ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,180 รายการ





เลขทะเบียน : นพ.บ.714/1ขห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 26 หน้า ; 5 x 57 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 226 (303-316) ผูก 1ข (2568)หัวเรื่อง : แทนน้ำนมแม่--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อแบบฉบับ : ตำรายา (ผูก 1ข) ชื่อเรื่อง : ตำรายาแก้เลือด, ลม, ฝี เป็นต้น (ผูก 1ข) เลขทะเบียน : ชม.บ.3917/1ข ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ                        ผู้สร้าง : ไม่ปรากฏ                   ปีที่สร้าง : ไม่ปรากฏ จำนวน : 1 คัมภีร์  10 ผูก  (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก 1, 1ก-1ฌ)         จำนวนบรรทัด : 5 บรรทัด             จำนวนหน้า : 106 หน้า อักษร : ไทย                               ภาษา : ไทย                           เส้น : จาร ฉบับ : ลานดิบ                            ไม้ประกับ : ไม่มี                      ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน            ประวัติ : ได้มาจากวัดสันผักแค  ต.ม่วงคำ  อ.พาน จ.เชียงราย  เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2531 โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่  ปี พ.ศ. 2568               


เลขทะเบียน   นม.บ.19/7ก


        พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ขอเชิญชมนิทรรศการ “ศิลป์ นิยาม : ความรัก ความงาม ความสุข” นิทรรศการพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 133 ปีชาตกาล ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ร่วมค้นหาและดื่มด่ำกับนิยามของ “ศิลปะ” ผ่าน 3 มุมมองอันเป็นนิยามศิลปะของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย “ความรัก” ที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณ  “ความงาม” ที่ศิลปะได้ถ่ายทอด  และ “ความสุข” ที่มอบคืนให้ผู้คน พร้อมนวัตกรรมการจัดแสดง โฮโลแกรมอาจารย์ศิลป์ ที่จะทำให้เรื่องราวกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ระหว่างวันที่ 15 - 25 กันยายน 2568 เปิดวันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น. (ปิดวันจันทร์ - วันอังคาร) ทั้งนี้ *วันจันทร์ที่ 15 กันยายน เปิดให้เข้าชมเป็นกรณีพิเศษ  อาคารนิทรรศการ6 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 240 บาท        ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี หรือชื่อเดิมว่า นายคอร์ราโด เฟโรจี (Corrado Feroci) เป็นชาวอิตาเลียน เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2435 ณ ตําบลซานตาจิโอวานี นครฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี สําเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาศิลปะชั้นสูงแห่งเมืองฟลอเรนซ์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) มีพระประสงค์ต้องการบุคลากรที่เชี่ยวชาญในด้านศิลปะตะวันตกเพื่อเข้ามารับราชการเป็นช่างปั้นในแผ่นดินไทยและทําการฝึกสอนช่างไทยให้มีความสามารถในการสร้างงานประติมากรรมแบบตะวันตก ทางรัฐบาลอิตาลีจึงส่งคุณวุฒิและผลงานของศาสตราจารย์คอร์ราโด เฟโรจี ให้สยามพิจารณา ด้วยเหตุนี้ศาสตราจารย์คอร์ราโด จึงเดินทางสู่แผ่นดินสยาม เพื่อเข้ามารับราชการเป็นช่างปั้นประจํากรมศิลปากร กระทรวงวัง เมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2466 และได้รับการแต่งตั้งเป็นอาจารย์สอนวิชาช่างปั้นหล่อ แผนกศิลปากรสถานแห่งราชบัณฑิตยสภา ในปี พ.ศ. 2469 ผลงานการสร้างสรรค์ประติมากรรมและอนุสาวรีย์ชิ้นสําคัญ เช่น พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ที่เสียสละและอุทิศตนเพื่องานศิลปะของไทย โดยเป็นผู้ที่ทําให้วงการศิลปะของไทยเริ่มต้นเข้าสู่รูปแบบที่เป็นสากล ด้วยการนําความรู้ทางด้านศิลปะตามหลักวิชาการแบบตะวันตกมาเป็นแนวทางในการวางรากฐานการศึกษาในมหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยทางด้านศิลปะแห่งแรกของประเทศไทย นับว่าเป็นผู้บุกเบิกการสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรมสมัยใหม่ ศิลปะร่วมสมัยในประเทศไทยอย่างแท้จริง จนได้รับการยกย่องว่า “บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย”   ----------------------------------------------- Exhibition: “Art Defined: Love, Beauty, Joy”  A special exhibition commemorating the 133rd anniversary of Professor Silpa Bhirasri, the father of modern Thai art. Explore and immerse yourself in the definition of “art” through three perspectives as envisioned by Professor Silpa Bhirasri:  • “Love” that nourishes the soul  • “Beauty” expressed through artistic creation  • “Joy” that art returns to the people Experience innovative displays, including a hologram of Professor Silpa, bringing his story back to life. 15–25 September 2025 Open Wednesday to Sunday (Closed Monday–Tuesday) 09:00–16:00 Exhibition Hall 6, The National Gallery of Thailland, Chao Fa Road Admission: Thai visitors 30 THB | International visitors 240 THB  




         พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ชวนร่วมกิจกรรม พิศภาพ เพลินเพลง "Passion of Prachinburi" ชมนิทรรศการภาพถ่าย บันทึกภาพความทรงจำจากวันวานบอกเล่าความงามและความประทับใจที่มีต่อปราจีนบุรี โดย กลุ่มคนรักการถ่ายภาพจังหวัดปราจีนบุรี นำโดยนายแพทย์จอมพล มุสิกวงศ์ พร้อมรับฟังการเสวนา Museum Talk พบกับแขกรับเชิญสุดพิเศษ 2 ท่าน บก.ติ่งข่าวเวิร์คพอยท์ และ รศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล วันที่ 24 มกราคม 2569 เวลา 19.00 - 20.00 น.  เล่าเรื่อง 12 ภาพถ่าย “ศรัทธาแห่งปราจีนบุรี” Beyond the Shot: แรงบันดาลใจจากเลนส์สู่ภาพ พลังสะท้อนสังคม พูดคุยกับนายแพทย์จอมพล มุสิกวงศ์ และผู้แทนชมรมคนรักการถ่ายภาพ ค้นหาแรงบันดาลใจ และสารจากช่างภาพที่สะท้อนออกมาในผลงานภาพถ่าย ทั้งนี้ นิทรรศการภาพถ่ายศรัทธาแห่งปราจีนบุรี ศิลปิน จอมพล มุสิกวงศ์ และ นิทรรศการถ่ายภาพ “พิศภาพ เพลินเพลง ep2” โดย 24 นักถ่ายคนปราจีน จัดแสดงเพียงแค่ 4 วันเท่านั้น ในงานเทศกาลพิพิธภัณฑ์สร้างสรรค์ สวนศิลป์บันดาลใจ Creative Museum – Prachinburi Art & Craft Fair จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 25 มกราคม 2569 เวลา 15.00 - 20.00 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3721 1586



        พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี ขอเชิญชวนร่วมแต่งผ้าไทยชมพิพิธภัณฑ์ ในงานฮีต 12 ฮอยฮีตคองวัฒนธรรม บุญฮดสรง “สงกรานต์ ศานต์ใจ” ระหว่างวันที่ 11 - 12 เมษายน 2569 เวลา 09.00 - 16.00 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี พบกับกิจกรรมสรงน้ำพระแบบดั้งเดิม, ตบประทาย ขนทรายเข้าวัด การสาธิตการทำน้ำอบฮดสรง, กิจกรรมงามอย่างไทย, การละเล่นพื้นบ้านแบบดั้งเดิม


         สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ประกาศขอความร่วมมือผู้ชมการแสดงทุกท่าน รับบัตรชมการแสดงเนื่องในการทดสอบระบบโรงละครแห่งชาติ รอบวันที่ ๙ - ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ภายในเวลาที่กำหนด รอบเวลา ๑๐.๐๐ น. รับบัตรภายในเวลา ๐๙.๓๐ น. และ รอบเวลา ๑๓.๓๐ น. รับบัตรภายในเวลา ๑๓.๐๐ น. ณ บริเวณภายในโรงละครแห่งชาติ ทั้งนี้ หากไม่มารับบัตรในเวลาที่กำหนด สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ขอสงวนสิทธิ์บัตรชมการแสดงให้กับท่านอื่นต่อไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๒๒๒๑ ๖๕๓๒, ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒         นอกจากนี้ ทางสำนักการสังคีต ยังขอความร่วมมือผู้ชมการแสดง โปรดเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ ขออภัยในความไม่สะดวก มา ณ ที่นี้


อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ขอเผยแพร่ องค์ความรู้ประจำเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๘ เรื่อง "รูปแบบเฉพาะของเจดีย์ทรงระฆังเมืองศรีสัชนาลัย"          เจดีย์ทรงระฆังในสมัยสุโขทัยทั่วไปมีลักษณะสำคัญ ๒ ส่วน คือ มีฐานบัวคว่ำ -   บัวหงาย ๑ ฐาน และมีส่วนรองรับองค์ระฆังเป็นชุดบัวถลา ๓ ชั้น แต่สำหรับเมืองศรีสัชนาลัยไม่นิยมทำฐานบัวคว่ำ - บัวหงายและส่วนรองรับองค์ระฆัง โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น ๒ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ ๑ ส่วนรองรับองค์ระฆังเป็นชุดบัวถลา ๓ ชั้น และกลุ่มที่ ๒ ส่วนรองรับองค์ระฆังเป็นชุดบัวคว่ำ-บัวหงาย ๓ ชั้นเตี้ยๆ จึงสันนิษฐานได้ว่าเมืองศรีสัชนาลัยน่าจะสร้างเจดีย์ที่เป็นแบบเฉพาะของตัวเอง และด้วยเหตุที่มีลักษณะที่ย้อนกลับไปทำแบบต้นแบบในศิลปะลังกา จึงอาจสันนิษฐานว่าน่าจะมีการติดต่ออิทธิพลทางศาสนาและศิลปกรรมกับลังกา          กลุ่มที่ ๑ ส่วนรองรับองค์ระฆังเป็นชุดบัวถลา ๓ ชั้น และไม่มีฐานบัวคว่ำ - บัวหงายรองรับอยู่ที่ฐานด้านล่าง เจดีย์ในกลุ่มนี้มีรูปแบบโดยรวมเหมือนกับเจดีย์ทรงระฆังสมัยสุโขทัยโดยทั่วไป คือ มีส่วนรองรับองค์ระฆังเป็นชุดบัวถลา ๓ ชั้น แต่มีลักษณะพิเศษบางประการที่แตกต่างกับเจดีย์ทรงระฆังในสมัยสุโขทัย คือ ไม่มีฐานบัวคว่ำ - บัวหงาย มีเพียงฐานเขียงซ้อนกันหลายชั้นแล้วต่อด้วยชุดบัวถลา โดยเมืองศรีสัชนาลัยพบที่เจดีย์ประธานวัดเขาสุวรรณคีรี  ซึ่งมีรูปแบบที่คล้ายกับเจดีย์ศิลปะลังกา          กลุ่มที่ ๒ เจดีย์ที่มีส่วนรองรับองค์ระฆัง เป็นชุดบัวคว่ำ - บัวหงาย ๓ ชั้นเตี้ยๆ เจดีย์ในกลุ่มนี้มีองค์ประกอบโดยรวมเหมือนกับเจดีย์ทรงระฆังสมัยสุโขทัยโดยทั่วไป มีเพียงส่วนที่ต่างกันเล็กน้อย คือ ส่วนรองรับองค์ระฆังเป็นชุดบัวคว่ำ - บัวหงาย ๓ ชั้นในผังกลม ไม่ใช่บัวถลา  โดยที่เมืองศรีสัชนาลัยพบที่เจดีย์ประธานวัดเขาใหญ่ล่าง เป็นโบราณสถานที่อยู่บนเขา ในเขตอรัญญิก โดยรูปแบบของเจดีย์องค์นี้แตกต่างไปจากเจดีย์ทรงระฆังแบบสุโขทัยที่พบทั่วไป แต่มีรูปแบบเหมือนเจดีย์ทรงระฆังในศิลปะลังกาเป็นอย่างมาก คือ มีฐานเขียงขนาดใหญ่ และต่อด้วยชุดรองรับองค์ระฆังที่เป็นชุดบัวคว่ำ - บัวหงายเตี้ยๆ ๓ ชั้น ไม่มีบัวปากระฆัง องค์ระฆังมีขนาดใหญ่และเตี้ย คล้ายองค์ระฆังทรงฟองน้ำของเจดีย์ศิลปะลังกาเอกสารอ้างอิงศักดิ์ชัย สายสิงห์. “เจดีย์ทรงระฆังที่มีรูปแบบเฉพาะของเมืองศรีสัชนาลัย และใกล้เคียงต้นแบบศิลปะลังกา.” ศิลปกร, ๖๑, ๕ (กันยายน – ตุลาคม ๒๕๖๑): ๒๑ - ๒๙.ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปกรรมโบราณในอาณาจักรสุโขทัย. นนทบุรี: สำนักพิมพ์มิวเซียมเพรส, ๒๕๖๑.


black ribbon.