ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 48,852 รายการ
อธิบดีกรมศิลปากรเตรียมสรุปผลการดำเนินงานอาคารบอมเบย์ เบอร์มา และหารือร่วมกับภาครัฐและประชาชนชาวจังหวัดแพร่ ในการฟื้นฟูอาคาร พร้อมตรวจติดตามงานสำคัญอีกหลายโครงการ นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากรมีกำหนดจัดประชุมสัญจรภาคเหนือ และตรวจราชการพื้นที่จังหวัดน่าน แพร่ ลำปาง เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ ๒๔ – ๒๖ ธันวาคมนี้ โดยมีประเด็นหลักเป็นการติดตามผลการดำเนินงานของกรมศิลปากรที่สำคัญ และเป็นที่สนใจของประชาชนทั้งประเทศ ได้แก่ อาคารศูนย์การเรียนรู้ป่าไม้ สวนรุกขชาติเชตวัน (อาคารป่าไม้เขตแพร่เดิม) ที่ปรากฏเป็นข่าวสำคัญไปเมื่อกลางปี ๒๕๖๓ ว่ามีการรื้อถอนอาคารจนเกิดเป็นกระแสข่าวที่หลายคนต่างให้ความสนใจ โดยกรมศิลปากรได้ตั้งคณะทำงานเข้าทำการสำรวจเก็บข้อมูล ดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดี และจัดทำรูปแบบสันนิษฐาน เพื่อปฏิสังขรณ์ ฟื้นฟูอาคารไม้สักอายุกว่า ๑๐๐ ปี ให้กลับคืนมาอีกครั้ง ซึ่งในวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๓ จะมีการประชุมหารือระหว่างกรมศิลปากร ร่วมกับจังหวัดแพร่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ภาคีเครือข่ายอนุรักษ์ เมืองแพร่ และประชาชนชาวจังหวัดแพร่ เพื่อชี้แจงผลการดำเนินงานของกรมศิลปากร และสรุปแนวทางในการฟื้นฟูอาคาร เพื่อก้าวไปสู่ขั้นตอนการปฏิสังขรณ์โดยให้เป็นไปตามความประสงค์ของประชาชนชาวจังหวัดแพร่ ต่อไป นอกจากนี้ อธิบดีกรมศิลปากรจะติดตามผลการดำเนินงานอนุรักษ์บานประตูไม้ลงรักปิดทองวัดหมื่นล้าน จังหวัดเชียงใหม่ ที่ถูกทาสีทับ ซึ่งดำเนินการเสร็จแล้วเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา การบูรณะโบราณสถาน ต่างๆ ในเขตสำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ ได้แก่ วัดช้างค้ำ วัดพระธาตุแช่แห้ง งานปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน งานอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน วัดพระแก้วดอนเต้า วัดม่อนจำศีล จังหวัดลำปาง วัดเจดีย์หลวง วัดพระสิงห์ โบราณสถานเวียงแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ โดยกรมศิลปากรจะได้ทยอยนำเสนอผลการดำเนินงานต่าง ๆ ให้ประชาชนรับทราบต่อไป
นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๔ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร ได้จัดกิจกรรมมอบความสุขปีใหม่จากใจกรมศิลปากร พร้อมมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน สามารถเข้าชมและเข้าใช้บริการแหล่งเรียนรู้ของกรมศิลปากรได้โดยปลอดภัย ซึ่งกิจกรรมประกอบด้วย ๑. เปิดให้ประชาชนเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและอุทยานประวัติศาสตร์ทั่วประเทศ ซึ่งเป็น แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมเข้าชม ระหว่างวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๔ ทั้งนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศจะนำพระพุทธรูปมงคลโบราณที่มีประวัติความเป็นมาและสร้างขึ้นตามคติอันเป็นมงคล มาประดิษฐานให้พุทธศาสนิกชนสักการบูชา เพื่อเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความเป็นสิริมงคลตามแบบแผนประเพณีที่ดีงาม พร้อมชมโบราณวัตถุศิลปวัตถุชิ้นเยี่ยมในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และเที่ยวชมโบราณสถานภายในอุทยานประวัติศาสตร์ ๑๑ แห่ง ได้แก่ อุทยานประวัติศาสตร์พระนคร ศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย จังหวัดนครราชสีมา อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ จังหวัดกาญจนบุรี อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ อุทยานประวัติศาสตร์ ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี และอุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม จังหวัดสระแก้ว ๒. กิจกรรมสักการะพระพุทธรูป ณ วังหน้า พระปฏิมาแห่งแผ่นดิน : ทศพุทธปฏิมาวังหน้า อัญเชิญ พระพุทธปฏิมาโบราณ ๑๐ องค์ ที่เก็บสงวนรักษาในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโดยมีพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ประดิษฐานอยู่ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ เป็นประธาน และคัดสรรพระพุทธรูปอีก ๙ องค์ ที่มีประวัติความเป็นมาเกี่ยวเนื่องกับสมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรสถานมงคล สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ มาประดิษฐานให้ประชาชนได้สักการบูชาเนื่องในเทศกาลขึ้นปีใหม่ ระหว่าง วันจันทร์ที่ ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓ – วันอาทิตย์ที่ ๑๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ ณ พระที่นั่ง พุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ๓. กิจกรรมการแสดงรายการพิเศษ “ยลสังคีตศิลป์ ณ ถิ่นวังหน้า หรรษาปีใหม่” ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ โดยไม่เก็บค่าเข้าชม ในวันอาทิตย์ที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๗.๐๐ น. - ๑๙.๐๐ น. ณ สังคีตศาลา เวทีกลางแจ้ง บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นำเสนอการแสดงที่หลากหลายและสนุกสนาน ได้แก่ ละครนอก เรื่องสุวรรณหงส์ ตอน “พราหมณ์เกศสุริยงรบกุมภณฑ์” รำกระทบไม้ การแสดง ชุด สิบสองภาษาออกตัว ระบำตาเลียนลิลิน และการแสดงชุดส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ทั้งนี้ กรมศิลปากร ได้มีมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) โดยทำการตรวจวัดอุณหภูมิผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน และติดสัญลักษณ์แสดงผ่านการ คัดกรองก่อนเข้าแหล่งเรียนรู้ของกรมศิลปากร บันทึกข้อมูลของผู้ใช้บริการ เจ้าหน้าที่และผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา บริการเจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่างๆ ที่มีการสัมผัสบ่อย พร้อมทั้งทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ทุก ๒ ชั่วโมง จัดระบบการเข้าชมโดยจำกัดจำนวนผู้เข้าชม ให้มีระยะห่างระหว่างบุคคลไม่น้อยกว่า ๑ เมตร เพื่อไม่ให้มีการแออัดในพื้นที่จัดกิจกรรม พร้อมทั้งขอความร่วมมือในการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด กรมศิลปากรจึงขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อสร้างความสุข เสริมสิริมงคลให้กับชีวิต ในวาระแห่งการเริ่มต้นศักราชใหม่ ณ แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม สังกัดกรมศิลปากร ทั่วประเทศ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ เปิดให้บริการแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวโดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด - ๑๙ ระหว่างวันที่ ๑๖ - ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ มีผู้เข้าชมทั้งสิ้น ๖๐๓ คน
วันอังคาร ที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๔.๐๐ น คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ ข้าราชการ พนักงาน และผู้นำชุมชน ในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลเขลียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน ๔๕ คน เข้าชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ณ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ต. คลองห้า อ. คลองหลวง จ. ปทุมธานี
ขอความร่วมมือประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่จะเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด - ๑๙ อย่างเคร่งครัด
* หากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะโปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า เบอร์โทรศัพท์ ๐ ๔๔๕๑ ๓๒๗๒ หรือ ๐ ๔๔๕๑ ๓๒๗๔
อธิบดีกรมศิลปากรกำชับแหล่งเรียนรู้ในสังกัดปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด COVID-19 อย่างเข้มข้น
นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ระลอกใหม่ในหลายจังหวัด กรมศิลปากรจึงกำหนดมาตรการป้องกันสำหรับการให้บริการแหล่งเรียนรู้ในสังกัดของกรมศิลปากร ได้แก่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ โบราณสถานที่เก็บค่าเข้าชม หอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ โดยเน้นย้ำทุกหน่วยงานดำเนินการให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ดังนี้ ๑. ให้มีการตรวจวัดไข้เจ้าหน้าที่และผู้ใช้บริการทุกคน และติดสัญลักษณ์แสดงผ่านการคัดกรอง ก่อนเข้าแหล่งเรียนรู้ของกรมศิลปากร โดยผู้ที่มีอุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ ๓๗.๕ องศาเซลเซียสขึ้นไป ให้งดการปฏิบัติหน้าที่ หรือเข้าใช้บริการ และแนะนำให้ไปพบแพทย์ทันที ๒. ทำความสะอาดอาคาร สถานที่ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค บริเวณจุดที่มีการสัมผัสบ่อย เช่น ห้องสุขา และพื้นที่อื่น ๆ ที่จำเป็น ทุก ๒ ชั่วโมง หรือทั้งก่อนและหลังให้บริการ และให้กำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน ๓. เจ้าหน้าที่และผู้เข้าใช้บริการแหล่งเรียนรู้ของกรมศิลปากร ต้องใส่หน้ากากอนามัยหรือ หน้ากากผ้าตลอดเวลา และกำชับให้ใส่อย่างถูกวิธี ๔. จัดให้มีจุดบริการแอลกอฮอล์ หรือแอลกอฮอล์เจล สำหรับล้างมือฆ่าเชื้อโรคบริเวณจุดจำหน่าย บัตร ส่วนให้บริการ ห้องประชุม และห้องสุขา ๕. เว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย ๑ เมตร ๖. ควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการ ไม่ให้มีความแออัด ผู้ที่มาเป็นหมู่คณะให้แบ่งเป็นกลุ่มย่อย ไม่เกิน กลุ่มละ ๑๐ คน ๗. การจัดบรรยาย สัมมนา ฯลฯ ภายในแหล่งเรียนรู้ของกรมศิลปากรให้จำกัดจำนวนให้เหมาะสม กับขนาดพื้นที่และเว้นระยะห่าง ๘. บันทึกข้อมูลของผู้ใช้บริการ โดยให้แหล่งเรียนรู้ของกรมศิลปากรลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” และพิมพ์ QR CODE ติดตั้งบริเวณทางเข้าและทางออก อาคาร/แหล่งเรียนรู้ โดยให้ผู้ใช้บริการสแกน QR CODE ดำเนินการเช็คอินเมื่อเข้าแหล่งเรียนรู้ และดำเนินการเช็คเอาท์ เมื่อออกจากแหล่งเรียนรู้ กรณีผู้ใช้บริการไม่มีโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้หน่วยงานจัดให้มีการบันทึกข้อมูลผู้ใช้บริการด้วยวิธีอื่น ๙. ให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้บริการ ตรวจตรา ควบคุม กำกับการให้บริการ ลดการรวมกลุ่มใกล้ชิดกัน โดยให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมอย่างเคร่งครัด ๑๐. จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ให้ความรู้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) แก่ผู้เข้าชม เข้าใช้บริการ ทั้งนี้ ให้ทุกหน่วยงานรายงานผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค ต่ออธิบดีกรมศิลปากรเป็นระยะ ๆ ต่อไป
วันจันทร์ที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ นายนภสินธุ์ บุญล้อม นักโบราณคดีปฏิบัติการ สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา เป็นวิทยาในการถ่ายทำรายการสารคดีชุด นักสืบมิวเซียม ผลิตโดยบริษัท ดอคคิวเมเนีย จำกัด ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จากกระทรวงวัฒนธรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้เห็นรากเหง้าของศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของชาติ ผ่านของที่มีอยู่ในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งจะทำให้เกิดการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีและศิลปวัฒนธรรมในพิพิธภัณฑ์มากขึ้น ณ แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา
วันศุกร์ที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ เวลา ๑๐.๓๐ น. นักเรียนชั้นอนุบาล ๑ - ๒ และชั้นประถมศึกษาที่ ๔ - ๖ โรงเรียนบ้านตานี ตำบลตานี อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ จำนวนนักเรียน ๑๕๐ คน คุณครู ๑๐ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โดยแบ่งการบรรยายนำชมออกเป็น ๓ กลุ่มย่อย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด - ๑๙ โดยมีนางสาวกมลรัตน์ ชวนสบาย ภัณฑารักษ์ปฏิบัติงาน นายกรภัทร์ สุขใหญ่ พนักงานประจำพิพิธภัณฑ์ และนางสาวอภิญญา สุขใหญ่ พนักงานประจำพิพิธภัณฑ์ ให้การต้อนรับและบรรยายนำชม