ค้นหา

จากคำค้น "สถานการณ์" พบรายการทั้งหมด 261 รายการ

          นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า จากการที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ในบางจังหวัดได้ผ่อนคลายลงและสามารถผ่อนปรนให้ประชาชนในพื้นที่สามารถดำเนินการหรือจัดกิจกรรมบางอย่างได้ กรมศิลปากรจึงออกประกาศเปิดให้บริการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ โบราณสถานที่เก็บค่าเข้าชม หอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ รวมถึง โรงละครแห่งชาติ หอจดหมายเหตุนายกรัฐมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ และหอเกียรติยศ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๑ ตั้งแต่วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๔          ทั้งนี้ กรณีที่จังหวัดใดมีประกาศหรือคำสั่งให้ปิดสถานที่และ/หรือขยายระยะเวลาปิดสถานที่ที่เสี่ยง ต่อการแพร่กระจายโรค COVID-19 เป็นการชั่วคราว ให้แหล่งเรียนรู้ในสังกัดของกรมศิลปากรที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนั้น ปิดให้บริการตามระยะเวลาที่ประกาศหรือคำสั่งของจังหวัดกำหนด โดยไม่ต้องเสนอเรื่องให้อธิบดีกรมศิลปากรพิจารณาอนุญาต แต่ให้รายงานเพื่อทราบ พร้อมย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ยึดหลัก D-M-H-T-T ได้แก่ D – Distancing เว้นระยะห่างไว้ M – Mask Wearing ใส่แมสก์กัน H – Hand Washing หมั่นล้างมือ T – Testing ตรวจวัดอุณหภูมิ T – Thai Cha Na ใช้แอปพลิเคชั่นไทยชนะ


          เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ที่มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและขยายวงกว้าง และกรมศิลปากรประกาศปิดแหล่งแหล่งเรียนรู้มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ เป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) นั้น กรมศิลปากร ขอเชิญชวนประชาชน "เที่ยวทิพย์" ท่องเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์ทั่วประเทศแบบออนไลน์ ร่วมเรียนรู้และเข้าถึงข้อมูลศิลปวัฒนธรรมได้ง่ายๆ จากที่บ้าน โดยรับชมผ่านทางเว็บไซต์ virtualhistoricalpark.finearts.go.th          กรมศิลปากรได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้พัฒนาระบบอุทยานประวัติศาสตร์เสมือนจริง (Virtual Historical Park) รวบรวมอุทยานประวัติศาสตร์ทั่วประเทศ มาไว้บนเว็บไซต์ http://virtualhistoricalpark.finearts.go.th โดยบอกเล่าประวัติความเป็นมา มีภาพแผนที่โบราณสถาน และภาพโบราณสถานให้ได้ชม รวมทั้งภาพมุมสูง ซึ่งทำให้มองเห็นอุทยานประวัติศาสตร์โดยรอบ สามารถขยายภาพ และฟังเสียงบรรยายเข้าถึงเสมือนได้ชมในสถานที่จริง


สวัสดีครับ กลับมาพบกับ #พี่นักโบ อีกครั้ง โดยมาพร้อมกับข้อมูลด้านโบราณคดี เกร็ดเล็กๆ ต่างๆ ของโบราณวัตถุสถานในเขตพื้นที่อีสานใต้ของเราติดไม้ติดมือมานำเสนอเสมอ . สำหรับวันนี้ พี่นักโบ ขอนำทุกๆคน มายัง #ปราสาทพนมวัน ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองนครราชสีมา #จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นศาสนสถานที่ปรากฏการใช้งานมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 15 สืบเนื่องถึงปัจจุบัน โดย ประเด็นที่จะหยิบยกมาเล่าในวันนี้ คือ จารึกทั้ง 8 หลัก ที่เราพบจากปราสาทพนมวัน ซึ่งกำหนดอายุสมัยอยู่นช่วงพุทธศตวรรษที่ 15-17 นั่นเองครับ . จากการดำเนินการบูรณะปราสาทพนมวัน ด้วยวิธีอนัสติโลซิส ซึ่งแล้วเสร็จในปี 2543 นั้น เราได้ค้นพบ #จารึก ที่ปราสาทพนมวัน จำนวน 8 หลัก โดยปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมหาวีรวงศ์ อำเภอเมืองนครราชสีมา 1 หลัก (จารึกหลักที่ 7) และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย จังหวัดนครราชสีมา 2 หลัก (จารึกหลักที่ 1 และ ส่วนอีก 5 หลัก ปัจจุบันยังอยู่ที่ตำแหน่งกรอบประตูตัวข้างของปราสาทประธาน (ดูแผนผังประกอบ) . ผลการศึกษาวิเคราะห์และการกำหนดอายุจารึกปราสาทพนมวันจารึกปราสาทพนมวัน สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ #กลุ่มที่1 ได้แก่ จารึกหลักที่ 1 มีอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15 ดังปรากฏพระนามของกษัตริย์ 2 พระองค์ คือ พระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 (พ.ศ.1420 – พ.ศ.1432) และพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 (พ.ศ.1432 – พ.ศ.1443) #กลุ่มที่2 ได้แก่ จารึกหลักที่ 2 และหลักที่ 5 มีอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 ดังปรากฏพระนามของกษัตริย์ 2 พระองค์ คือ พระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 (พ.ศ.1545 – พ.ศ.1593) และ พระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 (พ.ศ.1593 – พ.ศ.1609) #กลุ่มที่3 ได้แก่ จารึกหลักที่ 3 จารึกหลักที่ 4 จารึกหลักที่ 6 จารึกหลักที่ 7 และจารึกหลักที่ 8 มีอายุอยู่ในช่วงต้น – กลางพุทธศตวรรษที่ 17 ดังปรากฏพระนามของกษัตริย์ 2 พระองค์ คือ พระเจ้าราเชนทรวรมัน (พ.ศ.1487 – พ.ศ.1511) พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 (พ.ศ.1623 – พ.ศ.1650) . ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการสับสนระหว่างภาพจารึกและข้อความ พี่นักโบ จึงขออนุญาต นำข้อมูลรายละเอียดจารึกทั้ง 8 หลัก แยกใส่ไว้ในรายละเอียดภาพของแต่ละภาพเลยแล้วกันนะครับ พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ สามารถกดเข้าไปอ่านได้เลยครับ . ด้วยช่วงนี้อยู่ในระหว่างการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กรมศิลปากร จึงสั่งการให้ปิดแหล่งเรียนรู้ ต่างๆ ในสังกัดทั้งหมด อาทิ โบราณสถาน อุทยานประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอสมุดแห่งชาติ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ดังนั้น เมื่อสถานการณ์โควิดดีขึ้นแล้ว พี่นักโบ ก็ขอเชิญชวนทุกๆคน มาท่องเที่ยวและเรียนรู้กันโบราณสถานปราสาทพนมวันแห่งนี้ รวมไปถึงแหล่งเรียนรู้ในสังกัดกรมศิลปากรอื่นๆ กันอีกครั้งครับ . ข้อมูลโดย นายนภสินธุ์ บุญล้อม นักโบราณคดีชำนาญการ . แหล่งอ้างอิงข้อมูล พงศ์ธันว์ บรรทม. ปราสาทพนมวัน. กรุงเทพฯ: สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 9 นครราชสีมา. 2544.


          กรมศิลปากร ประกาศปิดการให้บริการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ โบราณสถานที่เก็บค่าเข้าชม หอสมุดแห่งชาติ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ เป็นการชั่วคราว ระหว่างวันที่ ๒๖ เมษายน – ๙ พฤษภาคม ๒๕๖๔ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)           นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ที่มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและขยายวงกว้าง กรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ได้อาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ ประกอบกับข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๑๖ ฉบับที่ ๑๙ และฉบับที่ ๒๐) ออกประกาศปิดสถานที่ต่าง ๆ ในท้องที่ที่รับผิดชอบ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 กรมศิลปากรในฐานะหน่วยงานที่ดูแลแหล่งเรียนรู้มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ หอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ตลอดจนโบราณสถานที่อยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร จึงได้ออกประกาศกรมศิลปากรปิดการให้บริการและการเข้าชมแหล่งเรียนรู้มรดกศิลปวัฒนธรรมในความดูแลของกรมศิลปากรทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ ๒๖ เมษายน – ๙ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรณีของการถ่ายทำภาพยนตร์ในโบราณสถานหรือเขตโบราณสถานที่ได้รับอนุญาตก่อนที่จะมีประกาศฉบับนี้ ให้ถ่ายทำโดยจำกัดจำนวนไม่เกิน ๑๐ คน และต้องดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันควบคุมโรคเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 อย่างเคร่งครัด           นอกจากนี้ ได้ออกมาตรการให้หน่วยงานในสังกัดปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work from Home) มากขึ้น ในอัตราร้อยละ ๗๕ ปรับรูปแบบการประชุมโดยจำกัดจำนวนไม่เกิน ๒๐ คน ร่วมกับการประชุมผ่าน แอปพลิเคชันออนไลน์ พร้อมทั้งกำชับให้มีวินัยในการปฏิบัติตน หลีกเลี่ยงการไปในสถานที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัยของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างเคร่งครัด


กรมศิลปากร โดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เปิดรับสมัครบุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านพิพิธภัณฑ์เข้าร่วมโครงการอบรมพิพิธภัณฑสถานวิทยา (ปีที่ 17) หัวข้อ "พิพิธภัณฑ์ในอาคารเก่า" วันที่ 7 -18 มิถุนายน 2564 (หลักสูตร 10 วัน เว้นวันหยุดราชการ) ณ ห้องประชุมอาคารดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร     วัตถุประสงค์ "เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานด้านพิพิธภัณฑ์ภายในอาคารโบราณสามารถบูรณาการองค์ความรู้ทางด้านพิพิธภัณฑสถานวิทยา รวมถึงหลักการอนุรักษ์ด้านต่างๆ มาประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถพัฒนากิจการพิพิธภัณฑ์ของตนควบคู่กับการอนุรักษ์อาคารโบราณได้อย่างเหมาะสม"     กลุ่มเป้าหมาย "เหมาะสำหรับ ผู้ปฏิบัติงานทางด้านพิพิธภัณฑ์ โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์ภายในอาคารเก่า" รับจำนวนจำกัดเพียง 20 ท่าน เท่านั้น     ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย รับสมัครตั้งแต่วันนี้ - 11 พฤษภาคม 2564 ประกาศผู้ผ่านการคัดเลือก 14 พฤษภาคม 2564 ผ่าน FB. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 021642511     ดำเนินการอบรมภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่า (Covid-19) ดังนี้ 1. ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าห้องอบรม วิทยากร และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน 2. จัดเตรียมที่นั่งระหว่างบุคคล โดยเว้นระยะห่างมากกว่า 1 ม. เพื่อลดการแออัดของผู้เข้าร่วมกิจกรรม 3. เจ้าหน้าที่จะดำเนินการทำความสะอาดสถานที่อบรม อุปกรณ์ต่างๆ ด้วยแอลกอฮอล์และน้ำยาฆ่าเชื้อ ในช่วงระหว่างพักรับประทานอาหารกลางวัน 4. ผู้เข้าอบรม วิทยากร และเจ้าหน้าที่ สวมหน้ากากอนามัย หน้ากากหน้า ตลอดระยะเวลาการอบรม 5. มีจุดบริการแอลกอฮอล์เจลสำหรับทำความสะอาดมือ อย่างทั่วถึง     ทั้งนี้ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากรได้ติดตามสถานการณ์ของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่า (covid-19) อย่างใกล้ชิด หากมีการเปลี่ยนแปลง จะดำเนินการแจ้งให้ทราบในลำดับต่อไป


