ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,920 รายการ
ชื่อเรื่อง : เพศ หลากเฉดสี พหุวัฒนธรรมทางเพศในสังคมไทย
ผู้เขียน : นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ และ ปีเตอร์ เอ แจ็คสัน (บรรณาธิการ)
สำนักพิมพ์ : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
ปีพิมพ์ : ๒๕๕๖
เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ : ๙๗๘-๖๑๖-๗๑๕๔-๒๑-๓
เลขเรียกหนังสือ : ๓๐๖.๗๖ พ๘๘๑
ประเภทหนังสือ : หนังสือทั่วไป
ห้องบริการ : ห้องหนังสือทั่วไป ๑สาระสังเขป : ความหลากหลายทางเพศ เป็นคำที่เริ่มได้ยินและคุ้นเคยมากขึ้นจากช่วงทศวรรษ ๒๕๔๐ ถึงต้นทศวรรษ ๒๕๕๐ ในสังคมไทยนำมาใช้เพื่ออธิบายถึงกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่มีมีเพศภาวะและเพศวิถีแตกต่างนอกเหนือออกไปจากที่บรรทัดฐานทางสังคมกำหนด "เพศ หลากเฉดสี พหุวัฒนธรรมทางเพศในสังคมไทย" ได้มีการนำเสนอเกี่ยวกับการศึกษาเพศภาวะและเพศวิถีในพหุวัฒนธรรม เพศภาวะและเพศวิถีนอกกรอบในสังคมไทย ความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมลูกผสมของเพศนอกกรอบ เพศนอกกรอบภายใต้สภาวะสมัยใหม่ มองผ่านชนชั้นและความเชื่อ กาปฏิบัติทางเพศและการข้ามเพศในพื้นที่การแสดง นาฎกรรม และมหรสพ การปฏิบัติทางเพศและการข้ามเพศในพื้นที่พิธีกรรมและความศักดิ์สิทธิ์ การไกล่เกลี่ยต่อรองกับความเป็นหญิงและชายภายใต้บรรทัดฐานของรักต่างเพศสมัยใหม่ อีกทั้งยังมีการรวบรวมบทความที่นำเสนอในงานประชุมวิชาการทางมานุษยวิทยาที่ให้ข้อมูลหรือข้อคิดที่มีคุณค่า ได้แก่ ลูกผสมของวัฒนธรรมทางเพศในสังคมไทย ผู้สาวหน้าฮ้านหมอลำ ความสัมพันธ์ระหว่างกะเทยและผู้ชายในคอนเสิร์ตหมอลำอีสาน พิธีกรรมทรงผีเจ้านาย : พื้นที่เปิดทางเพศภาวะในสังคมล้านนา "เฉดความเป็นชาย" บนร่างของโคโยตี้บอย ภาพสะท้อนวัฒนธรรมบริโภคของเกย์กรุงเทพฯ นางยี่เกชาย สิ่งชำรุดในรัฐนิยม : เรื่องเล่าชีวิตนางยี่เกชายผ่านวรรณกรรม รักสองเพศของผู้หญิง ทางเลือกของความปราถนาและการค้นหานิยามอัตลักษณ์ Cultural Pluralism and Sex/Gender Diversity in Thailand : Introduction นอกจากนี้ยังได้มีการรวบรวมคำศัพท์ที่ควรรู้มาอธิบายความหมายเบื้องต้น เพื่อที่จะช่วยให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจถึงคุณลักษณะหรือคุณสมบัติบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ เช่น Cross-Gender (การข้ามเพศภาวะ) คือ การแสดงเพศภาวะหญิงหรือชายที่ตรงข้ามไม่สอดคล้องกับเพศสรีระ Gender Identity (อัตลักษณ์ทางเพศภาวะ) คือ การตระหนักรู้ของปัจเจกบุคคลต่อตัวตนทางเพศที่เขาเลือก Queer (เควียร์/เพศนอกกรอบ) คือ สภาวะเพศที่อยู่นอกระเบียบกฏเกณฑ์ทางสังคมและบรรทัดฐานของผู้ชายผู้หญิง เป็นต้น ด้วยความมุ่งหวังว่า เรื่องราวที่นำเสนอนี้จะเป็นการสร้างความเข้าใจต่อความแตกต่างหลากหลายของผู้คนในวัฒนธรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดความเข้าอกเข้าใจ เคารพในศักดิ์ศรีของเพื่อนมนุษย์ และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
อดุลย์ รัตนมั่น.แปะโป๋ว.ครัว.(9):100;ตุลาคม 2545.
