ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,480 รายการ

ฮางฮดสรงศิลปะท้องถิ่นอุบลราชธานี พุทธศตวรรษ ๒๕เก็บรักษา ณ วัดบ้านโนนจิก ตำบลคูเมือง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานีรายละเอียดใต้ภาพ


ชื่อ : เอื้องเขาแกะ (Rhynchostylis coelestis) เป็นกล้วยไม้สกุลช้าง(Rhynchostylis) ชื่อวิทยาศาสตร์ของเอื้องเขาแกะ คือ Rhynchostylis coelestis ลักษณะทั่วไป ลำต้น เขาแกะ มีรูปทรงใบเป็นรูปทรงกระบอก ค่อนข้างเตี้ย ตั้งตรง เจริญเติบโตทางยอด ใบ ออกเรียงสลับซ้ายขวา โคนใบเป็นแผงชิดกันแน่น ปลายใบโค้งลงเล็กน้อย มองดูคล้าย เขาแกะ หรือเขาควาย แผ่นใบบางและเหนียวห่อเข้าหากัน ยาว 10-15 เซนติเมตร ดอก เป็นช่อตั้งตรง ช่อดอกเป็นรูปทรงกระบอก มีดอกเบียดกันแน่น ขนาดดอกราว 1.5-2.0 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงบนรูปรีแกมรูปไข่กลับ กลีบเลี้ยงคู่ข้างรูปไข่กลับ กลีบดอกรูปขนานแกมรูปไข่ กลีบทั้ง 5 กลีบมีสีขาว ขอบกลีบมีขลิบเป็นสีม่วงคราม บางต้นอาจมีสีออกไปทางแดง หรือไปทางสีน้ำเงินก็มี ปลายกลีบมน กลีบปากรูปลิ่ม มีเดือย ดอกแบนและปลายโค้งลง ดอกบานทนนาน ประมาณ 2 สัปดาห์ และมีกลิ่นหอม ช่วงเวลาที่ออกดอก คือฤดูร้อน ระหว่างเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม แหล่งกระจายพันธุ์ เขาแกะ มีแหล่งกระจายพันธุ์บริเวณป่าดิบแล้ง หรือป่าโปร่งผลัดใบในประเทศไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม สำหรับประเทศไทยพบในทุกภาคยกเว้นภาคใต้ ลานจอดรถ แนะนำโซนลานจอดรถพื้นที่กว้างขวาง แบ่งหลายโซนให้เลือกจอด มีพี่ๆ ยิ้มแย้มแจ่มใส อัธยาศัยดี คอยอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัยจ้า อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เปิดบริการทุกวัน ๐๘:๓๐ - ๑๖:๓๐ น. ๐๔๒๒๑๙๘๓๗, ๐๔๒๒๑๙๘๓๘ (ในเวลาราชการ)