**ประกาศ** พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ขอยกเลิกกิจกรรมมรดกโลกบ้านเชียง วันที่ ๗-๙ พฤษภาคม ๒๕๖๔ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของCOVID-19 สำหรับกิจกรรมประกวดวาดภาพนั้นขอเลื่อนออกไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและจะแจ้งกำหนดวันแข่งขันให้ทราบต่อไป ผู้ที่สมัครมาแล้วไม่ถูกตัดสิทธิ์นะคะ


          วันศุกร์ที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ วัดไก่เตี้ย เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔ กิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ทำความสะอาดโบราณสถานวัดไก่เตี้ย โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากร ผู้แทนเขตตลิ่งชัน ครูและนักเรียนจากโรงเรียนวัดไก่เตี้ย รวมถึง ประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมกว่า ๑๕๐ คน          อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ ๒ เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้าย วันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นวันอนุรักษ์มรดกไทย เพื่อเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่องานด้านศิลปวัฒนธรรม และทรงเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ กรมศิลปากรจึงได้จัดกิจกรรมเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนเกี่ยวกับการดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยร่วมกับอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม (อส.มศ.) หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในท้องถิ่น จัดกิจกรรมรณรงค์การดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติทั่วประเทศ สำหรับกรุงเทพมหานคร กรมศิลปากร โดยกองโบราณคดี ได้จัดกิจกรรมทำความสะอาดวัดไก่เตี้ย บริเวณโบราณสถาน วิหาร อุโบสถ ลานหน้าอุโบสถ ลานหน้าหอไตร ลานหน้าหอระฆัง ลานหน้าเจดีย์ และทำความสะอาดคัมภีร์ใบลานโดยเจ้าหน้าที่สำนักหอสมุดแห่งชาติ ทั้งนี้ ได้ปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) และดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคติดเชื้อตามหลักสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของวันอนุรักษ์มรดกไทย ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุ เอกสารโบราณ รวมถึงสร้างจิตสำนึกความเป็นเจ้าของวัฒนธรรม และร่วมกันปกป้อง พัฒนาโบราณสถานหรือแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่มีคุณค่าให้คงอยู่ต่อไป           นอกจากนี้ กรมศิลปากร ได้จัดการเสวนาวิชาการ และการแสดงนาฏศิลป์และดนตรี ในงาน สัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔ ให้ประชาชนร่วมกิจกรรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ ๒ – ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔ ตั้งแต่เวลา ๑๕.๐๐ น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร





กรมศิลปากรเตรียมเปิดการแสดงสังคีตศาลา หลัง กทม.ประกาศผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-๑๙ พร้อมนำความบันเทิงและความรู้สู่ประชาชน เริ่มวันเสาร์ที่ ๑๓ กุมภาพันธ์นี้           กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักการสังคีต พร้อมเปิดการแสดงดนตรีสำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา อีกครั้ง เริ่มวันเสาร์ที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ หลังกรุงเทพมหานครออกประกาศผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-๑๙ ตามมติศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (ศบค.)           สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ได้จัดโครงการดนตรีสำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา ปีที่ ๖๔ ใช้ ชื่อรายการว่า “เหมันต์หรรษา สังคีตศาลาพาเพลิน” มีการนำเสนอรายการแสดงเพื่อความบันเทิงหลากหลายรูปแบบจากศิลปินสำนักการสังคีต และการแสดงจากภาคเอกชน ซึ่งล้วนแสดงออกถึงเอกลักษณ์ประจำชาติ อันควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา ๑๗.๐๐ น. - ๑๙.๐๐ น. บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยได้เปิดการแสดงไปแล้วตั้งแต่วันเสาร์ที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ และงดการแสดงเป็นการชั่วคราวในช่วงที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ระลอกใหม่           ขณะนี้ เมื่อมีประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ ๑๘) ได้ผ่อน คลายมาตรการควบคุมโควิด-๑๙ ตามมติศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (ศบค.) กรมศิลปากรจึงเริ่มเปิดการแสดงดนตรีสำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา อีกครั้ง ตั้งแต่วันเสาร์ที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ประเดิมครั้งแรกต้อนรับเทศกาลตรุษจีน กับกิจกรรม “แต่งกายจีนชมโขนไทย” รับชมการบรรเลงขับร้องดนตรีสากล การแสดงชุดอำนวยพรปีใหม่สายใยรักไทย - จีน และการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดรามเกียรติยศทศธรรม ทั้งนี้ ผู้เข้าชม ตลอดจนนักแสดงและเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคโดยเคร่งครัด           ผู้สนใจสามารถเข้าชมการแสดงดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๔ “เหมันต์หรรษา สังคีตศาลาพาเพลิน” ณ สังคีตศาลา เวทีกลางแจ้ง บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา ๑๗.๐๐ – ๑๙.๐๐ น. ระหว่างวันเสาร์ที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๔ รวมมีการแสดงทั้งหมด ๘ ครั้ง ค่าเข้าชมการแสดง ท่านละ ๒๐ บาท จำหน่ายบัตรก่อนการแสดง ๑ ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร (วันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒ และ ๐ ๒๒๒๑ ๐๑๗๑


กรมศิลปากรได้เพิ่มช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลองค์ความรู้มรดกศิลปวัฒนธรรม ทั้งด้านนาฏศิลป์และดนตรี งานด้านโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์ งานด้านภาษา เอกสาร และหนังสือ งานด้านศิลปกรรมและช่างศิลป์ไทย โดยปรับรูปแบบให้สอดคล้องเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ง่ายต่อการสืบค้น ผู้สนใจสามารถติดตามได้ที่ facebook fanpage : องค์ความรู้กรมศิลปากร facebook.com/fineartskm


          นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ส่วนราชการและ หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดการดำเนินการสรรหา การสอบคัดเลือก และการบรรจุแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการหรือปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐเพื่อทดแทนอัตราว่างจากการเกษียณและอัตราตั้งใหม่ที่ได้รับจัดสรรไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้มีการบรรจุแต่งตั้ง เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำงานของประชาชน และบรรเทาผลกระทบของการว่างงานจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นั้น ในส่วนของกรมศิลปากรได้ออกประกาศกำหนดวัน เวลา สถานที่ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ และแนวทางปฏิบัติการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ สังกัดกรมศิลปากร ครั้งที่ ๑/๒๕๖๔ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ในวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ณ โรงเรียนมัธยมวัดดุสิตาราม จำนวน ๗ ตำแหน่ง รวม ๒๐ อัตรา มีผู้สมัครสอบ แข่งขัน รวมทั้งสิ้น ๒๔๘ ราย โดยดำเนินการให้เป็นไปตามแนวทางการจัดระเบียบและระบบต่างๆ คำแนะนำของทางราชการ และมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด           ทั้งนี้ กรมศิลปากรได้กำหนดแนวทางในการสอบแข่งขันฯ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคตามแนบท้ายประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ ๑๘) ลงวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๔ โดยผู้เข้าสอบที่ต้องเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด หรืออยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กำหนด ผู้ที่เข้ามาบริเวณสนามสอบทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา และต้องได้รับการตรวจคัดกรองอาการตามแนวทางการป้องกันโรค วัดอุณหภูมิร่างกายไม่เกิน ๓๗.๕ องศาเซลเซียส มีการจัดเตรียมสถานที่สอบและอุปกรณ์ป้องกันโรค เช่น จัดให้มีช่องทางเข้าและออกบริเวณสนามสอบเพียงช่องทางเดียว จัดให้มีการลงทะเบียนผู้เข้าสอบเพื่อประโยชน์ในการติดตามกรณีพบผู้ป่วยและผู้สัมผัสที่เข้ามาบริเวณสนามสอบ จัดห้องสอบให้มีระยะห่างระหว่างกันอย่างน้อย ๑ เมตร จัดพื้นที่ให้ผู้เข้าสอบที่มาจากพื้นที่เสี่ยงเป็นการเฉพาะ จัดให้มีจุดล้างมือด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล จัดทำป้ายคำแนะนำ สัญลักษณ์เตือน เพื่อให้ผู้เข้าสอบปลอดภัยและสอดคล้องกับมาตรการป้องกันโรค




black ribbon.