ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,681 รายการ

          SOCIAL DISTANCING ในสมัยนี้ใช้ในสังคมเครือข่ายออนไลน์เพื่อการแจ้งข่าวสารได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงทั้งช่องทาง เฟสบุ๊ค ไลน์ ทวิตเตอร์ ฯลฯโดยใช้อุปกรณ์ประเภทคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือและอื่น ๆ ที่อำนวยความสะดวก           แต่เมื่อสมัย 100 ปีการสื่อสารประเภท SOCIAL DISTANCING จะอยู่ในแบบตราสาร ใบบอก หรืออย่างทันสมัยสุดคือ โทรเลข แต่ข้อจำกัดของโทรเลขคือส่งข้อความไม่ได้มากเท่าที่ควร การนำสารไปบอกในแต่ละเมืองอาจใช้เวลาหลายวันเนื่องจากการคมนาคม และระยะทาง ซึ่งต่างจากในสมัยนี้สามารถคลิกครั้งเดียวส่งข่าวสารกระจายไปได้ทั่วโลก แต่มีข้อดีว่าการติดต่อของโรคระบาดจะควบคุมได้ง่ายกว่าในสมัยนี้เช่นกันเพราะการคมนาคมที่สะดวกรวดเร็ว สามารถลัดฟ้าไปมาหากันได้ภายในพริบตา           SOCIAL DISTANCING การเพิ่มระยะห่างทางสังคม มีปรากฏในเอกสารจดหมายเหตุว่า พ.ศ.2464 เกิดโรคชนิดหนึ่งในเมืองจันทบุรี เรียกว่า “ไข้หวัดใหญ่” เหตุเกิดขึ้นครั้งแรกที่ตำบลตลาดและตำบลวัดใหม่ และชุกชุม ได้ติดต่อไปยังนักโทษของเรือนจำเป็นคราวเดียวกันถึง 25 คน รองอำมาตย์โท ขุนนรินทร์ประสาตร์ แพทย์ประจำจังหวัดจันทบุรี จึงได้กราบทูล อำมาตย์เอกหม่อมเจ้านพมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ความว่า “...ด้วยไข้หวัดใหญ่(อินพลูแวนซา) เกิดแก่นักโทษ...บัดนี้เห็นด้วยเกล้าว่าควรจัดการป้องกันราษฎรตามตำบลอำเภอต่าง ๆ เสียแต่ต้นมือ เพื่อโรคจะไม่รุกรามต่อไป           ซึ่งมีวิธีการ “ห้าม... ควร... ระวัง...หลีกเลี่ยง...”ตามประกาศของกรมควบคุมโรคเรื่องโรคระบาดโควิด-19 ในสมัยนี้มีความคล้ายคลึงกับประกาศในสมัยร้อยปี ได้แก่           1.มีคำสั่งให้จังหวัดประกาศให้ราษฎรทราบ           2.แนะนำให้ความรู้ถึงสาเหตุและการติดต่อของโรคชนิดนี้           3.แนะนำวิธีการป้องกันและวิธีรักษา          เหตุที่เกิดโรค ไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคที่เกิดโดยพันธุไม้อย่างละเอียด เรียกว่าเชื้อโรคนี้ ปัจจุบันนี้วงการแพทย์ได้เรียก”พันธุไม้อย่างละเอียด”ว่า ไวรัส และระบุว่าไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจอย่างเฉียบพลัน เชื้อต้นเหตุเป็นไวรัสที่เรียกว่า influenza virus              การติดต่อ           1. โรคนี้ติดต่อทางลมหายใจ และทางปาก เชื้อโรคนี้ออกจากน้ำลายและน้ำมูกของคนที่ป่วยแล้วปลิวตามอากาศ เราหายใจเข้าไปหรือน้ำลาย น้ำมูก เข้าจมูกเรา จึงป่วยเป็นโรคนี้           2.หรือจะพูดได้ว่าเชื้อโรคออกจากปากหรือจมูก คนที่ป่วยเป็นโรคนี้แล้วติดเรา (โรคโควิด-19 จะมีการติดต่อได้จากการสัมผัสน้ำลายและน้ำมูกของผู้ป่วย เช่นกัน)           การป้องกัน แพทย์สาธารณสุขเมืองจันทบุรี ได้แนะนำว่า           1.ให้อำเภอประกาศให้ราษฎรทราบว่าถ้ามีเหตุจำเป็นจริง ๆ แล้วอย่าให้ราษฎรไปที่ตลาดจันทบุรี 2.ให้รักษาบ้านเรือนให้สะอาดเก็บกวาดสิ่งโสโครกออกเผา ปิดประตูหน้าต่างให้อากาศพัดไปมาได้สะดวก           3.บำรุงร่างกายให้แข็งแรง เช่นระวังอย่าให้หิวและเหนื่อยเกินสมควร อย่าอดนอน           4.จงนอนและทำงานในที่มีอากาศโปร่ง เมื่อนอนต้องห่มผ้าให้หน้าอกและท้องอุ่นอยู่เสมอ          5.ออกกำลังกายในที่กลางแจ้งพอสมควรอย่าให้เหนื่อยเกินไป           6.จงอยู่ในที่ ๆ มีอากาศโปร่ง อย่าอยู่ยัดเยียดกัน           7.เมื่อกำลังเหนื่อยหรือมีเหงื่ออยู่หรือกำลังร้อนอย่าเพ่ออาบน้ำ ต้องปล่อยให้เหงื่อแห้งและหายร้อนหายเหนื่อย จึงอาบได้อย่านั่งให้ลมโกรกจนหนาวสะท้าน           8.เวลานี้ไม่ควรปล่อยให้ร่างกายเปล่าควรใส่เสื้อหรือห่มผ้าให้ร่างกายอบอุ่นเสมอ           9.บำรุงธาตุให้ปรกติ อย่ารับประทานของเสาะท้อง หรือของที่ทำให้ท้องขึ้น เช่น ส้มเปรี้ยวต่าง ๆ ผักดิบผลไม้ดิบต่าง ๆ อาหารเผดร้อน และสุรา 10.การดูมโหรศพ ในเวลานี้ไม่ควรดู...           11.เมื่อทราบว่าใครเป็นขึ้นแล้วไม่จำเป็นไม่ควรเยี่ยม           12.อย่าเข้าใกล้ผู้ที่ไอหรือจามด้วยโรคนี้           13.มือหรือสิ่งของต่าง ๆ ที่ใด้ถูกตัวคนป่วยแล้ว อย่าให้ถูกปากหรือจมูก เมื่อเวลารับประทานอาหาร ต้องล้างมือให้สะอาด ของต่าง ๆ ก็ต้องทำให้สะอาดเช่นเดียวกัน           14.อย่าใช้เครื่องใช้ต่าง ๆ ปนกับคนป่วย           15.อย่านอนในห้องหรือเรือนที่มีคนป่วย           16.เมื่อใครเป็นขึ้นมาแล้วเมื่อเวลาไอหรือจาม ต้องใช้ผ้าหรือผ้าเช็ดหน้าปิดจมูกและปาก ถ้าไม่มีผ้าเมื่อเวลาไอแลจามต้องก้มหน้าลง           17.อย่าให้คนป่วยถ่มน้ำลายน้ำมูกลงบนพื้นบ้าน ต้องให้ถ่มน้ำลายน้ำมูกลงในกระโถน ในกระโถนต้องใช้ยาแซนนิตาสใส่ ถ้าไม่มีใช้น้ำมันก๊าศใส่แทน เมื่อถึงเวลาแล้วนำไปเทเผาเสียทุกครั้ง ห้ามไม่ให้เทบนพื้นดินหรือในน้ำ           วิธีการรักษา โดยสรุป           1.ถ้ามีอาการตัวร้อน คัดจมูก เมื่อยและท้องผูก ให้รับประทานยาถ่าย และกินยาแก้ไข้ควินิน           2.คนป่วยห้ามอาบน้ำเย็นและตากลม           3.ให้คนป่วยรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย           4.เมื่อหายป่วยแล้วห้ามรับประทานของแสลง เช่นกล้วย ส้มต่าง ๆ และของเมือกมัน หวาน เช่นกะทิ มันหมู น้ำมันต่าง ๆ เป็นต้น และให้อำเภอรายงานคนป่วย คนตายโดยเร็ว และต่อเนื่องทุกสัปดาห์           จะเห็นได้ว่าการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ เมื่อร้อยปี สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ที่โรคโควิด-19 ที่กำลังระบาดในปัจจุบันได้อย่างดี และจากมาตรการป้องกันอันเข้มข้นของรัฐบาล ณ ขณะนี้ และหวังว่าเรื่อง “SOCIAL DISTANCING" ของประเทศไทยที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ จะช่วยกระจายความรู้ความเข้าใจให้"ตระหนัก"อย่างถ่องแท้และโปรดอย่า"ตระหนก"จนเกินเหตุ เราจะก้าวผ่านโรคร้ายนี้ไปอย่างรวดเร็วเหมือนในอดีตได้เช่นกัน ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านผู้เขียน นางสุมลฑริกาญจณ์ มายะรังษี นักจดหมายเหตุชำนาญการ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรีอ้างอิง-เอกสารจดหมายเหตุ ชุด (13) มท2.3.1/14 เรื่อง ราษฎรป่วยเปนไข้หวัดใหญ่ (15-22 ม.ย.2464) -ประเสริฐ เชื้อวรากุล .(2553).ไข้หวัดใหญ่(Influenza).วันที่ค้นข้อมูล 31 มีนาคม 2563.เข้าถึงได้จาก https://www.si.mahidol.ac.th/sidoct…/e-pl/articledetail.asp… ที่มาของบทความ https://www.facebook.com/102943834583364/posts/146054520272295/


ขอเชิญทุกท่านชมการแสดง “โขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดหนุมานชาญเดช” เวลา 14.00 น. ณ โรงละครแห่งชาติ สอบถามและสำรองที่นั่ง ได้ที่เบอร์ 0 2224 1342 (ในเวลาราชการ)




รายงานการเดินทางไปราชการ ณ ราชอาณาจักรกัมพูชา  ๓-๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ๑.      ชื่อโครงการ การประชุมระดับโลกขององค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติและองค์การยูเนสโกว่าด้วยเรื่องวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ในหัวข้อเรื่อง “ การสร้างความเป็นหุ้นส่วนใหม่”  UNWTO/UNESCO World Conference on Tourism and Culture: “Building a new Partnership” ณ จังหวัดเสียมราฐ ราชอาณาจักรกัมพูชา ๒.      วัตถุประสงค์ เพื่อร่วมเป็นผู้คณะแทนกระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วมการประชุมระดับโลกขององค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติและองค์การยูเนสโกว่าด้วยเรื่องวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ในหัวข้อเรื่อง “ การสร้างความเป็นหุ้นส่วนใหม่”  UNWTO/UNESCO World Conference on Tourism and Culture: “Building a new Partnership” ณ จังหวัดเสียมราฐ ราชอาณาจักรกัมพูชา ๓.      กำหนดเวลา เดินทางไปตั้งแต่วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ และเดินทางกลับในวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘รวมเวลาเดินทางไปราชการทั้งสิ้น ๔ วัน ๓ คืน ๔.      สถานที่ โรงแรม Le Meridien Angkor Hotel ณ จังหวัดเสียมราฐ ราชอาณาจักรกัมพูชา ๕.      หน่วยงานผู้จัด องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติและองค์การยูเนสโก ๖.      หน่วยงานสนับสนุน เบิกค่าใช้จ่ายจากงบประมาณของกรมศิลปากร ๗.     กิจกรรม วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ๙.๐๐ น.          พิธีเปิดการประชุมและปาฐกถาพิเศษ ๑๔.๐๐ น.        การหารือระดับรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการเจรจาทางด้านนโยบายและแนวคิดการกำกับดูแล                    ที่จำเป็นต่อการสนับสนุนรูปแบบความร่วมมือใหม่ระหว่างการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม เพื่อสนับสนุนให้เกิดความรับผิดชอบและการตระหนักรู้ทางวัฒนธรรมรวมถึงการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ๑๙.๐๐ น.        งานเลี้ยงต้อนรับและการแสดงทางวัฒนธรรม ณ Elephant Terrace of Angkor Wat                    พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดมสีหมุนีทรงเป็นเจ้าภาพ              วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘                                                                                                                                ๙.๑๐ น.          การประชุมครั้งที่ ๑ : การส่งเสริมและการคุ้มครองทางวัฒนธรรม ( Promoting and Safeguarding Culture) ๑๐.๕๐ น.        การประชุมครั้งที่ ๒ : การคงอยู่ของวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์( Living Cultures and Creative Industries) ๑๔.๐๐ น.        การประชุมครั้งที่ ๓ : การเชื่อมโยงประชาชนกับเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Linking People Along Cultural Tourism Routes) ๑๕.๒๐ น.        การประชุมครั้งที่ ๔ : การฟื้นฟูเมืองผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม(Urban Regeneration Through Cultural Tourism) ๑๗.๐๐ น.        พิธีปิดการประชุม ๑๙.๐๐ น.        งานเลี้ยงอำลาและการแสดงทางวัฒนธรรม ๘.    องค์ประกอบของคณะผู้แทนกระทรวงวัฒนธรรม ประกอบด้วย                          ๑. นายวีระ       โรจน์พจนรัตน์     รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม                               ๒. นายสมชาย  ณ นครพนม         นักโบราณคดีทรงคุณวุฒิ กรมศิลปากร                                                                ๓. นางสาวดารุณี  ธรรมโพธิ์ดล      ผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ                                                              ๔. นางสาวขนิษฐา  โชติกวณิชย์     นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานรัฐมนตรี     ๙.   สรุปสาระของกิจกรรม สรุปได้ดังนี้                     ในการประชุมมีการหยิบยกเรื่องการท่องเที่ยวอาจเป็นอันตรายต่อวัฒนธรรม แต่หากมีการจัดการอย่างถูกต้องและเหมาะสม การท่องเที่ยวจะมีส่วนช่วยในการคุ้มครองและส่งเสริมวัฒนธรรม ขณะเดียวกันยังก่อให้ชุมชนเกิดความภาคภูมิในวัฒนธรรมของตนและแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลกด้วย                    ทั้งนี้ การท่องเที่ยวถือเป็นส่วนที่ก่อให้มนุษย์มีประสบการณ์เพิ่มขึ้น ซึ่งอุตสาหกรรมสร้างสรรค์(Creative Industries) อาทิ เพลง ภาพยนตร์ หัตถกรรม สถาปัตยกรรมหรือการออกแบบ ต่างก็มีบทบาทสำคัญในการสร้างประสบการณ์พิเศษให้แก่นักท่องเที่ยว การท่องเที่ยวเองมีส่วนช่วยผลักดันให้เกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆรวมถึงการเกิดประโยชน์ทางด้านเศรษบกิจและสังคมต่อชุมชนท้องถิ่น                    ที่ประชุมได้อภิปรายถึงเรื่องเส้นทางวัฒนธรรม ก่อให้เกิดโอกาสกับการพัฒนาการท่องเที่ยว ด้วยเหตุนี้ การบูรณาการทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาค ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเชื่อมโยงด้านเศรษบกิจและวัฒนธรรมในระดับประเทศและระหว่างประเทศด้วย                    ประเด็นที่ถูกกล่าวถึงอีกเรื่องคือ การที่การท่องเที่ยวเติบโตอย่างรวดเร็วในเขตเมือง ด้วยเหตุนี้จึงต้องพึงระวังในการพัฒนาการท่องเที่ยว ควบคุ่ไปกับการคุ้มครองอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ตลอดจนการฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจและการเพิ่มคุณค่าชีวิตในเมืองและต้องไม่ลืมว่า วัฒนธรรมในพื้นที่ชนบท เป็นสิ่งที่ต้องได้รับการสนับสนุนให้ได้รับการคุ้มครองเช่นเดียวกัน เมื่อการท่องเที่ยวเริ่มที่จะรุกไปในพื้นที่เหล่านั้น                    ที่ประชุมเห็นพ้องต้องกันที่จะจัดทำเป็น Siem Reap Declaration on Tourism and Culture โดยประกาศเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ มีเนื้อหาสรุปได้ตามสาระของการประชุมข้างต้น ( ดังรายละเอียดตามเอกสารที่แนบ)               ๑๐.ข้อเสนอแนะจากการจัดกิจกรรม           เป็นการประชุมในระดับนานาชาติที่สำคัญ ทำให้เห็นว่าทั่วโลกกำลังนำวัฒนธรรมเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน และการท่องเที่ยวมิได้ก่อให้เกิดผลเสียต่อการปกป้องคุ้มครองวัฒนธรรม แต่ควรใช้โอกาสจากการท่องเที่ยว ส่งเสริมให้วัฒนธรรมมีชีวิตและได้รับการอนุรักษ์และเผยแพร่สู่ประชาคมโลก ซึ่งจะเป็นผลดีทางเศรษฐกิจและสังคมต่อชุมชนเจ้าของวัฒนธรรม ดังนั้นการบูรณาการร่วมกันระหว่างการท่องเที่ยวกับวัฒนธรรม จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นยิ่งในปัจจุบัน                                         นายสมชาย  ณ นครพนม           ผู้สรุปผลการเดินทางไปราชการ


ผู้แต่ง               :  ลมูล อติพยัคฆ์โรงพิมพ์           :  คลังวิทยาปีที่พิมพ์           :  2499ภาษา               :  ไทยรูปแบบ             :  PDFเลขทะเบียน      :  น.33บ.1342จบ(ร)เลขหมู่             :  9144                          ล1388



เลขทะเบียน : นพ.บ.25/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  44 หน้า  ; 4.5 x 50.5 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา มีฉลากไม้ชื่อชุด : มัดที่ 12 (123-137) ผูก 3หัวเรื่อง : ธรรมบท --เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม




ชื่อผู้แต่ง        :   ศิลปากร , กรมชื่อเรื่อง         :   พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในประเทศไทยครั้งที่พิมพ์      :   -สถานที่พิมพ์    :   กรุงเทพฯสำนักพิมพ์      :   บริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้ง กรุ๊พ จำกัดปีที่พิมพ์         :   ๒๕๓๒จำนวนหน้า     :   ๒๓๔ หน้าหมายเหตุ        :  จัดพิมพ์เพื่อเชิดชูเกียรติในงานพระราชทานเพลิงศพ นางจิรา  จลกล ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส วันอังคารที่  ๔  เมษายน พ,ศ, ๒๕๓๒                     การพัฒนากิจการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติได้เริ่มดำเนินการอย่างจริงจังและกว้างขวางในเดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๑๘ เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมศิลปากร แยกกองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติออกจากกองโบราณคดี เนื่องจากงานที่ปฏิบัติ และรับผิดชอบต่างกัน กองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมีภาระหน้าที่รับผิดชอบในการธำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันที่สำคัญในการรวบรวมสงวนรักษาสมบัติ วัฒนธรรมของชาติ โดยได้ดำเนินการสืบต่อจากการที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงให้กำเนิดงานพิพิธภัณฑสถานในประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๒ หลังจากการปรับปรุงแก้ไขส่วนราชการในกองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ


ชื่อเรื่อง : อนุสรณ์ ตึกกรุณา โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ชื่อผู้แต่ง : - ปีที่พิมพ์ : 2508 สถานที่พิมพ์ : พระนคร สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์ไทยเขษม จำนวนหน้า : 130 หน้า สาระสังเขป : ตึกกรุณา โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี ได้ประกอบพิธีเปิดในวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๐๘ ก่อสร้างขึ้นด้วยเงินบริจาคของนางกรุณา แต้มทอง ก่อนจะถึงแก่กรรมได้ทำพินัยกรรมมอบเงินทุนให้ทายาทพิจารณาจัดสร้างสิ่งที่เป็นสาธารณะประโยชน์ขึ้นในจังหวัดกาญจนบุรี ตึกกรุณาเป็นตึกที่ใช้ทำการรับผู้ป่วยเด็ก มีเตียง ๒๐  เตียง แบ่งออกเป็นผู้ป่วยอายุรกรรม ศัลกรรม และผู้ป่วยโรคติดต่อ และเนื้อหาส่วนต่อมา เป็นเกล็ดความรู้จากแพทย์ อาทิ  โรคไข้เลือดออก โดยนายแพทย์ ดิลก ทิวทอง มองจากห้องยา โดยนัดดา ปริยานนท์ ภ.บ.  เกล็ดความรู้เรื่องเด็กที่น่ารักของท่าน โดย แพทย์หญิง อารีย์ หุตะโชค เป็นต้น


  ชื่อผู้แต่ง          พุทธเลิศหล้านภาลัย,พระบาทสมเด็จพระ ชื่อเรื่อง            กาพย์เห่เรือ ครั้งที่พิมพ์       - สถานที่พิมพ์      กรุงเทพมหานคร สำนักพิมพ์        อัมรินทร์ พริ้นติ้ง กรุ๊ฟ จำกัด ปีที่พิมพ์           ๒๕๓๓ จำนวนหน้า       ๒๖ หน้า หมายเหตุ         อนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพนางลิปิธรรมศรีพยัตต์(อุบล  ศรีพยัตต์)            หนังสือเรื่องกาพย์เห่เรือเป็นกาพย์สำหรับฝีพายใช้ขับเห่ในกระบวนเรือเสด็จฯ ทั้งในงานพระราชพิธีหรือเสด็จประพาสตามที่ต่าง ๆ จุดประสงค์ของการขับร้องในเวลาพายเรือก็เพื่อความเพลิดเพลิน ผ่อนแรง และทำให้เกิดจังหวะในการพายพร้อมกัน การเห่เรือแต่เดิมน่าจะทำเป็นพิธี เช่น การเห่เรือในอินเดียก็เป็นคำขับบูชาพระราม พระลักษมณ์ กาพย์เห่เรือของไทยที่มีผู้ประพันธ์ไว้นั้นเป็นเพียงบทที่ใช้ขับร้องเล่น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบูชาหรือพิธีการแต่อย่างใด เนื้อเรื่องมักเป็นบทชมต่าง ๆ เช่น เห่ชมกระบวนเรือ หรือชมธรรมชาติในขณะเดินทาง เป็นต้น


เรื่องที่ 353 พระคัมภีร์ใบลานนี้ ได้มาจากวัดแหลมหิน ต.หนองคันทรง อ.เมือง จ.ตราด เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2532 เป็นคัมภีร์อักษรขอมทั้งผูก ชื่อเรื่องแปลเป็นภาษาบาลี-ไทย ตัวอักษรหนังสือเป็นเส้นจาร ฉบับล่องชาติ ไม้ประกับธรรมดา มีทั้งหมด 9 ผูก พระอนุรุทธาจารย์ เป็นผู้แต่ง จีนต่วน,แดงกิ๋ม เป็นผู้สร้าง หอสมุดแห่งชาติฯมีผูก 3-4,6,8-9,17-18เนื้อหาเกี่ยวกับพุทธประวัติ เรื่องปฐมสมโพธิ เดิมมีผู้แต่งไว้เป็นภาษาบาลี ไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นของผู้ใด ต่อมาจึงมีผู้แปลไว้เป็นภาษาไทย ครั้งถึงสมัยรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีรับสั่งให้กรมหมื่นไกรสรวิชิตกราบทูลอาราธนาสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรสเมื่อยังเป็นกรมหมื่นนุชิตชิโนรส ให้ทรงชำระเรื่องนี้ จนกระทั่งสำเร็จบริบูรณ์ในวันแรม ๔ ค่ำเดือน ๗ พุทธศักราช ๒๓๘๘ พระปฐมสมโพธิกถาแบ่งเนื้อหาออกเป็นตอนๆ เรียกว่า ปริเฉท มีทั้งหมด 29 ปริเฉท กล่าวถึงศักยวงศ์หรือศากยวงศ์และโกลิยวงศ์ ความเป็นมาพระพุทธเจ้าตั้งแต่ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน เลขทะเบียน จบ.บ.353/3-4,6,5,8-9,17-18


CHANTHABURI  BAND  :  จากความตั้งใจที่จะทำวงดนตรี " จันทบุรีแบนด์ " ต่อยอดมาสู่ โครงการ " ค่ายดนตรี Chanthaburi Band "  จันท์ยิ้ม.  2 , (4) : 16 -17 ;เมษายน -ถุนายน  2560.                                   เนื้อหาภายในเล่ม กล่าวถึงแคมป์ ว่าคือเรื่องของการนำไปสู่วงดนตรี ที่ตั้งใจสร้างเป็นวงซิมโฟนีที่ไม่ใช่จัดครั้งเดียวแล้วจบเลย แต่ค่ายดนตรีนี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กในจังหวัดจันทบุรี ประมาณ 350 - 400 คน มาอยู่รวมกัน 5 วัน 4 คืน ตั้งแต่วันที่ 1- 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 เด็กๆได้มา ฟังความรู้จากวิทยากรเก่งๆ อย่างเช่น อาจารย์วานิช  โปตะวณิช  ศิลปินศิลปาธร ช่างซ่อมเครื่องดนตรี มีบริษัท ยามาฮ่า มาสอนเทคนิค การดูแลเครื่อง เทคนิคการใช้ลม  เป็นต้น  การเข้าค่ายดนตรีให้อะไร หลายอย่างกับเด็กๆ ซึ่งเด็กกลุ่มนี้เป็นกลุ่มตัวอย่างที่จะขยายเครือข่ายต่อไป เพื่อให้เยาวชนคนอื่นๆ  มาร่วมกันทำสิ่งที่เป็นประโยชน์มากขึ้น  และสำหรับแคมป์ที่สองนั้นมีรูปแบบแตกต่างจากครั้งแรก คือ  แคมป์ที่สองนี้จะคัดเด็กที่เป็นมืออาชีพจริงๆ ให้เหลือแค่ 150 คน   สำหรับเป้าหมายที่ชัดเจนของ โครงการ คือจะเป็นโมเดลให้กับที่อื่นๆ ที่มีวงดนตรีประจำจังหวัด  สำหรับต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง โดยเฉพาะ และ จะใช้กิจกรรมนี้เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกัน โดยมีเยาวชน -   เป็นศูนย์กลาง เพราะเยาวชนเขาจะต้องอยู่ร่วมในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอาเซียน



black ribbon.