          การเข้ามาของเทคโนโลยีการพิมพ์ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นส่งผลให้รูปแบบการผลิตและเผยแพร่วรรณกรรมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จากการคัดลอกด้วยลายมือสู่การตีพิมพ์จำนวนมาก วรรณกรรมหลายเรื่องได้รับการเผยแพร่สู่สาธารณชนอย่างกว้างขวาง หนึ่งในผลงานสำคัญที่เกิดขึ้นในบริบทดังกล่าวคือ “นิราศลอนดอน” ผลงานของหม่อมราโชทัย (หม่อมราชวงศ์กระต่าย อิศรางกูร) ซึ่งนอกจากจะเป็นบันทึกการเดินทางในการเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศอังกฤษแล้ว ยังมีความสำคัญในประวัติศาสตร์วรรณกรรมไทยในฐานะผลงานที่มีการซื้อขายลิขสิทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมเป็นครั้งแรกอีกด้วย           นิราศลอนดอนนี้ หม่อมราโชทัยได้บันทึกประสบการณ์ระหว่างการเดินทางในฐานะล่ามหลวงให้กับคณะทูตสยามเมื่อครั้งไปเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศอังกฤษ ในสมัยสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย เมื่อ พ.ศ. 2400 นับเป็นนิราศเรื่องแรกที่กล่าวถึงบ้านเมืองในประเทศตะวันตก โดยนิราศเรื่องนี้ให้คุณค่าด้านวรรณศิลป์หลายประการ เช่น การใช้ภาษาและโวหารที่งดงามตามขนบนิราศ การบันทึกภาพสังคมและวัฒนธรรมตะวันตกอย่างละเอียด มีการสะท้อนโลกทัศน์ของชนชั้นนำสยามในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง และมีการผสมผสานระหว่างวรรณกรรมการเดินทางกับสารคดีเชิงประวัติศาสตร์ ซึ่งลักษณะดังกล่าวทำให้นิราศลอนดอนมีความแตกต่างจากนิราศแบบดั้งเดิมที่มุ่งเน้นการพรรณนาความรักและการคร่ำครวญถึงคนรัก โดยหันมาให้ความสำคัญกับการบันทึกจดหมายเหตุการณ์เดินทาง เหตุการณ์บ้านเมือง และวิถีชีวิตผู้คนในต่างแดน           ในด้านประวัติศาสตร์ นิราศลอนดอนเป็นหลักฐานชั้นต้นที่ช่วยให้เข้าใจการรับรู้โลกตะวันตกของชาวสยามในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งการเดินทางครั้งดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่สยามกำลังปรับตัวต่อแรงกดดันจากมหาอำนาจตะวันตก และเริ่มเปิดรับความรู้ วิทยาการ และวัฒนธรรมจากต่างประเทศ เนื้อหาที่ผู้ประพันธ์ได้ถ่ายทอดและพรรณนาความรู้สึก ตลอดจนการบันทึกข้อสังเกตเกี่ยวกับสังคมตะวันตก แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การคมนาคม อุตสาหกรรม และการจัดระเบียบสังคมของอังกฤษ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่สะท้อนกระบวนการปรับตัวของสยามสู่ความเป็นรัฐสมัยใหม่ วรรณกรรมเรื่องนี้จึงมิได้เป็นเพียงงานประพันธ์เชิงกวีนิพนธ์ หากยังเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนมุมมองของชาวสยามต่อความเจริญของโลกตะวันตกในยุคที่สยามเริ่มเปิดความสัมพันธ์กับนานาอารยประเทศ ความโดดเด่นอีกประการหนึ่งของนิราศลอนดอน คือความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ลิขสิทธิ์ไทย โดยมีหลักฐานว่าผลงานเรื่องนี้ได้รับการซื้อลิขสิทธิ์จากผู้ประพันธ์เพื่อนำไปจัดพิมพ์เผยแพร่ ซึ่งแตกต่างจากวรรณกรรมในยุคก่อนที่มักเผยแพร่ผ่านการคัดลอกต้นฉบับโดยไม่มีการกำหนดสิทธิความเป็นเจ้าของผลงานอย่างชัดเจน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในบริบทที่โรงพิมพ์เริ่มมีบทบาทสำคัญในสังคมสยาม โดยเฉพาะการดำเนินงานของมิชชันนารีและผู้ประกอบการด้านการพิมพ์ ทำให้ผลงานวรรณกรรมเริ่มมีมูลค่าในเชิงพาณิชย์ การซื้อสิทธิในการจัดพิมพ์นิราศลอนดอนจึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการตระหนักถึงสิทธิของผู้สร้างสรรค์ผลงาน อันเป็นรากฐานสำคัญของแนวคิดทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทย โดยนิราศลอนดอนนี้ หม่อมราโชทัยได้ขายกรรมสิทธิ์การพิมพ์ครั้งแรกให้กับหมอบลัดเลย์เมื่อ พ.ศ. 2404 ในราคา 400 บาท นับเป็นครั้งแรกที่ได้มีการซื้อขายกรรมสิทธิ์หนังสือกันในสยาม นิราศลอนดอนจึงนับเป็นทั้งมรดกทางวรรณกรรมและหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงจุดเริ่มต้นของแนวคิดเรื่องลิขสิทธิ์ในสังคมไทย ในการตระหนักถึงสิทธิของผู้ประพันธ์ในฐานะเจ้าของผลงาน และเป็นหมุดหมายสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากวัฒนธรรมต้นฉบับสู่ยุคอุตสาหกรรมการพิมพ์ อันเป็นรากฐานของการคุ้มครองสิทธิผู้สร้างสรรค์ผลงานและการพัฒนาวงการหนังสือไทยในเวลาต่อมา       แหล่งข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ นิราศลอนดอน วรรณกรรมเล่มแรกที่มีการซื้อลิขสิทธิ์ในสยาม.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 9 มิถุนายน 2569, จาก https://www.thaipbs.or.th/program/TruthNeverDies/watch/qmZck6 มูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน.  สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เล่ม 18.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 9 มิถุนายน 2569, จาก https://saranukromthai.or.th/oldchild/1525 ราโชทัย (กระต่าย อิศรางกูร), ม.ร.ว.  จดหมายเหตุ แลนิราศลอนดอนของหม่อมราโชทัย เรื่อง ราชทูตไทยไปประเทศอังกฤษในรัชกาลที่ 4 เมื่อปีมะเสง จุลศักราช 1219 พ.ศ. 2400      ฉบับชำระใหม่ในหอพระสมุดวชิรญาณ.  พระนคร: โรงพิมพ์ไทย, 2461. ________. นิราศลอนดอน และจดหมายเหตุของหม่อมราโชไทย (ม.ร.ว. กระต่าย อิศรางกูร) เรื่องราชทูตไทยไปประเทศอังกฤษในรัชกาลที่ 4 เมื่อปีมะเส็ง พุทธศักราช 2400.  พระนคร:      โรงพิมพ์กรมสารบรรณทหารอากาศ, 2511. วิเคราะห์วรรณคดีนิราศลอนดอน.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 9 มิถุนายน 2569, จาก https://anyflip.com/grkpm/nhgd/basic หอสมุดแห่งชาติ.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 9 มิถุนายน 2569, จาก https://x.com/NLThailand_PR/status/1006425953608785920




