ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,063 รายการ
ชื่อผู้แต่ง พุทธทาสภิกขุ
ชื่อเรื่อง แก่นพุทธศาสน์
พิมพ์ครั้งที่ -
สถานที่พิมพ์ พระนคร
สำนักพิมพ์ โรงพิมพ์อาศรมอักษร
ปีที่พิมพ์ ๒๕๐๗
จำนวนหน้า ๑๗๙ หน้า
รายละเอียด
หนังสือแก่นพระพุทธศาสน์โดย ท่านพระพุทธทาสภิกขุ เล่มนี้มี ๕ เรื่อง ดังนี้ ๑.) ใครเสียชาติเกิด ๒.) ตายดีกว่าอยู่หรือ ๓.) ใจความทั้งหมดของพระพุทธศาสนา ๔ ความว่าง ๕.) วิธีปฏิบัติเพื่อเป็นอยู่ด้วยความว่าง
ชื่อเรื่อง ประชุมนิพนธ์เบ็ดเตล็ด พระนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพผู้แต่ง/ผู้เรียบเรียง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือหายากหมวดหมู่ ชุมนุมนิพนธ์เลขหมู่ 089.95911สถานที่พิมพ์ พระนครสำนักพิมพ์ สำนักพิมพ์คุรุสภปีที่พิมพ์ 2504ลักษณะวัสดุ 334 หน้า ภาษา ไทย
เลขทะเบียน : นพ.บ.609/3 ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :52 หน้า ; 4 x 50 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 196 (1-7) ผูก 3 (2568)หัวเรื่อง : ปัญญาชาดก--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.658/3กห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 46 หน้า ; 4.5 x 55 ซ.ม. : ทองทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 211 (142-154) ผูก 3ก (2568)หัวเรื่อง : มหานิปาตวณฺณนา--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อเรื่อง : เมืองในภาคอีสาน ชื่อผู้แต่ง : - ปีที่พิมพ์ : 2516 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์ชวนพิมพ์ จำนวนหน้า : 304 หน้าสาระสังเขป : เรื่องเมืองในภาคอีสานนี้ มีเรื่องราวต่างๆดังนี้ 1. พงศาวดารหัวเมืองมณฑลอีสาน ของ หม่อมอมรวงศ์วิจิตร (ม.ร.ว.ปฐมคเนจร) 2. เรื่องจังหวัดอุดร จากเอกสารกองจดหมายเหตุแห่งชาติ 3. เรื่องเมืองในมณฑลอุตรและอีสาน จากหนังสือสาส์นสมเด็จ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ขอเชิญทุกท่านมาร่วมรำลึกและวางดอกไม้สักการะอัฐิแด่ ”ครูฝรั่ง“ ผู้วางรากฐานทางด้านศิลปะของไทย ในโอกาสครบรอบ 133 ปี ชาตกาล ศิลป์ พีระศรี วันที่ 15 กันยายน 2568 เวลา 09.00 - 15.00 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
_____________________________
133rd Anniversary of the Birth of Silpa Bhirasri
You are cordially invited to join us in remembering and laying flowers to pay homage to the relics of “Khru Farang” — the pioneer who laid the foundation of modern art in Thailand.
September 15, 2025
09:00 – 15:00
The National Gallery of Thailand
อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ขอเชิญรับฟังการขับร้องเพลงอันไพเราะ จากศิลปินนักร้อง นัน อนันต์ อาศัยไพรพนา และ นัท มาลิสา ศิลปินรางวัลเพชรในเพลง ในงาน "อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย "เวลา 18.30 น. เป็นต้นไป (เวทีใหญ่) วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 ณ วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งนักท่องเที่ยวยังสามารถชื่นชมบรรยากาศโบราณสถานอันสวยงามยามค่ำคืนในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ได้อีกด้วย ผู้สนใจเข้าร่วมฟังและเที่ยวชมโบราณสถานได้โดยเสียค่าธรรมเนียมเข้าชมตามปกติ ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 80 บาท สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3524 2525 Facebook: อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา Ayutthaya Historical Park https://www.facebook.com/AY.HI.PARK
สาระอีสาน นำเสนอและเผยแพร่เกร็ดความรู้ต่าง ๆ จากข้อมูลท้องถิ่นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและหนังสือสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน และรวมถึงหนังสืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีให้บริการอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา สำหรับวันนี้นำเสนอเรื่อง สิมอีสาน อุโบสถที่เกิดจากความศรัทธาของคนในท้องถิ่น เรียบเรียงโดย นางสาวกุลริศา รัชตะวุฒิ นักภาษาโบราณ เนื้อหามีดังนี้
สิมอีสาน คือ โบสถ์ หรือ อุโบสถของภาคอีสาน คำว่า สิม กร่อนเสียงมาจากคำว่า สีมา หมายถึงขอบเขตที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ในพระพุทธศาสานา มีเอกลักษณ์ในด้านสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น โดยเฉพาะจิตกรรมฝาผนัง (ฮูปแต้ม) ที่บอกเล่าเรื่องราวทางศาสนา นิทานพื้นบ้าน วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเชื่อของผู้คนในท้องถิ่น ซึ่งการตกแต่งและวัสดุที่ใช้ต่างจากโบสถ์ภาคกลาง
สิม มี 3 ประเภท ได้แก่
1. สิมที่ทำในหมู่บ้านเรียกว่า คามสีมา
2. สิมที่ทำในป่า เรียกว่าอัพภันตรสีมา
3. สิมที่ทำในน้ำ เรียกว่า อุทกฺกเขปสีมา
ซึ่งสิมในภาคอีสานปรากฏเพียง 2 ประเภทเท่านั้น คือ
1. คามสีมา (ชาวบ้านเรียกว่า สิมบก) คือ สิมที่สร้างไว้บนบก สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน โดยสิมบก แยกออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ สิมโปร่งและสิมทึบ
2. อุทกฺกเขปสีมา (ชาวบ้านเรียกว่า สิมน้ำ) คือ สิมที่สร้างอยู่กลางน้ำ (สร้างขึ้นใช้เพียงชั่วคราว) ปัจจุบันสิมน้ำในภาคอีสานเหลืออยู่น้อยมาก
การผูกพัทธสีมา ชาวอีสาน เรียกว่า การผูกสิม (หากยังไม่ได้ผูกสิม เรียกว่า อพัทธสีมา) โดยจะฝังศิลา (ลูกนิมิต) ไว้แปดทิศรอบพระอุโบสถ ฝังห่างจากตัวสิมประมาณ 1 วา โดยมี บือสิม ลูกนิมิตสำคัญฝังอยู่ใจกลางพระอุโบสถ (บือ แปลว่า สะดือ บือสิม หมายถึง สะดือพระอุโบส)
สิมอีสาน เป็นสถาปัตยกรรมที่สำคัญและมีความหลากหลายในด้านศิลปะ ทั้งความสวยงามและเรื่องราวที่ปรากฏบนผนังซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสิมในภาคอีสาน คู่ควรแก่การอนุรักษ์เพื่อในคนรุ่นหลังได้เรียนรู้และเข้าใจในประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมซึ่งเป็นมรดกวัฒนธรรมในท้องถิ่น ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และคติความเชื่อของชาวอีสาน
บรรณานุกรม
• กิตติพงษ์ สนเล็ก. สิมอีสาน. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 23 เมษายน 2568, จาก: https://www.facebook.com/share/p/1C7orfcCPQ/
• ติ๊ก แสนบุญ. สิมอีสาน. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 29 เมษายน 2568, จาก: https://www.silpa-mag.com/history/article_13568
• ธวัช ปุณโณทก. “บือสิม (สะดือพระอุโบสถ).” สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน. 7. (2542): 2403
• ฟิลด์ - ฟิล. สิมอีสาน. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 29 เมษายน 2568, จาก: https://www.facebook.com/share/p/19rbYMTepS/
• วิโรฒ ศรีสุโร. “สิม (โบสถ์)." สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน. 13. (2542): 4616-4625.
• สถาบันไทยศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สิมอีสาน. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 29 เมษายน 2568, จาก: http://www.thaistudies.chula.ac.th/2018/09/29/สิมอีสาน/
หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา ชวนร่วมกิจกรรมในงานโคราชบุ๊คแฟร์ ครั้งที่ 1 โดยนำนิทรรศการ “เอกสารโบราณ ภูมิปัญญาของบรรพชนไทย”ไปจัดแสดงให้ความรู้ พร้อมกิจกรรมจารใบลาน “สืบสานตามรอยจารบนใบลานภูมิปัญญาไทย” ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 8 - 17 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 - 21.00 น. พบกันได้ที่บูธ C11 โคราชฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช จังหวัดนครราชสีมา
ที่มาของบทสวด
"ยถา วาริวหา ปูราปาริปูเรนฺติ สาครํ..." ที่เราได้ยินและคุ้นหูกันในงานพิธีทำบุญต่างๆ ของชาวพุทธศาสนิกชน นั้น
มีประวัติความเป็นมา จากเรื่องราว "พุทธประวัติ" ...หลังจากที่พระเจ้าพิมพิสารได้ถวายเวฬุวันมหาวิหาร แต่ไม่ได้อุทิศส่วนกุศลให้พระญาติที่ล่วงลับไปแล้ว ทำให้คืนนั้นพวกเปรตพระญาติส่งเสียงร้องโหยหวนและแสดงตนให้เห็นด้วยความหิวโหย เมื่อพระเจ้าพิมพิสารไปทูลถามพระพุทธเจ้าในวันรุ่งขึ้น พระองค์จึงแนะให้พระเจ้าพิมพิสารทำบุญถวายทานอีกครั้งและ
"อุทิศส่วนกุศลให้"
เมื่อพระเจ้าพิมพิสารหลั่งน้ำทักษิโณทก (กรวดน้ำ) และกล่าวคำอุทิศ พระพุทธเจ้าได้ตรัสอนุโมทนาด้วยพระคาถาบทนี้ เพื่ออธิบายถึงหลักการที่บุญจะส่งถึงพระญาติผู้ล่วงลับนั่นเอง
จิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถวัดกันมาตุยาราม
เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร