ค้นหา
จากคำค้น "สรุป" พบรายการทั้งหมด 631 รายการ
ประวัติความเป็นมาตำนานโยนก ของพระยาประชากิจกรจักร (แช่ม บุญนาค) ปริเฉทที่ ๙ ว่าด้วยศึกสงครามกับกรุงละโว้ จัดพิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๖ หน้า ๒๐๔ - ๒๐๕ ความว่า
“...จุลศักราชได้ ๓๐๙ พระยาจุเลระราช ได้ครองราชย์สมบัติในนครหริภุญไชยสืบไป ในสมัยนั้นเมืองหริภุญไชยเกิดความไข้ คนตายมาก ประชุมชนชาวหริภุญไชยพากันหนีความไข้ไปอยู่ยัง เมืองสุธรรมาวดีนคร อาศัยเลี้ยงชีวิตอยู่ในเมืองนั้นเป็นอันมาก
ฝ่ายสมเด็จพระเจ้าพุกามราช มาได้เมืองสุธรรมาวดี พระองค์ไม่ยินดีแต่ที่จะเก็บเอาบุตรีธิดาของคนในเมืองสุธรรมาวดีเท่านั้น แม้หมู่ชนหริภุญไชยอันทุพพลภาพ ก็มิได้กรุณาปรานี ยังเก็บ เอาบุตรีธิดาของชาวเมืองหริภุญไชยเหล่านั้นด้วย ฝ่ายพวกชาวเมืองหริภุญไชย จึงได้พากันอพยพหนีจากเมืองสุธรรมนครไปยัง กรุงหงสาวดี อาศัยยังชีวิตอยู่ในเมืองนั้น
พระเจ้าหงสาวดีทรงอนุเคราะห์เกื้อกูลแก่ชนชาวหริภุญไชย เป็นอันมาก ชาวหริภุญไชยกับชาวหงสาวดีได้มีความวิสาสะรักใคร่ต่อกันและกับสืบมา ครั้นครบ ๖ ปี ความไข้นั้นระงับหายไป ผู้ที่ปรารถนาจะกลับคืนมาอยู่เมืองหริภุญไชย ก็พากันกลับมาอยู่ตามภูมิลำเนาเดิม คนที่ไม่มีอาลัยต่อบ้านเมืองเดิมก็เลยอยู่อาศัยในเมืองหงสาวดีนั้น
เพราะเหตุนี้ ชนทั้งหลายใดที่ได้กลับคืนมายังเมืองหริภุญไชยนี้แล้ว เมื่อระลึกถึงหมู่ญาติอันยังอยู่เมืองหงสาวดี ครั้นถึงกำหนดปีเดือน ย่อมแต่งเครื่องสักการะไปบูชาโดยทางน้ำ เรียกว่า ลอยโขมด (คือลอยไฟ) จึงเป็นประเพณีลอยประทีป สืบมา...”
สำหรับในปัจจุบันประเพณีล่องสะเปา เป็นประเพณีที่เก่าแก่ยิ่งใหญ่แห่งดินแดนล้านนาทางภาคเหนือที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณอย่างช้านาน คำว่าสะเปา สะกดตามเสียงสำเนียงล้านนาจะสะกดว่าเป็น “สะเพา” หมายถึง เรือสำเภา หรือ “ล่องสะเปา” แปลว่า ปล่อยเรือไหลล่องลงตามน้ำในช่วงเทศกาลประเพณียี่เป็ง ซึ่งคำว่ายี่เป็ง ในภาษาคำเมืองของทางเหนือ คำว่า “ยี่” แปลว่า สอง ส่วนคำว่า “เป็ง” แปลว่า เพ็ญ หมายถึง ประเพณีพระจันทร์เต็มดวงในเดือนสองหรือวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒
เมื่อถึงเดือนยี่เป็งจะมีการจัดประเพณีล่องสะเปา เป็นการล่องกระทงรูปเรือสำเภาขนาดใหญ่ที่ประดับไปด้วยกาบกล้วย ไม้ไผ่ ทรงกระโจม ภายในกระโจมประดับด้วยธงทิวภายในบรรจุดอกไม้ธูปเทียน ข้าวสารอาหารแห้ง และสิ่งของต่างๆ จุดประทีปตามไฟแล้วลอยลงตามแม่น้ำในเวลากลางคืนทำให้เกิดแสงสว่างกระทบกับผิวน้ำในคืนพระจันทร์เต็มดวงคล้ายกับดวงไฟของผีโขมด สำหรับคำว่าผีโขมดเป็นชื่อเรียกของผีป่าที่ออกหากินในเวลากลางคืน มีพะเนียงไฟมองเห็นเป็นระยะคล้ายผีกระสือ จึงเป็นที่มาของคำว่า ลอยโขมด อีกทั้งยังเป็นการลอยไปตามแม่น้ำหวังว่าการลอยในครั้งนี้เพื่อต้องการให้ชาวเมืองสะเทิมและหงสาวดี ร่วมถึงญาติพี่น้องที่ยังคงอยู่ได้รับรู้ว่าชาวหริภุญชัยยังคงระลึกถึงอยู่เสมอ
สำหรับความเชื่อในการสร้างสะเปา เพื่อทำให้เกิดอานิสงส์และเป็นการอุทิศกุศลในการทำทานให้กับดวงวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้ว รวมถึงเป็นการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองในภพหน้าชาติหน้า และเป็นการลอยทุกข์โศกในปีที่แล้วให้ผ่านพ้นไปด้วยดี นอกจาการนี้ยังเป็นการเคารพบูชาพระแม่คงคาและเพื่อเป็นขอขมาแม่น้ำ ซึ่งในปัจจุบันประเพณีการล่องสะเปาได้รับความนิยมน้อยลง แต่ยังคงมีการทำบุญอุทิศลักษณะทำนองเดียวกัน โดยการสร้างเรือจำลองบรรจุสิ่งของถวายแด่พระสงฆ์ แต่ไม่ได้นำไปลอยน้ำเหมือนในอดีตที่ผ่านมา
สรุปได้ว่า ประเพณีการล่องสะเปา เป็นความเชื่อ ความศรัทธา ความกตัญญูกตเวทีต่อการบูชารอยพระพุทธบาทแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นอกจากนี้ยังเป็นการทำบุญให้ทานแก่ผู้ยากไร้หรือเป็นประโยชน์ผู้ที่อยู่ใกล้แม่น้ำจากเครื่องอุปโภคบริโภคที่อยู่ในสะเปา เพื่อเป็นอานิสงส์แก่การดำรงชีวิตและส่งเสริมให้เป็นผู้ที่มีความมั่งคั่ง มีโชค มีทรัพย์ หรือมีความราบรื่นในการดำรงชีวิต ถือได้ว่าประเพณีการล่องสะเปาเป็นวัฒนธรรมอันดีของทางภาคเหนือ ด้วยเหตุนี้อนุชนควรอนุรักษ์ประเพณีและส่งเสริมประเพณีอันดีงามนี้สืบไป
เรียบเรียงโดย : นายธีรบูลย์ มิตรมโนชัย นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
แหล่งอ้างอิง :
เทศบาลตำบลต้นธง . เทศบาลตำบลต้นธง ร่วมส่งเสริมประเพณีลอยโขมด ครั้งที่ ๙ ประจำปี ๒๕๖๖ หนึ่งเดียวในล้านนา หนึ่งเดียวในโลก”. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗, จาก: http://www.tontong.go.th/v/catalog/180, ๒๕๖๖.
เทศบาลนครเชียงใหม่. การแห่ขบวนสะเปาล้านนา ในงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี ๒๕๖๖. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗, จาก: https://www.cmcity.go.th/News/20037-การแห่ขบวนสะเปาล้านนา%20ในงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่%20ประจำปี%202566.html, ๒๕๖๖.
ประชากิจกรจักร, พระยา (แช่ม บุนนาค). พงศาวดารโยนก. กรุงเทพฯ: บุรินทร์การพิมพ์, ๒๕๑๖.
มณี พยอมยงค์. ประเพณีสิบสองเดือนล้านนาไทย. พิมพ์ครั้งที่ ๓. เชียงใหม่: ส.ทรัพย์การพิมพ์, ๒๕๓๗.
ประวัติความเป็นมาตำนานโยนก ของพระยาประชากิจกรจักร (แช่ม บุญนาค) ปริเฉทที่ ๙ ว่าด้วยศึกสงครามกับกรุงละโว้ จัดพิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๖ หน้า ๒๐๔ - ๒๐๕ ความว่า
“...จุลศักราชได้ ๓๐๙ พระยาจุเลระราช ได้ครองราชย์สมบัติในนครหริภุญไชยสืบไป ในสมัยนั้นเมืองหริภุญไชยเกิดความไข้ คนตายมาก ประชุมชนชาวหริภุญไชยพากันหนีความไข้ไปอยู่ยัง เมืองสุธรรมาวดีนคร อาศัยเลี้ยงชีวิตอยู่ในเมืองนั้นเป็นอันมาก
ฝ่ายสมเด็จพระเจ้าพุกามราช มาได้เมืองสุธรรมาวดี พระองค์ไม่ยินดีแต่ที่จะเก็บเอาบุตรีธิดาของคนในเมืองสุธรรมาวดีเท่านั้น แม้หมู่ชนหริภุญไชยอันทุพพลภาพ ก็มิได้กรุณาปรานี ยังเก็บ เอาบุตรีธิดาของชาวเมืองหริภุญไชยเหล่านั้นด้วย ฝ่ายพวกชาวเมืองหริภุญไชย จึงได้พากันอพยพหนีจากเมืองสุธรรมนครไปยัง กรุงหงสาวดี อาศัยยังชีวิตอยู่ในเมืองนั้น
พระเจ้าหงสาวดีทรงอนุเคราะห์เกื้อกูลแก่ชนชาวหริภุญไชย เป็นอันมาก ชาวหริภุญไชยกับชาวหงสาวดีได้มีความวิสาสะรักใคร่ต่อกันและกับสืบมา ครั้นครบ ๖ ปี ความไข้นั้นระงับหายไป ผู้ที่ปรารถนาจะกลับคืนมาอยู่เมืองหริภุญไชย ก็พากันกลับมาอยู่ตามภูมิลำเนาเดิม คนที่ไม่มีอาลัยต่อบ้านเมืองเดิมก็เลยอยู่อาศัยในเมืองหงสาวดีนั้น
เพราะเหตุนี้ ชนทั้งหลายใดที่ได้กลับคืนมายังเมืองหริภุญไชยนี้แล้ว เมื่อระลึกถึงหมู่ญาติอันยังอยู่เมืองหงสาวดี ครั้นถึงกำหนดปีเดือน ย่อมแต่งเครื่องสักการะไปบูชาโดยทางน้ำ เรียกว่า ลอยโขมด (คือลอยไฟ) จึงเป็นประเพณีลอยประทีป สืบมา...”
สำหรับในปัจจุบันประเพณีล่องสะเปา เป็นประเพณีที่เก่าแก่ยิ่งใหญ่แห่งดินแดนล้านนาทางภาคเหนือที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณอย่างช้านาน คำว่าสะเปา สะกดตามเสียงสำเนียงล้านนาจะสะกดว่าเป็น “สะเพา” หมายถึง เรือสำเภา หรือ “ล่องสะเปา” แปลว่า ปล่อยเรือไหลล่องลงตามน้ำในช่วงเทศกาลประเพณียี่เป็ง ซึ่งคำว่ายี่เป็ง ในภาษาคำเมืองของทางเหนือ คำว่า “ยี่” แปลว่า สอง ส่วนคำว่า “เป็ง” แปลว่า เพ็ญ หมายถึง ประเพณีพระจันทร์เต็มดวงในเดือนสองหรือวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒
เมื่อถึงเดือนยี่เป็งจะมีการจัดประเพณีล่องสะเปา เป็นการล่องกระทงรูปเรือสำเภาขนาดใหญ่ที่ประดับไปด้วยกาบกล้วย ไม้ไผ่ ทรงกระโจม ภายในกระโจมประดับด้วยธงทิวภายในบรรจุดอกไม้ธูปเทียน ข้าวสารอาหารแห้ง และสิ่งของต่างๆ จุดประทีปตามไฟแล้วลอยลงตามแม่น้ำในเวลากลางคืนทำให้เกิดแสงสว่างกระทบกับผิวน้ำในคืนพระจันทร์เต็มดวงคล้ายกับดวงไฟของผีโขมด สำหรับคำว่าผีโขมดเป็นชื่อเรียกของผีป่าที่ออกหากินในเวลากลางคืน มีพะเนียงไฟมองเห็นเป็นระยะคล้ายผีกระสือ จึงเป็นที่มาของคำว่า ลอยโขมด อีกทั้งยังเป็นการลอยไปตามแม่น้ำหวังว่าการลอยในครั้งนี้เพื่อต้องการให้ชาวเมืองสะเทิมและหงสาวดี ร่วมถึงญาติพี่น้องที่ยังคงอยู่ได้รับรู้ว่าชาวหริภุญชัยยังคงระลึกถึงอยู่เสมอ
สำหรับความเชื่อในการสร้างสะเปา เพื่อทำให้เกิดอานิสงส์และเป็นการอุทิศกุศลในการทำทานให้กับดวงวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้ว รวมถึงเป็นการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองในภพหน้าชาติหน้า และเป็นการลอยทุกข์โศกในปีที่แล้วให้ผ่านพ้นไปด้วยดี นอกจาการนี้ยังเป็นการเคารพบูชาพระแม่คงคาและเพื่อเป็นขอขมาแม่น้ำ ซึ่งในปัจจุบันประเพณีการล่องสะเปาได้รับความนิยมน้อยลง แต่ยังคงมีการทำบุญอุทิศลักษณะทำนองเดียวกัน โดยการสร้างเรือจำลองบรรจุสิ่งของถวายแด่พระสงฆ์ แต่ไม่ได้นำไปลอยน้ำเหมือนในอดีตที่ผ่านมา
สรุปได้ว่า ประเพณีการล่องสะเปา เป็นความเชื่อ ความศรัทธา ความกตัญญูกตเวทีต่อการบูชารอยพระพุทธบาทแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นอกจากนี้ยังเป็นการทำบุญให้ทานแก่ผู้ยากไร้หรือเป็นประโยชน์ผู้ที่อยู่ใกล้แม่น้ำจากเครื่องอุปโภคบริโภคที่อยู่ในสะเปา เพื่อเป็นอานิสงส์แก่การดำรงชีวิตและส่งเสริมให้เป็นผู้ที่มีความมั่งคั่ง มีโชค มีทรัพย์ หรือมีความราบรื่นในการดำรงชีวิต ถือได้ว่าประเพณีการล่องสะเปาเป็นวัฒนธรรมอันดีของทางภาคเหนือ ด้วยเหตุนี้อนุชนควรอนุรักษ์ประเพณีและส่งเสริมประเพณีอันดีงามนี้สืบไป
เรียบเรียงโดย : นายธีรบูลย์ มิตรมโนชัย นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
แหล่งอ้างอิง :
เทศบาลตำบลต้นธง . เทศบาลตำบลต้นธง ร่วมส่งเสริมประเพณีลอยโขมด ครั้งที่ ๙ ประจำปี ๒๕๖๖ หนึ่งเดียวในล้านนา หนึ่งเดียวในโลก”. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗, จาก: http://www.tontong.go.th/v/catalog/180, ๒๕๖๖.
เทศบาลนครเชียงใหม่. การแห่ขบวนสะเปาล้านนา ในงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี ๒๕๖๖. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗, จาก: https://www.cmcity.go.th/News/20037-การแห่ขบวนสะเปาล้านนา%20ในงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่%20ประจำปี%202566.html, ๒๕๖๖.
ประชากิจกรจักร, พระยา (แช่ม บุนนาค). พงศาวดารโยนก. กรุงเทพฯ: บุรินทร์การพิมพ์, ๒๕๑๖.
มณี พยอมยงค์. ประเพณีสิบสองเดือนล้านนาไทย. พิมพ์ครั้งที่ ๓. เชียงใหม่: ส.ทรัพย์การพิมพ์, ๒๕๓๗.
คาร์เนกี, เดล. วิธีชนะมิตรและจูงใจคน. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: แสงดาว, 2567.
ต้นแบบหนังสือจิตวิทยาแปลไทยเล่มแรก ที่เนื้อหายังคงปรับใช้ได้ในยุคปัจจุบันเนื้อหาหลักแบ่งออกเป็น 6 ตอน โดยแต่ละตอนมีบทเรียนย่อยที่นำเสนอให้เข้าใจได้ง่ายจากการยกตัวอย่างถึงกรณีศึกษาต่าง ๆ และท้ายบทเรียนมีการสรุปย่อใจความสำคัญอย่างกระชับช่วยให้ผู้อ่านได้ทบทวนอีกครั้งก่อนไปบทเรียนถัดไป เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาเทคนิคและกลวิธีในการสร้างมิตรและโน้มน้าวใจคน ด้วยการเรียนรู้พื้นฐานของความเป็นมนุษย์ ภายในเล่มมีเทคนิคและวิธีการต่าง ๆ ซึ่งนำไปสู่แนวปฏิบัติที่จะช่วยในการสร้างมิตรทั้งในเชิงธุรกิจและชีวิตส่วนตัว
158.2
ค336ว
ห้องหนังสือทั่วไป 1
บรรณานุกรมรายชื่อหนังสือสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาใหม่
ห้องค้นคว้า เดือน กรกฎาคม 2567
หมวด 300 สังคมศาสตร์
กรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2564. ( 372.136 ก189 )
ปรมานุชิตชิโนรส, 2333-2369. ตะเลงพ่าย. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2561. ( 895.9115 ป169ล ฉ.01-ฉ.02 )
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง = National Qualifications Framework (Thailand NQF) Revised Edition. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2560. ( 371.2 ล761ก ฉ.02-ฉ.03 )
-----. การติดตามและประเมินผล การจัดการศึกษาเรียนร่วมหลักสูตร อาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลาย (ทวิศึกษา) : รายงาน. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2561. ( 375.01 ล761ก )
-----. การพัฒนากระบวนทัศน์ รูปแบบและกลไกการพัฒนาครูในลักษณะเครือข่ายเชิงพื้นที่ 5 พื้นที่. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2562. ( 371.1 ล761ก )
-----. การพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน(ฉบับสรุป) : รายงานผล. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2564. ( 372.2 ล761ก )
-----. การวิจัยและพัฒนารูปแบบกลไกการเสริมสร้างวินัยนักเรียนในสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้านการมีจิตอาสา เสียสละ เห็นอกเห็นใจผู้อื่น. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2562. ( 371.5 ล761ก )
-----. การวิจัยและพัฒนารูปแบบกลไกการเสริมสร้างวินัยนักเรียนในสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้านความรับผิดชอบและการตรงต่อเวลา. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2562. ( 371.59 ล761ก ฉ.01-ฉ.02 )
-----. การศึกษาแนวโน้มความต้องการกำลังคน รายจังหวัด พ.ศ. 2563 – 2568 : ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2563. ( 331.123 ล761ก [63-68] )
-----. การศึกษาแนวโน้มความต้องการกำลังคน รายจังหวัด พ.ศ. 2563 – 2568 : ภาคใต้ ภาคใต้ชายแดน. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2563. ( 331.123 ล761ก [63-68] )
-----. การศึกษาแนวโน้มความต้องการกำลังคน รายจังหวัด พ.ศ. 2563 – 2568 : ภาคตะวันออก. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2563. ( 331.123 ล761ก [63-68] ) -----. การศึกษาแนวโน้มความต้องการกำลังคน รายจังหวัด พ.ศ. 2563 – 2568 : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2563. ( 331.123 ล761ก [63-68] )
-----. การศึกษาแนวโน้มความต้องการกำลังคน รายจังหวัด พ.ศ. 2563 – 2568 : ภาคเหนือ. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2563. ( 331.123 ล761ก [63-68] )
-----. การศึกษาสภาพและรูปแบบการจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มผู้ที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย : กรณีผู้ที่มีความสามารถ พิเศษ. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2562. ( 371.95 ล761ก )
-----. ข้อเสนอตัวชี้วัดการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองโลกตามกรอบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน(Sustainable Development Goal : SDG 4.7) : กรณี ศึกษาแนวทางการส่งเสริมความเป็นพลเมืองโลก (Global Citizenship) ประสบการณ์นานาชาติ : รายงานการวิจัย. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2561. ( 379.151 ล761ข ฉ.02 )
-----. คู่มือการนำกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 ไปใช้ในการพัฒนาผู้เรียน. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ 2564. ( 371.42 ล761ค )
-----. คู่มือการเสริมสร้างวินัยนักเรียนในสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานด้านความรับผิดชอบและการตรงต่อเวลา. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2561. ( 371.59 ล761ค ฉ.01-ฉ.02 )
-----. นวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาในการนำมาตรฐานการศึกษาของชาติสู่การปฏิบัติ: กรณีตัวอย่างโรงเรียนบ้านไสไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2564. ( 371.2 ล761น )
-----. นวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ: กรณีตัวอย่างโรงเรียนเทศบาล 4 สันป่าก่อ. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2564. ( 371.26 ล761น )
-----. นวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ: กรณีตัวอย่างโรงเรียนเทศบาล 5 เด่นห้า. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2564. ( 371.33 ล761น )
-----. นวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ: กรณีตัวอย่างโรงเรียนราช ประชานุเคราะห์ 15(วียงเก่าแสนภูวิทยาประสาท). กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2564. ( 371.2 ล761น )
-----. นวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ กรณีตัวอย่างโรงเรียนห้วยไร่ สามัคคี จังหวัดเชียงราย. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2564. ( 371.33 ล761น )
-----. นวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาในประเทศไทยและประเทศที่คัดสรรเพื่อพัฒนาผู้เรียนสู่ศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2564. ( 371.2078 ล761น )
-----. นวัตกรรมการศึกษา กล้าเปลี่ยน สร้างสรรค์ยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย 26-27 สิงหาคม 2564 : รายงานผลการประชุมทางวิชาการการวิจัยทางการ ศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 16. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2564. ( 370.78 ล761น )
-----. แนวทางการจัดทำมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา และการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา : รายงานการวิจัย. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2564. ( 379.158 ล761น )
-----. แนวทางการฟื้นตัวทางการศึกษาจากสถานการณ์ COVID-19 ที่มีประสิทธิภาพและเสมอภาค. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2564. ( 379.593 ล761น )
-----. แนวทางการส่งเสริมความเป็นพลเมืองโลก(Global Citizenship)ประสบการณ์นานาชาติ: รายงานการวิจัย. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2561. ( 379.151 ล761น ฉ.02 )-----. แนวทางสนับสนุนการจัดการศึกษาในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกล. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2564. ( 371.2 ล761น )
-----. ฟังเสียงสังคมออนไลน์ #insideประเด็นการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2564. ( 371.3078 ล761ฟ )
-----. รายงานการติดตามและประเมินผลนโยบายการส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อรองรับ Thailand 4.0. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2562. ( 371.26 ล761ร )
-----. รายงานการศึกษาไทย พ.ศ.2562-2564 (Education in Thailand 2019-2021). กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2564. ( 370.9593 ล761ร [62-64] )
-----. รายงานการศึกษาไทย พ.ศ. 2561(Education in Thailand 2018). กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2561. ( 370.9593 ล761ร )
-----. รายงานการศึกษา รูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยของไทยและต่างประเทศ กรณีศึกษาประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2563. ( 372.21 ล761ร )
-----. รายงานผลการจัดงานมหกรรมการศึกษาแห่งชาติก้าวสู่คุณภาพการศึกษาที่ดีกว่า. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2562. ( 370 ล761ร )
-----. รายงานผลการวิจัยและพัฒนากรอบสมรรถนะผู้เรียนระดับประถมศึกษาตอนต้นสำหรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2562. ( 372.79 ล761ร )
-----. รายจ่ายด้านการศึกษาของประเทศไทย ปี 2558. กรุงเทพฯ : สำนักงานฯ, 2561. ( 371.206 ล761ร [58] )
-----. สภาการศึกษาเสวนา 2020 (OEC Forum 2020 : การศึกษายกกำลังสอง. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2564. ( 370.78 ล761ส )
-----. สภาการศึกษาเสวนา 2018 : รวมพลังพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2561. ( 370.7 ล761ส )
-----. สภาพการจัดการศึกษาเฉพาะทางในประเทศไทย ปี 2560 – 2561 : การผลิตบุคลากร. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2563. ( 370.11071 ล761ส [60-61] )-----. สภาพการจัดการศึกษาผู้สูงอายุในประเทศไทย : รายงานการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2564. ( 374.18246 ล761ส )
-----. สมรรถนะการศึกษาไทยในเวทีสากล ปี 2562 (IMD 2019). กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2561. ( 379.593 ล761ส [62] ฉ.01-ฉ.02)
-----. สมรรถนะการศึกษาไทยในเวทีสากล ปี 2561 (IMD 2018). กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2561. ( 379.593 ล761ส [61] )
-----. สถิติการศึกษาของประเทศไทย ปีการศึกษา 2559-2560. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2561. ( 370.21 ล761ส [59-60] ฉ.01-ฉ.02 )สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา. แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา. กรุงเทพฯ: คณะกรรมการอิสระเพื่อการ ปฏิรูปการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, [2561]. ( 379.593 ล761ผ )สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. สำนักนโยบายและแผนการศึกษา. ดัชนีการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประเทศไทย พ.ศ. 2563. กรุงเทพฯ: สำนัก นโยบายและแผนการศึกษา สำนักเลขาธิการสภาการศึกษา, 25463. ( 374.0728 ล761ด )
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. สำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้. ถอดบทเรียนการต่อยอดสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากร วัฒนธรรมและภูมิปัญญา : เพื่อสนองโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.). กรุงเทพฯ: สำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2564. ( 371.1 ล761ถ )
-----. รวมไอเดียการออกแบบการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ Chemistry วิทย์ยายุทธ เปลี่ยนห้องเรียนวิทย์ให้เป็นยุทธภพที่เป็นมิตรต่อการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: สำนัก มาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ สำนักเลขาธิการสภาการศึกษา, 2565. ( 371.36 ล761ร ฉ.01)
-----. รวมไอเดียการออกแบบการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ Biology วิทย์ยายุทธ เปลี่ยนห้องเรียนวิทย์ให้เป็นยุทธภพที่เป็นมิตรต่อการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: สำนัก มาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2565. ( 371.36 ล761ร ฉ.01)
-----. รวมไอเดียการออกแบบการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ Physics วิทย์ยายุทธ เปลี่ยนห้องเรียนวิทย์ให้เป็นยุทธภพที่เป็นมิตรต่อการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: สำนัก มาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2565. ( 371.36 ล761ร ฉ.01)
-----. รายงานผลการศึกษาแนวทางการจัดทำระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานการศึกษาของชาติ โดยใช้แนวคิด
ระบบการวัดผลแบบ OKRs: Objective and Key Results. กรุงเทพฯ: สำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ สำนักงานเลขาธิการสภาการ ศึกษา, 2562. ( 371.2607 ร451 ฉ.01-ฉ.02 )สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. สำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา. ความทั่วถึงและเท่าเทียมของการจัดการศึกษาในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน : รายงานการวิจัย.
กรุงเทพฯ: สำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2560. ( 379.26 ล761ค )
-----. สถิติการศึกษาของประเทศไทย ปีการศึกษา 2561-2562. กรุงเทพฯ: สำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2563. ( 370.21 ล761ส )
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
“สุดาวรรณ” ห่วงสถานการณ์น้ำท่วมขังโบราณสถานน่าน พะเยา เชียงราย -กลุ่มพิธีการศพที่ได้รับพระราชทานแพร่ มอบ สป.วธ. - กรมศิลปากรติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมตั้งศูนย์ประสานงาน ผลกระทบจากน้ำท่วมผ่านสายด่วนวัฒนธรรม 1765
นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ติดตามผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยของโบราณสถานในพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิด กรมศิลปากรรายงานว่าจากกรณีฝนตกต่อเนื่องหลายวันในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดน้ำท่วม น้ำล้นตลิ่ง น้ำหลากท่วมทุ่งในหลายพื้นที่ของจังหวัดน่าน พะเยาและเชียงราย ขณะนี้กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ได้ลงพื้นที่และประสานงานกับเครือข่ายอาสาสมัครในการดูแลมรดกศิลปวัฒนธรรมในพื้นที่ดังกล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ได้รับรายงานเกี่ยวกับผลกระทบต่อโบราณสถานในพื้นที่ 3 จังหวัด ดังนี้ จังหวัดน่าน จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1.วัดหนองบัว อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ซึ่งมีโบราณสถานคือ วิหารที่ปรากฏภาพจิตรกรรมฝาผนังน้ำท่วมขึ้นถึงภายในวิหาร แต่ยังไม่ถึงภาพจิตรกรรมซึ่งสูงกว่าระดับน้ำท่วมประมาณ 50 ซม ดังนั้น ภาพจิตรกรรม จึงไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ำท่วม 2.วัดภูมินทร์ อำเภอ เมือง จังหวัดน่าน โบราณสถานคือวิหารจตุรมุขที่ปรากฏภาพจิตรกรรมฝาผนัง (ปู่ม่านย่าม่าน) ปัจจุบันน้ำยังท่วมไม่ถึงด้านบนวิหาร เนื่องจากอาคารนี้เป็นอาคารที่มีฐานสูงและบันไดสูงไปถึงพื้นด้านบนวิหารน้ำจึงท่วมเพียงบันไดเท่านั้น และ 3.พิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน ปัจจุบันน้ำยังไม่ท่วมเข้ามาในพื้นที่เนื่องจากตั้งอยู่ในบริเวณที่สูงที่สุดของเมืองน่าน เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอดเวลาและให้นำรถยนต์เข้ามาจอดภายในได้ในช่วงนี้เพื่อบรรเทาความเสียหายของทรัพย์สินประชาชน ขณะที่จังหวัดพระเยามีโบราณสถานที่ได้รับผลกระทบคือ เมืองโบราณเวียงลอ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา เมืองนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำอิง น้ำจึงล้นฝั่งท่วมทั้งเมืองโบราณสถานจึงมีน้ำท่วมขังหลายแห่งแต่ไม่พบความเสียหายของตัวอาคาร ส่วนที่จังหวัดเชียงราย โบราณสถานที่ได้รับผลกระทบ คือวัดเสาหิน เป็น วิหารและเจดีย์ขนาดใหญ่ มีน้ำท่วมขังในพื้นที่รอบอาคารแต่ยังไม่ได้รับรายงานความเสียหายของตัวอาคาร นางสาวสุดาวรรณ กล่าวอีกว่า กรมศิลปากร ได้วางแนวทางการแก้ไขปัญหา ดังนี้ 1.ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 2.รับฟังข้อมูลจากอาสาสมัครฯ ของกรมศิลปากรที่อยู่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง 3.หลังจากน้ำลดให้เข้าพื้นที่สำรวจตรวจสอบสภาพและความเสียหายโดยด่วน โดยเฉพาะงานศิลปกรรมที่ได้รับความเสียหายต้องได้รับการอนุรักษ์อย่างเร่งด่วน 4.วางมาตรการลดความเสี่ยงของโบราณสถานในช่วงฤดูฝนนี้ หากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องครั้งต่อไป เช่น ปกป้องน้ำไม่ให้ท่วมเข้าไปในอาคารโบราณสถานอีก หรืออื่น ๆ ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และ 5.หากพบความเสียหายต่ออาคารโบราณสถานให้รีบแจ้งกรมศิลปากรเพื่อดำเนินการฉุกเฉินเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม ภาพรวมในส่วนกระทรวงวัฒนธรรม รู้สึกเป็นห่วงและขอเป็นกำลังใจให้กับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกคน จึงได้ สั่งการให้จัดตั้งศูนย์ประสานงานโบราณสถานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยใช้สายด่วนวัฒนธรรม 1765 ในการรับแจ้งข้อมูลและรวบรวมข้อมูลหน่วยงานในสังกัด สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และกองพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน รวมไปถึงแหล่งโบราณสถานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย เพื่อสรุปข้อมูลสำหรับลงพื้นที่สำรวจและตรวจสอบสภาพความเสียหายหลังจากสถานการณ์คลี่คลาย รวมถึงจัดทำแผนช่วยเหลือเบื้องต้น และบูรณะซ่อมแซมในอนาคตต่อไป
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากรได้ดำเนินโครงการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง เป็นโครงการต่อเนื่อง 5 ระยะ ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2568 โดยซ่อมแซม ปรับปรุงอาคารจัดแสดงและนิทรรศการถาวรให้มีความทันสมัย ด้วยเทคนิคการจัดแสดงสมัยใหม่ที่น่าสนใจดึงดูดผู้เข้าชม และปรับปรุงข้อมูลการจัดแสดงให้เป็นปัจจุบัน มีมาตรฐานระดับสากล นำเสนอเรื่องราวของเมืองโบราณอู่ทองและวัฒนธรรมทวารวดีที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ
นิทรรศการภายในนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองโบราณอู่ทองและพื้นที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ กระทั่งเข้าสู่วัฒนธรรมทวารวดี ซึ่งเป็นวัฒนธรรมยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์ในประเทศไทย จัดแสดงโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยมที่มีคุณค่าทางวิชาการจำนวนมาก และเก็บรักษาโบราณวัตถุวัฒนธรรมทวารวดี ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของกรมศิลปากร หนึ่งในไฮไลท์สำคัญ คือ การจัดแสดงโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยม ธรรมจักร แท่น และเสา พบจากการขุดแต่งเจดีย์หมายเลข 11 เมืองโบราณอู่ทอง อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12 - 13 หรือประมาณ 1,300 – 1,400 ปีมาแล้ว ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงการประดิษฐานธรรมจักรที่สมบูรณ์ที่สุดที่พบเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ทำให้สันนิษฐานได้ว่าในสมัยทวารวดี มีการสร้างธรรมจักรประดิษฐานบนเสา ตั้งอยู่ด้านหน้าศาสนสถาน ทั้งนี้ ห้องจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง ประกอบด้วย
1. ทวารวดี ปฐมบทแห่งประวัติศาสตร์ไทย ห้องวีดีทัศน์บรรยายสรุปเรื่องเมืองโบราณอู่ทองและวัฒนธรรมทวารวดี กล่าวถึงการติดต่อกับดินแดนภายนอก ทำให้เกิดการรับอารยธรรมจากอินเดียเข้ามาผสมผสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิม เช่น การนับถือศาสนา การปกครองโดยระบบกษัตริย์ การสร้างงานศิลปกรรม และการใช้ตัวอักษรและภาษา
2. เมืองโบราณอู่ทอง : ศูนย์กลางแรกเริ่มของวัฒนธรรมทวารวดี จุดเชื่อมโยงเส้นทางการค้าในดินแดนสุวรรณภูมิ โบราณวัตถุสำคัญได้แก่ เหรียญโรมันจักรพรรดิวิคโตรินุส ชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจากตะวันออกกลางประดับบนปูนปั้นสมัยทวารวดี เหรียญอาหรับ เครื่องถ้วยจีน และปูนปั้นรูปใบหน้าพ่อค้าชาวต่างชาติ และมีสื่อวีดีทัศน์ประกอบโมเดลภูมิประเทศ บอกเล่าเรื่องราวของเมืองโบราณอู่ทอง
3. โบราณคดีเมืองอู่ทอง: พ.ศ.2446 - ปัจจุบัน ศตวรรษสำคัญงานโบราณคดีในประเทศไทยจัดแสดงเรื่องงานโบราณคดีที่เมืองโบราณอู่ทอง ตั้งแต่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จตรวจราชการเมืองอู่ทองใน พ.ศ.2446 จนถึงการดำเนินงานทางโบราณคดีโดยกรมศิลปากรในปัจจุบัน และจัดแสดงโบราณวัตถุที่ได้จากการขุดแต่งโบราณสถานเมืองโบราณอู่ทองซึ่งมีทั้งเจดีย์และวิหารเนื่องในศาสนาพุทธ และศาสนสถานเนื่องในศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู โบราณวัตถุชิ้นสำคัญ เช่น พระพุทธรูปปางแสดงธรรม สมัยทวารวดี จากเจดีย์หมายเลข 11
4. เจดีย์ วิหาร โบราณสถานทวารวดี: สถาปัตยกรรมแห่งศรัทธา ปฐมบทของพุทธศาสนาในดินแดนไทย จัดแสดงสถาปัตยกรรมสมัยทวารวดี ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสมัยแรกของประเทศไทย โบราณวัตถุสำคัญ เช่น อิฐฤกษ์ ที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมวางฤกษ์เมื่อเริ่มสร้างศาสนสถาน และประติมากรรมปูนปั้นและดินเผาประดับศาสนสถาน
5. ลูกปัดและเครื่องประดับทองคำ: วัตถุล้ำค่า ความงามที่สะท้อนความรุ่งเรืองของเมืองโบราณอู่ทอง จัดแสดงลูกปัดและเครื่องประดับ ซึ่งพบบริเวณเมืองโบราณอู่ทองเป็นจำนวนมาก โบราณวัตถุสำคัญ เช่น ลูกปัดหินคาร์เนเลียนและอาเกต ซึ่งเป็นสินค้านำเข้าจากอินเดีย เครื่องประดับทองคำ สมัยทวารวดี และแผ่นดินเผารูปบุคคลฟ้อนรำ แสดงถึงการสวมใส่เครื่องประดับของผู้คนในสมัยทวารวดี
6. ศาสนาและความเชื่อ: จากพุทธภูมิสู่สุวรรณภูมิ อรุณรุ่งแห่งยุคประวัติศาสตร์ไทย จัดแสดงเรื่องศาสนาและความเชื่อที่เมืองโบราณอู่ทอง สันนิษฐานว่ามีการนับถือศาสนาพุทธแบบเถรวาทเป็นหลัก โดยมีการนับถือศาสนาพุทธแบบมหายานร่วมอยู่ด้วย นอกจากนี้ ยังพบหลักฐานการนับถือศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู และพบโบราณวัตถุที่แสดงถึงความเชื่อท้องถิ่นที่พบเฉพาะในวัฒนธรรมทวารวดี ที่ยังไม่สามารถสรุปคติในการสร้างอย่างแน่ชัด โบราณวัตถุสำคัญ ได้แก่ แผ่นดินเผารูปพระภิกษุอุ้มบาตร จารึกคาถาเย ธฺมมา ซึ่งเป็นคาถาหัวใจสำคัญของศาสนาพุทธ พระพิมพ์ภาพพระสาวกมีจารึก เศียรพระพุทธรูปทองคำ เอกมุขลึงค์ ตุ๊กตารูปคนจูงลิง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดให้บริการวันพุธ – อาทิตย์ วันหยุดราชการพิเศษและวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 – 16.00 น. ค่าธรรมเนียมเข้าชม ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 150 บาท สอบถามเพิ่มเติมโทร 0 3555 1021