ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 4,295 รายการ

              กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “เปิดโฉมใหม่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย” วิทยากร นายกิตติพงษ์ สนเล็ก ผู้อำนวยการกลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา และนางเบญจวรรณ พลประเสริฐ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา ผู้ดำเนินรายการ นายสิทธิพร บุปผา นักวิชาการเผยแพร่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร              รายการ “ไขความรู้จากครูกรมศิลป์” มีรูปแบบเนื้อหาของรายการเกี่ยวกับประวัติความเป็นไทย เกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญ ประเพณี วัฒนธรรม วีถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ผ่านการบอกเล่า ถ่ายทอดความรู้ แนวความคิด เนื้อหาวิชาการ จากประสบการณ์ของผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร กำหนดถ่ายทอดสดผ่านเฟสบุ๊กไลฟ์ (facebook live) ทุกวันพฤหัสบดี เวลา ๑๑.๐๐ น. ตลอดปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๖๖ - กันยายน ๒๕๖๗


            หอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญชมภาพยนตร์เพื่อการอนุรักษ์ ย้อนรำลึกหนังดังในอดีต ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากหอภาพยนตร์ (องค์กรมหาชน) ทุกวันศุกร์ เวลา 13.30 น. ณ ห้องจัดแสดง ชั้น 2 หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 (จำกัดจำนวน 100 ที่นั่ง)             สำหรับศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2567 นี้ ขอเชิญรับชม “เรือนแพ” (พ.ศ. 2504) ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมรางวัลตุ๊กตาทองประจำปี 2505 เรื่องราวของ เจน แก้ว และริน สามคนเพื่อนรักที่หลงรัก เพ็ญ ผู้หญิง คนเดียวกัน ทั้งหมดอาศัยอยู่ด้วยกันที่เรือนแพริมน้ำต่อมาพวกเขา ต่างต้องแยกย้ายจากกัน โดยเจนซึ่งเรียนจบปริญญาด้วยคะแนน เกียรตินิยมไปสมัครเป็นตำรวจ รินไปเป็นนักร้อง และแก้วไปเป็น นักมวย อันเป็นบทบาทชีวิตที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรม เมื่อเพื่อนรัก ทั้งสามต้องโคจรกลับมาพบกัน บริษัทสร้าง: อัศวินภาพยนตร์  ผู้อำนวยการสร้าง: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล, จรี อมาตยกุล ผู้กำกับ: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล, เนรมิต นักแสดง: ไชยา สุริยัน, ส.อาสนจินดา, จินฟง, มาเรีย จาง ความยาว117 นาที อนุรักษ์ภาพยนตร์โดยหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2280 9828 - 32


       พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม ขอเชิญร่วมกิจกรรม “Workshop การทำขนมโบราณ : พะพาย เรไร” วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ณ พระราชวังจันทรเกษม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่เวลา 17.00 - 21.00 น. ซึ่งเป็นกิจกรรมพิเศษในสัปดาห์สุดท้ายของงาน “Night at The Palace ย้อนเวลา ชมวัง 4 ศตวรรษ พระราชวังจันทรเกษม” เปิดให้เข้าชมพระราชวังจันทรเกษมยามค่ำคืน ในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ วันที่ 20 - 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.00 - 21.00 น. พิเศษปีนี้มีการเปิดให้เข้าชมภายในอาคารพลับพลาจตุรมุขด้วย อัตราค่าธรรมเนียมเข้าชม ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 120 บาท ผู้พิการ และชาวไทยผู้มีอายุมากกว่า 60 ปี เข้าชมฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 3525 1586 Facebook พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม:Chantharakasem National Museum https://www.facebook.com/chantharakasemmuseum   


        กรมศิลปากร โดยสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ชวนออกเดินทางตามรอยมรดกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สัมผัสเรื่องราวประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และวัฒนธรรม ผ่านพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและโบราณสถานสำคัญใจกลางกรุงเทพมหานคร ในโครงการศิลปากรสัญจร ครั้งที่ 3/2569 "รากนครา มรรคาแห่งรัตนโกสินทร์" ในวันพุธที่ 12 สิงหาคม 2569 มาร่วมเรียนรู้มรดกวัฒนธรรมแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ผ่านการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและโบราณสถานสำคัญ พร้อมรับชมการบรรเลงและขับร้องดนตรีสากล และการแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน “ศรพรหมาศ” ณ โรงละครแห่งชาติ รวมค่าใช้จ่ายตลอดทั้งโครงการ ท่านละ 1,999 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2164 2501 - 2 ต่อ 6002 และ 6005 Line: ศิลปากรสัญจรกรมศิลป์ @518nfnes รีบด่วน รับจำนวนผู้เข้าร่วมมีจำกัด



          จันทบุรีเป็นเมืองท่องเที่ยว มีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติมากมาย ทั้งน้ำตก ทะเล หาดทราย จะขอแนะนำหาดทรายที่สวยงามที่น่าสนใจให้ทราบกันหลายแห่ง ได้แก่ หาดคุ้งวิมาน แหลมเสด็จ หาดจ้าวหลาว อ่าวคุ้งกระเบน หาดแหลมสิงห์ อ่าวกระทิง อ่าวยาง จะขอเริ่มที่หาดคุ้งวิมานก่อน           หาดคุ้งวิมาน เป็นหาดที่สวยงามแห่งหนึ่งของจังหวัดจันทบุรี อยู่ในท้องที่ตำบลสนามไชย อำเภอนายายอาม ถ้ามาจากระยองจะแยกเข้าทางขวามือของเส้นทางถนนสุขุมวิท ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 301-302 ก่อนถึงตัวเมืองจันทบุรี ประมาณ 28 กิโลเมตร เข้าไป 27 กิโลเมตรก็จะถึงชายหาดคุ้งวิมาน           ก่อนถึงชายหาดคุ้งวิมานประมาณ 1 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายมือขึ้นไปบนภูเขาเตี้ยๆ มีจุดชมวิวทิวทัศน์ มีมุมสวยๆ บนเขาและทางลาดที่มองออกไปทะเล มีถนนเลียบทะเลที่สวยที่สุดในภาคตะวันออก สมกับชื่อที่เป็นวิมานของคุ้งแห่งนี้           หาดคุ้งวิมานเป็นหาดทรายสีทอง มีโขดหินผุดโผล่เป็นแห่งๆแต่งแต้มชายหาดให้สวยงามยิ่งขึ้นยามที่คลื่นถาโถมซัดเข้าหาโขดหินตามกำลังแรงของลม ทำให้น้ำแตกกระเซ็นเป็ฟองนฝอยขาวพร่างตาตัดกับสีฟ้าสดใสของน้ำทะเล ไกลออกไปเห็นเรือประมงอยู่ลิบๆ ฝูงนกนางนวลและนกทะเลบางชนิดบินฉวัดเฉวียนอย่างร่าเริงน่ามอง จึงอยากเชิญชวนให้มาท่องเที่ยวกันที่หาดคุ้งวิมาน---------------------------------------------------------------ผู้เรียบเรียง : นายประพนธ์ รอบรู้ นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี---------------------------------------------------------------อ้างอิง : ที่ระลึกในพิธีเปิดหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี : อัมรินทร์ พริ้นติ้ง กรุ๊พ. 2533. มัทธิว เจ. (2542, เมษายน). “เที่ยวทะเลจันท์.” Trips Magazine. ปีที่ 3 ฉบับที่ 30 : หน้า 44-65.


        วัดธาตุประสิทธิ์ อยู่ที่ตำบลนาหว้า อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ภายในวัดมีพระธาตุสำคัญ คือ พระธาตประสิทธิ์ ตามประวัติกล่าวว่า เป็นเจดีย์เก่าแก่ไม่ทราบว่าสร้างขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใด ก่อนการปฏิสังขรณ์เคยชำรุดทรุดโทรมมีเถาวัลย์ปกคลุม ภายในพระธาตุมีอุโมงค์ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่หลายองค์ ผู้ค้นพบได้แก่ชนเผ่าญ้อซึ่งหนีภัยสงครามการรบพุ่งระหว่างอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์กับพม่าและอาณาจักรเชียงใหม่ในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช เมื่อ พ.ศ. ๒๑๑๒ ซึ่งพระองค์ได้ทรงบูรณะพระธาตุองค์นี้ด้วย ต่อมาในปี พ.ศ ๒๒๘๓ เจ้าผู้ครองนครศรีโคตรบูร พระนามว่าพระเจ้าขัติยวงศาราชบุตรี มหาฤาไชยไตรทศฤาดิเดช เชษฐบุรีศรีโคตรบูรณ์หลวง ได้บูรณะเสริมยอดสูงประมาณ ๓๐ เมตร พ.ศ ๒๔๓๖ พระเจดีย์ชำรุดทรุดโทรมมาก จนยอดเจดีย์หักลงมาต่อมา พ.ศ. ๒๔๕๔ พระครูประสิทธิ์ศึกษากร เจ้าอาวาสในขณะนั้นได้ทำการปฏิสังขรณ์พระเจดีย์ขึ้นใหม่ โดยสร้างเลียนแบบพระธาตุพนมบางส่วน สวดสายต่าง ๆ จะเป็นลวดลายใหม่ ลักษณะรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ ๗.๒๐ เมตร วัดโดยรอบฐาน ๒๔.๕๐ เมตร สูง ๒๔.๕๒ เมตร มีประตูเปิด-ปิด สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. ๒๕๐๖ และได้ตั้งชื่อพระธาตุองค์นี้ใหม่ว่า “พระธาตุประสิทธิ์” ตามนามของพระครูประสิทธิ์ศึกษากร เจ้าอาวาสผู้ก่อสร้าง          นอกจากนี้ ภายในวัดมีศาลาการเปรียญหลังเก่าซึ่งอยู่ด้านข้างองค์พระธาตุประสิทธิ์มีรูปทรงสวยงาม สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๓ ด้านในศาลาปรากฏภาพเขียนเป็นภาพพุทธประวัติ ตั้งแต่ประสูติตรัสรู้และปรินิพพานโดยแบ่งเป็น ๑๒ ตอน ได้แก่ ตอนประสูติ ตอนลองศร ตอนอภิเษก ตอนออกชมสวน ตอนเสด็จออกบรรพชา ตอนตัดพระโมฬี ตอนบำเพ็ญทุกรกิริยา ตอนถวายข้าวมธุปายาต ตอนมารผจญ-ตรัสรู้ ตอนโปรดปัญจวัคคีย์ ตอนเสด็จเยี่ยมพระนางพิมพา และตอนเสด็จปรินิพพาน          ภาพพุทธประวัติทั้ง ๑๒ ภาพ โครงสีส่วนใหญ่เป็นสีเหลือง น้ำตาล ดำ ซึ่งเป็นสีฝุ่น ที่ภาพแรกปรากฏชื่อว่าเป็นฝีมือของหม่อมหลวงมรกต บรรจงราชฯ มีนายสิงห์ วะชุม เป็นผู้ช่วย ภาพเขียนคงจะวาดขึ้นหลังจากปี พ.ศ. ๒๔๙๓ ส่วนเสาของศาลาการเปรียญเป็นเสาสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ แต่ละด้านของเสามีภาพสาวกของพระพุทธเจ้าอยู่ทุกเสา องค์สาวกห่มจีวรสีเหลืองสดใส มีพื้นหลังเป็นสีฟ้าครามทุกภาพ ด้านบนถึงด้านล่างองค์สาวกประดิษฐ์ลวดลายไทยด้วยสีน้ำตาล เหลือง พื้นสีฟ้าคราม แต่ละภาพไม่ปรากฏนามผู้วาด แต่จากลักษณะภาพเปรียบเทียบกับภาพที่ผนัง ซึ่งเป็นภาพพุทธประวัติแล้วคนวาดน่าจะเป็นคนละคนกันและต่างสมัยกันด้วย เพราะลักษณะของลายเส้นและการใช้สีต่างกัน          ศาลาการเปรียญแห่งนี้เคยใช้เป็นที่ประทับของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ ๙) และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ ในคราวเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานผ้าพระกฐินส่วนพระองค์ (พระกฐินต้น) ณ วัดธาตุประสิทธิ์ เมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๕ อีกด้วย----------------------------------------------------ข้อมูล : นางสาวเมริกา สงวนวงษ์ นักโบราณคดีปฏิบัติการ สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี----------------------------------------------------อ้างอิง : คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ.๒๕๔๒.วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดนครพนม.กรุงเทพฯ:คุรุสภาลาดพร้าว.



          วันพฤหัสบดีที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เวลา ๐๙.๐๐ น. นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเครือข่ายสงวนรักษาทรัพยากรสารสนเทศ กิจกรรม : ฝึกอบรมการอบรมความรู้เบื้องต้น "การดูแลรักษาหนังสือสมุดไทย" โดยมีนางสาววาสนา งามดวงใจ ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ กล่าวรายงาน ซึ่งมีนางสาวพิมพ์พรรณ ไพบูลย์หวังเจริญ นักอักษรศาสตร์ทรงคุณวุฒิ บรรยายเรื่อง คุณค่าเอกสารโบราณประเภทหนังสือสมุดไทย นายเทิม มีเต็ม ผู้ทรงคุณวุฒิกรมศิลปากร ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาตะวันออก บรรยายเรื่อง ตัวอักษรโบราณต่างๆ ที่พบในหนังสือสมุดไทย และนางลัดดาวัลย์ ทรัพย์สิน ข้าราชการบำนาญ กรมศิลปากร บรรยายเรื่อง การดูแลรักษาหนังสือสมุดไทยเบื้องต้น กิจกรรมในครั้งนี้มีคณะสงฆ์ ข้าราชการเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ณ ห้องประชุมใหญ่ สำนักหอสมุดแห่งชาติ


          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ร่วมกับสถาบันอยุธยาศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา และกลุ่มพิกซ์กรุงเก่า ขอเชิญร่วมฟังการบรรยายทางวิชาการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๙๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๕ “อนุรักษ์ผ้าไทย สืบสานพระราชปณิธานพระพันปีหลวง” ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๕ ตั้งแต่เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๕.๐๐ น. ณ ห้องบรรยายฯ อาคารเครื่องทอง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา           ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ทาง QR code ตามที่แนบฟรี ภายในวันเสาร์ที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ (รับจำนวนจำกัด)  รวมทั้งยังสามารถรับชมการถ่ายทอดสดการบรรยายทางวิชาการ ผ่าน facebook live : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา chaosamphraya และชมย้อนหลังได้ที่ YouTube พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา กรมศิลปากร  ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมแต่งกายด้วยชุดโทนสีฟ้า / ชุดผ้าไทย และสวมหน้ากากอนามัยตลอดกิจกรรม


#มหามกุฎราชสันตติวงศ์ ๙ มิถุนายน ๒๔๒๕ วันประสูติพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธวิไลยลักขณา.พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธวิไลยลักขณา มีพระนามลำลองว่าพระองค์หญิงกลาง เป็นพระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงษ์ ที่ประสูติแต่หม่อมราชวงศ์สว่าง จักรพันธุ์ ประสูติเมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๔๒๕ เมื่อประสูติทรงดำรงสกุลยศเป็นหม่อมเจ้า ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธวิไลยลักขณา เมื่อพุทธศักราช ๒๔๒๕ แล้วได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธวิไลยลักขณา เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๔๔๓.พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธวิไลยลักขณาเป็นที่โปรดปรานของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีพระราชประสงค์ให้อภิเษกสมรสกับ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เคยพระราชทานพระราชปรารภไว้ว่า "จะเลี้ยงหญิงกลางให้เป็นควีน" และได้ทรงขอพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธวิไลยลักขณา มาเลี้ยงดูใกล้ชิดพระองค์ ในพระอภิบาลของพระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เข้าเฝ้าสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ อยู่เสมอ.พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธวิไลยลักขณา สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๖ เมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๔๖๗ สิริพระชันษา ๓๕ ปี.พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธวิไลยลักขณา นับเป็นพระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ที่สืบสายจากพระบิดา.ภาพ : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธวิไลยลักขณาเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์



          วันจันทร์ที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๕.๓๐ น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร แถลงผลงานเนื่องในโอกาส ๑๑๒ ปีแห่งการสถาปนากรมศิลปากร เดินหน้า “อนุรักษ์ สืบทอด ต่อยอดมรดกศิลปวัฒนธรรม จากคุณค่าสู่มูลค่า” พร้อมเปิดตัว Application ในชื่อ FADiscovery สร้างประสบการณ์ใหม่ในการเที่ยวชมแหล่งเรียนรู้มรดกศิลปวัฒนธรรม            นับแต่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดตั้งกรมศิลปากร เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๕๔ สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา ๑๑๒ ปีที่กรมศิลปากรดำเนินภารกิจหลักในการธำรงรักษา อนุรักษ์ ฟื้นฟู เผยแพร่ สืบสาน สร้างสรรค์ พัฒนามรดกทางวัฒนธรรมของชาติ เพื่อธำรงคุณค่าและเอกลักษณ์ความเป็นชาติ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการระหว่างภาคีภาครัฐ เอกชน และชุมชนท้องถิ่น เพื่อนำนโยบายของรัฐบาล ยุทธศาสตร์ของชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ มาขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านมรดกศิลปวัฒนธรรมในความดูแลของกรมศิลปากร กรมศิลปากรมีเป้าประสงค์หลักในการส่งเสริมให้ประชาชนชาวไทยมีวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมที่ดีอย่างยั่งยืน ได้ดําเนินการและกําหนดกรอบแนวทางในการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติให้บรรลุตามเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการอนุรักษ์ สืบทอด ต่อยอดมรดกศิลปวัฒนธรรม จากคุณค่าสู่มูลค่า เพื่อให้วัฒนธรรมไทยกลายเป็นหนึ่งในกลไกที่สำคัญยิ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยการรักษามรดกทางวัฒนธรรม ทั้งมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้และมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ให้คงคุณค่าความเป็นของแท้และดั้งเดิมตามหลักวิชาการ ส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการอนุรักษ์ให้คงอยู่สู่คนรุ่นต่อไป เสริมสร้างโอกาสการมีส่วนร่วมให้แก่ประชาชน ผ่านกิจกรรมให้ความรู้ ความเข้าใจ ในความสําคัญของมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ เช่น การจัดกิจกรรมอบรมอาสาสมัครและเครือข่ายอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรม การส่งเสริมการศึกษาในแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม และต่อยอดมรดกศิลปวัฒนธรรม ซึ่งถือได้ว่าเป็นต้นทุนที่สําคัญของประเทศ ให้เกิดประโยชน์แก่ชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจแก่ประเทศชาติ ทั้งนี้ กรมศิลปากรได้ดำเนินการพัฒนาและสร้างมาตรฐานแหล่งเรียนรู้มรดกศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งส่งเสริมบทบาทหน้าที่ของแหล่งเรียนรู้ในด้านต่าง ๆ ได้แก่            - การปรับปรุงและพัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ให้มีมาตรฐาน ทันสมัยและน่าสนใจ โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่นำมาจัดแสดงมีความปลอดภัยจากการเสื่อมสภาพ การจัดแสดงนิทรรศการถาวร มีการออกแบบตามหลักวิชาการ เน้นความงาม ความสำคัญของโบราณวัตถุ และการสื่อความหมายต่อผู้เข้าชม รวมทั้งออกแบบแสงสว่างในการจัดแสดงตามหลักวิชาการให้เหมาะสม สวยงาม และปลอดภัยต่อโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ สื่อการจัดแสดงที่ใช้มีความถูกต้องของข้อมูลทางวิชาการ มีระบบสืบค้นและนำชมสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น QR Code, AR Code, Audio Guide            - การพัฒนางานด้านการจัดเก็บและอนุรักษ์โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ของชาติ มีการจัดตั้งคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เป็นสถานที่เก็บรักษาโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ให้เป็นไปตามหลักวิชาการสากล ซึ่งมีกำหนดจะเปิดให้บริการในปีนี้  และจัดสร้างศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์โบราณวัตถุ จังหวัดปทุมธานี ให้เป็นศูนย์อนุรักษ์โบราณวัตถุทุกประเภท ที่ได้มาตรฐานสากล มีความทันสมัย            - การปรับปรุงหอสมุดแห่งชาติ ให้ได้มาตรฐานทั้งสถานที่และการให้บริการ นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับใช้ในการให้บริการ   - การปรับปรุงโรงละครแห่งชาติ ให้ได้มาตรฐานสากล มีศักยภาพถึงพร้อมในทุก ๆ ด้าน และเป็นไปตามมาตรฐานโรงละครระดับสากล           - การพัฒนาแหล่งเรือโบราณพนม-สุรินทร์ จังหวัดสมุทรสาคร ให้เป็นศูนย์เรียนรู้งานโบราณคดีที่สำคัญแห่งหนึ่งของกรมศิลปากร   กรมศิลปากร ได้ดำเนินงานโดยมุ่งเน้นให้หน่วยงานในสังกัดขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม พัฒนาระบบการให้บริการประชาชนด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้บริการข้อมูลที่เหมาะสม สร้างสรรค์ และมีประสิทธิภาพ ทั้งระบบการสืบค้น และระบบการให้บริการข้อมูลผ่านเครือข่ายออนไลน์โดยขณะนี้ กรมศิลปากร เปิดประสบการณ์ใหม่ในการนำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และมิติใหม่ในการให้บริการข้อมูล ด้วย Application FADiscovery  เป็น Application นำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และอุทยานประวัติศาสตร์ในประเทศไทย โดยการให้ข้อมูลนำทาง ข้อมูลโบราณวัตถุชิ้นสำคัญ และจัดเก็บข้อมูลความต้องการ ความสนใจของผู้ใช้ที่ครบวงจร ตั้งแต่เริ่มเข้าชม จนกระทั่งออกจากพิพิธภัณฑ์ หรืออุทยานประวัติศาสตร์ ระบบจะทำการบันทึกความชื่นชอบ ความสนใจ และความต้องการในการเข้าชมไว้อย่างละเอียด ทำการแยก และจัดกลุ่มประเภทผู้เข้าชม และบันทึกประมวลผลแบบ Real Time เพื่อให้ทราบถึงความสนใจพิเศษของผู้เข้าชมแต่ละท่าน โดยแจ้งผลความต้องการและความสนใจไปยังผู้เข้าชมแบบรายบุคคล โดยระบบจะทำการประมวลผลความสนใจของประชาชนในประเด็นต่างๆ ทำการสืบค้นข้อมูล หนังสือ หรือบทความวิชาการที่เกี่ยวข้อง และส่งข้อมูลไปยังประชาชน เพื่อให้สามารถศึกษาเรียนรู้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ด้วยตนเอง และได้รับข้อมูลที่ตรงกับความต้องการของผู้เรียนรู้มากที่สุด มิติใหม่ในการให้บริการข้อมูล ด้วย Application FADiscovery นี้ จะเป็นการยกระดับการให้บริการและการเข้าถึงข้อมูลของกรมศิลปากรที่ครอบคลุมข้อมูลทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์ โบราณวัตถุ โบราณสถาน เอกสารโบราณ จารึก หนังสือ เอกสารจดหมายเหตุ ด้วย Application เดียว           โอกาสนี้ สำนักช่างสิบหมู่ ยังได้จัดนิทรรศการพิเศษ “สืบ สร้าง สาน ศาสตร์ศิลป์” โดยนำผลงานศิลปกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นมาจัดแสดง เพื่อเผยแพร่ความรู้และข้อมูลในงานศิลปกรรม ก่อให้เกิดการสืบทอดภูมิปัญญาด้านงานช่างสิบหมู่อันเป็นมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๖          สำหรับผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการผลงานของกรมศิลปากร เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม สินค้าท้องถิ่น ของที่ระลึกและหนังสือกรมศิลปากร ลดราคาพิเศษ ร่วมฟังการเสวนาวิชาการ พร้อมรับชมการแสดงนาฏศิลป์และดนตรี โดยสำนักการสังคีต สามารถเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จนถึงวันที่ ๒๙ มีนาคมนี้


      พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช จัดการบรรยายทางวิชาการออนไลน์สาธารณะ ประจำปี พ.ศ.2566 "คนพิพิธภัณฑ์อยากจะเล่า" ครั้งที่ 3 ขอเชิญร่วมฟังเรื่องเล่า ในหัวข้อ “นิทรรศการใหม่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี” เล่าเรื่องโดย นางสาวเชาวนี เหล็กกล้า หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี และนางสาวสิริภา เจริญเขต ภัณฑารักษ์ปฏิบัติการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี ในวันอาทิตย์ที่ 18 มิถุนายน 2566 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป           ผู้สนใจสามารถติดตามชมการถ่ายทอดสดผ่านทาง facebook live : Thalang National Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง


          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ขอเชิญชมการถ่ายทอดสด Facebook Live กิจกรรมบรรยายพิเศษเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย เรื่อง "ยลโฉม (หน้า) ประติมา ทวารวดีชายฝั่งทะเลเพชรบุรี"  วิทยากรโดย นางสาวพยุง วงษ์น้อย รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโบราณคดี (โบราณคดีและพิพิธภัณฑ์) (นักโบราณคดีทรงคุณวุฒิ) ในวันศุกร์ที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๑.๓๐ น.  ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : พระนครคีรี กรมศิลปากร


black ribbon.