คนจีนนำพืช 3 ชนิดในสกุล Stemona วงศ์ Stemonaceae มาใช้เป็น สมุนไพร และให้ชื่อสามัญว่า แปะโป้ว เหมือนกัน หนึ่งในสามชนิดนี้เป็นสมุนไพร ไทยที่คนไทยเรารู้จักกันดี คือ หนอนตายหยาก หรือ กะเพียด ซึ่งจะได้พูดราย ละเอียดต่อไป ด้วยแปะโป๋วได้มาจากพืช ถึง 3 ชนิด ทำให้มันเป็นสมุนไพรอีกตัวหนึ่ง ที่มีชื่อเรียกมากถึงกว่าสิบชื่อ
ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระมหากษัตริย์จะพระราชทาน
" พระปฐมบรมราชโองการ "
หลังจากพราหมณ์ทูลเกล้าฯ ถวาย เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ และเครื่องราชูปโภคแล้วพระปฐมบรมราชโองการ นับตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ จนถึงรัชกาลที่ ๙ มีเนื้อความเปลี่ยนแปลงมาตามยุคสมัยซึ่งล้วนแต่แสดงพระราชปณิธาน ในฐานะทรงเป็นผู้รับพระราชภาระแห่งบ้านเมือง
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พุทธศักราช ๒๓๒๘
“...พรรณพฤกษ ชลธี แลสิ่งของในแผ่นดิน ทั่วเขตพระนคร ซึ่งหาผู้หวงแหนมิได้นั้น ตามแต่สมณชีพราหมณาจารย์ราษฎรปรารถนาเถิด...”
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย วันที่ ๑๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๓๕๒
“ แต่บรรดาพฤกษาและแม่น้ำใหญ่ น้อย และสิ่งของทั้งปวง ซึ่งมีในแผ่นดิน ทั่วขอบเขตแดนพระนคร ซึ่งหาเจ้าของหวงแหนมิได้ให้พระราชทานแก่ สมณะ พราหมณ อณาประชาราษฎร์ทั้งปวง ตามแต่ปรารถนาเถิด ”
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ ๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๓๖๗
“ เจ้าพระยา และพระยา ของซึ่งถวายทั้งนี้ จงจัดแจงบำรุงไว้ให้ดี จะได้รักษาแผ่นดิน ”ในการพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่พบหลักฐานพระปฐมบรมราชโองการหลังจากพิธีถวายสิริราชสมบัติและเครื่องสิริราชกกุธภัณฑ์ที่พระที่นั่งภัทรบิฐพบแต่ “ พระราชโองการปฏิสันถาร ” ในการเสด็จมหาสมาคม ซึ่งโปรดให้พระบรมวงศานุวงศ์ และขุนนางทั้งฝ่ายทหารและพลเรือนเข้าเฝ้าเพื่อรับการถวายราชสมบัติจากนั้นจึงมีพระราชโองการตรัสปฏิสันถารกับเจ้าพระยา และพระยาทั้งปวง ซึ่งมีข้อความเดียวกันทุกรัชกาลต่อมาภายหลังพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้ยกเลิกพิธีส่วนนี้ มีแต่เพียงการถวายพระพรชัยมงคลจากขุนนางฝ่ายหน้าและข้าทูลละอองธุลีพระบาทฝ่ายในเท่านั้น
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ ๑๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๓๙๔
“ พรรณพฤกษ ชลธี แลสิ่งของในแผ่นดิน ทั่วเขตพระนคร ซึ่งหาผู้หวงแหนมิได้นั้น ตามแต่สมณชีพราหมณาจารย์ราษฎรจะปรารถนาเถิด ”
