ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,987 รายการ

องค์ความรู้ เรื่อง "จารึกวงล้อปัจจยาการ"  จัดทำข้อมูลโดย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง


เลขทะเบียน : นพ.บ.68/2ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  54 หน้า ; 4.5 x 49 ซ.ม. : ชาดทึบ-ล่องชาด-ลานดิบ ; ไม้ประกับธรรมดา  ฉลากไม้ไผ่ชื่อชุด : มัดที่ 44 (19-28) ผูก 2 (2564)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ (8 หมื่น) --เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.100/4ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  34 หน้า ; 5.5 x 51 ซ.ม. : ลานดิบ ; ไม้ประกับธรรมดา  ชื่อชุด : มัดที่ 59 (160-169) ผูก 4 (2564)หัวเรื่อง : วนปเวสน์ --เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.130/4ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  36 หน้า ; 4.7 x 54.6 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา  ชื่อชุด : มัดที่ 76 (288-301) ผูก 4 (2564)หัวเรื่อง : ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนสุตฺตฎีกา (ฎีกาธมฺมจกฺก)--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม




สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน) เลขที่ ชบ.บ.4/1-4 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)



งานบันทึกหลักฐานสภาพความชำรุดของจิตรกรรมฝาผนังด้วยการบันทึกภาพถ่าย เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการปฏิบัติงานอนุรักษ์ในขั้นตอนต่อไป กิจกรรมงานอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนัง ภายในอุโบสถเก่า วัดไผ่ล้อม ตำบลจันทนิมิตร อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี หนึ่งในโครงการอนุรักษ์จิตรกรรมและประติมากรรม กองโบราณคดี กรมศิลปากร ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ โดยมีนางสาวกนกวรรณ สุนทรวิภาต นายช่างศิลปกรรมปฏิบัติงาน เป็นผู้ควบคุมงาน ระยะเวลาดำเนินงาน มกราคม-กรกฎาคม ๒๕๖๔พุทธประวัติ ตอน"มารผจญ"และ"เสด็จจากดาวดึงษ์"พุทธประวัติ ตอน"มารผจญ"งานบันทึกภาพถ่ายพระอรรถโมลี (อบ ปสาโท) เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรีอุโบสถเก่า



