ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,799 รายการ
เลขทะเบียน : นพ.บ.47/10ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 52 หน้า ; 4.6 x 51.5 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 29 (295-307) ผูก 9หัวเรื่อง : มหาวคฺคปาลิ ทีฆนิกาย --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อเรื่อง : จักรวรรดิวัตรคำฉันท์
หัวเรื่อง : ฉันท์
คำค้น : -
รายละเอียด : เสวกโท พระอรรคเทวินวรามาตย์ (หอม สุจริตกุล) พิมพ์ในงานศพสนองคุณ นางสุ่น สุจริตกุล มารดา เมื่อปีชวด พ.ศ. 2467
ผู้แต่ง : -
แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
หน่วยงานที่รับผิดชอบ/ โรงพิมพ์/ สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร
ปีที่พิมพ์ : 2467
วันที่เผยแพร่ : 5 กรกฎาคม 2568
ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : -
ลิขสิทธิ์ : -
รูปแบบ : PDF
ภาษา : ภาษาไทย
ประเภททรัพยากร : หนังสืออนุสรณ์งานศพ
ตัวบ่งชี้ : -
รายละเอียดเนื้อหา : จักรวรรดิวัตรคำฉันท์ดำเนินความตามเรื่องจักรวรรดิสูตร ในทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เริ่มด้วยบทประณามพจน์และกล่าวถึงการที่พระพุทธเจ้าทรงเทศนาเรื่องจักรวรรดิสูตรให้แก่ภิกษุว่าในอดีตมีพระราชานามว่า พระเจ้าทัฬหะเนมิ ทรงเป็นมหาจักรพรรดิ มีจักรพรรดิสมบัติเจ็ดประการ ด้วยเหตุที่ทรงครองแผ่นดินโดยธรรมนานนับพันปี ประชากรจึงเป็นสุขร่มเย็น
เลขทะเบียน : น. 34 บ. 6450 จบ. (ร)
เลขหมู่ : 895.9114
จ227ส
ชื่อเรื่อง : นำชมอุทยานประวัติศาสตร์ สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร
ผู้แต่ง : มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ
ปีที่พิมพ์ : ม.ป.ป.
สถานที่พิมพ์ : สุโขทัย
สำนักพิมพ์ : วิทยา คอมพิวเตอร์ - ออฟเซท
ลัทธิธรรเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 25 การเล่นเพลง. พระนคร : โรงพิมพ์พระจันทร์, 2479. กล่าวถึงการเล่นเพลงของประชาชนชาวชนบท จะพบขนบธรรมเนียมประเพณี ความเป็นอยู่ของประชาชนชาวบ้านที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ ประกอบด้วย เพลงโคราช เพลงฉ่อย เพลงเรือ เพลงเกี่ยวข้าว เพลงสงฟาง เพลงพิสถาน เพลงพวงมาลัย และเพลงระบำ
สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครรชาสีมาเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอล ๕ คน"เพื่อนพิมาย ๒๕๑๗ คัพ" ครั้งที่ ๑๘เฉลิมพระเกียรติ ๕ ธันวามหาราชในชื่อทีม "...ท่านาง 12..."--- ผลการแข่งขัน นัดแรกแพ้ 2:4 นัดที่สองชนะ 2:1เข้ารอบเป็นที่ ๒ ในสาย Q --- ณ สนามกีฬาประตูชัย โรงเรียนพิมายวิทยาอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา
ชื่อหนังสือ : ที่ระลึกในพิธีเปิดหอสมุดแห่งชาติ รัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่
ผู้แต่ง : คณะกรรมการอำนวยการจัดสร้างหอสมุดแห่งชาติรัชมัคลาภิเษก เชียงใหม่
ปีที่พิมพ์ : ๒๕๓๒
สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ : อมรินทร์ พริ้นติ้ง กรุ๊ฟ
หนังสือที่ระลึกในพิธีเปิดหอสมุดแห่งชาติรัชมัคลาภิเษก เชียงใหม่ เพื่อบันทึกประวัติหอสมุดแห่งชาติ รัชมัคลาภิเษก เชียงใหม่ เพื่อบันทึกคุณงามความดีของผู้มีส่วนร่วมในการจัดตั้งและบริจาคทุนทรัพย์ และเพื่อให้ข้อมูลสังเขปของ ๑๗ จังหวัดภาคเหนือ โดยมีจุดมุ่งหมายว่า หอสมุดแห่งชาติแห่งนี้ จะเป็นศูนย์รวมและให้บริการความรู้และข่าวสารระดับชาติในภาคเหนือ