ที่ตั้ง              วัดโพธิ์ศรีใน  ตำบลบ้านเชียง  อำเภอหนองหาน  จังหวัดอุดรธานี พิกัดแผนที่       แผนที่ระวาง  5643  IV  มาตราส่วน  1: 50,000                    พิมพ์ครั้งที่  1 -RTSD  ลำดับชุด  L  7017                    พิกัดกริด  48  QTE  138252                    เส้นรุ้ง  ๑๗  องศา  ๒๔  ลิปดา  ๓๓  ฟิลิปดา  เหนือ                    เส้นแวง  ๑๐๓  องศา  ๑๔  ลิปดา  ๔๓  ฟิลิปดา  ตะวันออก   สิ่งสำคัญที่ขึ้นทะเบียน                    ๑.หลุมขุดค้นทางโบราณคดี   ประวัติสังเขป                    กองโบราณคดีดำเนินการขุดค้นครั้งแรก  ในปี  พ.ศ.  ๒๕๑๕  ในครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ฯ ได้เสด็จทอดพระเนตรการดำเนินงานหลุมขุดค้นแห่งนี้  ต่อมาในปี  พ.ศ.  ๒๕๓๐–๒๕๓๑  ได้สร้างอาคารคลุมหลุมขุดค้นจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑสถานกลางแจ้ง ( SITE  MUSEUM ) ในปี  พ.ศ.  ๒๕๓๕  ได้ดำเนินการขุดค้นปรับแต่งหลุมขุดค้นอีกครั้งหนึ่งและในปี  พ.ศ.  ๒๕๔๐  ดำเนินการซ่อมแซมอาคาร  ปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ภายนอกอาคาร  ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  บ้านเชียง   ลักษณะรูปแบบศิลปกรรม                    หลุมขุดค้นทางโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์  ที่จัดแสดงในลักษณะพิพิธภัณฑสถานกลางแจ้ง  แสดงถึงพิธีกรรมการฝังศพรวมทั้งโบราณวัตถุต่างๆ ที่พบร่วมกับโครงกระดูก   อายุสมัย          สมัยก่อนประวัติศาสตร์  ตั้งแต่ประมาณ  ๕,๖๐๐-๑,๘๐๐  ปีมาแล้ว   ประเภทโบราณสถาน                    แหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์   ลักษณะการใช้งานในปัจจุบัน                    จัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑสถานกลางแจ้ง   การดำเนินงาน                    ๑.ปี พ.ศ.  ๒๕๑๕  ดำเนินการขุดค้น  เพื่อศึกษาข้อมูลหลักฐาน                    ๒.ปี พ.ศ.  ๒๕๓๐ -๒๕๓๑  สร้างอาคารคลุมหลุมขุดค้น                    ๓.ปี พ.ศ.  ๒๕๓๕  ขุดค้นปรับแต่งหลุมขุดค้น                    ๔.ปี พ.ศ.  ๒๕๔๐  ซ่อมแซมอาคาร  ปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ภายนอกอาคาร   การขึ้นทะเบียน                    ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน  ในราชกิจจานุเบกษา  เล่ม  ๑๑๕  ตอนพิเศษ  ๔ ง.  วันที่  ๑๔  มกราคม  ๒๕๔๑  พื้นที่ประมาณ  ๒  ไร่  ๒  งาน  ๑  ตารางวา   ที่มาของข้อมูล                    ราชกิจจานุเบกษาเล่ม๑๑๕  ตอนพิเศษ  ๔ ง. หน้า  ๑  วันที่ ๑๔  มกราคม  ๒๕๔๑.   หมายเหตุ  ในปี พ.ศ.๒๕๔๕  จะดำเนินการซ่อมแซมปรับแต่งหลุมขุดค้นและอนุรักษ์โบราณวัตถุที่จัดแสดง




