ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,927 รายการ
กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เกาหลี ขอเชิญ “สัมผัสประสบการณ์ใหม่ นิทรรศการศิลปะเกาหลีในโลกเสมือนจริง” (A New Encounter : Immersive Gallery of Korean Art) จัดแสดงพุทธศิลป์ของไทยและเกาหลี ณ ห้อง ๔๐๑ อาคารมหาสุรสิงหนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๖
นิทรรศการครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เกาหลีกับกรมศิลปากรกระทรวงวัฒนธรรม ประเทศไทย ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาอย่างยาวนาน และเมื่อ พ.ศ. ๒๕๖๒ ทั้งสองหน่วยงานได้ลงนามความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนทางวิชาการและวัฒนธรรม อีกทั้งยังได้รับความร่วมมืออย่างดีจากศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทย โดยนิทรรศการเป็นการนำมรดกทางวัฒนธรรมแบบประเพณีของเกาหลีมาจัดแสดงร่วมกับสื่อดิจิทัลให้มีบรรยากาศเสมือนจริง โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการถ่ายทำและอธิบายเรื่องราว ร่วมกับการแสดงประติมากรรมที่เป็นสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนาของไทยและเกาหลี ประกอบด้วย
๑. การฉายภาพวีดีทัศน์ดิจิทัลเสมือนจริง ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เกาหลี ได้จัดทำขึ้น จำนวน ๒ เรื่อง คือ เรื่อง "การเดินทางของวิญญาณ" สร้างขึ้นจากจิตรกรรมในพุทธศาสนา "พญายมราชทั้งสิบ" และเรื่อง "กระบวนพยุหยาตราและผู้คน" โดยสร้างขึ้นจาก อึย-คเว (แบบธรรมเนียมในราชสำนัก) บันทึกทางการของราชสำนักโชซอน ซึ่งจิตรกรรมพุทธศิลป์และบันทึกทางการของราชสำนักโชซอนทั้งสองรายการ เป็นสมบัติที่เก็บรักษาอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เกาหลี นำมาจัดทำใหม่ในรูปแบบของดิจิทัล ใช้แสงและสีที่งดงามบนจอขนาดใหญ่ และเสียงกึกก้องที่จะทำให้สัมผัสกับชีวิตในอดีต ณ เวลาปัจจุบันอย่างเต็มตา ๒. การจัดแสดงประติมากรรมพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ๒ องค์ รูปบุคลาธิษฐานของความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะช่วยเหลือมวลมนุษย์ สะท้อนถึงความศรัทธาในพุทธศาสนาในอดีตของเกาหลีและไทย แม้รูปลักษณ์ ช่วงเวลาที่สร้าง และฝีมือช่างแตกต่างกัน แต่รูปเคารพทั้งสองต่างก็สื่อสะท้อนถึงผู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตาที่จะช่วยเหลือมวลมนุษย์ให้พ้นจากความทุกข์ โดยประติมากรรมพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรศิลปะเกาหลี สร้างขึ้นเมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๔ ขุดพบที่วัดพงฮวังซา เมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี ส่วนพระโพธิสัตว์ อวโลกิเตศวรของไทย ศิลปะศรีวิชัย พุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๓ พบที่ วัดศาลาทึง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฏร์ธานี ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการดังกล่าวได้ ณ ห้อง ๔๐๑ อาคารมหาสุรสิงหนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. วันพุธ – วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์ – อังคาร)
ทางรถไฟเมืองราชบุรี จัดเป็นทางรถไฟหลวงสายตะวันตกของสยามก่อนจะผนวกรวมเป็นทางรถไฟสายใต้ในปัจจุบัน สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงโยธาธิการ ซึ่งมีกรมขุนพิทยลาภพฤฒิธาดา เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบในการก่อสร้าง เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนเมษายน 2443 แล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2445
เส้นทางการเดินรถ เริ่มตั้งแต่สถานีบางกอกน้อย ตรงไปทางตะวันตกใกล้แนวคลองมหาสวัสดิ์ ข้ามแม่น้ำท่าจีนที่สะพานเสาวภา ไปจนถึงฝั่งแม่น้ำแม่กลองที่บ้านโป่ง เลี้ยวลงไปทางทิศใต้เลียบใกล้ฝั่งแม่น้ำและข้ามแม่น้ำแม่กลองที่ช่วงเมืองราชบุรี ที่สะพานจุฬาลงกรณ์ แล้วตรงไปตามทางจนถึงเมืองเพชรบุรี รางรถไฟมีความกว้าง 1 เมตร และมีความยาวทั้งสิ้น 151 กิโลเมตร ในระหว่างเส้นทางดังกล่าวต้องสร้างสะพานรถไฟข้ามคลองและแม่น้ำถึง 3 แห่ง ได้แก่
1. สะพานข้ามคลองตลิ่งชัน
2. สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน (สะพานเสาวภา)
3. สะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองช่วงเมืองราชบุรี (สะพานจุฬาลงกรณ์)
สะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองช่วงผ่านเมืองราชบุรีสร้างเมื่อ พ.ศ. 2444 ทางเดินรถแบ่งเป็น 3 ช่วง ช่วงละ 50 เมตร มีระยะทางทั้งสิ้น 150 เมตร นับได้ว่าเป็นสะพานรถไฟที่ยาวที่สุดของสยามประเทศ ในเวลานั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชทานชื่อว่า สะพานจุฬาลงกรณ์ ตามพระนามของพระองค์ และได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดทางรถไฟอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2446
ปัจจุบันมีก่อสร้างทางรถไฟรางคู่ และมีการก่อสร้างสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำแม่กลองซึ่งเป็นสะพานคานขึง (Extradose Bridge) คือ การผสมผสานระหว่างสะพานขึงและสะพานคอนกรีตที่ใช้สายเคเบิ้ลในการช่วยรับแรง เป็นสะพานรถไฟคู่ขนานกับสะพานจุฬาลงกรณ์ที่เป็นสะพานรถไฟเดิม สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำแม่กลองที่ก่อสร้างอยู่จะเป็นสะพานรถไฟคานขึงที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทย และอาจจะขึ้นแท่นเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของเมืองราชบุรีในอนาคตอีกด้วย
-----------------------------------------------------
ที่มาของข้อมูล : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี
https://www.facebook.com/ilove.ratchaburi.national.museum/posts/pfbid022roHchq9frenkadVUqJLKErUdybsKtdcy3JqmfaHLV55EFb2cyMF4ZxTNju6rWsul
-----------------------------------------------------
*เผยแพร่ข้อมูลทางเว็บไซต์ โดยกลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร
แนะนำ E - book หนังสือหายาก
เรื่อง ลายพระหัตตุ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงทิพยรัตนกิริฏกุลินี ถวายสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรควรพินิต
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ. 41/6ประเภทวัดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 40 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 54 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 140/1ก เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 174/7 เอกสารโบราณ(คัมภีร์ใบลาน)
ชื่อเรื่อง : พระบรมราโชวาท ในรัชกาลที่ 5 พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ นายบุศย์ มังคละ ณเมรุวัดทรงธรรม อำเภอพระปะแดง จังหวัดสมุทรปราการ วันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2501 ชื่อผู้แต่ง : - ปีที่พิมพ์ : 2501 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์ตำรวจ จำนวนหน้า : 70 หน้า สาระสังเขป : พระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ได้จัดพิมพ์ในเล่มนี้ มีทั้งหมด 3 ภาค ได้แก่ พระบรมราโชวาทฉบับที่ 1 ที่1/3254 พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมราโชวาทฉบับที่ 2 ที่2/6134 พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ถึงลูกชายใหญ่ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ พระบรมราโชวาทฉบับที่ 3 พระที่นั่งอมรพิมานมณี ถึงลูกชายโต พระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนิพนธ์เมื่อปี พ.ศ. 2428
ชื่อผู้แต่ง ไพโรจน์ คุ้มไพโรจน์
ชื่อเรื่อง พุทธประวัติจากสังเวชนียสถานในอินเดีย
ครั้งที่พิมพ์ -
สถานที่พิมพ์ กรุงเทพมหานคร
สำนักพิมพ์ โรงพิมพ์กรมแผนที่ทหาร
ปีที่พิมพ์ ๒๕๑๙
จำนวนหน้า ๑๒๗ หน้า
เจ้าภาพจัดทำเป็นอนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ นางพิจิตรจำนง (ยิ่ง สังขดุลย์) ประวัติย่อและคุณความดี รวมทั้ง พุทธประวัติจากสังเวชนียสถานในอินเดีย ประวัติย่อ นางพิจิตรจำนง (ยิ่ง สังขดุลย์) เป็นธิดาคนสุดท้ายของพระยาแผลงผลาญศึก(กฐิน ไตลังคะ) และคุณหญิงถมยา ไตลังคะ เกิดเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๔๓๑ ณ บ้าน ตำบลเกาะเกร็ด อำเภอเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี มีพี่น้องร่วมบิดา มารดาเดียวกัน รวม ๗ คน
ชื่อผู้แต่ง เอี่ยม ยูวะนิยม,ผู้เรียบเรียง
ชื่อเรื่อง พิธีชีวิตและพระพุทธประวัติสังเขป ศักราชแก้ว...
