ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,701 รายการ



ประกาศห้ามวิ่งห้อม้าและขับล้อเกวียนในถนนและบนสะพานที่เมืองนครเชียงใหม่         เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน รัตนโกสินทร์ศก ๑๒๓ ตรงกับสมัยของเจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ ๘ พระยาสุรสีห์วิศิษฐศักดิ์ ข้าหลวงใหญ่มณฑลพายัพ ได้ส่งประกาศของเค้าสนามหลวงนครเชียงใหม่ เรื่องห้ามมิให้ราษฎรวิ่งห้อม้าและขับรถล้อเกวียนในถนนและบนสะพานในนครเชียงใหม่ ไปยังศาลาว่าการมหาดไทย เพื่อขอพระบรมราชานุญาตใช้เป็นกฎหมายในนครเชียงใหม่ต่อไป         เนื่องจากถนนในเวียง นอกเวียงและบนสะพานแม่น้ำปิงมีผู้ควบขับล้อเกวียนและขี่ม้าทำให้เกิดอันตรายแก่คนเดินทาง เป็นเหตุให้ถนนหนทางชำรุดทรุดโทรมเสียหายอยู่เนือง ๆ จึงออกประกาศฉบับนี้ขึ้น ความว่า         ข้อ ๑ ตั้งแต่วันออกประกาศนี้ไป ห้ามมิให้ผู้ใดขี่ ควบสัตว์พาหนะ มีม้า โค กระบือ วิ่งห้อตามถนนหรือบนสะพาน         ข้อ ๒ ห้ามมิให้ผู้ใดขับรถล้อเกวียนวิ่งบนสะพาน         ข้อ ๓ ถ้าผู้ใดฝ่าฝืนทำผิดประกาศนี้ จะปรับเป็นเงินพินัยไม่เกิน ๒0 บาท หรือจำขังไม่เกิน ๑ เดือน         ข้อ ๔ ที่ซึ่งห้ามตามประกาศนี้ คือถนนในเวียงทุกสาย แลถนนเจริญประเทศ ถนนท่าแพ ถนนราชวงศ์ ถนนวิชยานนท์ ถนนริมน้ำฝั่งตะวันออกตั้งแต่วัดลีโกง ไปถึงสะพานแข่งม้าบ้านท่าสะตอยกับสะพานแม่น้ำปิง         ข้อ ๕ ให้แขวง แคว้น แก่บ้านแลพลตำรวจภูธรเป็นผู้ดูแลตรวจตราจับกุมผู้ทำผิดประกาคนี้ภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่. ภาพส่วนบุคคล ชุด นายบุญเสริม สาตราภัย.อ้างอิง สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. เอกสารกรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่ ๕ กระทรวงมหาดไทยร.๕ ม ๕๘ เรื่องประกาศไม่ให้วิ่งห้อม้าแลขับรถล้อเกวียนในถนนและบนสะพานในเมืองนครเชียงใหม่ (๖ มีนาคม ๑๒0 - ๑ มกราคม ๑๒๓)


เลขทะเบียน : นพ.บ.418/4ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 46 หน้า ; 4 x 52 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดา มีฉลากไม้ชื่อชุด : มัดที่ 148  (81-85) ผูก 4 (2566)หัวเรื่อง : ปิฎก--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.555/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 16 หน้า ; 5 x 58 ซ.ม. : ชาดทึบ-รักทึบ-ลานดิบ-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 182  (311-323) ผูก 1 (2566)หัวเรื่อง : สองธรรม--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อเรื่อง : ประชุมพงศาวดารภาคที่ 50 เรื่องตำนานเมืองระนอง พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ ทรงเรียบเรียง สมาชิกในสกุลณระนองพิมพ์ทูลเกล้าฯ ถวาย สนองพระเดชพระคุณ เมื่อเสด็จเลียบมณฑลภูเก็ต พ.ศ.2471 ชื่อผู้แต่ง : ดำรงราชานุภาพ,กรมพระยาพระเจ้าบรมวงศ์เธอ ปีที่พิมพ์ : 2471 สถานที่พิมพ์ : พระนคร สำนักพิมพ์ : โสภณพิพรรฒธนากรจำนวนหน้า : 168 หน้า สาระสังเขป : หนังสือประชุมพงศาวดารภาคที่ 50 เล่มนี้ มีทั้งหมด 6 ตอน ตอนที่ 1 ตำนานเมืองระนองในโบราณสมัย ตอนที่ 2 ยกเมืองระนองขึ้นเป็นหัวเมืองจัตวา ตอนที่ 3 เรื่องตั้งข้าหลวงประจำหัวเมืองฝ่ายตะวันตก ตอนที่ 4 รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่เมืองระนอง ตอนที่ 5 รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ เมืองระนอง และลำดับวงศ์สกุล ณ ระนอง ชั้นที่ 1 - 3 ภายในเล่มมีภาพประกอบ พร้อมด้วยแผนที่พระราชอาณาจักร์สยาม




เปลื้อง  ณ นคร.  คู่มือพุทธประวัติและอิลราชคำฉันท์ (หนังสืออ่านวรรณคดี ชุดครูมัธยม).  พระนคร: ไทยวัฒนาพานิช, ๒๔๙๗.           คู่มือพุทธประวัติและอิลราช คำฉันท์ เป็นหนังสืออ่านวรรณคดี ชุดครูมัธยม โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น ๒ หมวด ได้แก่ ๑. แนวทางในการศึกษาพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับพุทธประวัติ พระนิพนธ์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส และ ๒. อิลราชคำฉันท์ เป็นคำประพันธ์ประเภทฉันท์ที่ใช้กับข้อความที่มีทำนองเคร่งเครียด ศักดิ์สิทธิ์จึงมักแต่งคำนมัสการด้วยฉันท์แบบนี้



          กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร ขอแจ้งงดการถ่ายทอดสด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๖ สามารถติดตามชมได้ในวันพฤหัสบดีถัดไป           รายการ “ไขความรู้จากครูกรมศิลป์” เป็นกิจกรรมในโครงการเผยแพร่มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ถ่ายทอดสดผ่านเฟสบุ๊กไลฟ์ (Facebook Live) ของกรมศิลปากร จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ประวัติศาสตร์ องค์ความรู้ด้านมรดกศิลปวัฒนธรรม ออกสู่สาธารณชน จัดโดยกลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ และศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม กรมศิลปากร          มีรูปแบบเนื้อหาของรายการเกี่ยวกับประวัติความเป็นไทย เกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญ ประเพณี วัฒนธรรม วีถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ผ่านการบอกเล่า ถ่ายทอดความรู้ แนวความคิด เนื้อหาวิชาการ จากประสบการณ์ของผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร กำหนดถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live ทุกวันพฤหัสบดี เวลา ๑๑.๐๐ น. ติดตามชมได้ผ่านทาง Facebook Fanpage : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook Fanpage : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร หรือสามารถติดตามย้อนหลังได้ทาง Youtube : กรมศิลปากร


-- องค์ความรู้จากเอกสารจดหมายเหตุ : ผักไม่ใช่ผัก -- " ผักสามหาว " คือคำสุภาพที่ถูกบัญญัติขึ้นใช้เรียก " ผักตบชวา " พืชที่ไม่ใช่ผักสำหรับรับประทาน เติบโตได้ดีทั้งบนผิวน้ำและริมตลิ่ง ออกดอกสีม่วงสวยงาม แต่... ขยายพันธุ์ได้เองอย่างรวดเร็ว เมื่อลอยไปตามแม่น้ำลำคลองจะแพร่กระจายไปหลายพื้นที่ จึงเป็นปัญหาที่ภาครัฐกับเอกชนช่วยกันกำจัดมาโดยตลอด. ปี 2515 กระทรวงมหาดไทยมีหนังสือราชการแจ้งเวียนถึงผู้ว่าราชการทุกจังหวัดให้ใช้พระราชบัญญัติสำหรับกำจัดผักตบชวา พ.ศ. 2456 กำจัดให้หมดสิ้นทั้งประเทศ โดยระบุสาระสำคัญตอนหนึ่งว่า " หากผักตบชวามีขึ้นในที่ของผู้ใด ให้ถือว่าเป็นหน้าที่ของผู้นั้นต้องทำลาย " อีกทั้ง " บุคคลใดปลูกเลี้ยง ปล่อยให้มีขึ้น หรือทิ้งลงแม่น้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง มีความผิด " ส่วนวิธีการกำจัดนั้น " ให้เอาขึ้นบกตากแห้งแล้วเผาไฟ หรือใช้ยากำจัดศัตรูพืชฉีดพ่นให้ตาย ". ต่อมา มีเอกสารราชการของผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย รับทราบแนวทางปฏิบัติและแจ้งให้ทุกอำเภอจัดการพร้อมกับรายงานกลับมาให้ทราบด้วย ซึ่งภายในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือน นายอำเภอคีรีมาศกับนายอำเภอบ้านด่านลานหอยรายงานว่า " ในท้องที่ของตนไม่มีผักตบชวาแต่อย่างใด " แต่ได้กำชับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองดำเนินการกวดขันเอาใจใส่สม่ำเสมอ. นับได้ว่าเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่ในพื้นที่ไม่มีผักตบชวา เพราะใครๆ ทราบดีว่าการกำจัดผักตบชวา ไม่ง่าย ใช้ระยะเวลาพอสมควร วัชพืชชนิดนี้ขึ้นที่ใด ลอยอยู่บริเวณไหน มักทำให้พืชเศรษฐกิจใกล้เคียงล้มตาย เรือไม่สามารถสัญจรขึ้นล่องแม่น้ำลำคลองได้ . อย่างไรก็ตาม ถึงแม้การกำจัดดังกล่าวข้างต้นจะแข็งขันเพียงใด แต่พระราชบัญญัติกำจัดผักตบชวาประกาศใช้มาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) และปี 2515 ก็ยังใช้บังคับต่อเนื่อง ย่อมแสดงให้เห็นว่า การกำจัดผักตบชวาไม่ได้ผลสม่ำเสมอ และปัจจุบันยังเป็นปัญหาระดับชาติ ซึ่งก็ไม่แน่ว่า หลักฐานจากเอกสารจดหมายเหตุในอนาคตอาจมีการกล่าวถึง " ผักที่ไม่ใช่ผัก " นี้อีกเช่นกัน.ผู้เขียน: นายธานินทร์ ทิพยางค์ (นักจดหมายเหตุ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา).เอกสารอ้างอิง: หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา. เอกสารสำนักงานปกครองจังหวัดสุโขทัย สท 1.2.1/85 เรื่อง การกำจัดผักตบชวา [ 18 ต.ค. - 21 พ.ย. 2515 ].#จดหมายเหตุ #องค์ความรู้จากจากจดหมายเหตุ #หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯพะเยา #เอกสารจดหมายเหตุ


ชื่อเรื่อง                     ธมฺมปทวณฺณนา ธมฺมปทฏธกถา ขุทฺทกนิกายฏธกถา (ธมฺมปทขั้นต้น, คาถาธมฺมปท)อย.บ.                       244/18ประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                   พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ               60 หน้า : กว้าง 4.7 ซม. ยาว 53.5 ซม.หัวเรื่อง                     พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก           เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ ตรงกับวันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงมีพระปณิธานอย่างแรงกล้าที่จะฟื้นฟูความสมดุลของ ธรรมชาติ โดยทรงปลูกและบำรุงรักษาต้นไม้ด้วยพระองค์มาตลอดพระชนม์ชีพ ในการนี้พระองค์ทรงให้ความสําคัญของการบํารุงรักษาต้นไม้ที่ปลูกว่ามีความสําคัญ และน่าเป็นห่วงมากกว่าการปลูก และเพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงงานพัฒนาชนบทของประเทศไทย โดยเฉพาะการฟื้นฟูสมดุล ของธรรมชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอคณะรัฐมนตรีกําหนดให้วันคล้ายวัน พระราชสมภพของพระองค์ คือ วันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันบํารุงรักษาต้นไม้ประจําปีของชาติ คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2533 อนุมัติในหลักการให้วันที่ 21 ตุลาคม เป็นวันบำรุงรักษาต้นไม้ประจำปีของชาติ และให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปดําเนินการระดมความเห็นจากบุคคลทั่วไปเพื่อกําหนดชื่อที่เหมาะสมสําหรับวันดังกล่าว ปรากฏว่าชื่อที่เหมาะสม คือ “วันรักต้นไม้ประจําปีของชาติ” ได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีรับทราบแล้ว จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น "วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ" เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2533 ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้มีโอกาสแสดงความเสียสละ แรงกาย แรงใจ ความสามัคคี น้อมเกล้าฯถวายเป็นราชสักการะแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ด้วยการบำรุงรักษาต้นไม้ที่ปลูกไว้ตามสถานที่ต่างๆ อันเป็นช่วงปลายฤดูฝนของทุกปี มีจุดมุ่งหมาย คือ 1. เพื่อบํารุงรักษาต้นไม้ที่ปลูกไว้ตามโครงการและสถานที่ต่างๆ รวมทั้งการปลูกซ่อม ต้นที่ตายให้สามารถเจริญเติบโตขึ้นปกคลุมพื้นที่โดยเร็ว 2. เพื่อชี้นําให้ประชาชนร่วมมือร่วมใจกันบํารุงรักษาต้นไม้ที่ปลูกไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น การให้ปุ๋ย พรวนดิน ถากถางวัชพืขที่โคนต้นไม้ หรืออื่นๆโดยพร้อมเพรียงกัน 3. เพื่อให้ประชาชนเห็นความสําคัญของการบํารุงต้นไม้ที่ปลูกไว้ อันจะบรรลุวัตถุประสงค์ ของการอนุรักษ์พื้นที่สีเขียว 4. เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทิตาถวายเป็นราชสักการะแด่สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี โดยเข้าร่วมกิจกรรมในวันสําคัญดังกล่าว ซึ่งกรมป่าไม้ได้จัดให้มีการบํารุงรักษาต้นไม้ทุกปี


ชื่อเรื่อง                     พระราชประวัติและพระนิพนธ์บางเรื่องในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้แต่ง                       กรมศิลปากรประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากหมวดหมู่                   ชีวประวัติ ประวัติบุคคลเลขหมู่                      923.1593 จ196ปพสถานที่พิมพ์               พระนครสำนักพิมพ์                 โรงพิมพ์พระจันทร์ปีที่พิมพ์                    2505ลักษณะวัสดุ               108 หน้า หัวเรื่อง                     ชีวประวัติ ภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก- เรื่องพระราชประวัติในรัชกาลที่ 4 ตั้งแต่แรกทรงผนวชตลอดสวรรคาลัยโดยความย่อ / สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์- ปฐมวงศ์ / พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว- ตำนานพระแก้วมรกต: พระบรมราชาธิบายและคาถาตำนานพระแก้วมรกต / พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว- คำแปลตำนานพระแก้วมรกต / พันพุฒอนุราช (สิน) แปล- ตำนานพระแก้วมรกต: สำหรับอาลักษณ์อ่านในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม วันสวดมนต์เย็นพระราชพิธีศรีสัจจปานกาล / พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว


           กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน "มหาชาติคำหลวง : วรรณคดีประกอบพิธีกรรมที่สืบทอดจากกรุงศรีอยุธยาสู่กรุงรัตนโกสินทร์" วิทยากร นางสาวชนิดา สีหามาตย์ นักอักษรศาสตร์ชำนาญการ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ และนายปารเมศ อภัยฤทธิรงค์ นักอักษรศาสตร์ปฏิบัติการ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ผู้ดำเนินรายการ นางกมลชนก พรภาสกร นักวิชาการโสตทัศนศึกษา กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ เวลา ๑๑.๐๐ - ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร            รายการ “ไขความรู้จากครูกรมศิลป์” มีรูปแบบเนื้อหาของรายการเกี่ยวกับประวัติความเป็นไทย เกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญ ประเพณี วัฒนธรรม วีถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ผ่านการบอกเล่า ถ่ายทอดความรู้ แนวความคิด เนื้อหาวิชาการ จากประสบการณ์ของผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร กำหนดถ่ายทอดสดผ่าน Facebook live ทุกวันพฤหัสบดี สามารถติดตามชมผ่านทาง Facebook Fanpage กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร ทุกวันพฤหัสบดี เวลา ๑๑.๐๐ น.


black ribbon.