              นักศึกษาและอาจารย์ นำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์กุสลวัฒน์ คงประดิษฐ์ จากภาควิชาสารสนเทศศึกษา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้เข้ามาศึกษาดูงานการพั?นาระบบพิพิธภัณฑ์เสมือนจริง ของศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม กรมศิลปากร ในวันศุกร์ที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๐ เวลา ๐๘.๓๐ - ๐๙.๓๐ น.


เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้มอบหมายให้นายอนันต์ ชูโชติ อธีบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในการประชุมเพื่อออกแบบอาคารและพื้นที่โดยรอบของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ (แห่งใหม่) โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมดังกล่าว เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 ณ ห้องประชุมกรมศิลปากร




รายงานงบทดลองประจำเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๓


วัสดุ แก้ว โลหะ แบบศิลปะ ศิลปะต่างประเทศ อายุสมัย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 26 สถานที่พบ เป็นสมบัติของพระยาสุนทรเทพกิจจารักษ์และคุณหญิงแม้น สุนทรเทพกิจจารักษ์ นางภรณี เหราบัตย์ มอบให้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2555 แจกันแก้วพร้อมฐานรองรูปเทพธิดามีปีก ถอดประกอบได้ 1) ตัวแจกันทรงกรวยก้นสอบ ขอบปากตั้งขึ้น 2) แท่นสวมแจกันคล้ายเชิงเทียนทำเป็นรูปคล้ายใบไม้และลายท่อนพวงมาลัย 3) จานรองที่ก้นจานมีรูตรงกลางสำหรับสวมเดือย 4) ชุดฐานซึ่งทำเป็นรูปเทพธิดามีปีกส่วนลำตัวเป็นแท่งแก้วโปร่ง 8 เหลี่ยม ใต้ปีกเป็นขา ยึดกับส่วนฐานทั้งสองข้างยึดไว้ด้วยน็อต ตัวฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีข้อความสลักไว้ โดยรอบทั้ง 4 ด้านดังนี้ "ข้าราชการเมืองบุรีรัมย์ให้พระภิรมย์บุรีรัตน์ ศก๑๓๐"


วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.9 นครราชสีมา นำโดย นางกันยา แต้เจริญวิริยะกุล ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.9 นครราชสีมา ร่วมกิจกรรม วันวิชาการโรงเรียนวัดสุทธจินดา กิจกรรมประกอบด้วย บริการหนังสือเคลื่อนที่ Read me a book เล่านิทาน แจกหนังสือ



ขอเรียนเชิญผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมงาน Creative Fine Arts 2015: เศรษฐกิจสร้างสรรค์จากทุนทางวัฒนธรรม ประจำปีงบประมาณ 2558 ของกรมศิลปากร ระหว่างวันที่ 14 - 16 สิงหาคม 2558 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร


black ribbon.