ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,144 รายการ

ควายเพลิง การละเล่นพื้นบ้านเทศกาลสงกรานต์ จันทบุรี ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี นอกเหนือจากความสนุกสนานของการเล่นน้ำและบรรยากาศแห่งความรื่นเริงแล้ว จังหวัดจันทบุรีมีประเพณีหนึ่งที่โดดเด่นที่น่าสนใจและไม่เหมือนใครคือ การแข่งขันชนควายเพลิง การละเล่นพื้นบ้านที่หาชมได้ยาก และสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน การแข่งขันชนควายเพลิง หรือควายเพลิงนั้นเป็นการละเล่นพื้นบ้านที่สืบทอดมาหลายช่วงอายุคน แม้ว่าจะไม่ทราบช่วงเวลาเริ่มต้นที่แน่ชัด แต่ในปัจจุบันจันทบุรียังคงมีการทำควายเพลิงเพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์การละเล่นชนิดนี้เพียงไม่กี่แห่งเช่น วัดโยธานิมิต วัดทองทั่ว วัดเกาะขวาง และวัดเกาะตะเคียน การละเล่นนี้มีต้นกำเนิดจากการทำพลุตะไลที่ใช้จุดในงานประจำปีของวัดต่างๆ ในจันทบุรี ต่อมาถูกพัฒนาต่อยอดไปสู่การละเล่นที่เรียกว่า “ชนควายเพลิง” มีการประดิษฐ์ตัวควาย โดยใช้ไม้ทองหลางซึ่งมีคุณสมบัติแข็งแรง เหนียว และน้ำหนักเบา มาทำเป็นหัวและลำตัว ภายในตัวควายมีการบรรจุดินปืนเอาไว้เพื่อสร้างประกายไฟและเสียงประกอบขณะเคลื่อนไหว ก่อนการเล่นจะมีการขึงลวดสลิงโยงระหว่างหลักสองฝั่ง ยาวประมาณ 80–100 เมตร โดยต้องขึงให้แน่นและมั่นคง พร้อมติดตั้งควายเพลิงไว้ฝั่งละหนึ่งตัว เมื่อเตรียมทุกอย่างเรียบร้อย จะให้สัญญาณจุดไฟที่ดินปืนทั้งสองข้างพร้อมกัน จากนั้นควายเพลิงสองตัวถูกปล่อยให้วิ่งเข้าหากันและชนกัน เกิดการปะทะอย่างน่าตื่นตา เสียงดังกึกก้อง พร้อมแสงไฟระยิบระยับจากดินปืนที่ระเบิดออก หากฝ่ายใดสามารถดันควายของตนให้เลยครึ่งทางได้ ถือว่าเป็นฝ่ายชนะ การละเล่นนี้มีความอันตรายในการรับชมจึงควรเว้นระยะออกมาห่างๆ ประมาณ 3 เมตรเพื่อความปลอดภัย ปัจจุบันมีการจัดการแข่งขันชนควายเพลิงแค่ที่วัดทองทั่วในช่วงเทศกาลสงกรานต์เท่านั้น และในปี 2568 นี้ มีการจัดแสดงภายใต้ชื่องาน ควายเพลิง เริงสงกรานต์ ตำนานวัดทองทั่ว ภายในงาน เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์จันทบุรี 2568 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป   แหล่งอ้างอิง “ควายเพลิง” การละเล่นพื้นบ้านสุดเร้าใจ แห่งเดียวในไทยที่เมืองจันท์. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ17 เมษายน 2568 จาก https://mgronline.com/travel/detail/9680000034039 ททท.สำนักงานจันทบุรี. บรรยากาศแถลงข่าวงานเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์จันทบุรี. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 17 เมษายน 2568 จาก https://www.facebook.com/share/p/15i7PWRtKv/ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี. การแข่งขันชนควายเพลิง. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 17 เมษายน 2568 จาก https://chanthaburi.mculture.go.th/.../db_79.../30458 _____. เทศกาลประเพณี 12 เดือน จังหวัดจันทบุรี. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 17 เมษายน 2568 จาก https://online.anyflip.com/nokot/eoig/mobile/index.html Title's world - โลกของเติ้ล. ครั้งแรกกับการดูควายเพลิง. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 17 เมษายน 2568 จาก https://www.facebook.com/share/p/18ergpD1yn/ เรียบเรียงโดย นางสาวทิพวรรณ จันทร์ปัญญา บรรณารักษ์ปฏิบัติการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี กรมศิลปากร


