ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 52,769 รายการ
นริศรานุวัตติวงศ์, 2406-2490. สาส์นสมเด็จ ภาค 2 ลายพระหัตถ์สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ และสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ. พระนคร: ประพาสต้น, 2494. ลายพระหัตถ์สมเด็จกรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ และสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นจดหมายโต้ตอบระหว่างกัน และถือได้ว่าเป็นวรรณกรรมที่ทรงคุณค่า เนื้อหาประกอบด้วย ตำนานการสร้างพระพุทธรูป 4 รัชกาล เรื่องวิชาก่อนประวัติศาสตร์ ตำนานการสร้างพระพุทธรูปเป็นอาทิ นอกจากนี้ยังมีเกร็ดน่ารู้ต่างๆ แทรกอยู่ เช่น เรื่องเณรกับชี เรื่องอิเหนา เรื่องธรรมยุติกับมหานิกาย เรื่องเครื่องถ้วยชาม เรื่องพระลอ การวินิจฉัยศัพท์ต่างๆ ตลอดจนบันทึกที่ สุพรหมัณยศาสตรีแต่งถวาย ฯลฯ เป็นต้น และมีสารบาญค้นเรื่อง เพื่อสะดวกในการค้นเรื่องอีกด้วย895.916น284ล
ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕ (ประมาณ ๑๐๐ ปีมาแล้ว)
เงิน สูง ๑๗.๕ เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง ๓๙ เซนติเมตร
นางสาวจวงจันทร์ สิงหเสนี มอบให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในนามของคุณหญิงนครราชเสนี (เจือ สิงหเสนี) เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๒๕
โต๊ะ คือ ภาชนะมีเชิงสูงรูปคล้ายพาน มีพื้นตื้นสำหรับวางหรือใส่สิ่งของ ต่างกับพานที่ปากมีขอบแบนกว้าง โต๊ะจำแนกเป็นขนาดต่าง ๆ โต๊ะขนาดใหญ่ใช้จัดสำรับอาหารคาวหวาน เรียกว่า “โต๊ะเท้าช้าง” โต๊ะขนาดเล็กใช้สำหรับรองสิ่งของต่างๆ เช่น กาน้ำ หรือล่วมหมาก
โต๊ะเงิน (โต๊ะเท้าช้างเงิน) ขอบโต๊ะหยักโค้งตกแต่งลายสองชั้น ชั้นบนฉลุลายก้านต่อดอกชั้นล่างตอกลายเม็ดไข่ปลา ตกแต่งริมขอบด้วยเส้นนูน เกี้ยวเอวพานและเชิงเกลี้ยงไม่สลักลาย เชิงฉลุโปร่งลายกระจังคว่ำ เหตุที่เรียกว่าโต๊ะเท้าช้าง คงเนื่องด้วยเชิงโต๊ะมีสันฐานคล้ายกับเท้าของช้าง นอกจากนี้คำว่า “เท้าช้าง” ยังหมายถึง ขา (เชิงโต๊ะ) ที่มีขนาดใหญ่ได้อีกด้วย
ชื่อเรื่อง นำเที่ยวเมืองสุโขทัย ผู้แต่ง ตรี อมาตยกุลประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือหายากหมวดหมู่ ภูมิศาสตร์และการท่องเที่ยวเลขหมู่ 915.936 ต173นวสถานที่พิมพ์ พระนครสำนักพิมพ์ โรงพิมพ์เกษมสุวรรณ ปีที่พิมพ์ 2508ลักษณะวัสดุ 106 หน้าหัวเรื่อง สุโขทัย -- ภูมิประเทศ – นำเที่ยว สุโขทัย – ความเป็นอยู่และประเพณี สุโขทัย -- โบราณสถาน ภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึก จังหวัดสุโขทัยตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออก หรือฝั่งซ้ายของแม่น้ำยม ภูมิประเทศทิศเหนือและทิศตะวันตกเป็นป่าและเขา ทิศใต้และทิศตะวันออกเป็นที่ราบลุ่มมีเนินเขาบ้างแต่เป็นเนินเล็กน้อย นำเที่ยวเมืองสุโขทัยนี้มีเนื้อหา ตำนานเมือง โบราณสถาน วัด และเรื่องราวความเป็นมาของวัณโรค
