ค้นหา


กรมศิลปากรขอเชิญชมนิทรรศการออนไลน์ “หอจดหมายเหตุ: พลังแห่งสังคมความรู้ (Archives: Empowering Knowledge Societies)”           กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดย สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติส่วนภูมิภาค ร่วมกับภาคีเครือข่ายหอจดหมายเหตุ ขอเชิญชม นิทรรศการออนไลน์ “หอจดหมายเหตุ: พลังแห่งสังคมความรู้ (Archives: Empowering Knowledge Societies)” ระหว่างวันที่ ๙ มิถุนายน – ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๓ ทางเว็บไซต์ www.nat.go.th           เนื่องในวันจดหมายเหตุสากล (๙ มิถุนายน) และวันแห่งการสถาปนาหอจดหมายเหตุแห่งชาติ (๑๘ สิงหาคม) สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติส่วนภูมิภาค ร่วมกับภาคีเครือข่ายหอจดหมายเหตุ กำหนดจัดนิทรรศการออนไลน์ “หอจดหมายเหตุ: พลังแห่งสังคมความรู้ (Archives: Empowering Knowledge Societies)” ในรูปแบบนิทรรศการเสมือนจริง ประกอบด้วย           • ทำความรู้จักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ หอจดหมายเหตุแห่งชาติส่วนภูมิภาค ภาคีเครือข่าย หอจดหมายเหตุ           • ชมเอกสารจดหมายเหตุชิ้นสำคัญของชาติ           • รับชมการถ่ายทอดสดเสวนาออนไลน์ ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับ “งานจดหมายเหตุ” ผ่านทาง Facebook Live : สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ พร้อมร่วมสนุกรับของที่ระลึกในระหว่างการถ่ายทอดสด โดยวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๓ เวลา ๑๔.๐๐ – ๑๕.๓๐ น. ชมการเสวนาเรื่อง จดหมายเหตุส่วนบุคคล: เครือข่ายสังคมความรู้ (Private Archives: Networking Knowledge Society) ร่วมเสวนาโดย ศาสตราจารย์ พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ และ ผศ.ดร. พีรศรี โพวาทอง ดำเนินรายการโดย ราศี บุรุษรัตนพันธุ์           ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ www.nat.go.th และ facebook: สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ





ประเด็นข่าวสำคัญ   ไทยคืนโบราณวัตถุศตวรรษ ๑๕ - ๑๖ ให้เขมร   วธ.ผนึก ททท.เชิดชูศาสนา - วัฒนธรรม จัดท่องเที่ยวชุมชนวิถีไทย   สศร.เล็งจัดแข่งขันโอลิมปิกศิลปะ   ศูนย์มานุษยวิทยาเทิดพระเทพฯ ผุด "แสดงพื้นบ้านอาเซียน" ๔ ก.ย.เอกสารเเนบ



เว็ปไซต์หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร อุบลราชธานี : www.finearts.go.th/ubonarchives      ในปีพ.ศ.๒๕๓๗  กรมศิลปากรได้อนุมัติงบประมาณและใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์ซึ่งเป็นสนามม้าเดิม ตั้งอยู่ที่ ๗๔ หมู่ ๑๐ ถ.เลี่ยงเมือง ต.แจระแม อ.เมือง  จ.อุบลราชธานี ในเนื้อที่ ๒๐ ไร่ ก่อสร้างอาคารซึ่งมีลักษณะเป็นอาคารคอนกรีตแข็งแรง ๓ ชั้น หลังคาทรวงไทย ส่วนยอดหลังคาทำเป็นองค์พระธาตุพนมสัญลักษณ์แห่งพื้นถิ่น        เนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมายุครบ ๔๕ พรรษา กรมศิลปากรได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตให้เป็นอาคารเฉลิมพระเกียรติซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า "หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อุบลราชธานี" และเสด็จพระราชดำเนินมาทรงวางศิลาฤกษ์  ในวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๓๘  เวลา ๑๕.๐๐ น. เพื่อเป็นสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลแก่หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ  สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อุบลราชธานีสืบไป  การก่อสร้างอาคารแล้วเสร็จในปีพ.ศ. ๒๕๓๙          ปัจจุบัน หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร  อุบลราชธานี เป็นหน่วยงานส่วนกลาง สังกัดสำนักศิลปากรที่ ๑๑ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม         หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อุบลราชธานี มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับงานเอกสารของส่วนราชการต่างๆ ครอบคลุมทั้ง ๒๐ จังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยดำเนินการในด้านต่างๆ ดังนี้        ๑. งานรวบรวมเอกสาร พิจารณา ตรวจสอบ ติดตาม รับมอบเอกสารของส่วนราชการที่ครบอายุการเก็บรักษา รวมทั้งการรวบรวมและรับมอบเอกสารจากเอกชน        ๒. งานเอกสารสำคัญ  คัดเลือกและประเมินคุณค่าเอกสารที่รวบรวมได้ให้เป็นเอกสารจดหมายเหตุ แล้วนำมาจัดหมวดหมู่และทำเครื่องมือช่วยค้นคว้า        ๓. งานบันทึกเหตุการณ์ ดำเนินการรวบรวมข้อมูล สังเกตการณ์  และบันทึกเหตุการณ์สำคัญในท้องถิ่นเพื่อนำมาจัดทำเป็นจดหมายเหตุ        ๔. งานบริการ ให้บริการเอกสารจดหมายเหตุในการศึกษา ค้นคว้า วิจัยและจัดกิจกรรมเผยแพร่งานจดหมายเหตุ    



          นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร ตรวจความคืบหน้าในการเตรียมการจัดนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๓ เรื่อง "ศิลปวิทยาการจากสาส์นสมเด็จ" ณ พระที่นั่ง ศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร           พุทธศักราช ๒๕๐๕ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ประกาศยกย่องพระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย คือสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก นับเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับเกียรติ ปีถัดมานายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เป็นคนไทยคนที่สองที่ได้รับการประกาศยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกประจำปี ๒๕๐๖ นักปราชญ์ทั้งสองพระองค์ ทรงมีคุณูปการในการวางรากฐานการศึกษา อนุรักษ์ และสืบทอดมรดกศิลปวัฒนธรรม ในยุคแรกเริ่มของการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี และศิลปกรรมของสยามหรือประเทศไทย ครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นต้นมา          ในช่วงบั้นปลายพระชนม์ชีพ ทั้งสองพระองค์ได้มีจดหมายแลกเปลี่ยนพระดำรัส ตอบข้อวินิจฉัยในสรรพวิทยาระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง ด้วยจดหมายซึ่งเขียนด้วยลายพระหัตถ์นี้ ประกอบด้วย พระวิจารณ์และถ้อยอรรถาธิบายในเรื่องต่างๆ เป็นหลักฐานหนักแน่น เป็นเสมือนคัมภีร์บันทึกองค์ความรู้ในศาสตร์และศิลป์หลายแขนงสำหรับผู้ศึกษาด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปกรรมในประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๐๐ เป็นต้นมา จึงมีการรวบรวมจดหมายโต้ตอบดังกล่าวตีพิมพ์ในวารสารศิลปากร และเรียบเรียง จัดพิมพ์เป็นหนังสือ “สาสน์สมเด็จ” ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนามาเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ และด้วยสาระความรู้ในหนังสือ ครอบคลุมเนื้อหางานอันเป็นภารกิจของกรมศิลปากรทุกแขนง กรมศิลปากรจึงพิจารณาเลือกสาระความรู้จากพระวินิจฉัยทั้งสองพระองค์ในหนังสือสาสน์สมเด็จ มานำเสนอประกอบโบราณวัตถุที่พบร่วมสมัย ผนวกเข้ากับผลการทำงานสาขาต่างๆ ของ กรมศิลปากร ที่ได้สืบทอดองค์ความรู้ ศึกษาวิจัยเพิ่มเติมต่อมาจนได้พบหลักฐาน ขยายความองค์ความรู้จากพระวินิจฉัยให้กว้างขวางและชัดเจนยิ่งขึ้นในปัจจุบัน นำเสนอเป็นนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี ๒๕๖๓ ภายใต้หัวข้อ “ศิลปวิทยาการจากสาสน์สมเด็จ” ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร           นิทรรศการพิเศษศิลปวิทยาการจากสาสน์สมเด็จนี้ ประกอบด้วยโบราณวัตถุจัดแสดงจำนวน กว่า ๓๐๐ รายการ และสื่อมัลติมีเดีย ภายใต้หัวเรื่องย่อยที่ลำดับเรื่องจากปฐมบทสองสมเด็จ ไปสู่สรรพวิทยา ความรู้แขนงต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับภารกิจของกรมศิลปากร ได้แก่ พิพิธภัณฑวิทยา นาฏศิลป์ดนตรี ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ภาษา หนังสือ และศิลปกรรม ในพื้นที่ ๑,๐๐๐ ตารางเมตร ของพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมหลังจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดนิทรรศการแล้ว


THAI CULTURE, NEW SERIES No. 5 THAI LACQUER WORKS BY PROFESSOR SILPA BHIRASRI





          การเสด็จฯ เมืองเพชรบุรีของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) ในเดือนอ้าย พุทธศักราช ๒๔๐๑ พระองค์ได้ทอดพระเนตรภูมิสถานของเมืองเพชรบุรีโดยตลอด จึงได้มีพระราชดำริที่จะสร้างพระราชวังขึ้น สำหรับประทับแรมในเวลาเสด็จฯ เมืองเพชรบุรีบนเขาสมณ            หลังจากโปรดเกล้าฯ ให้พระพรหมบริรักษ์ออกมาสำรวจพื้นที่กับเจ้าเมืองเพชรบุรีแล้ว ในพุทธศักราช ๒๔๐๑ จึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิธีก่อพระฤกษ์ก่อสร้างพระที่นั่งของพระราชวังใหม่ซึ่งสร้างขึ้นบนเขาสมณ ได้พระราชทานนามพระที่นั่งองค์นั้นว่า พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ ในหมายรับสั่งครั้งรัชกาลที่ ๔ ได้ระบุวันเวลาในการก่อฤกษ์พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ไว้ว่า ครั้ง ณ วันขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๘ ปี เอกศก จุลศักราช ๑๒๒๑ เป็นปีที่ ๘ แห่งรัชกาล (ตรงกับวันที่ ๗ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๐๒)           การก่อสร้างพระราชวังแห่งใหม่ที่เมืองเพชรบุรีในครานั้น ในพระราชพงศาวดาร ปรากฏนามบุคคลสำคัญ ๒ ท่าน ผู้มีส่วนในการก่อสร้าง ท่านแรกคือ เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) สมุหพระกลาโหม ดูแลหัวเมืองฝ่ายใต้ เป็นแม่กองในการก่อสร้าง พระเพชรพิไสยศรีสวัสดิ์ (ท้วม บุนนาค) ปลัดเมืองเพชรบุรี บุคคลทั้งสองนี้ ในเวลาต่อมาจะได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์สูงขึ้น กล่าวคือ เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ในสมัยต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ก่อนจะได้รับบรรดาศักดิ์สูงสุดเป็นสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ และพระเพชรพิไสยศรีสวัสดิ์ (ท้วม บุนนาค) ต่อมาได้รับราชการในพระนคร และได้เป็นเสนาบดีว่าการต่างประเทศ บรรดาศักด์สุดท้ายคือ เจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี   ภาพถ่ายเก่าพระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท ข้อมูล/ภาพ : นายณัฐพล ชัยมั่น ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี


          วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดห้องสมุดในพิพิธภัณฑ์พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และงานแถลงข่าว”เปิดรับสมัครเข้าประกวดฝีมือช่างอนุรักษ์ระดับชาติ” และกิจกรรมโรงเรียนอนุรักษ์อาคารไม้ พร้อมด้วยนายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร พล.ต.ท.วิชิต ปักษา ประธานมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในพระราชอุปถัมภ์ฯ นายภัคพงศ์ ทวิวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และนายชิเกรุ อาโอยากิ ผู้อำนวยการองค์การยูเนสโก กรุงเทพมหานคร ร่วมการแถลงข่าว โดยมีสื่อมวลชน และผู้มีเกียรติร่วมในพิธี ณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี หลังจากนั้น ได้นำประธานและสื่อมวลชนเยี่ยมชมห้องสมุดฯ โดยมีกิจกรรม”วิธีสมุดบันทึก” พร้อมเยี่ยมชมอาคารปฏิบัติงานไม้เพื่อการอนุรักษ์ และงานไม้อนุรักษ์ในพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน          นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน นับว่าเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของแผ่นดินที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใช้จัดแสดงนิทรรศการที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ไทย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และมีความเหมาะสมเป็นแหล่งเรียนรู้ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการพัฒนาห้องสมุดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ในพิพิธภัณฑ์ ที่จะสร้างพื้นที่เรียนรู้ให้เกิดประโยชน์ขึ้นในท้องถิ่น และเผยแพร่องค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่อย่างกว้างขวาง ในการค้นคว้าหาข้อมูลประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ขนบธรรมเนียมประเพณี พระราชประวัติและงานศิลปะในสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โครงการนี้จัดขึ้นมีวัตถุประสงค์ให้พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นต้นแบบห้องสมุดในพิพิธภัณฑ์ เป็นแหล่งเรียนรู้ประจำพิพิธภัณฑ์ภายในท้องถิ่น เป็นศูนย์เผยแพร่องค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับพระราชนิเวศน์มฤคทายวันและองค์ความรู้อื่น ๆ แก่เด็ก เยาวชน และบุคคลทั่วไป