          โบราณสถานปรางค์กู่ เป็นศาสนสถานประจำโรงพยาบาล หรือ อโรคยศาล สร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 โดยภาพสลักหน้าบันที่พบจากปรางค์กู่ มีทั้งสิ้น 2 จุด ได้แก่ 1. หน้าบันเหนือทับหลังปราสาทประธานด้านทิศตะวันออก เเละ 2. หน้าบันเหนือทับหลังบรรณาลัยหรือวิหาร ด้านทิศตะวันตก           หน้าบันเหนือทับหลังปราสาทประธานประตูด้านตะวันออก ประกอบด้วยหินทรายที่วางเรียงเป็นส่วนหน้าบัน สลักภาพพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร 9 กร ประทับยืน มีสาวก 9 องค์ (คน) นั่งพนมมืออยู่ด้านล่าง หน้าบัน สลักภาพพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร 4 กร ประทับยืน สภาพชำรุดแตกหัก คงเหลือสภาพไม่ครบส่วน ท่อนล่างส่วนเท้าและขาขาดหายไป พระหัตถ์ซึ่งสภาพสมบูรณ์นั้นจะมี 4 กร พระหัตถ์ขวาบนถือลูกประคำ พระหัตถ์ขวาล่างถือดอกบัว พระหัตถ์ซ้ายบนถือคัมภีร์ และพระหัตถ์ซ้ายล่างถือ ก้อนดิน (แท่งทรงกระบอก) ปัจจุบันคงเหลือเฉพาะพระหัตถ์ซ้ายบน ด้านขวาและด้านซ้ายของพระโพธิสัตว์ คงเหลือภาพของบุคคลยืนอยู่ด้านละ 1 องค์ (คน) ไม่ชัดเจนว่าเป็นบุคคล พระโพธิสัตว์หรือเทพองค์ใด ด้านล่างของภาพ ใต้แท่นฐานที่พระโพธิสัตว์ประทับยืน มีภาพบุคคลในท่านั่งพนมมือเรียงกัน 9 คน ที่กึ่งกลางภาพเป็นบุคคลนั่งในท่าขัดสมาธิ หันลำตัวตรงออกทางด้านหน้า ส่วนเศียรชำรุดขาดหายไป ด้านวามือและด้านซ้ายมือ มีบุคคลนั่งด้านละ 4 คน ในลักษณะหันเข่าด้านข้างเข้าสู่ด้านใน แต่ส่วนลำตัวและเศียรหันตรงออกด้านหน้า ในภาพรวมน่าจะหมายถึงเหล่าสาวกหรือผู้ที่ให้การนับถือพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร นั่งถวายการเคารพ          ในบรรดาพระโพธิสัตว์องค์สำคัญๆ ของพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ปรากฏว่าพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ มีผู้เคารพเลื่อมใสมากที่สุด พระปฏิมาของพระองค์ พระนามว่าอวโลกิเตศวร หมายความว่า ผู้เป็นใหญ่ในการทัศนาโลก คือ พระองค์ทรงไว้ซึ่งความกรุณาอันไพศาล ไม่มีขอบเขต ทรงคอยสอดส่องดูแลปลดเปลื้องทุกข์ของสรรพสัตว์เสมอ เป็นพระโพธิสัตว์องค์สำคัญของพุทธศาสนามหายานที่มีผู้เคารพศรัทธามากที่สุด พระองค์เป็นตัวแทนของกรุณาบารมีและเป็นผู้ที่คอยช่วยเหลือสัตว์โลกให้พ้นทุกข์และเข้าถึงพระโพธิญาณ ความเสียสละที่ทรงมีต่อสรรพสัตว์ทั้งปวงในจักรวาล นับเป็นการแสดงความรักของพระองค์ที่มีต่อสรรพชีวิตทั้งหลาย จนกล่าวได้ว่าพระองค์คือ “ที่สุดแห่งกรุณาบารมี” การอธิบายคุณลักษณะของพระอวโลกิเตศวร เป็นอุบายโกศลวิธี ชักจูงคนให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธามั่นคงในพระโพธิสัตว์ แท้จริงคุณลักษณะของพระอวโลกิเตศวร คือพระปัญญาคุณ พระสันติคุณ และพระกรุณาคุณ ผู้ใดสามารถอัญเชิญพระอวโลกิเตศวรให้เข้ามาประทับอยู่ในดวงจิตได้ ด้วยการหมั่นนึกภาวนารำลึกถึงเสมอ ก็ต้องปรับปรุงกายวาจาใจของตนให้ประกอบด้วยปัญญาคุณ สันติคุณ กรุณาคุณ ดุจองค์พระโพธิสัตว์ เมื่อเป็นดังนี้ ภัยต่างๆ จะบังเกิดแก่ผู้นั้น ย่อมไม่มีทางจะเป็นไปได้ หรือแม้ว่าจะเกิดมีขึ้นก็หาทำให้ผู้นั้นต้องหวั่นไหวเดือดร้อนไม่ เพราะดวงจิตผู้นั้น ได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระอวโลกิเตศวรแล้วนั้นเอง ฉะนั้นผู้ที่เคารพบูชาพระโพธิสัตว์องค์นี้ ย่อมสุดแล้วแต่วุฒิปัญญาและฐานะของผู้นั้น จะบูชาพระองค์ในฐานะเป็นพระเจ้า คอยประทานอะไรต่อมิอะไรให้ ตามคำอ้อนวอนขอร้องของเราหรือจะบูชา ด้วยการเข้าถึงแก่นแห่งธรรมะในพระองค์           ทั้งนี้ การสร้างอาโรคยศาล ที่มีเป้าหมายในการสร้างขึ้นเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชนในชุมชน ภายใต้คติความเชื่อในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ซึ่งยอมรับนับถือพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรว่า ทรงเป็น ที่สุดแห่งกรุณาบารมี จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลยว่า ส่วนหน้าบันที่ตั้งอยู่ด้านหน้าสุดของปราสาทประธานจึงสลักภาพของพระองค์ไว้ ---------------------------------------------------------ข้อมูลโดย : นายนภสินธุ์ บุญล้อม นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา---------------------------------------------------------


--- วันเนาว์ --- . "วันเนาว์” หรือ “วันเน่า" เป็นวันที่สองของปีใหม่เมือง  (ในปี 2564 นี้ วันเนาว์ตรงกับวันที่ 15 เม.ย. ) . วันนี้ยังไม่ถือว่าเป็นวันปีใหม่ เป็นช่วงที่พระอาทิตย์ยังเนาอยู่ระหว่างราศีมีนกับราศีเมษ ในแง่โหราศาสตร์ถือเป็นวันไม่ดี ไม่ส่งเสริมมงคลและเชื่อว่าหากใครด่าทอ ทะเลาะ วิวาทกัน จะทำให้เป็นอัปมงคลตลอดทั้งปี ดังนั้นวันนี้จะไม่ดุด่า ว่าร้ายให้แก่กัน . ในวันนี้เป็นวันที่จะต้องเตรียมสิ่งของต่างๆที่จำเป็นต้องใช้ในประเพณีปีใหม่เมือง  เช่น ช่อ ตุง ข้าวตอกดอกไม้ หมากเหมี้ยง เสื้อผ้า เป็นต้น เพื่อใช้ในการทำบุญ ดำหัว ผู้มีพระคุณ ขนมที่มักนิยมทำกันในช่วงปีใหม่ ได้แก่ ข้าวหนมจ็อก ข้าววิตูหรือข้าวเหนียวแดง ข้าวต้มหัวงอก ข้าวต้มมัด ข้าวหนมจั้น ข้าวแคบ ข้าวควบ ข้าวแตน เป็นต้น  . ตลอดทั้งวัน เด็กๆ คนหนุ่มสาว คนเฒ่าคนแก่ จะพากันไปขนทรายที่แม่น้ำเข้าวัด เพื่อก่อเป็นเจดีย์ทราย โดยมีคติในการกำหนดรูปแบบที่แตกต่างกันไป เช่น ก่อเป็นเจดีย์ ทรายเล็กๆ เท่าจำนวนอายุ หรือก่อเจดีย์ทรายตามจำนวนสมาชิกในครอบครัว เมื่อก่อเสร็จ ให้นำตุงแบบต่างๆ ช่อข้าวตอก ดอกไม้ปักประดับให้สวยงามเพื่อเป็นพุทธบูชา """""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""" พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ เปิดให้บริการทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น.  (หยุดทุกวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์)  e-mail : cm_museum@hotmail.com สอบถามเพิ่มเติมกรุณาติดต่อผ่านกล่องข้อความ หรือ โทรศัพท์ : 053-221308 For more information, please leave your message via inbox or call : +66 5322 1308+



พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ ท่านผู้หญิงประภา ศรีธรรมาธิเบศ ณ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๑๗


          มหามกุฎราชสันตติวงศ์ ๑๔ กรกฎาคม ๒๓๙๘ วันประสูติพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีนาคสวาดิ           พระองค์เจ้าหญิงศรีนาคสวาดิ เป็นพระราชธิดาพระองค์ที่ ๑๙ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเที่ยง ประสูติเมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๓๙๘           พระองค์เจ้าศรีนาคสวาดิ เมื่อแรกทรงพระเยาว์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ ชั้น ๑ พระองค์เจ้าหญิงพลับ ทรงพระเมตตารับไปทรงเลี้ยงดู กระทั่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์นั้นสิ้นพระชนม์ พระองค์เจ้าศรีนาคสวาดิทรงได้รับมรดก และสืบทอดงานของพระเจ้าบรมวงศ์เธอชั้น ๑ พระองค์เจ้าหญิงพลับสืบมานั่นคือ การร้อยตาข่ายดอกไม้สดประดับฐานพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ในวัดพระศรีรัตนศาสดารามในเวลาพระราชพิธี และร้อยมาลัยประดับพระโกศพระบรมอัฐิรัชกาลที่ ๑ มาตลอดพระชนม์ชีพ            พระองค์เจ้าศรีนาคสวาดิ ทรงได้รับการศึกษาอักขรสมัยตามแบบอย่างพระราชกุมารีในราชสำนักเป็นเบื้องต้น แต่ทรงมีความรู้เชี่ยวชาญในด้านนาฏศาสตร์ และโหราศาสตร์อีกส่วนหนึ่งด้วย             ในรัชกาลที่ ๕ พระองค์เจ้าศรีนาคสวาดิ เป็นพระเจ้าน้องนางเธอพระองค์หนึ่งซึ่งสนิทชิดชอบกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับพระมหากรุณาพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ฝ่ายใน เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๔ ชั้นที่ ๒ เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๕ ชั้น ๒ และเมื่อถึงรัชกาลที่ ๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๖ ชั้นที่ ๓ เป็นพระเกียรติยศด้วยเป็นเจ้านายฝ่ายในพระองค์หนึ่งซึ่งสนิทสนมกับพระราชโอรสธิดาในรัชกาลที่ ๕ ทุกพระองค์           พระองค์เจ้าศรีนาคสวาดิ สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๖ เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๔๕๖ พระชันษา ๕๙ ปี   ภาพ : พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีนาคสวาดิ


black ribbon.