ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,852 รายการ

เลขทะเบียน : นพ.บ.11/8ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  52 หน้า  ; 4 x 56 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 7 (74-82) ผูก 7หัวเรื่อง : จูฬวคฺคปาลิ--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


จารึกกลุ่มอักษรมอญโบราณ          สร้างขึ้นระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๗ – ๑๘ หรือประมาณ ๑,๐๐๐ ปีล่วงมาแล้ว พบในพื้นที่จังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่ ในปัจจุบัน ซึ่งเคยเป็นพื้นที่เดิมของแคว้นหริภุญไชย มีทั้งจารึกด้วยภาษามอญโบราณ ภาษาบาลี และจารึกด้วยภาษามอญกับภาษาบาลีร่วมกัน          จารึกของอาณาจักรหริภุญไชย กำหนดอายุจากรูปอักษรมอญโบราณ ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับตัวอักษรที่ปรากฏบนศิลาจารึก “มรเจดีย์” (Mayazedi) ของพระเจ้าจันสิตถา (Kyanzittha) กษัตริย์แห่งอาณาจักรพุกาม (พม่า) ซึ่งจารึกไว้เมื่อ พ.ศ. ๑๖๒๘ และ ๑๖๓๐ อันได้รับอิทธิพลด้านตัวอักษรไปจากมอญ แต่ครั้งเมื่อพระเจ้าอนิรุทธ (อโนรธามังฉ่อ) ได้ทรงยกทัพไปตีเมืองสะเทิม (ถะทนหรือสุธรรมวดี) ซึ่งเป็นราชธานีของหัวเมืองมอญฝ่ายใต้สำเร็จ มีการกวาดต้อนผู้คน ช่างฝีมือ ตลอดจนภิกษุสงฆ์และคัมภีร์ทางพุทธศาสนาที่มีอยู่ในเมืองสะเทิมไปสู่พุกามทำให้วัฒนธรรมมอญแพร่หลายในพุกาม รวมไปถึงการใช้ตัวอักษรด้วย          จากหลักฐานตำนาน “จามเทวีวงศ์” ซึ่งเป็นพงศาวดารของเมืองลำพูน ระบุไว้ว่าในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๖ เมืองหริภุญไชยได้เกิดเหตุการณ์โรคระบาดที่มีคนล้มตายเป็นจำนวนมาก จึงได้อพยพผู้คนจากเมืองหริภุญไชยไปพำนักที่เมืองสะเทิมเป็นเวลา ๖ ปี สันนิษฐานได้ว่าคนมอญหริภุญไชยจะถูกกวาดต้อนจากเมืองสะเทิมไปยังพุกามในคราวนี้ ทำให้อักษรมอญแบบหริภุญไชย มีความคล้ายคลึงกับอักษรมอญโบราณที่ปรากฏบนศิลาจารึก “มรเจดีย์” (Mayazedi) นั้นเอง          ศาสตราจารย์ เรอชินาล์ด เลอเมย์ (Reginald Le May) อดีตรองกงสุลอังกฤษประจําเชียงใหม่ระหว่างปี ค.ศ.๑๘๘๕-๑๙๗๒ กล่าวว่า พม่ารับวัฒนธรรมการเขียนหนังสือไปจากมอญ เมื่อราว พ.ศ. ๑๖๐๖ ตรงกับช่วงสมัยที่อาณาจักรพุกามถูกปกครองโดยพระเจ้าอนิรุทธ (อโนรธามังฉ่อ) ระหว่าง พ.ศ.๑๕๘๗ – ๑๖๒๐ นั้นเอง          หลักฐานข้อมูลจากศิลาจารึกแสดงให้เห็นว่า กลุ่มชนที่สร้างจารึกเหล่านี้นับถือพุทธศาสนาที่ใช้ภาษาบาลีเป็นหลักมาตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗ เป็นกลุ่มชนที่มีอิสรภาพหรือเป็นเอกราช ด้วยเนื้อหาในจารึกบ่งบอกถึงพฤติการณ์ของกษัตริย์ที่ทรงดำเนินแบบอย่างทางพระพุทธศาสนาและเป็นชุมชนที่ใช้ภาษามอญเป็นสื่อกลางในการสื่อสาร         หลังจากนั้นไม่ปรากฏหลักฐานอักษรมอญโบราณในศิลาจารึกช่วงระยะต่อมาอีกเลย สันนิษฐานว่ากลุ่มชนที่ใช้อักษรมอญและภาษามอญในพุทธศตวรรษที่ ๑๗ นี้ได้สูญหายไป และมีกลุ่มชนที่ใช้อักษรไทยและภาษาไทยแบบต่างๆ เกิดขึ้นมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๒๐ หรือ พ.ศ.๑๙๑๓ จากหลักฐานศิลาจารึกวัดพระยืนปรากฏขึ้นแทน                 


ชื่อผู้แต่ง        สุนทรโวหาร(ภู่) ชื่อเรื่อง         นิราศเมืองเพชร ครั้งที่พิมพ์ สถานที่พิมพ์   พระนคร สำนักพิมพ์     โรงพิมพ์รุ่งเรืองธรรม ปีที่พิมพ์        2504  จำนวน          22 หน้า หมายเหตุ      พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ นายเล็ก จินดาสิริ                    สมเด็จ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเขียนประวัติสุนทรภู่พิมพ์แจกในงานทำบุญอายุครบ 60 ปี ใน พ.ศ. ๒๔๖๕ ตั้งแต่สมัย ร.1 ถึง ร.4 ส่วนนิราศเมืองเพชร สุนทรภู่แต่งในสมัย ร.3 ขณะที่อยู่กับสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวที่พระราชวังเดิม ตอนนั้นรับสั่งให้สุนทรภู่ ไปหาสิ่งของที่เมืองเพชรบุรี สุนทรภู่จึงแต่งนิราศเมืองเพชรในช่วงเวลานั้น


นายสันต์ ท. โกมลบุตร แปลกรมศิลปากรพิมพ์เผยแพร่ พ.ศ.๒๕๒๖


 ชื่อผู้แต่ง  :  ศิลปากร,กรม   ชื่อเรื่อง  :  งานพระเมรุมาศสมัยกรุงรัตนโกสินทร์   ปีที่พิมพ์  :  ๒๕๒๘   ครั้งที่พิมพ์  :  -   สถานที่พิมพ์  : กรุงเทพฯ   สำนักพิมพ์  :  อมรินทร์การพิมพ์   จำนวนหน้า  :  ๔๕๑ หน้า   หมายเหตุ  :  รัฐบาลในพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จัดพิมพ์ทูลเกล้าฯถวายสนอง   พระมหากรุณาธิคุณในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีพระบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๗                          หนังสือเรื่อง “งานพระเมรุมาศสมัยกรุงรัตนโกสินทร์” ได้ค้นคว้ารวบรวมจากเอกสารอันเกี่ยวกับงานพระบรมศพสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าแห่งกรุงรัตนโกสิทร์ ตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ ถึงรัชกาลที่ ๖ เช่น จากจดหมายเหตุเก่า จากหมายกำหนดการงานพระบรมศพในแต่ละรัชสมัย เดิมผู้ค้นคว้ารวบรวมให้ชื่อเรื่องว่า “จดหมายเหตุงานพระบรมศพ” เคยนำออกพิมพ์เผยแพร่แล้วในหนังสือวารสารศิลปากร ของกรมศิลปากร พ.ศ. ๒๔๙๓ ถึง พ.ศ. ๒๔๙๗ จัดว่าเป็นเรื่องที่ประมวลพิธีการต่างๆ ในงานพระบรมศพไว้ค่อนข้างจะสมบูรณ์ เป็นประโยชน์แก่ทั้งผู้ที่สนใจศึกษาทางประวัติศาสตร์โบราณคดี และขนบธรรมเนียมราชประเพณีเป็นอย่างมาก ทั้งจะเป็นประดุจตำราคู่มือสำหรับผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการรักษาและปฏิบัติการให้เป็นไปโดยถูกต้องตามราชประเพณี และพระราชนิยม ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในแต่ละรัชกาลได้มีพระบรม   ราชโองการเหนือเกล้าฯ สั่งไว้ ในการพระบรมศพครั้งนี้ หาเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติที่รอบรู้ขนบประเพณีได้น้อย และในจำนวนน้อยนี้เองก็แก่เฒ่ามากแล้วด้วย จึงเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่จะป้อนความรู้ให้แก่ผู้ปฏิบัติรุ่นหลังไว้บ้าง


  นิตยสารรายสองเดือน กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม วัตถุประสงค์ : เพื่อเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมในสาระสำคัญต่าง ๆ และ เพื่ออนุรักษ์สืบทอดมรดกวัฒนธรรมของชาติ