ชื่อเรื่อง เทศนาสังคิณี-มหาปัฎฐานสพ.บ. 147/6ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 32 หน้า กว้าง 4 ซ.ม. ยาว 55 ซ.ม. หัวเรื่อง พระอภิธรรม บทสวดมนต์
บทคัดย่อ/บันทึก
เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดป่าเลไลยก์ ต.รั้วใหญ่ อ.เมืองฯ จ.สุพรรณบุรี
เลขทะเบียน : นพ.บ.63/4ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 26 หน้า ; 5 x 58.2 ซ.ม. : ทองทึบ ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 41 (1-5) ผูก 4 (2564)หัวเรื่อง : สังฮอมธาตุ --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.92/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 26 หน้า ; 4.4 x 53 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 55 (129-134) ผูก 1 (2564)หัวเรื่อง : แทนน้ำนม --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อผู้แต่ง บำรุงราชบริพาร , พระยา
ชื่อเรื่อง เรื่อง ผีมาเฝ้า และการประชวรจนสวรรคต ของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ครั้งที่พิมพ์ -
สถานที่พิมพ์ นครหลวง
สำนักพิมพ์ โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย
ปีที่พิมพ์ ๒๕๑๕
จำนวนหน้า ๖๖ หน้า
หมายเหตุ พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ นายสดสุข กาญจนาคม ท.ม. ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส วันที่ ๑๒ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๑๕
หนังสือเรื่องนี้ เรื่องแรกคือ เรื่องผี(หรือวิญญาณ) ซึ่งปรากฏต่อพระพักตร์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และทรงนำมาเล่าเอง เป็นอันยืนยันได้ว่า ผี (หรือวิญญาณ) มีจริง เรื่องที่สอง คือตอนประประชวร
นับเป็นเวลา ๑๐๐ ปี ที่เรือรบลำหนึ่งเคลื่อนเข้าสู่เขตแดนไทย เมื่อ ๗ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๖๓ เพื่อทำหน้าที่ปกปักษ์รักษาความมั่นคงทางทะเลแห่งราชอาณาจักรไทย ด้วยพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และความร่วมมือร่วมใจกันของทุกชนทุกชั้น ทำให้ “เรือหลวงพระร่วง” มิได้เป็นเพียงยุทโธปกรณ์ทันสมัยอันทรงประสิทธิภาพของกองทัพเรือไทยในขณะนั้น แต่ยังเป็นอนุสรณียวัตถุแสดงถึงความสามัคคี ความจงรักภักดี และตระหนักถึงความเป็น “ชาติไทย” ร่วมกันอีกด้วย ในเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่เกี่ยวกับเรือรบหลวงพระร่วงนั้น มีส่วนที่เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่น่าสนใจอยู่ประการหนึ่ง เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีฉลองรับเรืออย่างยิ่งใหญ่ ในระหว่างวันที่ ๗ – ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๓ ในการพระราชพิธีตอนหนึ่ง ปรากฎ “มนตร์สำหรับเรือพระร่วง” ซึ่งพระสงฆ์สวดในพระราชพิธีฉลอง เมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๓ //มนตร์สำหรับเรือพระร่วงเป็นบทสวดภาษาบาลี - ไทย พระนิพนธ์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เพื่อเป็นบทสวดในพระราชพิธีฉลองรับเรือหลวงพระร่วง