ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 48,857 รายการ

ถนนเจริญราษฎร์จากเส้นทางการค้าทางน้ำสู่ชุมชนการค้าย่านวัดเกต เส้นทางถนนที่ผ่านไปบริเวณชุมชนวัดเกต ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง ในอดีตคือที่พักของพ่อค้าทางเรือ ทำให้บริเวณนี้มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม อย่างไรก็ตาม จากหลักฐานที่ปรากฎในจารึกวัดเกต พ.ศ. ๒๑๒๑ และ พ.ศ. ๒๑๒๔ ได้ปรากฏภาพการตั้งชุมชนในช่วงการเข้าปกครองเชียงใหม่โดยพม่า ว่ามีการบูรณะพระเกสธาตุเจดีย์หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เชียงใหม่โดยเจ้าพม่าผู้ครองเมืองเชียงใหม่ขณะนั้น และยุคการเข้ามาตั้งถิ่นฐานของพ่อค้าชาวจีนที่ได้ก่อร่างสร้างชุมชนมาจนปัจจุบัน          ชุมชมวัดเกตกลายเป็นศูนย์กลางการค้าทางเรือช่วงปลายรัชกาลที่ ๓ ท่าวัดเกต ริมแม่น้ำปิงคือหมุดหมายของกลุ่มพ่อค้าชาวจีนที่นำสินค้าจากกรุงเทพฯ และปากน้ำโพ มาจำหน่ายและเปิดร้านรวงตลอดถนนเจริญราษฎร์ กลุ่มคนอังกฤษเข้ามาตั้งบริษัทบอร์เนียวค้าไม้สัก กลุ่มมิชชันนารีเข้ามาจัดตั้งโรงเรียนปริ้นส์รอแยลวิทยาลัย โรงเรียนดาราวิทยาลัย และโรงพยาบาลแมคคอมิค ซึ่งขณะนั้นยังมีการทำไร่ทำนาอยู่บริเวณหลังวัดเกต ภาพความเจริญครั้งอดีตของชุมชนวัดเกต บนถนนเจริญราษฎร์ ยังคงปรากฏอาคารร้านค้า บ้านเรือนที่มีอายุราว ๑๐๐ ปี ก่อสร้างด้วยไม้สัก บ้างก่ออิฐถือปูน ที่ปรับเปลี่ยนไปเป็นร้านอาหาร ที่พัก แกลเลอรีแสดงงานศิลปะ ร้านค้างาน handmade อีกทั้งมีการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์วัดเกตการาม รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ที่ตกทอดจากบรรพบุรุษของคนในชุมชน ซึ่งช่วยบอกเล่าเรื่องราวครั้งอดีตได้เป็นอย่างดี        นอกจากสิ่งก่อสร้างที่ปรากฏภาพความมั่งคั่งของความเจริญทางการค้าในอดีต ตลอดถนนสายนี้ยังเต็มไปด้วยประเพณีวัฒนธรรม อาหารการกิน ความเป็นมิตรของผู้คน อันเป็นความมั่งคั่งทางวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น และสัมผัสได้ง่ายเพียงแค่ก้าวเดินไปบนเส้นทางถนนสายนี้ ผู้เรียบเรียง : นายวีระยุทธ ไตรสูงเนิน นักจดหมายเหตุชำนาญการ ภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่. ภาพส่วนบุคคล ชุด นายบุญเสริม สาตราภัย.#ถนนเจริญราษฎร์เชียงใหม่#เอกสารจดหมายเหตุ#หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถเชียงใหม่#สำนักศิลปากรที่๗ข้อมูลอ้างอิงบุญเสริม สาตราภัย. ๒๕๕๔. เชียงใหม่ในความทรงจำ. เชียงใหม่ : โรงพิมพ์แสงศิลป์.สมโชติ  อ๋องสกุล. ๒๕๖๒. ชุมชนรอบวัดในเชียงใหม่ : ประวัติศาสตร์ชุมชน โดยศูนย์ล้านนาศึกษา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เชียงใหม่ : บริษัท วิทอินดีไซตน์ จำกัด.อนุ เนินหาด, พ.ต.ท. ๒๕๔๔. สังคมเมืองเชียงใหม่ “รุ่น ๓”. เชียงใหม่ : นนทบุรีการพิมพ์


#ของเด่นของดีพระนครคีรีเมืองพริบพรี ตอนที่ ๕      โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุชิ้นสำคัญของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรีที่จะนำเสนอในครั้งนี้ ก็คือ กระปุกน้ำมันทาผิว ยี่ห้อ Holloway's Ointment ถูกคิดค้นและผลิตโดย Thomas Holloway ตั้งแต่ปี ๑๘๓๗ เป็นยารักษาโรคทั่วไปที่ได้รับความนิยมในยุคนั้น สำหรับโรคหลายชนิด เช่น โรคเกาต์ โรคไขข้อ แผลพุพอง เจ็บหน้าอก และปวดหัว      กระปุกทำจากกระเบื้อง พร้อมจานรองลายดอกไม้ติดกับโถ ขนาดของกระปุกสูง ๕.๕ ซม. กว้าง ๙.๘ ซม. ขนาดจานรอง สูง ๒ ซม. กว้าง ๑๔ ซม.      ภาพเครื่องหมายการค้า เป็นภาพไฮเจีย เทพีแห่งสุขภาพอนามัย ความสะอาด และสุขลักษณะ ที่มีหน้าที่ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ลักษณะคือ ผู้หญิงกำลังถือถ้วยยาที่มีงูกำลังพันอยู่ ที่บริเวณด้านซ้ายของเทพีปรากฏเด็กที่กำลังถือป้ายไม้กระดาน


ความรู้เกี่ยวกับประเพณีลอยกระทง ตอนที่ 3 เรื่อง “ตำนานและนิทานเกี่ยวกับประเพณีลอยกระทง” หอสมุดเฉลิมพระเกียรติ ร.9 นครราชสีมา ขอนำเสนอสาระความรู้เกี่ยวกับประเพณีวันลอยกระทง จากหนังสือเรื่อง "ประเพณีลอยกระทง" โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม โดยมีเรื่องราวที่เป็นตำนานลอยกระทงที่น่าสนใจ 4 เรื่อง ทั้งเกี่ยวเนื่องในศาสนาพุทธ และศาสนาพราหมณ์ รวมถึงตำนานพื้นถิ่นที่น่าสน เพื่อความเพลิดเพลินในการอ่านและเป็นความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับประเพณีอันดีงามของไทย



          วัดมหาธาตุวรวิหาร ราชบุรี หรือเดิมเรียกว่า วัดหน้าพระธาตุ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๗ ถนนเขางู ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี เป็นวัดเก่าแก่ที่สำคัญของเมืองราชบุรีตั้งอยู่บริเวณฝั่งขวาของแม่น้ำแม่กลอง  วัดมหาธาตุ พบหลักฐานที่น่าสนใจ และสร้างความประหลาดใจต่อผู้ที่พบเห็น คือ บริเวณด้านหน้าองค์พระปรางค์มีวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยประทับนั่งหันพระปฤษฎางค์ (หลัง) ชนกัน จำนวน ๕ หลังวิหารทั้ง ๕ หลัง ประกอบด้วย           ๑. วิหารหลวง ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าพระปรางค์ วางตัวในแนวแกนทิศตะวันออก - ตะวันตก ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยประทับนั่งหันพระปฤษฎางค์ (หลัง) ชนกัน ๒ องค์ คือ พระมงคลบุรี และพระศรีนัคร์ มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นแกนด้านในทำจากหินทรายสีแดง ขนาดเท่ากันวางตัวในแกนทิศตะวันออก - ตะวันตก เช่นเดียวกับตัวอาคาร           ๒. วิหารราย ๒ หลัง ตั้งอยู่ขนาบกับวิหารหลวงทั้งสองด้าน วางตัวแนวแกนทิศตะวันออก – ตะวันตก เช่นเดียวกับวิหารหลวง ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยประทับนั่งหันพระปฤษฎางค์ (หลัง) ชนกัน ในขนาดที่ต่างกัน พระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานด้านหน้า พระพุทธรูปองค์เล็กประดิษฐานด้านหลัง หันพระพักตร์ทางทิศตะวันออก - ตะวันตก ตามแนวแกนวิหาร             ๓. วิหารราย ๒ หลัง ตั้งอยู่ด้านหน้าถัดออกไปจากวิหารรายในข้อ ๒ วางตัวแนวแกนทิศเหนือ – ใต้ ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยประทับนั่งหันพระปฤษฎางค์ (หลัง) ชนกัน ในขนาดที่ต่างกัน พระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานด้านหน้า พระพุทธรูปองค์เล็กประดิษฐานด้านหลัง หันพระพักตร์ทางทิศเหนือ - ใต้ ตามแนวแกนวิหาร             พระพุทธรูปเหล่านี้ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างแน่ชัด แต่ด้วยรูปแบบทางศิลปะของพระพุทธรูปทั้งหมดในวิหารแต่ละหลัง มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปสมัยอยุธยา อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๐ - ๒๒ พระพุทธรูปเหล่านี้ถูกเคลื่อนย้ายมาจากวัดร้างที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงวัดมหาธาตุ เช่น วัดลั่นทมที่อยู่ทางทิศใต้ วัดอุทัยตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ วัดโพธิ์เขียวหรือวัดเพรงที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ เป็นต้น การประดิษฐานให้พระพุทธรูปสององค์ให้นั่งหันหลังชนกันนั้น ก็ไม่ปรากฏมูลเหตุแน่ชัด อาจจะเป็นความตั้งใจที่ต้องการให้ช่วยปกปักรักษาคุ้มครองบ้านเมืองทั้งสี่ทิศ เนื่องจากช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่บ้านเมืองมีศึกสงครามอยู่บ่อยครั้งก็เป็นได้ -------------------------------------------------------------- ที่มาของข้อมูล : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี https://www.facebook.com/ilove.ratchaburi.national.museum/posts/pfbid02Ncda16WY8AwtmWLF3omd2XLc2Zn1eGsQZLDSJp4HqjsCzf6xZWVXfdkXmXXgM6Vxl*เผยแพร่ข้อมูลทางเว็บไซต์ โดยกลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร


องค์ความรู้ สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี เรื่อง “วัดทุ่งศรีเมือง” ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ผู้เรียบเรียง: นายกฤษณพงศ์ พูนสวัสดิ์ นักโบราณคดีปฏิบัติการ สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี


ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ.                                           42/1ประเภทวัดุ/มีเดีย                       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                              88 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 54 ซม.หัวเรื่อง                                        พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก               เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


แนะนำ E-book หนังสือหายาก เรื่อง ยอดขุนศึกในสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำรง ปานสิงห์, พลตรี. ยอดขุนศึกในสงครามโลกครั้งที่2. พระนคร: โรงพิมพ์ อุดม, 2492.       ถูกใจ       แสดงความคิดเห็น     แชร์    


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 140/1ค เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 175/2เอกสารโบราณ(คัมภีร์ใบลาน)


ชื่อผู้แต่ง         แพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ และแพทยสภา. ชื่อเรื่อง           วารสารสุขภาพสำหรับประชาชน (ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๖ มีนาคม ๒๕๑๗) ครั้งที่พิมพ์       -สถานที่พิมพ์     กรุงเทพฯสำนักพิมพ์       อักษรสมัย ปีที่พิมพ์          ๒๕๑๗ จำนวนหน้า      ๑๒๘ หน้ารายละเอียด วารสารสุขภาพสำหรับประชาชน เป็นวารสารที่คณะผู้จัดทำได้รวบรวมข้อมูล เรื่องของโรคภัยไข้เจ็บ ในหลายๆ ด้าน มานำเสนอให้ผู้อ่านได้ศึกษา มีจุดประสงค์ เพื่อให้ผู้อ่านทราบถึงอาการของโรค ต้นเหตุของการเกิดโรค และวิธีหลีกเลี่ยงหรือรักษาเบื้องต้น  


เลขทะเบียน : นพ.บ.505/3กห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 52 หน้า ; 4 x 53 ซ.ม. : รักทึบ-ล่องชาด ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 169  (224-232) ผูก 3ก (2566)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันขันธ์--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


           วันนี้ (วันพุธที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๖๖) เวลา ๐๙.๓๙ น. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีบวงสรวงสมโภชพระธาตุและเทวดานพเคราะห์ นำออกให้ประชาชนสักการะและสรงน้ำขอพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ๒๕๖๖ ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๔ เมษายน ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ณ ศาลาสำราญมุขมาตย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร และประชาชนร่วมในพิธี            กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จัดกิจกรรมสรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์เป็นประจำทุกปี เพื่อความเป็นสิริมงคลในปีใหม่ไทย เนื่องด้วยในสมัยโบราณ คนไทยมักไม่นิยมนับอายุตามวันเกิด แต่จะนับตามการเถลิงศักราชใหม่ในช่วงปีใหม่ไทยคือ สงกรานต์ หากปีใดมีความป่วยไข้ หรือทราบว่าถึงเวลาเปลี่ยนทักษา โดยเฉพาะเจ้านายก็จะขึ้นเกยส่งเทวดาเก่ารับเทวดาใหม่ ด้วยเชื่อว่าจะนำพาสิริมงคลมาพร้อมกับศักราชใหม่ จึงได้อัญเชิญพระธาตุในพระกรัณฑ์ ซึ่งเดิมทีประดิษฐานในก้านพระรัศมีของพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปองค์สำคัญที่ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระราชวังบวรสถานมงคล มาเป็นประธานในพิธี และเทวดานพเคราะห์ทั้ง ๙ องค์ ผู้เป็นเจ้าเรือนชะตามนุษย์ทุกคนตั้งแต่เกิดจนตาย ตามความเชื่อโบราณ มาให้ประชาชนได้สักการะและสรงน้ำขอพร ณ ศาลาสำราญมุขมาตย์  เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต อันเป็นวาระแห่งการเริ่มต้นศักราชใหม่ของไทย และเป็นการสืบสานประเพณีที่ดีงาม ตลอดจนสืบทอดองค์ความรู้ในอดีตจากรุ่นสู่รุ่น ทั้งนี้ เทวดานพเคราะห์มีต้นกำเนิดมาจากโหราศาสตร์ฮินดูที่   นับถือพระสุริยเทพ (พระอาทิตย์)  ซึ่งมีเทพบริวารอีก ๘ องค์ รวมเป็น ๙ องค์ ถือว่าเป็นเทพที่ปกปักรักษาชีวิตของประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย ประกอบด้วย พระอาทิตย์ ทรงราชสีห์ เป็นเทพนพเคราะห์ที่มีอำนาจเหนือกว่าเทพนพเคราะห์ทั้งปวง พระจันทร์ ทรงม้า พระอังคาร ทรงมหิงสา พระพุธ ทรงคชสาร พระพฤหัสบดี ทรงกวาง พระศุกร์ ทรงโค พระเสาร์ ทรงพยัคฆ์ พระราหู ทรงพญาครุฑ และ พระเกตุ ทรงนาค            สำหรับประติมากรรมเทวดานพเคราะห์ทั้ง ๙ องค์ ที่อัญเชิญมาประดิษฐานตามระบบทักษาในแผนผังอัฐจักรนี้ สร้างขึ้นตามแบบเทวดานพเคราะห์ของไทย แต่งกายคล้ายคลึงกับภาพเทวรูปในสมุดไทยหมวดตำราภาพเทวรูปไสยาศาสตร์ เล่มที่ ๗๐ สำนักหอสมุดแห่งชาติ สันนิษฐานว่าเป็นรูปแบบของพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอิศราพงศ์ พระราชโอรสพระองค์ที่ ๑๒ ในสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ วังหน้าองค์ที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์กับพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดาราวดี พระราชธิดาในสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ซึ่งประติมากรรมเทวดานี้มีความคล้ายคลึงกับภาพจิตรกรรมเทพยดาบนบานประตูหน้าต่างด้านในของพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) ที่พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอิศราพงศ์ ทรงร่วมในการควบคุมการก่อสร้างเช่นกัน ความพิเศษของประติมากรรมชุดนี้ คือ สามารถถ่ายทอดรูปแบบของเทวดา  นพเคราะห์ให้ออกมาเป็นประติมากรรมแบบลอยตัว แสดงท่าทางและลักษณะได้อย่างสมจริงและมีชีวิตชีวา โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ และลักษณะของเทพแต่ละองค์ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ สันนิษฐานว่าน่าจะหล่อขึ้นในราวรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นต้นมา โดยเปรียบเทียบลักษณะประติมานวิทยากับภาพใน  สมุดไทย และรูปสัตว์ที่มีความเหมือนจริงเนื่องจากได้รับอิทธิพลจากตะวันตก            พุทธศาสนิกชนและประชาชนที่สนใจสามารถร่วมกิจกรรมสรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ๒๕๖๖ ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๔ เมษายน ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ณ ศาลาสำราญมุขมาตย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 


ชื่อเรื่อง                         สํยุตฺตนิกายกถา (สํยุตฺตนิกาย)ลบ.บ.                            35/1หมวดหมู่                       พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                  62 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 56.5 ซม.หัวเรื่อง                         พระไตรปิฎก                                                                         บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องรัก ไม้ประกับธรรมดา



black ribbon.