ชื่อเรื่อง                                สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน) อย.บ.                                  127/4 หมวดหมู่                               พุทธศาสนาประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ                           44 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 58.5 ซม.                                       บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อเรื่อง                     มหานิปาตวณฺณนา (เวสฺสนฺตรชาตก)ชาตกฏฺฐกถา ขุทฺทกนิกายฏฐกถา (ทสพร-นครกัณฑ์)เลขทะเบียน               3/12ขประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                   พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ               36 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 56 ซม.หัวเรื่อง                     มหาราชภาษา                       บาลี/ไทยอีสานบทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับล่องชาด ไม่มีไม้ประกับ ได้รับมอบมาจากนางสุดา วงษ์พันธุ์


เลขทะเบียน : นพ.บ.648/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 32 หน้า  ; 4.5 x 58 ซ.ม. : ทองทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 206 (94-105) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : มรณสงคราม--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.701/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 42 หน้า ; 5 x 56 ซ.ม. : ชาดทึบ-ทองทึบ-ลานดิบ-รักทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 223 (270-279) ผูก 3 (2568)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันขันธ์--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.779/7ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 38 หน้า ; 4 x 56 ซ.ม. : รักทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 240 (437-451) ผูก 7 (2568)หัวเรื่อง : ฉลองมหาเวสสันดร--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน   นม.บ.16/2



         วันที่ 27 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการท่องเที่ยวโบราณสถานยามราตรี “อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย” ณ วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา           นางสาวซาบีดา กล่าวว่า อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้รับการประกาศให้เป็นแหล่งมรดกโลก จากองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) มาตั้งแต่ พุทธศักราช 2534 โดยเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ที่มีผู้มาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ในแต่ละปี มีผู้มาเยือนทั้งชาวไทยและต่างประเทศไม่ต่ำกว่าปีละสามล้านคน ก่อให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวแก่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและประเทศไทย ปีละหลายหมื่นล้านบาท และเพื่อเป็นการเพิ่มมิติการท่องเที่ยวโบราณสถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากรจึงได้จัดโครงการท่องเที่ยวโบราณสถานยามราตรี กิจกรรม “อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย” ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมบรรยากาศโบราณสถานอันสวยงามยามค่ำคืนของแหล่งมรดกโลกแห่งนี้ พร้อมทั้งน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยกำหนดให้โบราณสถานวัดไชยวัฒนารามซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามพระตำหนักสิริยาลัยเป็นสถานที่จัดกิจกรรมหลัก ร่วมด้วยโบราณสถานวัดพระราม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา แบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 ช่วงเวลา ได้แก่ วันที่ 26 ธันวาคม 2568 - วันที่ 4 มกราคม 2569 เป็นเวลา 10 วันต่อเนื่อง และวันที่ 9 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2569 ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 16.30 น. - 21.30 น. ซึ่งนอกจากจะได้ชมไฟประดับโบราณสถานแล้ว ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้          วัดไชยวัฒนาราม มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมและการละเล่นไทยโบราณสลับสับเปลี่ยนกันไป เช่น การแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ ละครนอก ละครพันทาง รำวงย้อนยุค การแสดงดนตรีไทย ดนตรีสากล การขับร้องเพลงลูกทุ่ง การลอยประทีปถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระพันปีหลวง เลือกซื้อสินค้าที่ตลาดโบราณนานาชาติ ทั้งนี้ ในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ยังได้จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี เพื่อเป็นมงคลเนื่องในโอกาสปีใหม่ 2569 อีกด้วย          โบราณสถานวัดพระราม แต่งชุดไทยชมไฟประดับโบราณสถานและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม Night at the Palace ย้อนเวลา ชมวัง 4 ศตวรรษ พระราชวังจันทรเกษม พบกับกิจกรรมชาววังพาชม ชาววังชวนขึ้นหอ สายมู ยูต้องมา และการสาธิตงานศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. - 21.00 น.           พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ร่วมจัดกิจกรรมในภาคกลางวัน โดยจัดแสดงนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยมสัญจร จากพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2568 - วันที่ 4 มกราคม 2569 และจัดกิจกรรมการเสวนาทางวิชาการ ในวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 13.00 น. - 16.00 น. นอกจากนี้ ในวันที่ 11 มกราคม 2569 ยังมีการจัดกิจกรรมการประกวดแมวไทยโบราณคืนถิ่นกรุงศรี ปีที่ 2 พร้อมนิทรรศการโบราณวัตถุและของสะสม การออกร้านของที่ระลึก และการสาธิตการคัดลอกตำราแมวและฤกษ์การเดินเรือ จากสมุดไทยฉบับระยอง ตั้งแต่เวลา 09.00 น. - 16.00 น.          นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า การส่งเสริมการท่องเที่ยวโบราณสถานในภาคกลางคืน ทำให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาอยู่ในพื้นที่นานขึ้น ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการด้านที่พัก ร้านอาหาร และบริการอื่น ๆ สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริม “พลังวัฒนธรรม” ให้เกิดเป็น “รายได้จริง” ภายใต้แนวคิด “ไท ไทย” ยกระดับและส่งเสริมภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ทางมรดกศิลปวัฒนธรรมให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงง่ายมากขึ้น จึงขอเชิญนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมกิจกรรม “อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย” สัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยพร้อมแต่งชุดไทย ชุดนานาชาติ เพื่อถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ภายใต้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสวยงามของสถานที่ทางประวัติศาสตร์ยามค่ำคืน


พี่บรรณฯแอบไปถามนักอ่านตัวน้อยของเราว่าหนังสือที่อ่านเป็นยังไงบ้าง ก็เลยชวนมาแนะนำหนังสือซะเลย นักอ่านตัวน้อยเล่าว่า หนังสือ "ไปซื้อของด้วยกันไหมจ๊ะ" พออ่านจบเหมือนได้ไปชอปปิ้งกับคุณแม่จริง ๆ โดยมีคุณกบพาเราไปจ่ายตลาดและชวนชิมเมนูที่เราไปจ่ายตลาดด้วยกัน คุณกบไปซื้ออะไรมาทำกับข้าวน้าา ถ้าอยากรู้ลองมาดูที่ห้องหนูรักหนังสือ อาคารชั้นเดียวหลังหอสมุดฯค่ะ . #ไปซื้อของด้วยกันไหมจ๊ะ #ชิโนะบุไซโต #หนึ่งฤทัยปราดเปรียว #อมรินทร์คิดส์ ให้บริการที่ห้องหนูรักหนังสือ เลขเรียกหนังสือ ย ซ953ป . ติดต่อ #พี่บรรณฯ ได้ที่ : หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯนครพนม & : nltnakhonphanom : to_library@hotmail.com : 042 516246 . เปิดให้บริการ วันอังคาร-วันเสาร์ 9.00-17.00 น. ปิดบริการวันอาทิตย์-วันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ . จัดทำโดย นางสาวพิมพิกา วะสาร บรรณารักษ์ปฏิบัติกา





วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน 2559 ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม จัดอบรม "ระบบคลังข้อมูลดิจิทัล กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม" แก่เจ้าหน้าที่หอสมุดแห่งชาติทั่วประเทศ ณ ห้องอบรมคอมพิวเตอร์ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม ตึกธนาลงกรณ์ ชั้น 8 ในการนี้บริษัทบุ๊คโดส จำกัด จัดส่งวิทยากรเพื่อให้ความรู้ ในการนี้นายอภิญญา รุ่งพิทักษ์มานะ นักจัดการงานทั่วไป รับหน้าที่ประสานงานและอำนวยความสะดวก


ขั้นตอนและวิธีการขออนุญาตนำโบราณวัตถุเข้ามาในราชอาณาจักร   โบราณวัตถุที่จะขออนุญาตนำเข้ามาในราชอาณาจักร มีหลักเกณฑ์ ดังนี้   ๑. ประเภทของโบราณวัตถุ   โบราณวัตถุที่ต้องขออนุญาตในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ได้แก่ โบราณวัตถุที่มีแหล่งกำเนิดในต่างประเทศ ประเภทพระพุทธรูป เทวรูป หรือรูปเคารพในศาสนา และชิ้นส่วนหรือองค์ประกอบของโบราณสถานตามพิกัดอัตราอากรขาเข้า ประเภทที่ ๙๗๐๓.๐๐๙ แบ่งเป็น ๓ ประเภท คือ   ๑. พระพุทธรูป   ๒. เทวรูปหรือรูปเคารพในศาสนา   ๓. ชิ้นส่วนหรือองค์ประกอบของโบราณสถาน   ๒. วัตถุประสงค์ในการขอนำเข้ามาในราชอาณาจักร   ๑. นำมาจัดแสดงเพื่อการศึกษาและเผยแพร่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว โดยมีกำหนดระยะเวลาในการจัดแสดง และส่งกลับไว้แน่นอน   ๒. เพื่อการสักการบูชา ในปริมาณไม่เกิน ๒ ชิ้น   ๓. เพื่อบริจาคให้แก่ส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ   ๓. ระยะเวลาที่ขอนำเข้ามาในราชอาณาจักร   กรมศิลปากรจะได้พิจารณาอนุญาตเป็นกรณี ๆ ไป   ๔. ผู้ขออนุญาตนำโบราณวัตถุเข้ามาในราชอาณาจักรจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอน ดังนี้   (๑) ผู้ขออนุญาตจะต้องไปซื้อแบบฟอร์มในการขออนุญาตนำเข้า (แบบ ข.๑ ข.๒ หรือ ข.๓ แล้วแต่กรณี) ที่กระทรวงพาณิชย์ สนามบินน้ำ จังหวัดนนทบุรี พร้อมกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ตามแบบฟอร์ม   (๒) ผู้ขออนุญาตทำหนังสือถึงอธิบดีกรมศิลปากร โดยแจ้ง เรื่อง ขออนุญาตนำพระพุทธรูป หรือ เทวรูปหรือรูปเคารพในศาสนา หรือชิ้นส่วนหรือองค์ประกอบของโบราณสถาน หรือทั้งหมด เข้ามาในราชอาณาจักร โดยแจ้งรายละเอียด จำนวน ชนิด ขนาด (กว้าง, ยาว, สูง เป็นเซนติเมตร) ของโบราณวัตถุ และระบุสถานที่เก็บโบราณวัตถุที่นำเข้าพร้อมหมายเลข   โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้   (๓) เอกสารแนบการขออนุญาตนำเข้าประกอบด้วย   ๑. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน   ๒. สำเนาทะเบียนบ้าน   ๓. หลักฐานการซื้อขาย   ๔. ใบขนส่งสินค้า หรือ Invoice   ๕. ถ้าเป็นโบราณวัตถุจะต้องขอใบอนุญาตนำของออกจากประเทศนั้นๆ ด้วย   (๔) ภาพถ่ายโบราณวัตถุที่ขออนุญาตนำเข้าเฉพาะด้านหน้า โดยถ่ายภาพ ๑ ครั้ง อัดพร้อมกันจำนวน ๒ ใบ ขนาด ๓ x ๕ นิ้ว   (๕) ผู้ขออนุญาตจะต้องทำหนังสือขออนุญาตด่านศุลกากรเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร เข้าตรวจพิสูจน์โบราณวัตถุในคลังตามระเบียบกรมศุลกากร   (๖) ผู้นำเข้าจะต้องจัดพาหนะ รับ – ส่ง พนักงานเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ไปตรวจพิสูจน์โบราณวัตถุนั้น ๆ   ๕. สถานที่ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม   • สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เลขที่ ๘๑/๑ ถนนศรีอยุธยา แขวงวชิระ เขตดุสิต กรุงเทพฯ ๑๐๓๐๐ โทรศัพท์ , โทรสาร ๐ ๒๖๒๘ ๕๐๓๓, ๐ ๒๒๘๑ ๖๗๖๖   • สำนักงานเลขานุการกรม กลุ่มนิติการ โทรศัพท์ ๐ ๒๒๒๒ ๔๕๖๖, ๐ ๒๒๒๕ ๘๙๕๘ โทรสาร ๐ ๒๒๒๖ ๑๗๕๑      


black ribbon.