เนื้อหาเป็นการผูกเข้ากันระหว่างคติ คำสอนทางพระพุทธศาสนาและการสร้างความมั่นคงของเมือง (การมีเรือหลวงพระร่วง) ความน่าสนใจและความโดดเด่นของ “มนตร์สำหรับเรือพระร่วง” คือ เป็นบทสวดสำหรับพระราชพิธีฉลองเรือหลวงพระร่วงโดยเฉพาะ ทั้งยังมีคำแปลอธิบายความหมายของแต่ละบทเป็นภาษาไทย มีการเปรียบเทียบเปรียบเปรยที่ลึกซึ้ง ซึ่ง “มนตร์สำหรับเรือพระร่วง” ได้ถูกประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๓๗ วันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๓ หน้า๒๓๒๙ – ๒๓๓๒ สะท้อนถึงความพิเศษของ “มนตร์สำหรับเรือพระร่วง” และการเผยแพร่นี้ คงมีจุดประสงค์ที่จะถ่ายทอดความหมายอันลึกซึ้งของ “มนตร์สำหรับเรือพระร่วง” ให้เป็นที่รับรู้โดยทั่วไป ขอยกตัวอย่างคำแปลบางตอนของ “มนตร์สำหรับเรือพระร่วง” เช่น ๑. “...ชนย่อมข้ามห้วง (คือ กาม เป็นอาทิ) ได้ด้วยศรัทธา ย่อมข้ามทเล (คือ สังสารวัฏ) ได้ด้วยความไม่ประมาท ย่อมล่วงทุกข์เสียได้ด้วยความเพียร ย่อมบริสุทธิ์ด้วยปัญญาฯ ...” ๒. “... ภิกษุ เธอจงวิดเรือ (คือ อัตภาพ) นี้ เรืออันเธอวิดแล้วจักพลันถึง เธอตัดราคะและโทษะเสียแล้ว แต่นั้นจักถึงนิพพานฯ เพราะคำนี้จริง ขอชัยจงมีแด่พระราชาทุกเมื่อ ขอราชนาวีแลคณะผู้ทำร่วม (คือ ราชนาวีสมาคม) จงเป็นผู้ลุฝั่งแห่งความสำเร็จ ๓. “...ผู้มีปัญญา พึงทำเกาะที่ห้วงท่วมไม่ได้ ด้วยความขยัน ด้วยความไม่ประมาท ด้วยความระวัง ด้วยความข่มใจฯ เพราะคำจริงนี้ ขอความมั่งคั่งจงมีในกาลทั้งปวง ขอรัฐะมีอารักขา...” ๔. “...เมืองตั้งอยู่สุดแดนเขาคุ้มครองแล้วทั้งภายในภายนอก ฉันใด สูทั้งหลายจงคุ้มครองตน ฉันนั้น” ๕. “...ถ้าเห็นสุขไพบุลย์ (ว่าพึงมี) เพราะสละสุขมีประมาณน้อยเสีย ปราชญ์มาเหนสุขไพบุลย์ดีอยู่พึงสละสุขมีประมาณน้อยเสียฯ ...” ๖. “...ธรรมนั่นแล ย่อมรักษาชนผู้ประพฤติธรรม ธรรมที่ประพฤติดีแล้ว ย่อมนำสุขมา นั่นอานิสงส์ในธรรมที่ประพฤติดีแล้ว ชนผู้ประพฤติธรรม ย่อมไม่ไปสู่ทุคคติฯ...” ในบทที่กล่าวว่า “...ถ้าเห็นสุขไพบุลย์ (ว่าพึงมี) เพราะสละสุขมีประมาณน้อยเสีย ปราชญ์มาเหนสุขไพบุลย์ดีอยู่พึงสละสุขมีประมาณน้อยเสียฯ ...” นั้น เมื่ออ่านแล้ว อาจไม่สามารถเข้าใจในทันที แต่หากได้อ่าน พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระราชพิธีรับเรือหลวงพระร่วง วันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๓ ทรงยกคำกล่าวนี้ขึ้นมาเช่นเดียวกัน และทรงอธิบายแก่ประชาชนทั้งหลายให้เข้าใจได้ง่าย ความว่า“... ด้วยเหตุว่ามีพุทธดำรัสปรากฎชัดไว้ว่า “เมื่อเล็งเห็นความสุขหรือประโยชน์อันไพบูลย์ คือเห็นประโยชน์ใหญ่แล้ว ควรยอมสละความสุขหรือประโยชน์ส่วนน้อยนั้นเสีย” หมายความว่า เมื่อคำนึงถึงประโยชน์และความสุขอันจะมีหรือได้รับทั่วไปแล้ว ประโยชน์หรือความสุข ส่วนตัวเฉภาะบุคคล ควรยอมสละได้เพื่อรักษาประโยชน์แลความสุขอันใหญ่ ท่านทั้งหลายได้ เต็มใจสละทรัพย์ของท่านในครั้งนี้ เพื่อซื้อเรือรบให้แก่ราชนาวีก็ด้วยมุ่งหมายจะรักษาประโยชน์และ ความสุขใหญ่ คือ ประโยชน์และความสุขของชาติเราทั่วไป” มนตร์สำหรับเรือพระร่วงคือการนำสาระทางธรรมมาผูกเป็นบทมนตรา เป็นมนตร์แห่งพระร่วงที่จะชี้นำทางมนุษย์ เปรียบภาพเรือหลวงฝ่าข้ามมหาสมุทรกับภิกษุหรือบุคคลที่จะนำพาตนให้พ้นจากกิเลสและวัฏสังสาร จนถึงสะท้อนภาพความเสียสละร่วมกันของคนอันจะส่งผลต่อความมั่นคงของดินแดน เป็นพระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ที่ทรงพระนิพนธ์ได้อย่างสอดคล้องและลุ่มลึก ทั้งยังเป็นบันทึกประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเรือหลวงพระร่วง หากได้อ่านพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อพระราชพิธีครั้งนั้นด้วยแล้ว ยิ่งจะทำให้เข้าใจประวัติศาสตร์และพระวิสัยทัศน์ได้อย่างชัดเจน-------------------------------------------------------เรียบเรียง : ไอยคุปต์ ธนบัตร นักอักษรศาสตร์ชำนาญการพิเศษ กลุ่มประวัติศาสตร์ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์-------------------------------------------------------เผยแพร่ข้อมูล : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺมเทศนา (เทศนาสังคิณี-มหาปัฎฐาน)
เลขที่ ชบ.บ.1/1-4
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน) เลขที่ ชบ.บ.35/1-7 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
วันนี้ #พี่โข่ทัยมีเรื๋องเล๋า มาแล้วค่าาาาาาาาา
.
ตามที่แอดมินได้แจ้งไว้นะคะ เรามีหนังสือเรื่อง "พระราชประวัติสมด็จพระนเรศวรมหาราชและพระราชวังจันทน์" มาแจกให้กับแฟนเพจผู้ติดตามที่น่ารักทุกท่าน....ท่านใดไม่ได้รับรางวัลนี้ ไม่ต้องสียใจค่ะ เดี๋ยวรอโหลดไฟล์พีดีเอฟไปอ่านกันต่อไปค่าาาา....
.
วันนี้เราขอเฉลยแต่ละข้อก่อนนะคะ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ๒๖ คน ตอบได้ถูกต้องจำนวน ๒๔ คนค่ะ และเนื่องจากรายชื่อผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีมากกว่าหนังสือที่เราจะสามารถอภินันทนาการให้ครบทุกท่านได้ ดังนั้น แอดมินขอจับสลากรายชื่อผู้เข้าร่วมกิจกรรมว่า ท่านใดได้รับรางวัลบ้างต่อไปนะคะ ขอให้ลุ้นกันต่อไปค่ะ ส่วนท่านใดที่ไม่ได้รับหนังสือ ขอให้ท่านส่งที่อยู่มาในกล่องข้อความของสำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย เพื่อรับปฏิทินเป็นอภินันทนาการต่อไปค่ะ
.
ในส่วนของเฉลยนั้น มีดังนี้ค่ะ
๑. ศิลาจารึกหลักที่ ๑ (จารึกพ่อขุนรามคำแหง) เรียกว่า เมืองสรลวงสองแคว
ถูกต้อง ปรากฏใน ด้านที่ ๔ บรรทัดที่ ๑๘ ว่า “.....รอดสรลวง สองแคว ลุมบาจาย.....”
๒. ศิลาจารึกหลักที่ ๓ (จารึกนครชุม) เรียกว่า เมืองสรลวง
ถูกต้อง ปรากฏใน ด้านที่ ๒ บรรทัดที่ ๕๐ ว่า “อันหนึ่งมีในเมืองฝาง อันหนึ่งมีในเมืองสระหลวง”
๓. ศิลาจารึกหลักที่ ๘ (จารึกเขาสุมนกูฏ) เรียกว่า เมืองสองแคว
ถูกต้อง ปรากฏใน ด้านที่ ๓ บรรทัดที่ ๑๓ ว่า “เมืองสองแคว บุพระมหาธาตุ...” และด้านที่ ๔ บรรทัดที่ ๔-๕ ว่า “....อยู่ในสองแควได้เจ็ดเข้า...”
