตรีและการค้าระหว่างไทยกับอังกฤษ ซึ่งเฮนรี่ เบอร์นี่เข้ามาในครั้งนั้นด้วย


เลขทะเบียน นม.บ.7/1ก


         สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ภายใต้ความร่วมมือกับวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม และสถาบันวิจัยมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ขอเชิญชมนิทรรศการและร่วมฟังการสัมมนาวิชาการ เรื่อง “ราชประดิษฐฯ วิจิตรศิลป์ สานสัมพันธ์สองแผ่นดิน งานศิลป์ประดับมุก” ในวันพุธที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ณ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร          จัดขึ้นเพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ด้านการอนุรักษ์ซ่อมแซมบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่นในประเทศไทย ให้กับประชาชนผู้ที่สนใจ เป็นการสืบทอดองค์ความรู้และทักษะเชิงช่าง ธำรงรักษาคุณค่าทางวัฒนธรรม และเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดี ระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ผ่านงานศิลปกรรมอันทรงคุณค่า เป็นการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของมรดกวัฒนธรรมจากอดีตสู่ปัจจุบัน เพื่อความสมบูรณ์ของศาสนสถานที่สำคัญของประเทศไทยแห่งนี้ให้คงอยู่สืบไป   รายละเอียดกำหนดการ https://drive.google.com/drive/folders/1_ROUF7UtwqclTsrXsNC9h4lcCsCI8cAY?fbclid=IwY2xjawMknitleHRuA2FlbQIxMABicmlkETBDV0hFSHNRTUNFUGtBU3Q5AR7qKFDMIce-MgpS-ezHrQh0ghrvgZS6S_TIlQYzeF4bJizsZkbPlpY9MSAIWA_aem_VVV2U8UVgyVQJhUJzTRY1g   ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ https://forms.gle/NP3Cu2D1hgW9jAyq7




เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 กองโบราณคดีใต้น้ำ กรมศิลปากร ได้ดำเนินภารกิจสำรวจทางโบราณคดีใต้น้ำ ณ บริเวณหินขี้แรด ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี การปฏิบัติงานในครั้งนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่กองโบราณคดีใต้น้ำและอาสาสมัครจาก "ชมรมอาสารักษ์ทะเลไทย" โดยใช้วิธีการดำน้ำค้นหาแบบปูพรมครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย จนนำไปสู่การค้นพบแหล่งเรือจมแห่งใหม่ ซึ่งปรากฏหลักฐานเป็นชิ้นส่วนโครงสร้างเรือเหล็กและหม้อไอน้ำทรงกระบอกขนาดใหญ่จมตัวอยู่ติดกับกองหินขี้แรด จากการตรวจสอบและวิเคราะห์ลักษณะทางวิศวกรรมของวัตถุพยานที่ค้นพบ ระบุได้ว่าเป็นหม้อไอน้ำแบบสก็อต (Scotch Marine Boiler) ชนิดหน้าเดียว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.7 เมตร และมีความยาว 3 เมตร โดยมีจุดสังเกตสำคัญคือช่องเติมเชื้อเพลิงแบบผนังเรียบ (Plain Furnace) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายในช่วงปี พ.ศ. 2413–2433 หรือตรงกับช่วงต้นถึงช่วงกลางของรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ก่อนต่อที่จะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีแบบลอนลูกฟูกในยุคต่อมา เมื่อนำข้อมูลทางกายภาพของหม้อไอน้ำมาคำนวณสมรรถนะตามหลักวิศวกรรมนาวี ประเมินได้ว่าหม้อไอน้ำลูกนี้สามารถผลิตกำลังขับเคลื่อนได้ประมาณ 150–170 แรงม้า ซึ่งบ่งชี้ว่าเรือลำดังกล่าวเป็นเรือกลไฟใช้งานชายฝั่ง (Coastal Workboat) เช่น เรือลากจูงหรือเรือลำเลียงสินค้า ที่มีขนาดความยาวประมาณ 25–35 เมตร และมีตันกรอสประมาณ 250–400 ตันกรอส สำหรับสาเหตุของการอับปาง สันนิษฐานว่าเกิดจากการที่เรือแล่นเข้ามาในบริเวณหินขี้แรดซึ่งเป็นกองหินโสโครกใต้น้ำ ทำให้เกิดอุบัติเหตุพุ่งชนกองหินจนได้รับความเสียหายและอับปางลงในที่สุด การค้นพบครั้งนี้ถือเป็นข้อมูลทางสำคัญในการศึกษาวิวัฒนาการการเดินเรือและเทคโนโลยีวิศวกรรมทางทะเลในน่านน้ำไทยสมัยรัตนโกสินทร์



***บรรณานุกรม***    กฎหมายตราสามดวง เล่ม 1 พระนคร  โรงพิมพ์คุรุสภา 2505





black ribbon.