ครั้งที่พิมพ์ -
สถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
ปีที่พิมพ์ ๒๕๓๖
จำนวนหน้า ๙๘ หน้า
หมายเหตุ พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพนางกิมลุ้ย(ซุ้ย) อุนนาทรวรางกูล
รายละเอียด
หนังสือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ คุณแม่กิ้มลุ้ย (ซุ้ย) อุนนาการวรางกุร ท่านเจ้าคุณพระปริยัติโศภณ วัดสระเกศได้มอบต้นฉบับหนังสือเรื่องพิธีชีวิตและนอกจากนั้นยังได้รวบรวมเรื่องพระพุทธประวัติสังเขป ศักราชป่าหรือศักราชแก้ว คำนมัสการลายลักษณ์พระพุทธบาทและคำอธิษฐานเวลาตักบาตรทำบุญ คำกรวดน้ำอธิษฐานบทสวด คำกลอนอาการ ๓๒ และบทสวดคำกลอนปลงสังขาร
เลขทะเบียน : นพ.บ.505/2ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 52 หน้า ; 4.5 x 54.5 ซ.ม. : รักทึบ-ล่องชาด ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 169 (224-232) ผูก 2 (2566)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันขันธ์--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
องค์ความรู้ทางวิชาการเรื่อง : ประติมากรรมรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (ปัทมปาณี) แห่งเมืองไชยา สัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรืองในอาณาจักรศรีวิชัย
พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของพุทธศาสนานิกายมหายาน เนื่องจากหลักสำคัญของพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน คือหลักแห่งพระโพธิสัตวภูมิ ซึ่งเป็นหลักที่พระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานแต่ละนิกายยอมรับนับถือ มหายานทุกนิกายย่อมมุ่งหมายโพธิสัตวภูมิ ซึ่งเป็นเหตุที่ให้บรรลุพุทธภูมิ บุคคลหนึ่งบุคคลใดที่จะบรรลุถึงพุทธภูมิได้ ต้องผ่านการบำเพ็ญจริยธรรมแห่งพระโพธิสัตว์มาก่อน ด้วยเหตุนี้รูปเคารพพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร จึงกลายเป็นรูปเคารพสำคัญของพุทธศาสนานิกายมหายาน เนื่องจากเชื่อกันว่าพระองค์เป็นผู้คุ้มครองชาวพุทธที่นับถือนิกายดังกล่าวในยุคปัจจุบัน
ในภาคใต้ของประเทศไทย รูปเคารพพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร พบมากบริเวณจังหวัดยะลา อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา อำเภอเมืองฯ อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช และอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะประติมากรรมชิ้นเอกซึ่งพบในอำเภอไชยา คือ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ๒ กร หรือพระโพธิสัตว์ปัทมปาณิ พระนาม “อวโลกิเตศวร” แปลว่า “พระผู้มองลงต่ำ” หรือ “พระผู้มีแสงสว่าง” ส่วนพระนาม “ปัทมปาณี” แปลว่า “ผู้ถือดอกบัว” ศิลปะสมัยศรีวิชัย อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔ พบในเมืองไชยา ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองโบราณที่สันนิษฐานกันว่าเคยเป็นที่ตั้งหรือศูนย์กลางของอาณาจักรศรีวิชัย ซึ่งเจริญขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๘
ประติมากรรมรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (ปัทมปาณี) องค์นี้ มีขนาดเท่าบุคคลจริง สภาพชำรุด ท่อนล่างตั้งแต่บั้นพระองค์หายไป ทรงยืนอยู่ในท่าตริภังค์ (เอียงสะโพก ) พระพักตร์กลม มีอุณาโลมที่พระนลาฏ พระเนตรเหลือบมองต่ำ ทรงเครื่องประดับ อาทิ สร้อยประคำ กรองศอ ครองผ้าเฉวียงพระอังสาหรือไหล่ซ้าย คาดทับด้วยสายยัชโญปวีตหรือสายธุรำ อันเป็นสายมงคลที่พราหมณ์หรือนักบวชใช้คล้อง โดยมีหัวกวางประดับอยู่บนสายนั้น ลวดลายเครื่องประดับคล้ายกับประติมากรรมในชวาภาคกลางอันเป็นการสนับสนุนหลักฐานจากจารึกหลักที่ ๒๓ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางสกุลวงศ์ของกษัตริย์แห่งศรีวิชัย (ไชยา) และราชวงศ์ไศเลนทร์ในชวาภาคกลาง กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔ องค์จริงจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พระโพธิสัตว์องค์นี้เป็นประติมากรรมศิลปะศรีวิชัยที่มีชื่อเสียงที่สุด และจัดได้ว่างดงามที่สุด ถือเป็นหลักฐานที่โดดเด่นชิ้นหนึ่งที่สนับสนุนความสำคัญในด้านศิลปวัฒนธรรมของเมืองไชยาโบราณในสมัยศรีวิชัยรูปเคารพนี้ และนับเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงการนับถือพุทธศาสนานิกายมหายานของผู้คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณคาบสมุทรภาคใต้ของประเทศไทย
เรียบเรียง/กราฟิก : นายธนรักษ์ แพวขุนทด นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ สาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
อ้างอิง
๑. พระราชสุธรรมเมธี. (๒๕๔๒). เมืองไชยา (พิมพ์ครั้งที่ ๑). โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
๒. นงคราญ ศรีชาย,และวรวิทย์ หัศภาค. (๒๕๔๓). โบราณคดีศรีวิชัย มุมมองใหม่การศึกษาวิเคราะห์แหล่งโบราณคดีรอบอ่าวบ้านดอน (พิมพ์ครั้งที่ ๑). โรงพิมพ์เม็ดทราย.
๓. ธีรนาฎ มีนุ่นและคณะ. (ม.ป.ป.). พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรในคาบสมุทรสทิงพระ. https://www.finearts.go.th/promotion/view/๑๖๘๑๑-
๔. เพชรรุ่ง เทียนปิ๋วโรจน์. (๒๕๖๓). พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรศิลปะศรีวิชัยที่ค้นพบในภาคใต้ของดินแดนประเทศไทยตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ ๘-๑๓. วารสารศิลปะศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. ๑๒(๑), ๑๕๗-๑๗๙.
เหรียญเงินลายธรรมจักรและจารึก
สมัยทวารวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๒
พบที่ตำบลพระประโทน จังหวัดนครปฐม จ่าสิบเอกอำนวย ดีไชย ประจำกองบัญชาการทหารสูงสุด ให้เมื่อ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๓
ปัจจุบันจัดแสดง ณ ห้องทวารวดี อาคารมหาสุรสิงหนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
__________________________________
เหรียญเงินแผ่นกลม มีลายทั้งสองด้าน ด้านหนึ่งเป็นลายธรรมจักร อีกด้านหนึ่งมีข้อความอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต ความว่า “ศฺรีสุจริต วิกฺรานฺต” แปลว่า “วีรบุรุษผู้สุจริต”
จักร สื่อถึง “กงล้อ” (wheel) ที่หมุนเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ดังกงล้อรถศึกของพระเจ้าจักรพรรรดิกล่าวคือ กษัตริย์ผู้ทรงอานุภาพซึ่งทำสงครามขยายอำนาจเหนือกษัตริย์ดินแดนอื่น และตามคติของผู้มีสถานะเป็นจักรพรรดิจะต้องครอบครอง “จักรรัตนะ” หรือจักรแก้ว ๑ ใน แก้ว ๗ สิ่งของพระจักรพรรดิ ดังนั้นทั้งศาสนาพุทธและพราหมณ์จึงปรากฏรูปจักรกับบุคคลที่แสดงถึงอำนาจหรือผู้เป็นใหญ่ กรณีศาสนาพราหมณ์มีตัวอย่างชัดเจนคือ พระวิษณุทรงจักรเป็นอาวุธ ส่วนในพุทธศาสนาคือ ธรรมจักร หรือ กงล้อแห่งพระธรรม โดยพระพุทธเจ้าทรงมีฐานะเป็นธรรมจักรพรรดิ หรือ ผู้ที่หมุนกงล้อแห่งธรรม ด้วยการประกาศเผยแผ่หลักธรรม โดยหลักธรรมแรกของพระองค์คือ “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมโปรดปัญจวัคคีย์ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี ในงานศิลปกรรมการสร้างรูปธรรมจักรจึงมักจะพบอยู่คู่กับรูปกวางหมอบ เพื่อแสดงว่าคือสวนกวางสถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา
ปัจจุบันเหตุการณ์พุทธประวัติตอนพระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนา หรือแสดงพระธรรมครั้งแรกนั้นตรงกับวัน “อาสาฬหบูชา” (วันเพ็ญเดือน ๘) เนื้อหาธัมมจักกัปปวัตตนสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระปัญจวัคคีย์ในครั้งนั้นกล่าวถึง การดำรงตนในทางสายกลาง หรือ “มัชฌิมาปฏิปทา” ประกอบด้วยอริยมรรค ๘ ประการ ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ (เห็นชอบ) สัมมาสังกัปปะ (ความดำริชอบ) สัมมาวาจา (เจรจาชอบ) สัมมากัมมันตะ (ทำการงานชอบ) สัมมาอาชีวะ (เลี้ยงชีพชอบ) สัมมาวายามะ (เพียรพยายามชอบ) สัมมาสติ (ระลึกชอบ) และสัมมาสมาธิ (ตั้งจิตชอบ) การปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวนี้เป็นทางสายกลางเพื่อไปสู่การตรัสรู้และนิพพาน
“...ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้แลคือปฏิปทาสายกลางนั้นที่ตถาคตได้ตรัสรู้แล้วด้วยปัญญาอันยิ่ง ทำดวงตาให้เกิด ทำญาณให้เกิด ย่อมเป็นไปเพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพาน ฯ...”
จากนั้นพระพุทธเจ้าจึงแสดงธรรม อริยสัจ ๔ หรือความจริงอันประเสริฐ ๔ ประการ ได้แก่ ทุกข์ (ความไม่สบายกายและใจ) สมุหทัย (สาเหตุแห่งการเกิดทุกข์) นิโรธ (ความดับทุกข์) มรรค (หลักปฏิบัติการดับทุกข์) การแสดงธรรมครั้งนี้โกณฑัญญะ หนึ่งในปัญจวัคคีย์ได้ฟังก็เกิดบรรลุทางธรรม
“...ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงเปล่งพระอุทานว่าท่านผู้เจริญ โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอ ท่านผู้เจริญโกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอ เพราะเหตุนั้น คำว่าอัญญาโกณฑัญญะนี้ จึงได้เป็นชื่อของท่านพระโกณฑัญญะด้วยประการฉะนี้ฯ...”
กล่าวคือภายหลังจากโกณฑัญญะได้ฟังพระธรรมครั้งนี้ จึงทูลขอบรรพชาเป็นพระสาวก ถือว่าเป็นวันที่พระสาวกรูปแรกบังเกิดขึ้น และพุทธศาสนามีองค์ประกอบครบสามประการ ได้แก่ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ที่รู้จักกันในนาม “พระรัตนตรัย”
ในวัฒนธรรมทวารวดี “ธรรมจักร” เป็นสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนา สื่อถึงการเผยแผ่พระธรรมของพระพุทธเจ้า นอกจากนี้รูปธรรมจักรในวัฒนธรรมทวารวดียังปรากฏใน พระพิมพ์ รอยพระพุทธบาท* และเหรียญเงิน อีกด้วย
*ตัวอย่างเช่น รอยพระพุทธบาทคู่ ที่โบราณสถานสระมรกต อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี
--------------------------------------------------
อ้างอิง
- พุทธมงคล (นางแฝง). สารัตถสมุจจัย อธิบายธรรมจักรกัปปวัตตนสูตร. กรุงเทพฯ: แสวงสุทธิการพิมพ์, ๒๕๒๗.
- ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปะทวารวดี วัฒนธรรมยุคแรกเริ่มในดินแดนไทย. นนทบุรี: เมืองโบราณ, ๒๕๖๒.
- ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินทร (องค์การมหาชน). จารึกในประเทศไทย (จารึกเหรียญเงินทวารวดี (วัดพระประโทนเจดีย์ 1). [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๖, จาก:https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/695
---------------------------------------------------
ที่มาของข้อมูล Facebook: National Museum Bangkok : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
https://www.facebook.com/nationalmuseumbangkok/posts/pfbid0Hsx39MKk8Fd4GiddxP2Pcaexye62XVTekuh2UMfaC66KH7Cp47fxW2Rr3tHTYrDQl