ชื่อเรื่อง ทุคคตะสอนบุตร พาลีสอนน้อง พิเภกสอนเบญกาย และ กฤษณาสอนน้องคำฉันท์ผู้แต่ง ปรมานุชิตชิโนรส, สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระ.ประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือหายากหมวดหมู่ วรรณคดีเลขหมู่ 808.882 ป169ทศสถานที่พิมพ์ พระนครสำนักพิมพ์ โรงพิมพ์อักษรสัมพันธ์ปีที่พิมพ์ 2506ลักษณะวัสดุ 82 หน้า หัวเรื่อง กวีนิพนธ์ไทย – รวมเรื่องภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึกทุคคตะสอนบุตร พาลีสอนน้อง พิเภกสอนเบญกาย และ กฤษณาสอนน้องคำฉันท์ จัดพิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพ พระศรีสัจญาณมุนี (สวน จิตฺตาสาโท)
กู่โพนวิจ ตั้งอยู่บ้านกู่กาสิงห์ ตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด อยู่ห่างจากกู่กาสิงห์ ไปทางทิศเหนือประมาณ ๕๐๐ เมตร ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๘ ตอนพิเศษ ๑๒๔ ง หน้า ๙ วันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๔๔ มีพื้นที่ประมาณ ๒ ไร่ ๓ งาน ๓๖ ตารางวา ชื่อ “กู่โพนวิจ” มาจากการพบหลักฐานส่วนฐานรูปเคารพสี่เหลี่ยมผืนผ้า บริเวณเนินโบราณสถานจำนวนหลายชิ้น ประกอบกับพบชิ้นส่วนรางน้ำมนต์ ทำให้ชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นฐานส้วม จึงเรียกโบราณสถานแห่งนี้ว่า “โพนเว็จ” หรือ “โพนวิจ” กู่โพนวิจ ลักษณะเป็นอาคาร ๕ หลัง ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน ส่วนฐานอาคารก่อด้วยศิลาแลง แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส สูงจากพื้นดินประมาณ ๒ เมตร ก่อเป็นฐานบัวคว่ำบัวหงาย ไม่พบบันไดทางขึ้นสันนิษฐานว่าเดิมอาจใช้บันไดไม้ภายหลังได้ผุพังสลายไป เพราะมีร่องรอยของหลุมเสาบนฐานศิลาแลง ซึ่งน่าจะเป็นหลุมเสาไม้ แนวฐานด้านทิศเหนือหายไปเนื่องจากถูกขุดเอาศิลาแลงไปสร้างวัดประจำหมู่บ้าน ในสมัยหลัง พื้นบนฐานเป็นทรายอัดแน่นปูด้วยศิลาแลง บนฐานศิลาแลงก่อเป็นฐานอาคารสูงประมาณ ๗๐ เซนติเมตร จำนวน ๕ ฐาน สันนิษฐานว่าเป็นฐานรองรับอาคารเครื่องไม้ ด้านหน้าทิศตะวันออกของ ฐานอาคาร มีอาคารสองหลังตั้งอยู่ ลักษณะเป็นอาคารผังรูปสี่เหลี่ยมก่อผนังทึบทั้ง ๔ ด้าน อาคารด้าน ทิศตะวันออกเฉียงเหนือถูกรื้อจนเหลือเพียงแนวหินชั้นเดียว ส่วนอาคารทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงสภาพเกือบสมบูรณ์ ภายในเป็นดินอัดแน่น สันนิษฐานว่าเป็นอาคารเครื่องไม้ที่มีฐานสูง ใช้เป็นบรรณาลัยประจำศาสนสถาน จากการขุดแต่งโบราณสถานและขุดตรวจชั้นดินทางโบราณคดี ใน พ.ศ. ๒๕๔๕ ทำให้ทราบว่า กู่โพนวิจสร้างขึ้นบนพื้นที่ชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย เนื่องจากพบโบราณวัตถุสมัย ก่อนประวัติศาสตร์และภาชนะบรรจุศพขนาดใหญ่ ซึ่งสัมพันธ์กับประเพณีการฝังศพครั้งที่ ๒ ในภาชนะดินเผา ที่มักพบในแหล่งโบราณคดีวัฒนธรรมทุ่งกุลาร้องไห้ ต่อมาเมื่อเข้าสู่สมัยประวัติศาสตร์ ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ จึงมีการสร้างศาสนสถานเนื่องในศาสนาฮินดูขึ้น โดยพิจารณาจากโบราณวัตถุที่พบ ซึ่งส่วนมากเกี่ยวข้องกับเทพเจ้าในศาสนาฮินดู โดยเฉพาะพระนารายณ์และพระศิวะ เนื่องจากพบท่อนพระกรและพระหัตถ์ ของพระนารายณ์ในขนาดต่างๆกัน และจากการขุดแต่งยังพบแท่นโยนีมีช่องเดือย เป็นรูป ๘ เหลี่ยม ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับศิวลึงค์ อันเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของพระศิวะ นอกจากนี้ยังพบทวารบาลรูปมหากาล ซึ่งมักพบในเทวสถานของพระศิวะ ----------------------------------------------เรียบเรียงข้อมูล : นางสาวศุภภัสสร หิรัญเตียรณกุล นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี ----------------------------------------------อ้างอิงจาก สำนักงานศิลปากรที่ ๑๑ อุบลราชธานี. โบราณสถาน กู่โพนวิจ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด. ม.ป.ท. : ม.ป.ป. (อัดสำเนา)