๔. จารึกหลักที่ ๑๑ (จารึกวัดเขากบ) กล่าวถึงเมืองสรลวง
ถูกต้อง ปรากฏในด้านที่ ๒ บรรทัดที่ ๑๑ ว่า “............อาวาสแต่นครสระหลวง มีพุทธปฏิมา........”
๕. จารึกหลักที่ ๓๘ (จารึกกฎหมายลักษณะโจร) กล่าวถึงชื่อเมืองสองแคว
จารึกนี้กล่าวถึงสองชื่อ คือ (๑)ด้านที่ ๑ บรรทัดที่ ๗ “....พระยาพังไทวยนทีศรียมนา...” และ (๒) ด้านที่ ๑ บรรทัดที่ ๑๗ “...........ทำเนปรเชลียง กำแพงเพชร ทุ่งย้างปากยม สองแคว...”
๖. นิทานพระพุทธสิหิงค์ เรียกว่า เมืองทวิสาขะนคร
ปรากฏชื่อนี้ในนิทานพุทธสิหิงค์ ปริเฉจที่ ๕ ความว่า
ตทา อโยทยา ราชา รามาธิปติ นามโก อปฺปมาทํ ตสฺส ทิสฺวาน ทฺวิสาขนครา คโต ฯ
รุมฺหิตฺวา ตํ ลภิตฺวาน กตฺวา หตฺถคตตฺตโน เตชํ นาม สกํ ปุตฺตํ กาเรตฺวา ตํ นิวตฺตยิฯ
แปลว่า ครั้งนั้นพระราชานครอยุธยา ทรงพระนามว่ารามาธิบดี เห็นว่าพระธรรมราชาประมาท เป็นโอกาสแล้ว จึงเสด็จไปจากนครสองแคว เข้าโจมตียึดเมืองสุโขทัยได้ แล้วมอบให้พระราชบุตรพระนามว่า เจ้าเดช ครอบครอง พระองค์เสด็จกลับอยุธยา (นิทานพระพุทธสิหิงค์ แปลโดย ร.ต.ท.แสง มนวิทูร)
คำว่า ทวิสาขนคร หมายถึง สองแคว
๗. ในสมัยอยุธยาตอนต้นเรียกว่า เมืองชัยนาท เมื่อครั้งที่เจ้าสามพระยาถูกส่งมาปกครอง
พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) กล่าวถึงไว้ว่าหลังจากสมเด็จพระนครินทราธิราช ทรงระงับจลาจลที่หัวเมืองเหนือ “...แล้วจึงให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าพญากินเมืองสุพรรณบุรี เจ้ายี่พญากินเมืองแพรกศรีราชา เจ้าสามพญากินเมืองไชนาฎ...”
๘. ลิลิตยวนพ่าย เรียกว่า เมืองพิษณุโลกเพียงชื่อเดียว
เรียก ๒ ชื่อ ได้แก่ ชัยนาท ในความที่ว่า “แถลงปางเมื่อลาวลง ชัยนาท นั้นฤๅ” และชื่อพิษณุโลก ในความว่า “ปางถกลกำแพงพระ พิษณุโลกย์แล้วแฮ” ศ.ดร. ประเสริฐ ณ นคร กล่าวไว้ว่าชื่อพิษณุโลกคงได้เกิดขึ้นในตอนที่สร้างกำแพงเมืองดังที่เรื่องยวนพ่ายระบุไว้
๙. ชินกาลมาลีปกรณ์ เรียกว่า เมืองชัยนาท
ปรากฏในข้อความ “ชยนาทปุรมฺหิ ทุพฺภิกฺขภยํ ชาตํ อันว่าภัยคือทุพภิกขข้าวแพงก็บังเกิดมีในเมืองชัยนาทบุรี”
๑๐. บันทึกฟรังซัวร์ อังรี ตุรแปง ชาวฝรั่งเศส กล่าวว่า “....ชาวโปรตุเกสเรียกเพี้ยนว่า ปอร์ซาลุก...”
๑๑. พงศาวดารเหนือ เรียกว่า เมืองโอฆะบุรี
ในพงศาวดารเหนือปรากฏสองนาม คือ พิศนุโลก และโอฆบุรี กล่าวถึงพระเจ้าศรีธรรมปิฎก ให้จ่านกร้องกับจ่าการบุรณ์สร้างเมืองใหม่ แล้วมีพระราชโองการถามพราหมณ์ พราหมณ์ทูลตอบว่า “...มาถึงวันนี้ได้ยามพิศณุ พระองค์ได้ชื่อเมืองตามคำพราหมณ์ว่าเมืองพิศณุโลก ถ้าจะว่าตามพระพุทธเจ้ามาบิณฑบาตก็ชื่อว่าโอฆบุรีตะวันออก ตะวันตกชื่อจันทรบูร”
สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงอธิบายความท่อนนี้ไว้ในสาส์นสมเด็จว่าหมายถึง “เสด็จมาถึงในยามพิษณุเปนมงคล จึงขนานนามเมืองฝั่งตะวันออกว่า “พิษณุโลก” และเรียกว่า โอฆบุรี ด้วยอีกชื่อ ๑ เมืองทางฝั่งตะวันตกให้ชื่อว่า จันทบุระ”
นามโอฆบุรี ที่เป็นอีกชื่อหนึ่งของพิษณุโลก ยังปรากฏในคำกลอนสรรเสริญพระบารมีพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในตอนแหล่เทศน์มหาชาติ ของพระกว้าง วัดประยุรวงศ์ กล่าวถึงเหตุการณ์รัชกาลที่ ๕ หล่อพระพุทธชินราช ในตอนต้นได้กล่าวอ้างถึงพงศาวดารเหนือ และกล่าวถึงนามเมืองพิษณุโลกไว้ว่า
๏ เสด็จสถิตอยู่พิษณุโลก อิกนามหนึ่งโอฆบุรี
ทรงสร้างพระธาตุเจดีย์ วิหารสี่งามสูงทรง
* ๑๒. สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงเปลี่ยนชื่อว่า พิษณุโลก (แปลว่า เมืองที่มีความยิ่งใหญ่ประดุจพระศิวะ)
สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงเปลี่ยนชื่อว่า พิษณุโลก แต่ชื่อนี้หมายถึงโลกแห่งพระวิษณุ
.
ดังนั้น ข้อที่ผิดมีเพียงข้อเดียว คือ ข้อที่ ๑๒ ค่ะ ที่ถูกต้องควร แปลชื่อเมืองพิษณุโลกว่า เมืองที่มีความยิ่งใหญ่ประดุจพระวิษณุหรือพระนารายณ์นั้นเองค่ะ
องค์ความรู้ : ศิลปวัฒนธรรมและโบราณสถานในจังหวัดชลบุรี
เรื่อง เขาพระพุทธบาทบางพระ
เขาพระพุทธบาทบางพระ ตั้งอยู่ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี สร้างขึ้นในสมัยของหลวงพ่อฉิ่งเจ้าอาวาสวัดบางพระวรวิหาร ภายในมณฑปประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองและพระธาตุต่างๆ ประชาชนชาวบางพระและละแวกใกล้เคียงให้ความเคารพบูชาเป็นอย่างยิ่ง เมื่อมีประชาชนมานมัสการมากขึ้นตัวมณฑปจึงเกิดชำรุดและด้วยพื้นที่ที่คับแคบจึงได้รับการบูรณะซ่อมแซมในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ถือเป็นปูชนียสถานสำคัญของอำเภอศรีราชา และในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ของทุกปีจะมีการจัดงานฉลองสมโภชน์อย่างสนุกสนาน
ที่มาและภาพประกอบ : เทศบาลตำบลบางพระ. (๒๕๕๓). ย้อนอดีต มองปัจจุบัน บางพระจากวันนั้น...ถึงวันนี้. ชลบุรี:สำนักงานเทศบาลตำบลบางพระ.
#หอสมุดแห่งชาติชลบุรี #สำนักศิลปากรที่5ปราจีนบุรี #กรมศิลปากร #กระทรวงวัฒนธรรม #เขาพระพุทธบาทบางพระ #รอยพระพุทธบาทจำลอง #บางพระ #ศรีราชา #ชลบุรี