ชื่อเรื่อง : พระบรมราโชวาท และโคลงสุภาษิต พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พระผจงธนสาร (สิงยุวชิต) ชื่อผู้แต่ง : จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ ปีที่พิมพ์ : 2505สถานที่พิมพ์ : ธนบุรี สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์สุทธิสารการพิมพ์ จำนวนหน้า : 92 หน้า สาระสังเขป : พระราชนิพนธ์ที่พิมพ์ในเล่มนี้ มี 2 เรื่อง คือ พระบรมราโชวาท พระราชทานพระเจ้าลูกยาเธอ 4 องค์ และพระราชนิพนธ์โคลงสุภาษิต นับว่าเป็นคำสั่งสอนทั้ง 2 เรื่อง จะต่างกันก็เพียงแต่พระบรมราโชวาทนั้นเป็นคำสอนสำหรับผู้อยู่ในวัยเล่าเรียนศึกษา ส่วนโคลงสุภาษิตเป็นคำสอนสำหรับบุคคลทุกวัย และพระบรมราโชวาทเป็นคำร้อยแก้ว ส่วนโคลงสุภาษิตเป็นคำร้อยกรอง แต่ก็ไพเราะและเป็นคติจับใจผู้อ่านผู้ฟังทั้ง 2 เรื่อง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงขวนขวายให้การศึกษาอบรมแก่ประชาชนพลเมือง ตลอดมา ดังจะเห็นได้จากที่ได้โปรดให้จัดดตั้งโรงเรียนขึ้นในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งในเวลานั้นยังเรียกว่า “โรงสอน” แล้วโปรดให้ประกาศชักชวนข้าราชการส่งลูกหลานเข้าเรียน เมื่อพ.ศ.2417


ชื่อเรื่อง : อลังการศาสตร์ ชื่อผู้แต่ง : วาคฺกฏ ปีที่พิมพ์ : 2504 สถานที่พิมพ์ : พระนคร สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์ท่าพระจันทร์ จำนวนหน้า : 116 หน้า สาระสังเขป : อลังการศาสตร์ คือ ตำราการแต่งคำประพันธ์ ต้นฉบับเดิมเป็นภาษาสันสกฤต ผู้แต่งคือ วาคฺกฏ กรมศิลปากรได้ให้พราหมณ์ ป.ส.ศาสตรี แปลไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2485 มีเนื้อหาว่าด้วยเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับการประพันธ์ เช่น การใช้คำที่เป็นประโยชน์ การใช้คำให้เหมาะสมกับบริบทและสถานที่ ให้คำแนะนำผู้ฝึกหัดการประพันธ์ แนะนำภาษาต่าง ๆ ที่ควรใช้ในการประพันธ์ ประเภทการประพันธ์ อธิบายถึงสิ่งที่เป็นความบกพร่องในการประพันธ์ และสิ่งที่เป็นลักษณะดีในการประพันธ์ เป็นต้น


THAI CULTURE, NEW SERIES No. 19WHAT IS A BUDDHA IMAGE? BY A.B. GRISWOLD  


ชื่อผู้แต่ง        พ.ต.หญิงผะอบ โปษะกฤษณะ ชื่อเรื่อง         วรรณกรรมประกอบการเล่นหนังใหญ่วัดขนอนจังหวัดราชบุรี ครั้งที่พิมพ์ สถานที่พิมพ์   กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์     โรงพิมพ์สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ปีที่พิมพ์        2520                  จำนวนหน้า    230 หน้า หมายเหตุ                   รายงานการวิจัยวรรณกรรมประกอบการเล่นหนังใหญ่วัดขนอน ต.สร้อยฟ้า อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เนื้อหาประกอบด้วย บทนำ ว่าด้วยความเป็นมาของปัญหา ความมุ่งหมาย ขอบเขต ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับและวิธีดำเนินการ บทที่ ๒ ความเป็นมาของหนังใหญ่วัดขนอน บทที่ ๓ การเก็บข้อมูล บทที่ ๔ การวิเคราะห์ข้อมูล บทที่ ๕ ความสัมพันธ์ของศิลปแขนงต่างๆ บทที่ ๖ บทพากย์บทเจรจา บทที่ ๗ การศึกษาและวิเคราะห์บทพากย์ บทที่ ๘ การเผยแพ่บทพากย์ บทที่ ๙สรุปผลการวิจัย และข้อเสนอแนะ


บรรณานุกรม     หนังสือหายาก ชื่อหนังสือ  เรื่องพระพุทธบาทสระบุรี


องค์ความรู้ เรื่อง พระพุทธรูปประทับเหนือพนัสบดี จัดทำข้อมูลโดย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง จังหวัดสุโขทัย




          วันอังคารที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ เวลา ๑๐.๐๐ น. นายอรุณศักดิ์ กิ่งมณี รองอธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญ กุศลถวายเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท โดยมีนายสตวัน ฮ่มซ้าย รองอธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรร่วมในพิธี ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ทั้งนี้ด้วยวันที่ ๓ พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ประชาชนชาวไทยต่างล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่พระองค์ทรงทุ่มเทประกอบพระราชกรณียกิจด้านต่าง ๆ ด้วยพระวิริยอุตสาหะ และพระปรีชาสามารถเป็นอเนกประการในการรวบรวมบ้านเมืองให้เป็นปึกแผ่นสืบมาจนถึงทุกวันนี้


black ribbon.