ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,763 รายการ


องค์ความรู้ เรื่อง โบราณคดี บรรพชีวิน มรดกจากผืนดิน ความต่างที่เหมือนกัน (ตอนแรก) จัดทำโดย นายจุลเกียรติ ไพบูลย์เกษม กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี


ชื่อเรื่อง : บทละครเรื่อง รามเกียรติ์ เล่ม 2 ชื่อผู้แต่ง : พุทธเลิศหล้านภาลัย, พระบาทสมเด็จพระ ปีที่พิมพ์ : 2510 สถานที่พิมพ์ : พระนคร สำนักพิมพ์ : : องค์การค้าของคุรุสภา จำนวนหน้า : 334 หน้า สาระสังเขป : พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้ทรงคัดเลือกเรื่องรามเกียรติ์บางตอนมาพระราชนิพนธ์ขึ้นใหม่สำหรับเล่นละครหลวง ได้มีการตัดเรื่องเดิมและเปลี่ยนแปลงบ้างเพื่อให้เหมาะสมกับการเล่นละคร บทละครเรื่อง รามเกียรติ์ เล่ม 2 เริ่มจากตอนศึกแสงอาทิตย์ ศึกอินทรชิต ท้าวมาลีวราชว่าความ นางมณโฑตั้งพิธีน้ำทิพย์ จนถึงตอนหนุมานตีทัพพระลักษมณ์


ศรีทะนนไชย (สำนวนกาพย์) และลิลิตตำรานพรัตน์.  พระนคร : กรมศิลปากร, 2511.        หนังสือเรื่องศรีทะนนไชยนี้ นับเป็นวรรณคดีที่แพร่หลายของไทย เป็นนิทานที่ชอบกันมาก บรรดาผู้สูงอายุมักจะเล่าเรื่องศรีทะนนไชยให้ลูกหลานฟัง        ส่วนเรื่องลิลิตตำรานพรัตน์นั้น เป็นตำราแก้ว 9 ประการ มี เพชร ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน นิล มุกดา เพทาย และ ไพฑูรย์ แสดงกำเนินและลักษณะของนพรัตน์ ลักษณะบางประการอันให้คุณและโทษแก่เจ้าของ ตามคติซึ่งเชื่อกันมาแต่โบราณ         


ชื่อเรื่อง : พระพุทธสิหิงค์ กับ วิจารณ์ของ หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ ภาคีสมาชิกแห่งราชบัณฑิตยสถาน สำนักธรรมศาสตร์แลการเมือง วิชาโบราณคดี ผู้แต่ง : บริบาลบุรีภัณฑ์, หลวง ปีที่พิมพ์ : 2477 สถานที่พิมพ์ : พระนคร สำนักพิมพ์ : พระจันทร์


กิจกรรมลอกกำจัดวัชพืชสระช่องแมวสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมาเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๗ พรรษา๕ ธันวาคม ๒๕๕๗



ชื่อเรื่อง                     รามเกียรติ์ บทร้อง และบทพากย์ ชุดเผาลงกา และชุดพิเภษณ์ถูกขับผู้แต่ง                       พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากหมวดหมู่                   วรรณคดีเลขหมู่                      895.9112 ร445รสสถานที่พิมพ์               พระนครสำนักพิมพ์                 โรงพิมพ์พระจันทร์ปีที่พิมพ์                    2506ลักษณะวัสดุ               44 หน้าหัวเรื่อง                     บทร้อง                              บทพากย์                              รามเกียรติ์ภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึกรามเกียรติ์ บทร้อง และบทพากย์ ชุดเผาลงกา และชุดพิเภษณ์ถูกขับ จัดพิมพ์เป็นที่ระลึกในงานฌาปนกิจศพ นางสาย ชะโลธร  




เรื่องเราขยันเรียนชั้นประถมปีที่ 1




จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว,พระบาทสมเด็จพระ, 2396-2453. โคลงเรื่องรามเกียรติ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ จารึกที่พระระเบียงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม. พระนคร: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร, 2471. 48 หน้า เป็นภาพเรื่องรามเกียรติ์ที่พระระเบียงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงโปรดให้ พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ ตลอดจนพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งล้วนเป็นกวีที่มีชื่อเสียง ช่วยกันแต่งโคลงเรื่องรามเกียรติ์ กำหนดพระระเบียงละ 28 โคลง รวมเป็นโคลงทั้งหมด 4984 บท แล้วจารึกศิลาไว้ตามเสาพระระเบียง การแต่งโคลงนั้น ในส่วนพระองค์ ทรงพระราชนิพนธ์ พระราชทานไว้ทั้งหมด 8 ห้อง จำนวน 224 บท ประกอบด้วย ห้องที่ 90 เป็นตอนทศกัณฑ์ทำพิธีอุมงค์ ห้องที่ 94 ตอนหนุมานเข้าห้องวารนรินทร ห้องที่ 102 ตอนนางมณโฑหุงน้ำทิพย์ ห้องที่ 103 ตอนทศกัณฑ์ขาดเศียร ขาดกร ห้องที่ 104 ตอนฤาษีถวายลิง ห้องที่ 105 ตอนหณุมานออกรบพระลักษณ ห้องที่ 106 ตอนหณุมารได้นางสุวรรณกันยุมา และห้องที่ 107 ตอนหณุมารชูกล่องดวงใจ พิมพ์ในงานฉลองอายุเจ้าจอมมารดาอ่อน รัชกาลที่ 5 เมื่อปีเถาะ พ.ศ. 2471895.911 จ657ค


          อำเภอหว้านใหญ่แต่เดิมอยู่ในเขตเมืองพาลุกากรภูมิ ซึ่งตั้งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๔ เมื่อ พ.ศ.๒๔๐๙ ขึ้นเมืองมุกดาหาร เขตเมืองพาลุกากรภูมิ ทางเหนือตั้งแต่ลำน้ำก่ำ ทางใต้ถึงห้วยบางทราย เมืองพาลุกากรภูมิถูกยุบเป็นหมู่บ้าน ขึ้นกับตำบลบ้านหว้าน เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๑ ขึ้นกับท้องที่อำเภอมุกดาหาร ตั้งขึ้นเป็นกิ่งอำเภอหว้านใหญ่ เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๒๑ ยกฐานะเป็นอำเภอหว้านใหญ่ เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๓๖           อำเภอหว้านใหญ่มีวัดที่สำคัญวัดหนึ่ง ได้แก่ วัดพระศรีมหาโพธิ์ ตั้งอยู่หมู่ที่ ๑ ตำบลหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง บริเวณวัดมีกำแพงล้อมรอบพื้นที่ประมาณ ๖ ไร่เศษ และมีสิ่งก่อสร้างสำคัญทางประวัติศาสตร์ของอำเภอหว้านใหญ่ก็คือ อาคารที่ว่าราชการหว้านใหญ่ (เดิม)           อาคารหลังนี้ตามประวัติระบุว่าสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๗-๒๔๗๐ โดยช่างญวนชื่อ แก้วบุญสี (ศรี) แต่บ้างระบุว่าชื่อ หัสดี จากฝั่งประเทศลาวซึ่งมาบวชที่วัดแห่งนี้ แรกสร้างเชื่อว่าน่าจะใช้เป็นที่ว่าราชการหว้านใหญ่ในขณะนั้น เนื่องจากบริเวณหน้าจั่วอาคารด้านหน้าประดับรูปครุฑอย่างที่นิยมสร้างเป็นสถานที่ราชการในช่วงเวลานั้น จากนั้นเมื่อย้ายที่ว่าการกิ่งอำเภอหว้านใหญ่ออกไป ทางวัดน่าจะใช้เป็นกุฎิสงฆ์และใช้เป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชนในเวลาต่อมา           ลักษณะตัวอาคารเป็นทรงตึกฝรั่ง ๒ ชั้น มีแผนผังเป็นรูปตัวที (T) ด้านหน้าหันไปทางทิศตะวันออกทำเป็นมุกยื่นออกมา ชั้นล่างยกพื้นเตี้ย ส่วนหน้าเป็นโถงโล่ง มีบันไดทางขึ้นด้านหน้าและทั้งสองปีกซ้ายขวา ส่วนหลังกั้นเป็นห้อง ระหว่างช่วงเสาทำเป็นซุ้มวงโค้ง ชั้นที่ ๒ มีรูปแบบเช่นเดียวกับชั้นล่าง คือ ส่วนหน้าเป็นโถงโล่ง ส่วนหลังกั้นเป็นห้อง ระหว่างช่วงเสากั้นด้วยราวระเบียง ส่วนหัวเสาทำเป็นซุ้มวงโค้ง หลังคาส่วนหน้าทรงจั่วมุงกระเบื้องดินเผา หลังคาส่วนหลังทรงปั้นหยามุงกระเบื้องดินเผา           อาคารหลังนี้นับเป็นอาคารที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบยุโรปที่นิยมสร้างในสมัยนั้น และเป็นอาคารที่บอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของอำเภอหว้านใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๕ ตอนพิเศษ ๔ง พื้นที่ ๑ ไร่ ๑ งาน ๕๕.๗๙ ตารางวา -----------------------------------------------เรียบเรียงข้อมูล: นางสาวเมริกา สงวนวงษ์ นักโบราณคดีปฏิบัติการ สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี -----------------------------------------------เอกสารอ้างอิง: -กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๑๑ อุบลราชธานี.๒๕๕๖.รายงานสำรวจแหล่งโบราณคดีและโบราณสถาน ในจังหวัดมุกดาหาร.กรุงเทพฯ:เดือนตุลา. -คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ.๒๕๔๒.วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดมุกดาหาร.กรุงเทพฯ:คุรุสภาลาดพร้าว.



black ribbon.