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๑๑
“ แต่บรรดาที่ไม่มีเจ้าของผลไม้ทั้งน้ำในห้วยละหารตรท่าก็ดี ตามแต่สมณพราหมณาจารยอาณาประชาราษฎรจะมาแต่จตุระทิศต่างๆ ตามแต่จะปรารถนา ”
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๑๖
คำภาษามคธ “ อิทานหํ สพฺเพสํ อนุมติยา ราชา มุทฺธาวสิตฺโต สฺยาเมสุ อิสฺสราธิปจฺจํ รชฺชํ กาเรมิธ ธฺมมิกราชปเวณิยา อนุชานามิ ยนฺติ สฺยามวิชิเตอปรปริคฺคหิตํ ติณกฏฺโจทกํ สมณพฺราหฺมณาทโย สพฺเพสฺยามรฏฺฐิกา ยถาสุขํ ปริภุญฺชนุตุฯ ”
คำแปล “ ครั้งนี้ท่านทั้งปวงพร้อมใจกัน ยอมให้เราเปนเจ้าครองราชสมบัติได้รับมุรธาภิเษกเปนใหญ่ในสยามราษฎร์วราณาจักรนี้แล้ว เราขออนุญาตยอมให้ โดยธรรมิกราชประเพณี พรรณพฤกษชลธีในสยามราษฎร์วราณาจักรนี้ ซึ่งไม่มีเจ้าของหวงแหนนั้น ตามแต่สมณพราหมณาจารย์ ประชาราษฎรทั้งปวงจะปรารถนาใช้สอยเทอญ ฯ ”
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๕๓
คำภาษามคธ “อิทานาหํ พฺราหฺมณา ราชภารํ วหนฺโต พหุโน ชนสฺส อตฺถาย หิตาย สุขาย ธมฺเมน สเมน รชฺชํ กาเรมิ ตุมฺหากํ สปริคฺคหิตานํอุปริ ราชกํ อาณํ ปสาเรตฺวา นาโถ หุตฺวา ธมฺมิกํ รกฺขาวรณคุตฺตี สํวิทหามิ วิสฺสฏฺฐา หุตฺวา ยถาสุขํ วิหรถ ฯ”
คำแปล “ ดูกรพราหมณ์ บัดนี้เราทรงราชภาระครองแผ่นดินโดยธรรมสม่ำเสมอ เพื่อประโยชน์เกื้อกูลและสุขแห่งมหาชนเราแผ่ราชอาณาเหนือท่านทั้งหลายกับโภคสมบัติ เปนที่พึ่ง จัดการปกครองรักษาป้องกัน อันเปนธรรมสืบไป ท่านทั้งหลายจงวางใจอยู่ตามสบาย เทอญ ฯ ”
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๖๘
คำภาษามคธ “อิทานาหํ พฺราหฺมณา ราชภารํ วหนฺโต พหุโน ชนสฺส อตฺถาย หิตาย สุขาย ธมฺเมน สเมน รชฺชํ กาเรมิ ตุมฺหากํ สปริคฺคหิตานํอุปริ ราชกํ อาณํ ปสาเรตฺวา นาโถ หุตฺวา ธมฺมิกํ รกฺขาวรณคุตฺตี สํวิทหามิ วิสฺสฏฺฐา หุตฺวา ยถาสุขํ วิหรถ ฯ”
คำแปล “ ดูกรพราหมณ์ บัดนี้เราทรงราชภาระครองแผ่นดินโดยธรรมสม่ำเสมอ เพื่อประโยชน์เกื้อกูลและสุขแห่งมหาชนเราแผ่ราชอาณาเหนือท่านทั้งหลายกับโภคสมบัติ เปนที่พึ่ง จัดการปกครองรักษาป้องกัน อันเปนธรรมสืบไป ท่านทั้งหลายจงวางใจอยู่ตามสบาย เทอญ ฯ ”
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร
เสด็จสวรรคตก่อนทรงรับพระราชพิธีบรมราชภิเษก
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓
“ เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ”
ชื่อผู้แต่ง : กรมศิลปากรกองหอสมุดแห่งชาติ
ชื่อเรื่อง : จารึกในประเทศไทย เล่ม ๑ อักษรปัลลวะ หลังปัลลวะพุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๔ล.1.
พิมพ์ครั้งที่ : ๑
สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์ภาพพิมพ์
ปีที่พิมพ์ : ๒๕๒๙ จำนวนหน้า ๓๑๑ หน้า
หมายเหตุ : เอกสารวิชาการหอสมุดแห่งชาติ อันดับที่ ๔/๒๕๒๙ เป็นการรวบรวมคำอ่านและแปลจารึกที่พบในประเทศไทยโดยนักภาษาโบราณประกอบด้วย เทิบ ปีเต็ม จำปา เยื้องเจริญ ชะเอม แก้วคล้าย บุญเลิศ เสนานนท์และบุญนาค สะแกนอกและอาจารย์ ก่องแก้ว วีระประจักษ์ เป็นผู้ตรวจสอบเรียบเรียงประวัติทะเบียนจารึก โดยจัดเป็นกลุ่มรูปแบบอักษรตามลำดับยุคสมัยเล่มที่ ๑ จารึกอักษรปัลลวะหลังปัลลวะ พุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๔
“ภาพจิตรกรรมไทยฝีพระหัตถ์” พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชมพรเขตอุดมศักดิ์ ภายในอุโบสถวัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท ภายในอุโบสถของวัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สำคัญอย่างมาก โเขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่๕ ราวปี พ.ศ.๒๔๖๔ โดยประมาณ ตั้งอยู่ในส่วนของผนังหุ้มกลองด้านหน้าพระประธาน คือภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ของ “กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์” พระองค์ทรงเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ ตอนมารผจญ ด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เองร่วมกับข้าราชบริพาร ส่วนผนังด้านล่างระหว่างช่องประตูเขียนภาพจิตรกรรมเรื่องพุทธประวัติ ตอนนางสุชาดาถวายข้าวมธุปายาส โดยมี หม่อมเจ้าจารุภัตรา อาภากร พระธิดาองค์โต ของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ มีส่วนร่วมในการเขียนภาพจิตรกรรมนี้ด้วย ทั้งสองพระองค์ได้ทรงเขียนภาพโดยใช้เทคนิคจิตรกรรมไทยแบบประเพณี ผสมผสานกับการเขียนภาพจิตรกรรมเทคนิคแบบตะวันตกจะเห็นได้จากมีการใช้แสงเงาเข้ามาเขียนภาพ การจัดองค์ประกอบภาพทำได้อย่างลงตัว มีการเขียนสอดแทรกภาพเหมือนข้าราชบริพารที่ตามเสด็จด้วย เช่น นายทหารแม่ครัว เป็นต้น ส่วนสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ไม่เหมือนจิตรกรรมฝาผนังที่อื่นๆ คือในส่วนลายชายริ้วด้านซ้าย และขวาของภาพจิตรกรรม มีการจารึกอักษรขอมตัวบรรจง ซึ่งกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ทรงมีความรู้ความสามารถในด้านคาถาเป็นอย่างมาก โดยมีพระครูวิมลคุณากร หรือที่รู้จักกันคือ หลวงปู่ศุข เกสโร เป็นพระอาจารย์ที่กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก คาถาที่เขียนไว้คือ คาถา “ชัยมังคะละอัฏฐะกะคาถา”หรือเรียกกันสั้นๆว่า คาถาพาหุง ซึ่งเป็นคาถาที่แปลว่า “การชนะมารทั้ง ๘ ประการ อันเป็นมงคลสูงสุดของพระพุทธเจ้า” จารึกอักษรขอมเป็นคาถาที่สอดคล้องกับจิตรกรรม และเรื่องราวของภาพมารผจญเป็นอย่างมาก และมีจารึกต่อท้ายด้วยตัวอักษรไทยความว่า พระเจ้าพี่ยาเธอกรมหมื่นชุมพรเขตอุดมศักดิ์ นายเทียบ นายรังสี นายแฉล้ม นายผ่อน ได้เขียนไว้ ลงท้ายความว่าเพื่อศุขประโยชน์ภายหน้า นิพพาน ปัจโย โหตุ อ้างอิง : รายงานการอนุรักษ์จิตรกรรมวัดปากคลองมะขามเฒ่า พ.ศ๒๕๔๔ หนังสือประวัติพระครูวิมลคุณากร เรียบเรียง : นายศุภกิจจ์ เสถียรอินทร์ นักวิชาการช่างศิลป์ปฏิบัติการ กลุ่มอนุรักษ์จิตรกรรมและประติมากรรม กองโบราณคดี กรมศิลปากร
คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ
ในคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธี
มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๔๗
จัดพิมพ์เผยแพร่
***บรรณานุกรม***
ผดุงถิ่นยุคข่าวเศรษฐกิจ
ปีที่ 16(7)
ฉบับที่ 671(265)
วันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2535
ชื่อเรื่อง : อธิบายระยะทางล่องลำน้ำพิง ตั้งแต่เมืองเชียงใหม่จนถึงปากน้ำโพธิ์
ผู้เขียน : สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
สำนักพิมพ์ : สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร
ปีพิมพ์ : 2562
เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ : 978-616-283-455-4
เลขเรียกหนังสือ : 915.935 ด427ว
ประเภทหนังสือ : หนังสือที่จัดพิมพ์โดยกรมศิลปากร
ห้องบริการ : ห้องหนังสือทั่วไป 1
สาระสังเขป : ลำน้ำพิง หรือ น้ำแม่ปิง สายน้ำสำคัญในภาคเหนือที่ถือเป็นต้นน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา เกิดจากลำน้ำ 4 สาย ได้แก่ ปิง วัง ยม น่าน มีผู้คนตั้งถิ่นฐานและพัฒนาการเป็นบ้านเมืองมายาวนานหลายร้อยปี แม่น้ำสายนี้จึงเป็นเส้นเลือดสำคัญที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนตลอดลุ่มน้ำ อีกทั้งเป็นเส้นทางคมนาคมติดต่อของผู้ที่อยู่อาศัยในที่ ราบลุ่มภาคเหนือกับภาคกลางอีกด้วย "อธิบายระยะทางล่องลำน้ำพิง ตั้งแต่เมืองเชียงใหม่จนถึงปากน้ำโพธิ์" เป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อคราวเสด็จประพาสมณฑลพายัพครั้งที่ 2 พ.ศ. 2464 นับว่าเป็นเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นถึงสภาพภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และโบราณคดี ตลอดสองฝั่งลำน้ำปิงอันจะทำให้เข้าใจถึงพัฒนาการทางสังคมและบ้านเมืองในบริเวณดังกล่าวได้ชัดเจนยิ่งขึ้น จัดพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2470 ซึ่งในการจัดพิมพ์ครั้งนี้นับเป็นการจัดพิมพ์ครั้งที่ 6 โดยสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร ดำเนินการพิจารณาสอบค้นต้นฉบับและยึดฉบับพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2470 เป็นหลักใน การตรวจสอบชำระ จัดทำเชิงอรรถอธิบายความเพิ่มเติม เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ พร้อมค้นคว้าภาพประกอบที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาเพิ่มเติมก่อเกิดความเข้าใจแก่ผู้อ่านมากยิ่งขึ้น เอกสารอธิบายระยะทางล่องลำน้ำพิง ตั้งแต่เมืองเชียงใหม่จนถึงปากน้ำโพธิ์ มีเนื้อความระบุการเดินทางตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ - 8 มีนาคม พ.ศ. 2464 รวม 26 วัน โดยเสด็จผ่านที่ต่างๆ ตามเวลาดังกล่าว เช่น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เขาดอยน้อย - พักแรมพระธาตุจอมทอง วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ลงแก่งจุม - แก่งสองแคว - แก่งหน้าวัด - แก่งอกม้า - แก่งผาแอว - แก่งผาออ - แก่งเสือเต้น - พักแรมดอนเกลือ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พักร้อนบ้านปากยม - วังเจ้า - เกาะลูกช้าง - แวะดูเชิงเทินแลวัดเก่า - พักแรมตำบลคลองเมือง วันที่ 2 มีนาคม วัดมหาธาตุคลองสวนหมาก - วัดมหาธาตุและเมืองเก่า - ปรางค์ทุ่งเศรษฐี - เมืองเศรษฐี - เมืองกำแพงเพชร - สถานพระอิศวร - วัดหลวง - ศาลพระเสื้อเมืองหลักเมือง วันที่ 7 มีนาคม วัดเขาดิน - พักร้อนบ้านแก่ง - พักแรมปากน้ำโพ เป็นต้น นับว่าเป็นเอกสารประวัติศาสตร์สำคัญที่มีคุณค่าสาระ ทั้งเรื่องสภาพภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และโบราณคดีตลอดสิงฝั่งแม่น้ำปิง อันจะอำนวยประโยชน์ทางวิชาการต่อชนรุ่นหลังสำหรับทำการศึกษา ค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ต่อไป
ชื่อเรื่อง นิพฺพานสุตฺต (พระนิพพานสูตร)สพ.บ. 168/1กประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 30 หน้า กว้าง 4.2 ซ.ม. ยาว 55 ซ.ม. หัวเรื่อง พุทธศาสนา เวสสันดรชาดกบทคัดย่อ/บันทึกเป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับล่องชาด ภาษาบาลี-ไทย ได้รับบริจาคมาจากวัดพยัคฆาราม ต.ศรีประจันต์ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺมเทสนา (เทศนาสังคิณี-มหาปัฏฐาน)สพ.บ. 117/3ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 22 หน้า กว้าง 5 ซ.ม. ยาว 54 ซ.ม. หัวเรื่อง พระอภิธรรม พระไตรปิฎก
บทคัดย่อ/บันทึก
เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับลานดิบ ได้รับบริจาคมาจาก วัดประสพสุข ต.ทับตีเหล็ก อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี