ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 52,717 รายการ
เรื่องที่ 365 เนื้อหาเกี่ยวกับพระไตรปิฎก เรื่องขุททกนิกาย เป็นหมวดหนึ่งในพระไตรปิฎก เรื่องที่ 366 เนื้อหาเกี่ยวกับธรรมะ เรื่อง กัมมวาจาวิธี คือวิธีปฏิบัติกาย วาจ ตามหลักธรรมสคำสอนพระพุทธเจ้าเรื่องที่ 367 เนื้อหาเกี่ยวกับพระธรรมเทศนา เรื่องพระธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เป็นปฐมเทศนา เทศนากัณฑ์แรก ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระปัญจวัคคีย์เรื่องที่ 368 เนื้อหาเกี่ยวกับพระธรรมเทศนา เรื่องมรณานุสติกถา คือการระลึกถึงความตาย อันเป็นสิ่งเที่ยงแท้เรื่องที่ 369 เนื้อหาเกี่ยวกับพระธรรมเทศนา เรื่องพระอภิธัมมสังคิณี เลขทะเบียน จบ.บ.365/40 จบ.บ366/1 จบ.บ.367/1 จบ.บ.368/5จบ.บ.369/1
นิตยสารรายสองเดือน กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
วัตถุประสงค์ : เพื่อเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม
ในสาระสำคัญต่าง ๆ และเพื่ออนุรักษ์สืบทอดมรดกวัฒนธรรมของชาติ
ชื่อเรื่อง : ตำนานพระพิมพ์
พิมพ์ครั้งที่ : ๑๗
ปีที่พิมพ์ : ๒๕๑๐
สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์จำลองศิลป์
หมายเหตุ : อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพขุนสันธานธนานุรักษ์ ( นายชัยประสิทธิ์ สันธานา)
หนังสือเรื่องตำนานพระพิมพ์ให้รายละเอียดเกี่ยวกับตำนานพระพิมพ์ พระพุทธรูปสมัยต่าง ๆในประเทศไทย มูลเหตุที่สร้างพระพุทธรูป พุทธศิลป์ในประเทศไทย พระพุทธรูปอินเดียรุ่นเก่าที่พบในประเทศไทย พุทธศิลปแบบทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๖ ) พุทธศิลป์แบบศรีวิชัย (พุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๘ ) เป็นต้น
ประเพณีหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับประเพณีทานหลัวหิงไฟพระเจ้า คือ ประเพณีทานข้าวใหม่ ซึ่งนิยมจัดงานในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนสี่ภาคเหนือ หรือเดือนยี่ภาคกลาง (ประมาณเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม) เช่นเดียวกับประเพณีทานหลัวหิงไฟพระเจ้าซึ่งเคยนำเสนอไปแล้ว อาจกล่าวได้ว่าเป็นประเพณีที่สืบเนื่องกัน เมื่อชาวบ้านได้ยินสัญญาณที่เกิดจากไม้ไผ่ระเบิด ก็จะจัดเตรียมอาหารไปทำบุญที่วัด และมีการประกอบประเพณีทานข้าวใหม่ คือการนำข้าวใหม่หลังการเก็บเกี่ยวมาถวายพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ก่อนที่ตนเองจะนำไปบริโภค แสดงถึงความนอบน้อมคารวะต่อศาสนาพุทธที่เป็นที่พึ่งทางใจและเพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว อาหารที่นำไปใช้ในประเพณีทานข้าวใหม่ในช่วงเช้าของวันเพ็ญเดือนสี่ คือ ข้าวจี่ เป็นข้าวเหนียวที่นึ่งสุกปั้นติดกับปลายไม้ไผ่แล้วนำมาปิ้งไฟ อาจโรยเกลือเพื่อเพิ่มรสชาติ หรือชุบไข่ให้หอมอร่อยยิ่งขึ้น แล้วนำไปถวายพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ โดยอาจปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆ ใส่กระทงแล้ววางถวายหน้าพระพุทธรูปในวัด หรือนำไปใส่บาตรของพระสงฆ์ บางทีก็มีการทำข้าวหลามมาถวายด้วย บางวัดจัดพิธีกวนข้าวมธุปายาสที่บางแห่งนิยมเรียกว่า “ข้าวทิพย์” ซึ่งข้าวมธุปายาส คือ ข้าวหุงด้วยน้ำนมเจือน้ำผึ้ง ใช้เป็นของหวานในงานรื่นเริง ข้าวที่นิยมนำมาใช้ในพิธีกวนข้าวมธุปายาสเป็นข้าวใหม่หลังการเก็บเกี่ยว การจัดพิธีนี้เพื่อให้คล้ายคลึงกับพุทธตำนานที่นางสุชาดากวนข้าวทิพย์ถวายพระพุทธเจ้าก่อนการตรัสรู้ธรรม การถวายข้าวทิพย์นิยมทำเป็นก้อนจำนวน ๔๙ ก้อนเช่นเดียวกับที่นางสุชาดาถวายพระพุทธเจ้า หลังจากพิธีกวนข้าวทิพย์ บางวัดจะมีการทำพิธีสวดเบิกอบรมสมโภชพระพุทธรูปองค์เดิมที่อยู่ที่วัด หรือเป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นใหม่ ปัจจุบันเรียกว่า พิธีพุทธาภิเษกนอกจากนี้ยังมีประเพณีทานข้าวล้นบาตร คือ การที่ชาวบ้านนำผลผลิตข้าวที่ได้ในปีนั้น ๆ มาถวายพระรัตนตรัยและให้แก่พ่อแม่ปู่ย่าตายายผู้ที่มีพระคุณได้รับประทานก่อน สำหรับการถวายข้าวแก่พระรัตนตรัยนั้น ชาวบ้านจะนำข้าวสารและข้าวเปลือกไปถวายวัดโดยกองไว้ที่หน้าพระประธานในวิหาร ที่หน้าพระประธานจะปูเสื่อไว้ ๒ จุด เพื่อแยกเป็นข้าวเปลือก ๑ กอง ข้าวสาร ๑ กอง แต่ละจุดจะมีบาตรตั้งไว้ตรงกลาง ชาวบ้านจะนำข้าวของตนมาใส่ในบาตร เมื่อข้าวกองสูงมากขึ้นจะมีผู้นำบาตรจากข้างล่างมาวางบนกองข้าว เมื่อข้าวเต็มบาตรข้าวจะล้นออกมา จึงเป็นที่มาของชื่อประเพณีว่า “ประเพณีทานข้าวล้นบาตร” บางแห่งเรียกว่า “ประเพณีดอยข้าว” เพราะกองข้าวจะสูงคล้ายภูเขา เมื่อเสร็จพิธีการที่วัด ชาวบ้านจะนำสำรับกับข้าวไปมอบให้กับพ่อแม่ปู่ย่าตายายที่อยู่ต่างเรือนเป็นการแสดงความกตัญญู ในส่วนของข้าวที่วัดได้รับจากชาวบ้าน คณะกรรมการวัดจะแบ่งข้าวสารส่วนหนึ่งไว้ที่วัดเพื่อใช้นึ่งหรือหุงเลี้ยงพระภิกษุสามเณร และอีกส่วนหนึ่งจะนำไปขายเพื่อนำปัจจัยเข้าวัด ประเพณีนี้จึงเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาด้วยการนำผลผลิตมาถวายให้วัดภาพประกอบ : ประเพณีทานหลัวหิงไฟพระเจ้า และประเพณีทานข้าวล้นบาตรหรือประเพณีดอยข้าว วัดห้วยริน ตำบลช่างเคิ้ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ที่มาของภาพประกอบ : นายศักดิ์นรินทร์ ชาวงิ้วนางสาวรุ่งนภา สงวนศักดิ์ศรี นักอักษรศาสตร์ปฏิบัติการ กลุ่มจารีตประเพณี สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ค้นคว้าเรียบเรียง
วัดสิงห์เป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองทางด้านทิศเหนือในเขตอรัญญิกของเมืองกำแพงเพชร แผนผังของตัววัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศตะวันออก สิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่ภายในวัดใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง สิ่งก่อสร้างที่สำคัญของวัดประกอบด้วยพระอุโบสถ เป็นอาคารที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของพื้นที่ผังอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีฐานชั้นล่างที่รองรับอาคารด้านบนเป็นแบบฐานบัวลูกแก้วอกไก่ มีผนังด้านข้างก่อด้วยศิลาแลงสูง ๐.๙๐ เมตร บริเวณชานชาลาด้านทิศตะวันออกของฐานชั้นล่าง ปรากฏแท่นประดับประติมากรรมปูนปั้นรูปสิงห์และทวารบาล ปัจจุบันคงเหลือเฉพาะโกลนศิลาแลงของประติมากรรม บนลานประทักษิณมีฐานเสมาสำหรับปักใบเสมาหินชนวนจำนวน ๘ ฐาน ล้อมรอบลานดังกล่าว ใบเสมาหินชนวนมีการสลักลวดลายพันธุ์พฤกษาในกรอบรูปสามเหลี่ยม ที่ขอบใบเสมาแกะสลักเป็นแถวลายกระหนกปลายแหลม ปัจจุบันจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร ถัดขึ้นไปจากลานประทักษิณเป็นฐานอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีมุขทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ภายในอาคารปรากฏแท่นอาสน์สงฆ์ที่แนวผนังอาคารด้านทิศใต้และมีแท่นชุกชีที่ใช้ประดิษฐานพระพุทธรูปในอิริยาบถประทับนั่ง เจดีย์ประธานอยู่ถัดจากพระอุโบสถไปทางด้านทิศตะวันตก เป็นเจดีย์บนฐานสี่เหลี่ยม มีลักษณะเป็นฐานหน้ากระดานสี่เหลี่ยมต่อด้วยชั้นฐานบัว ที่ฐานสี่เหลี่ยมตอนล่างทำเป็นซุ้มเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปยื่นออกมาทั้ง ๔ ทิศ องค์เจดีย์ก่อด้วยอิฐ ส่วนยอดเจดีย์หักพังทลายไป จากการศึกษารูปทรงเดิมขององค์เจดีย์จากหลักฐานที่เป็นภาพถ่ายเก่าและหลักฐานจากการขุดแต่งทางโบราณคดีบริเวณฐานเจดีย์ได้พบชิ้นส่วนของบัวปากระฆัง จึงสันนิษฐานได้ว่ารูปทรงเดิมของเจดีย์ประธานวัดสิงห์เป็นเจดีย์ทรงระฆังบนฐานสี่เหลี่ยม ที่มีการเพิ่มฐานสี่เหลี่ยมให้ซ้อนลดหลั่นกันหลายชั้น คล้ายกับเจดีย์ประธานของวัดกำแพงงามในเขตอรัญญิกเมืองกำแพงเพชร “วัดสิงห์” จึงเป็นโบราณสถานอีกแห่งหนึ่งในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรที่มีความสำคัญยิ่ง จากหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความปราดเปรื่องในสรรพวิชางานช่างฝีมือที่ปรากฏให้เห็นในด้านสถาปัตยกรรม ล้วนแล้วแต่เป็นประจักษ์พยานของความเจริญรุ่งเรืองในอดีตของแผ่นดินเมืองกำแพงเพชรได้เป็นอย่างดี. -----------------------------------------------------ที่มาของข้อมูล : อุทยานประวัติศาสตร์ กำแพงเพชร-----------------------------------------------------เอกสารอ้างอิง กรมศิลปากร. นำชมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร. กรุงเทพฯ: บริษัทบางกอก อินเฮ้าส์จำกัด, ๒๕๖๑. ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปกรรมโบราณในอาณาจักรสุโขทัย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มิวเซียมเพรส, ๒๕๖๑. อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร. รายงานการขุดแต่งโบราณสถาน วัดสิงห์. ม.ป.ท., ๒๕๒๕.
ชื่อผู้แต่ง พระศาสนโสภน
ชื่อเรื่อง ไตรวุฒิกับความคุ้นเคย
ครั้งที่พิมพ์ พิมพ์ครั้งที่ ๑
สถานที่พิมพ์ พระนคร
สำนักพิมพ์ โรงพิมพ์การพิมพ์พานิช
ปีที่พิมพ์ ๒๔๙๕
จำนวนหน้า ๔๘ หน้า
หมายเหตุ พิมพ์เป็นธรรมบรรณาการอุทิศแด่ นายดรุณ ณ ระนอง ในการฌาปนกิจที่วัดตรังคภูมิพุทธาวาส จังหวัดตรัง วัน ที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๕
หนังสือเรื่องไตรวุฒิกับความคุ้นเคย เล่มนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับหลักธรรมในพระพุทธศาสนาที่เกี่ยวกับสังคม ความสามัคคี ความอยู่เย็นเป็นสุข และความเจริญ ๓ ประการ
เลขทะเบียน : นพ.บ.143/13ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 50 หน้า ; 5 x 52 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 86 (346-361) ผูก 13 (2564)หัวเรื่อง : ธมฺมปปทวณฺณนา ธมฺปฎฐกถา ขุทฺทกนิกายฎฐกถา (ธรรมบท)--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม