ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 4,026 รายการ
กลุ่มแปลและเรียบเรียง สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ขอเชิญชมการถ่ายทอดสด การสัมมนาทางวิชาการเรื่อง "โกษาปานกับประวัติศาสตร์การทูตไทย" ในวันศุกร์ที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๘.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ทางเฟสบุ๊ก "กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม"
ขอเชิญชวนส่งบทความเพื่อตีพิมพ์ใน“วารสารวิชาการหอสมุดแห่งชาติ (National Library of Thailand Journal)”
สำนักหอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญชวน นักวิชาการ นักวิจัย คณาจารย์ นิสิต นักศึกษา ส่งบทความเพื่อตีพิมพ์ใน“วารสารวิชาการหอสมุดแห่งชาติ (National Library of Thailand Journal)” ISSN 2985-2668 (Print) | ISSN 2985-2676 (Online)กำหนดออกปีละ 2 ฉบับ ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน ฉบับที่ 2 กรกฎาคม ธันวาคม
เปิดรับบทความ ประเภทบทความวิชาการ บทความวิจัย หรือบทความวิจัยจากวิทยานิพนธ์ บทความปริทัศน์บทวิจารณ์หนังสือ (ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) โดยเนื้อหาบทความมีเนื้อหาเกี่ยวกับบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ ภาษา เอกสาร หนังสือ และมรดกศิลปวัฒนธรรม หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บทความที่จัดส่งจะผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 3 ท่าน โดยเป็นระบบ Double-blinded review system สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มวิจัยและพัฒนาห้องสมุด สำนักหอสมุดแห่งชาติ โทร. 0 2280 9828-32 ต่อ 646, 679 Email: rldbkk.nlt@gmail.com ดูรายละเอียดข้อกำหนดการส่งบทความได้ที่ https://shorturl.at/qFJJN รายละเอียดเพิ่มเติม https://so04.tci-thaijo.org/index.php/nlt *ไม่มีค่าใช้จ่ายในการตีพิมพ์
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย ขอเชิญทุกท่านร่วมแบ่งปันความสุขและสิ่งของให้แก่น้อง ๆ นักเรียนจากโรงเรียนในอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 4 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านฉกาจช่องโค วันที่ 6 มิถุนายน 2568 โรงเรียนบ้านใหม่ฉมวก วันที่ 10 มิถุนายน 2568 โรงเรียนบ้านหวายโนนโพธิ์ วันที่ 12 มิถุนายน 2568 และโรงเรียนบ้านถนน วันที่ 16 มิถุนายน 2568 ในโครงการพิพิธภัณฑ์ออนทัวร์ โครงการที่จะยกพิพิธภัณฑ์ไปให้ความรู้ถึงที่และพาเด็ก ๆ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของบ้านเกิด หากท่านใดสนใจร่วมแบ่งปันสิ่งของ ขนม หรืออุปกรณ์การเรียนให้แก่น้อง ๆ สามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 4447 1167 หรือข้อความเพจเฟซบุ๊ก Phimai National Museum:พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
รู้หรือไม่? การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของมรดกวัฒนธรรมจากอดีตสู่ปัจจุบัน จนมาถึงวิธีการอนุรักษ์บานไม้ประดับมุกแบบศิลปะญี่ปุ่นอันเป็นศิลปกรรมที่ทรงคุณค่า คณะทำงานทำกันอย่างไร? ทำไมใช้ระยะเวลานานในการอนุรักษ์? วิทยาศาสตร์กับงานศิลปกรรมเกี่ยวข้องกันด้านไหน?
สำนักช่างสิบหมู่ ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมฟังคำตอบเหล่านี้ได้ในการสัมมนาวิชาการ “ราชประดิษฐฯ วิจิตรศิลป์ สานสัมพันธ์สองแผ่นดิน งานศิลป์ประดับมุก” ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ ชั้น 2 ณ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ในวันพุธที่ 10 กันยายน 2568 เวลา 10.00 - 11.30 น. พบกับการสัมมนา เรื่อง “สืบสาน สร้างศิลป์ มรดกสองแผ่นดิน” โดยวิทยากร :
1. พระราชวชิรธรรมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสและเลขานุการ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม
2. พระมหาอนุลักษณ์ ชุตินนฺโท ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม
3. Ms. Futagami Yoko, Head of the Cultural Properties Information Section, Tokyo National Research Institute of Cultural Properties
4. นายสรรินทร์ จรัลนภา นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร
5. นายภควัต จรรยาสุภาพ นักวิทยาศาสตร์ปฏิบัติการ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร
วิทยากรผู้แปลภาษา : นางสาวสุวิวรรณ เอื้อสุขกุล ล่ามอาสาไทย - ญี่ปุ่น สำนักงานโครงการบูรณปฏิสังขรณ์วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม
รายละเอียดกำหนดการ1_ROUF7UtwqclTsrXsNC9h4lcCsCI8cAY
ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่
https://forms.gle/NP3Cu2D1hgW9jAyq7
ตามที่กรมศิลปากร โดยอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย จังหวัดนครราชสีมา ได้จัดกิจกรรมการประกวดภาพถ่ายอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ในหัวข้อ "ปราสาทพิมาย งดงาม ยามค่ำคืน" เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนได้เที่ยวชมและศึกษาเรียนรู้โบราณสถานผ่านมุมมองศิลปะการถ่ายภาพ ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการท่องเที่ยวมิติใหม่ ชมปราสาทพิมาย ยามค่ำคืน (Phimai Night : Light Up ปีที่ 2) เมื่อเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม 2568 มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดจำนวนมาก และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของกรมศิลปากร ได้พิจารณาตัดสินผลงานภาพถ่ายเมื่อเดือนกันยายน 2568 มีผู้ได้รับรางวัล ดังนี้
1. รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล จำนวน 8,000 บาท ได้แก่ นายธนวัฒน์ ทองจันทร์
2. รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 1 เงินรางวัล จำนวน 5,000 บาท ได้แก่ นายสุภชัย บุตรวงษ์
3. รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 2 เงินรางวัล จำนวน 3,000 บาท ได้แก่ นายชาญยุทธ ศรีบัวรอด
4. รางวัลชมเชย เงินรางวัล จำนวน 1,000 บาท จำนวน 5 รางวัล ได้แก่
1. นายธนวัฒน์ ทองจันทร์
2. นายชาญยุทธ ศรีบัวรอด
3. นางสาวจิรนันท์ ลื้อนันต์ศิริ
4. นายสรธร โพธิ์สีดา
5. นายสุรเชษฐ อินอัญชัญ
ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รางวัลทุกรางวัล ทางอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย จะติดต่อกลับเพื่อมารับรางวัลต่อไป สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 4447 1568
จังหวัดอุดรธานี โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี ร่วมกับ เทศบาลตำบลบ้านเชียง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี อำเภอหนองหาน หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ขอเชิญเที่ยวงานเฉลิมฉลองมรดกโลกบ้านเชียง ประจำปี 2569" ระหว่างวันที่ 13 - 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง และลานวัฒนธรรมบ้านเชียง ภายในงานพบกับความสนุกสนานย้อนรอยอารยธรรมโบราณ ขบวนแห่วิถีชีวิตมรดกโลกบ้านเชียงอำเภอหนองหาน และชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ประกอบด้วย
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 การแสดงแสง สี เสียง สื่อผสม ชุด “ย้อนรอยบ้านเชียง มรดกโลกแห่งแรกของอุดรธานี” นำแสดงโดยน้องกระเต็น กุลปริยา ฆ้อนทอง 1st Runner Up Miss Face of Humanity 2024 และ mini concert จากศิลปินชื่อดัง ศาล สานศิลป์, ป๋อมแป๋มไมค์ทองคำ และ รุ่ง นครพนม
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 การแสดงหมอลำกลอนพื้นบ้าน การแสดงดนตรีสากล จาก วงเซอร์เพนท์ และการแสดงโปงลาง จาก “วงโปงลางนาคาคำชะโนด
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 การแสดงหมอลำกลอนพื้นบ้าน การแสดงโปงลางจาก ”วงโปงลางออนซอนหนองหาน“ และ mini concert จากศิลปินชื่อดัง ป๋อมแป๋มไมค์ทองคำ, รุ่ง นครพนม
นอกจากนี้ยังสามารถร่วมสนุกสนานกับกิจกรรม Workshop การสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดเวลาทั้ง 3 วัน เช่น การสาธิตการปั้นหม้อ เขียนสีไหลายบ้านเชียง, การสาธิตการทำผ้าบาติกลายบ้านเชียง, การสาธิตการทอผ้า การมัดหมี่ ฯลฯ พร้อมรับของที่ระลึกที่ทำด้วยตัวคุณเองชิ้นเดียวในโลก
THAI CULTURE, NEW SERIES NO. 4
THAI BUDDHIST ART
(ARCHITECTURE)
BY
PROFESSOR SILPA BHIRASRI
ประวัติศาสตร์และโบราณคดีเมืองจะนะ ตอนที่ ๔ ยุคประวัติศาสตร์ สมัย ร.๕ จนถึงปัจจุบันตอนที่ ๔ จะนะสมัยรัชกาลที่ ๕ ถึงปัจจุบัน
เมื่อมีการปรับปรุงรูปแบบการปกครองเป็นมณฑลเทศาภิบาล และยกเลิกระบบเจ้าเมือง เมืองจะนะจึงมีฐานะเป็นอำเภอเมืองจะนะ ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอบ้านนา และอำเภอจะนะ ตามลำดับ
อำเภอเมืองจะนะ
พ.ศ.๒๔๓๙ มีการปรับปรุงรูปแบบการปกครองเป็นมณฑลเทศาภิบาล จึงมีการปรับเปลี่ยนฐานะของเมืองจะนะจากเมืองขึ้นของเมืองสงขลามาเป็นส่วนหนึ่งของเมืองสงขลา เรียกว่า “อำเภอเมืองจะนะ” โดยแต่งตั้งขุนศรีสารกรรมเป็นนายอำเภอเมืองจะนะ และย้ายที่ตั้งเมืองไปตั้งที่บ้านนาทวี ในขณะนั้นอำเภอเมืองจะนะมีบ้านเรือนจำนวน ๓,๓๑๒ หลังคาเรือน และประชากรรวม ๑๙,๐๕๖ คน (ชาย ๙,๕๖๘ คน หญิง ๙,๔๙๗ คน)
อำเภอบ้านนา
ในพ.ศ.๒๔๔๓ หลวงสาธรประสิทธิผลได้ย้ายที่ตั้งเมืองจะนะไปตั้งที่บ้านนา ในครั้งนั้นได้มีการเปลี่ยนชื่ออำเภอเมืองจะนะเป็น “อำเภอบ้านนา”
อำเภอจะนะ
พ.ศ.๒๕๖๗ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้เปลี่ยนชื่ออำเภอบ้านนาเป็น “อำเภอจะนะ” เนื่องจากชื่ออำเภอบ้านนา เมืองสงขลา ซ้ำกันกับอำเภอบ้านนาในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและไม่สะดวกแก่ทางราชการ และหลังจากนี้อำเภอจะนะก็ตั้งอยู่ที่บ้านนามาจนกระทั่งปัจจุบัน โดยแบ่งการปกครองออกเป็น ๑๔ ตำบล คือ แค ตลิ่งชัน สะพานไม้แก่น สะกอม ขุนตัดหวาย คู ป่าชิง บ้านนา คลองเปียะ ท่าหมอไทร น้ำขาว จะโหนง นาหว้า และนาทับ
-------------------------------------------------------------------------
เรียบเรียงข้อมูลและกราฟฟิคโดย นายสารัท ชลอสันติสกุล นักโบราณคดีชำนาญการ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๑๑ สงขลา
รายชื่อบุคคล จำนวน 1 ราย ที่มียอดเงินที่ยังค้างในบัญชี KTB Corporate Online (เลขที่บัญชี 0276034260)น.ส.ณัชชา ชัยธชวงศ์กรุณาติดต่อกลับ กลุ่มคลังและพัสดุ สำนักบริหารกลาง กรมศิลปากร โทร.02-126-6292
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ขอเชิญชมนิทรรศการพิเศษเนื่องในโอกาสวันพิพิธภัณฑ์ไทย พุทธศักราช ๒๕๖๕ เรื่อง “พระพุทธศาสนาในเมืองลำพูน” จัดแสดงระหว่างเดือนกันยายน ๒๕๖๕ - สิงหาคม ๒๕๖๖
นิทรรศการครั้งนี้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนาในเมืองลำพูน ซึ่งเป็นเมืองสำคัญของภาคเหนือที่เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญ ตั้งแต่สมัยหริภุญไชย สืบเนื่องมาในสมัยล้านนาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ผ่านโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุชิ้นเยี่ยม
ขอเชิญชวนผู้สนใจเรียนรู้ประวัติศาสตร์อารยธรรมเมืองลำพูน ชมการจัดแสดงนิทรรศการพิเศษ “พระพุทธศาสนาในเมืองลำพูน” ณ พิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย จังหวัดลำพูน เปิดทุกวันพุธ - อาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. ปิดวันจันทร์ - อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๕๓๕๑ ๑๑๘๖ หรือติดตามข่าวสารกิจกรรมอื่นๆ ได้ทางเฟสบุ๊ก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ลำพูน
พระอังคารพระอิศวรทรงสร้างจากกระบือ ๘ ตัว บดป่นเป็นผง ห่อด้วยผ้าสีชมพูหม่น พรมด้วยน้ำอมฤตได้บุรุษผิวสีทองแดง ทรงกระบือเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ มีอารมณ์มุทะลุ ตึงตัง ชอบใช้กำลัง ใจร้อน เป็นมิตรกับพระศุกร์ และเป็นศัตรูกับพระอาทิตย์ สัญลักษณ์เลข ๓ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๘
กองโบราณคดี โดยกลุ่มวิจัยและพัฒนางานโบราณคดี ร่วมกับมูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา จัดโครงการเรียนรู้ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมไทย ครั้งที่ 2 หัวข้อ “จากโบราณคดีบนความขัดแย้งสู่องค์ความรู้ก่อนประวัติศาสตร์ไทย” เปิดรับสมัครอาสาผู้มีวิชาชีพครู จำกัดจำนวนเพียง 30 ท่าน เข้าร่วมโครงการเรียนรู้ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมไทย ระหว่างวันที่ 4-5 พฤศจิกายน 2566 ณ จังหวัดกาญจนบุรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และได้รับเกียรติบัตรจากกรมศิลปากร
โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อนำอาสาเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเชิงโบราณคดีแห่งความขัดแย้ง (Conflict Archaeology) จากสงครามโลก ครั้งที่ 2 อันนำมาซึ่งการค้นพบและการศึกษาโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ (Prehistoric Archaeology) ในประเทศไทย ถ่ายทอดองค์ความรู้โดยคณะวิทยากรจากกรมศิลปากร อาทิ คุณสุภมาศ ดวงสกุล ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยและพัฒนางานโบราณคดี, ดร.ภัทรวรรณ พงศ์ศิลป์ กองโบราณคดี และคุณศุภภัสสร หิรัญเตียรณสกุล สำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในเพจเฟสบุ๊ก มูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา (https://www.facebook.com/Suthiratfoundation)
กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “โบราณวัตถุล้ำค่าพุทธศรัทธาบูชาพระพุทธชินราช ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระพุทธชินราช” วิทยากร นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้ดำเนินรายการ นายสิทธิพร บุปผา นักวิชาการเผยแพร่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร รายการ “ไขความรู้จากครูกรมศิลป์” มีรูปแบบเนื้อหาของรายการเกี่ยวกับประวัติความเป็นไทย เกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญ ประเพณี วัฒนธรรม วีถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ผ่านการบอกเล่า ถ่ายทอดความรู้ แนวความคิด เนื้อหาวิชาการ จากประสบการณ์ของผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร กำหนดถ่ายทอดสดผ่านเฟสบุ๊กไลฟ์ (facebook live) ทุกวันพฤหัสบดี เวลา ๑๑.๐๐ น. ตลอดปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๖๖ - กันยายน ๒๕๖๗
กรมศิลปากร ขอเชิญทุกท่านร่วมงาน “4 วัด 1 วัง เมื่อครั้งต้นกรุงฯ” เทศกาลท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืน ระหว่างวันที่ 9 - 17 พฤศจิกายน 2567 ตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป พบกับการแสดงมากมายตลอด 9 คืน ภายในโบราณสถานสำคัญของอยุธยา แต่ละที่มี Highlight ดังต่อไปนี้
- วัดพระราม
10 พ.ย. 67 การแสดงโขน ตอน "นารายณ์ปราบนนทุก - พระรามข้ามสมุทร" โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร
11 พ.ย. 67 การแสดงชักนาคดึกดำบรรพ์ และ โขน ตอน "โมกขศักดิ์" โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร
12 พ.ย. 67 การแสดงละครนอก สังข์ทอง ตอน "เลือกคู่-หาปลา" โดย สำนักการสังคีต กรมศิลปากร
13 พ.ย. 67 การแสดงหุ่นกระบอก "พระอภัยมณีหนีผีเสื้อสมุทร" โดย ชูเชิดชำนาญศิลป์ จ.สมุทรสงคราม14 พ.ย. 67 การแสดงหนังใหญ่ รามเกียรติ์ ตอน "ยกรบ" วัดขนอน จ.ราชบุรี และขับร้องเพลง โดย นัน แชมป์ไมค์ทองคำ
15 พ.ย. 67 วันลอยกระทง และประกวดนางนพมาศ
16 พ.ย. 67 การแสดงโขนนั่งราว ตอน "นาคบาศ - ยกรบ" โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร
17 พ.ย. 67 การแสดงหนังใหญ่ โดย วัดสว่างอารมณ์ จ.สิงห์บุรี และการแสดงเพลงเรือ
- วัดราชบูรณะ
10 พ.ย. 67 การแสดงสำนักดาบพุทไธศวรรย์
13 พ.ย. 67 มวยคาดเชือก17 พ.ย. 67 การแสดงละครลิง โดย คณะประกิตศิษย์พระกาฬ
- วัดมหาธาตุ
9-17 พ.ย. 67 การสาธิตและ workshop งานช่างศิลป์ไทย โดย สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร และการแสดงดนตรี โดย กลุ่มคนรุ่นใหม่ จ.อยุธยา
15 พ.ย. 67 พิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ จันทร์วันเพ็ญ- วัดไชยวัฒนาราม
15 พ.ย. 67 วันลอยกระทง
- พระราชวังจันทรเกษม
9 พ.ย. 67 สาธิตการสักยันต์ โดย อ.ประเวศ คงเอียด และกิจกรรมดูดาว โดย สมาคมดาราศาสตร์ไทย
10 พ.ย. 2567 กิจกรรมดูดวง โดยสมาคมโหรแห่งประเทศไทย และการประชันปี่พาทย์แบบโบราณ โดย คณะกุญชรดุริยะ กับ ระนาดเมืองเหน่อ
11 พ.ย. 67 การแสดงหมากรุกคน โดย นาฏศิลป์ลพบุรี
12-14 พ.ย. 67 หนังกลางแปลง
15 พ.ย. 67 การแสดงดนตรี โดย วงสุภาภรณ์
16 พ.ย. 67 "จันทรเกษมลีลา กระจ่างฟ้าลีลาศ" โดย สำนักการสังคีต กรมศิลปากร และ "เพชรในเพลง" โดย ผิงผิง สรวีย์ แชมป์รายการ The Golden Song
17 พ.ย. 67 "เสนาะเสียงสำเนียงเพชร ลำนำเพชรในเพลง" โดย สำนักการสังคีต กรมศิลปากร และ "เพชรในเพลง" โดย ศิลปินเพชรในเพลง นอกจากนี้ใครที่เป็นทาสแมวห้ามพลาด วันที่ 10 พฤศจิกายน 2567 มีการประกวดแมวไทย "แมวไทยโบราณคืนถิ่นกรุงศรี" ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา