ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,562 รายการ
กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “ยอร์ช เซเดส์” บรรณารักษ์ใหญ่แห่งหอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร วิทยากรโดย นายสุวิชา โพธิ์คำ บรรณารักษ์ปฏิบัติการ กลุ่มบริการทรัพยากรสารสนเทศ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ดำเนินรายการโดย นางกมลชนก พรภาสกร นักวิชาการโสตทัศนศึกษา กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๕ ตั้งแต่เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น.
ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร และ Youtube Live : กรมศิลปากร
20 กันยายน วันเยาวชนแห่งชาติ วันพระราชสมภพสองยุวกษัตริย์
----------------------------
พุทธศักราช 2528 (ปี 1985) เป็นปีที่องค์การสหประชาชาติหรือ UN (United Nations) ประกาศให้เป็นปีเยาวชนสากล (International Youth Year: IYY) ด้วยเหตุนี้ ดร. สายสุรี จุติกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ หรือ สยช. (ปัจจุบันคือคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ หรือกดยช.) จึงเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อจัดงานวันเยาวชนแห่งชาติของประเทศไทย ต่อมาเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พุทธศักราช 2528 คณะรัฐมนตรีมีมติกำหนดให้วันที่ 20 กันยายนของทุกปีเป็นวันเยาวชนแห่งชาติ ด้วยเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์ไทย 2 พระองค์ ซึ่งเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นยุวกษัตริย์แต่ยังทรงพระเยาว์ คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร จึงถือเป็นวันสิริมงคลในการพัฒนาเยาวชน และเป็นโอกาสให้เยาวชนไทยได้ระลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตลอดจนตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของตนต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระนามเดิมว่า สมเด็จเจ้าฟ้าชายจุฬาลงกรณ์ บดินทรเทพมหามกุฎ บุรุษยรัตนราชรวิวงศ์ วรุตมพงศบริพัตร สิริวัฒนราชกุมาร เป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้ากับอยู่หัวกับสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี พระราชสมภพเมื่อวันอังคาร เดือน 10 แรม 3 ค่ำ ปีฉลู เบญจศก จุลศักราช 1215 ตรงกับวันที่ 20 กันยายน พุทธศักราช 2396
ครั้นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต จึงเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 11 ขึ้น 15 ค่ำ มะโรง สัมฤทธิศก จุลศักราช 1230 ตรงกับวันที่ 1 ตุลาคม พุทธศักราช 2411 มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2411 เมื่อพระชนมายุ 16 พรรษา โดยมีสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนพระองค์ ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงบรรลุพระราชนิติภาวะแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2416
ตลอดรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงกอปรพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อพัฒนาสยามให้เจริญทัดเทียมนานาอารยประเทศ ทรงปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินให้ทันสมัย และทรงปฏิรูปการศึกษาให้ราษฎรมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาอย่างทั่วถึง อีกทั้งยังทรงพัฒนาสาธารณูปโภคและการสาธารณสุขให้ราษฎรมีความเป็นอยู่ที่ดีและสะดวกสบายขึ้น ตลอดจนทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศตะวันตกอย่างกว้างขวาง
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พระราชสมภพเมื่อวันที่ 20 กันยายน พุทธศักราช 2468 ณ เมืองไฮเดลเบิร์ก ประเทศเยอรมันนี เป็นพระโอรสพระองค์แรกในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีพระเชษฐภคินีและพระอนุชา คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวสละราชสมบัติในวันที่ 2 มีนาคม พุทธศักราช 2477 สภาผู้แทน ราษฎรมีมติเห็นชอบให้คณะรัฐบาลอัญเชิญพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล ขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล อดุลยเดชวิมลรามาธิบดี จักนรนฤบดินทร์สยามินทราธิราช ขณะมีพระชนมายุ 9 พรรษา โดยมีคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอนุวัตรจาตุรนต์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา และเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม)
เรียบเรียงโดย นางสาวพุธิตา ขำบุญลือ นักจดหมายเหตุปฏิบัติการ คณะทำงานด้านการจัดการองค์ความรู้ของสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ
----------------------------
อ้างอิง
กรมกิจการเด็กและเยาวชน. ประวัติความเป็นมา. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก https://www.dcy.go.th/ content/1636520311278/1636520514570 สืบค้นเมื่อ 1 กันยายน 2565.
กรมศิลปากร. พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล. กรุงเทพฯ: บริษัท ส.ศิลป์ (2521) จำกัด, 2529.
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อานันทมหิดล ผู้เป็นที่รักของแผ่นดิน พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 4 มิถุนายน 2460 กรุงเทพฯ: เรือนแก้วการพิมพ์, 2560.
มูลนิธิปริยัติศึกษา ญสส. ในพระสังฆราชูปถัมภ์. พระราชประวัติพระมหาษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ บทพระราชนิพนธ์ในการเสด็จประพาสต้น ครั้งที่ 2 ในรัชกาลที่ 5 ประวัติเมืองกำแพงเพชร. กรุงเทพฯ: มูลนิธิปริยัติศึกษา ญสส. ในพระสังฆราชูปถัมภ์, 2537.
สำนักนายกรัฐมนตรี. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ. 25 ปี สยช. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก https://www.dcy.go.th/public/mainWeb/file_download/
1646493472100-674880574.pdf สืบค้นเมื่อ 1 กันยายน 2565.
สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. เอกสารชุดกระทรวงศึกษาธิการ จัดครั้งที่ 2 (2) ศธ26/2195 เรื่องส่งตัวอย่างพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเผยแพร่และจำหน่าย (4 - 7 ตุลาคม 2487).
อรวรรณ ทรัพย์พลอย. พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. กรุงเทพฯ: สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, 2546.
สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ภาพกองจดหมายเหตุแห่งชาติ รวบรวมจากแหล่งอื่น ๆ ภ 001 กจช (อ) 2/30 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลและคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ฉายคราวเสด็จนิวัติกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2481.
สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ภาพกองจดหมายเหตุแห่งชาติ รวบรวมจากแหล่งอื่น ๆ ภ 001 กจช (อ) 3/63 พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ขณะประทับโต๊ะทรงพระอักษร.
สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ภาพกองจดหมายเหตุแห่งชาติ รวบรวมจากแหล่งอื่น ๆ ภ 001 กจช (อ) 6/5 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ขณะทรงพระเยาว์ฉลองพระองค์ปกกลาสี.
สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ภาพกองจดหมายเหตุแห่งชาติ รวบรวมจากแหล่งอื่น ๆ ภ 001 กจช (อ) 7/28 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงฉลองพระองค์เต็มยศพร้อมเครื่องพระบรมราชอิสริยยศราชูปโภค พระบรมฉายาลักษณ์ทรงฉายในคราวเสด็จนิวัติพระนครครั้งแรก (พฤศจิกายน 2481).
สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ภาพชุดหอพระสมุดวชิรญาณ ภ 001 หวญ 12/9(3) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงฉายกับสมเด็จพระบรมราชโอรสองค์ใหญ่ เจ้าฟ้าฯ กรมขุนพินิตประชานาถ เมื่อปีมะโรง พ.ศ. 2411 พระชันษา 16 ปี ขณะนั้นสมเด็จพระบรมชนกนาถ มีพระชนมายุ 65 พรรษา.
สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ภาพชุดหอพระสมุดวชิรญาณ ภ 001 หวญ 19/12 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ตามแบบอย่างโบราณราชประเพณี เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรก เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2411 พระชันษา 16 ปี.
สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ภาพอัลบั้ม กระทรวงการต่างประเทศ ภอ. กต. 2/99 พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 (ทรงฉายคราวบรมราชาภิเษกครั้งที่สอง).
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ. 35/2ประเภทวัดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 52 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 53.5 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 130/2 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 166/1เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
การกำหนดอายุเจดีย์ประธานวัดช้างรอบ โดยวิธีศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบทางศิลปกรรมกับลวดลายเครื่องประดับเทวรูปพระอิศวร เมืองกำแพงเพชร..เทวรูปพระอิศวรสำริด แต่เดิมประดิษฐานอยู่ที่ศาลพระอิศวรอันเป็นเทวาลัยในศาสนาฮินดูเพียงแห่งเดียวในเมืองกำแพงเพชร ปัจจุบันจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร ลักษณะประทับยืนมี 1 เศียร 2 กร พระพักตร์รูปเหลี่ยม พระขนงเชื่อมต่อกันเหนือสันพระนาสิก พระโอษฐ์เม้มเป็นเส้นตรง ทรงไว้พระทาฐิกะ (เครา) เป็นรูปสามเหลี่ยม กลางพระนลาฏมีพระเนตรที่สาม สวมกระบังหน้า เกล้าพระเกศารูปทรงกระบอกปรากฏอุณาโลม ประดับกุณฑลที่พระกรรณ ด้านข้างพระเศียรมีกรรเจียก สวมกรองศอที่ประดับลายประจำยามและมีพวงอุบะขนาดเล็กห้อยตกลงมา ส่วนองค์ท่อนบนคล้องสายยัชโญปวีตและสวมพาหุรัดในรูปของนาค สวมทองพระกร ทองพระบาท พระธำมรงค์ทุกนิ้ว ทรงภูษาโจงกระเบนสั้นจีบเป็นริ้ว คาดทับด้วยเข็มขัดที่ประดับด้วยพวงอุบะขนาดเล็ก และชักขอบผ้านุ่งด้านบนให้แผ่ออกเป็นรูปสามเหลี่ยมมีชายผ้าห้อยตกลงมาทางด้านหน้า..การกำหนดอายุโดยการเปรียบเทียบตามความหมายในคู่มือการปฏิบัติงานด้านโบราณคดี หมายถึงอายุที่ไม่สามารถระบุเวลาเป็นจำนวนปีที่เทียบเคียงและเชื่อมโยงเข้ากับเวลาของปฏิทินปัจจุบัน กล่าวคือไม่สามารถระบุเป็นตัวเลขจำนวนปี หรือสมัยได้ ระบุได้เพียงว่าอายุเท่ากับ หรืออายุเก่ากว่า หรืออายุน้อยกว่าหลักฐานทางโบราณคดีชิ้นใด ชุดใด หน่วยใดเท่านั้น.ในที่นี้การพิจารณาวิวัฒนาการของรูปแบบในลักษณะศิลปกรรม โดยการคัดเลือกลวดลายตกแต่งของโบราณวัตถุ และโบราณสถาน อาศัยเหตุทั่วไปว่า ศิลปะทางศาสนา หรือที่ทำขึ้นตามระเบียบประเพณีนั้น ความคิดอ่านทางการช่างมีการสืบช่วงอายุต่อกัน เริ่มต้นจากอิทธิพลภายนอกแล้วกลายเป็นแบบของตนเองในภายหลัง หลักสำคัญอยู่ที่การคัดเลือกลวดลาย จำแนกลวดลายตามวัตถุนั้นๆ ออกเป็นกลุ่มๆ จากนั้นคัดเลือกวัตถุชิ้นใดชิ้นหนึ่งเป็นหลัก ซึ่งวัตถุชิ้นหลักนี้ต้องสามารถกำหนดอายุได้อย่างแน่นอน เช่น วัตถุที่มีจารึกบอกเวลาที่สร้าง หรือวัตถุที่สามารถเปรียบเทียบอายุจากวัตถุที่เป็นศิลปกรรมของพื้นที่อื่นที่ให้อิทธิพลแก่วัตถุชิ้นนั้น แล้วจึงคัดลวดลายจากโบราณวัตถุชิ้นอื่นๆ นำมาสืบช่วงก่อนหลังตามลักษณะลวดลายที่ปรากฏ..เทวรูปพระอิศวรสำริดนี้ปรากฏจารึกโดยรอบฐานอักษรไทยสุโขทัย ภาษาไทย ระบุปีพุทธศักราช 2053 มีข้อความโดยสรุปว่า เจ้าพระยาศรีธรรมโศกราชได้ประดิษฐานเทวรูปพระอิศวรนี้ไว้เพื่อปกป้องคุ้มครองมนุษย์และสัตว์ที่อาศัยอยู่ภายในเมืองกำแพงเพชร กล่าวถึงการบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามทั้งในเมืองและนอกเมืองกำแพงเพชร อีกทั้งยังมีรับสั่งให้ขุดลอกคลองแม่ไตรบางพร้อและคลองส่งน้ำจากเมืองกำแพงเพชรไปถึงเมืองบางพาน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จบพิตรพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ สันนิษฐานว่าพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์นั้นหมายถึงสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ผู้เสวยราชสมบัติเมืองอยุธยาสมัยนั้นพระองค์หนึ่ง และพระเจ้าอยู่หัวองค์ก่อนหน้านี้ คือ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 หรืออาจหมายถึงพระอาทิตยวงศ์ผู้ที่ได้รับการสถาปนาเป็นอุปราชครองเมืองพิษณุโลก และขึ้นครองราชสมบัติพระนามว่า สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 หน่อพุทธางกูร ในเวลาต่อมา .ตัวอย่างลวดลายเครื่องประดับที่ปรากฏบนกระบังหน้า กรองศอ และผ้านุ่งของเทวรูป อาทิ ลายประจำยาม ลายดอกไม้ก้านขด ลายกระหนก และลายดอกกลม อันมีลักษณะคล้ายคลึงกับลวดลายเครื่องประดับที่ปรากฏบนตัวช้างประติมากรรมที่ฐานเจดีย์ประธานวัดช้างรอบ บริเวณสร้อยคอ ข้อมือ และข้อเท้า .จารึกโดยรอบฐานเทวรูปพระอิศวรระบุปีพุทธศักราช 2053 (พุทธศตวรรษที่ 21) ลวดลายเครื่องประดับที่ปรากฏมีความสอดคล้องกับลวดลายเครื่องประดับที่ปรากฏบนประติมากรรมรูปช้างที่ฐานเจดีย์ประธานวัดช้างรอบ จึงอนุมานจากการกำหนดอายุโดยการเปรียบเทียบได้ว่าวัดช้างรอบ เมืองกำแพงเพชร น่าจะสร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21 ..เอกสารอ้างอิงกรมศิลปากร สำนักโบราณคดี. คู่มือการปฏิบัติงานด้านโบราณคดี. กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด อรุณการพิมพ์, 2551.กรมศิลปากร. นำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร. กรุงเทพฯ : บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) จำกัด, 2557.กรมศิลปากร. ประชุมจารึก ภาคที่ 8 จารึกสุโขทัย. กรุงเทพฯ : สำนักหอสมุดแห่งชาติ, 2548.นารีรัตน์ ปรีชาพีชคุปต์, ธาดา สังข์ทอง และอนันต์ ชูโชติ ; ผู้แปลภาษาอังกฤษ, นันทนา ตันติเวสสะ และ สุรพล นาถะพินธุ. นำชมอุทยานประวัติศาสตร์ สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร (Guide to Sukhothai Si Satchanalai and Kamphaeng Phet historical parks) (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ : สำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ, 2542.
ชื่อเรื่อง : เจ้าฟ้าธรรมธิเบศ พร้อมด้วย พระประวัติ และพระนิพนธ์บทร้อยกรอง ฉบับตรวจสอบชำระใหม่มีภาพและแผนที่ประกอบเรื่องชื่อผู้แต่ง : -ปีที่พิมพ์ : 2505สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : หจก.ศิวพร จำนวนหน้า : 370 หน้า สาระสังเขป : หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องพระประวัติ และพระนิพนธ์บทร้อยกรอง ของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศ พระราชนิพนธ์บทร้อยกรองอันได้แก่บทเห่เรือ 1. เห่ชมเรือกระบวร 2. เห่ชมปลา 3. เห่ชมไม้ บทเห่เรื่องกากี บทเห่สังวาสและเห่ครวญ กาพย์ห่อโคลง นิราศธารโศก กาพย์ห่อโคลง นิราศธารทองแดง นันโทปนันทสูตรคำหลวง พระมาลัยคำหลวง เพลงยาว ในส่วนของภาคผนวก ได้อธิบายเรื่อง อธิบายตำนานเห่เรือ บันทึกเรื่องธารโศกและธารทองแดง บันทึกเรื่องนันโทปนันสูตรและพระมาลัย
ชื่อผู้แต่ง สุตต์
ชื่อเรื่อง พระคาถาสรรเสริญพระธรรมวินัย พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 4
ครั้งที่พิมพ์ -
สถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ โรงพิมพ์มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ
ปีที่พิมพ์ ๒๔๕๗
จำนวนหน้า 40 หน้า
“กัสสปสังยุตตาคตสูตร” นี้ สมเด็จพระสังฆราช วัดราชประดิษฐ์ ทรงนิพนธ์และมีพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เป็นคาถาภาษามคธว่าด้วยพระธรรมวินัยในพระพุทธศาสนา แทรกอยู่ด้วย 40 คาถา และสมเด็จพระสังฆราชวัดราชประดิษฐ์ได้ทรงแปลพระราชนิพนธ์นี้เป็นภาษาไทยไว้
เลขทะเบียน : นพ.บ.447/1กห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 12 หน้า ; 5 x 59 ซ.ม. : ล่องชาด-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 158 (149-162) ผูก 1ก (2566)หัวเรื่อง : เล่มหลวง--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.597/1 ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 80 หน้า ; 4.5 x 55 ซ.ม. : รักทึบ-ลานดิบ-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 192 (392-398) ผูก 1 (2566)หัวเรื่อง : สังคายนา--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
วันนี้ในอดีต 21 เมษายน 2566 ครบรอบ 241 ปี วันสถาปนา “กรุงรัตนโกสินทร์” ตอนที่ 1
ต่อมาในเมื่อวันอาทิตย์ เดือน 6 ขึ้น 10 ค่ำ ซึ่งตรงกับวันที่ 21 เมษายน ปีพุทธศักราช 2325 เวลา 06.54 นาฬิกา เป็นวันที่พระองค์ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กระทำ “พิธียกเสาหลักเมือง” โดยเป็นประเพณีไทยโบราณเมื่อมีการสร้างเมืองขึ้นใหม่ จะต้องหาฤกษ์มงคลสำหรับฝังเสาหลักเมืองเป็นประการแรก เพื่อความเป็นสิริมงคลของบ้านเมืองและประชาชน
โดยเรื่องราวของ “หลักเมือง” คือเรื่องราวที่ปรากฏในลักษณะเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมา และแฝงด้วยความอาถรรพ์ แต่ทว่ายังคงมีเรื่องราวแห่งความจริง ซึ่งเป็นแก่นรวมอยู่ด้วย ยกตัวอย่างเช่นเรื่องราวในสมัยกรุงศรีอยุธยาที่เล่าถึง “หลักเมือง” ไว้ว่า
“พิธีสร้างพระนครหรือสร้างบ้านสร้างเมืองต้องฝังอาถรรพณ์ ๔ ประตูเมือง ต้องฝังเสาหลักเมือง การฝังเสาหลักเมือง และเสามหาปราสาท ต้องเอาคนมีชีวิตทั้งเป็น ๆ ลงฝังในหลุมเพื่อให้เป็นผู้เฝ้าทวารมหาปราสาทบ้านเมืองป้องกันอริราชศัตรู ในการทำพิธีดังกล่าวนี้ต้องเอาคน ชื่อ อิน จัน มั่น คง มาลงฝังในหลุมจึงจะศักดิ์สิทธิ์ ”
สำหรับเสาหลักเมืองกรุงเทพฯ เชื่อว่าได้รับอิทธิพลทางพิธีการของพราหมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องในพิธีจารึกดวงชะตาพระนคร โดยสำคัญอย่างยิ่งในด้านความเชื่อถือ ซึ่งมีผลโดยตรงทางด้านจิตใจและเป็นการสร้างความมั่นใจผ่านทางพิธีกรรมเพื่อความมงคลว่าบ้านเมืองจะอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข นอกจากนั้น ภายหลังยังมีการประดิษฐาน “ศาลเทพารักษ์” เพื่อเป็นที่สถิตของเทพารักษ์ประจำหลักเมือง คอยอำนวยความสุข ความมงคล และป้องกันเภทภัยแก่ผู้ที่เคารพบูชา ประกอบด้วยเทพารักษ์จำนวน ๕ พระองค์ ได้แก่ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าเจตคุปต์ และ เจ้าหอกลอง
ปัจจุบันเสาหลักเมืองกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยามีเนื้อที่ประมาณ ๑ งาน ๑๕ ตารางวา อยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของท้องสนามหลวง ภายในบริเวณเสาหลักเมืองกรุงเทพฯ ได้จัดพื้นที่ใช้สอยเป็นสัดส่วนรับรองการมาสักระนมัสการของประชาชน
ในวาระการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ครบ ๒๔๑ ปี ในวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๖ นี้ ถือเป็นโอกาสดีที่คนไทย โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ จะได้เรียนรู้และสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องประวัติศาสตร์ความเป็นมาของการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ก่อให้เกิดความรักและภาคภูมิใจในความเป็นไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรม