ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,784 รายการ

     ตราประทับดินเผารูปครุฑ       พบบริเวณเมืองโบราณอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี       จัดแสดง ณ ห้องบรรพชนคนอู่ทอง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง      ตราประทับดินเผารูปครุฑ ขนาดกว้างประมาณ ๕.๕ เซนติเมตร สูงประมาณ ๖.๒ เซนติเมตร รูปครุฑแสดงในรูปแบบของบุรุษครึ่งนก มีลักษณะคล้ายคนแคระ ยืนในท่าหันหน้าตรง มีขาเป็นนก ปีกกางออก ผมเกล้าเป็นมวย มีเครื่องประดับศีรษะ ใบหน้าค่อนข้างกลม ตากลมนูน คิ้วต่อเป็นปีกกา จมูกใหญ่และโด่ง ปากค่อนข้างหนา สวมเครื่องประดับที่ลำคอ และสวมตุ้มหูขนาดใหญ่ เช่นเดียวกับที่พบในกลุ่มประติมากรรมสมัยทวารวดี ยืนอยู่บนฐานบัว ลักษณะของรูปครุฑสามารถเทียบเคียงกับประติมากรรมรูปครุฑดินเผาประดับศาสนสถาน พบจากเมืองโบราณคูบัว จังหวัดราชบุรี กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๓ (ประมาณ ๑,๓๐๐ – ๑,๔๐๐ ปีมาแล้ว)      ครุฑเป็นสัตว์ในจินตนาการ ตำนานอุปาติกะ กล่าวว่า ครุฑเป็นรูปครึ่งสัตว์ครึ่งมนุษย์ ถือว่าเป็นกึ่งเทวดา ลักษณะส่วนศีรษะ ปีก เล็บ และปาก เหมือนนกใหญ่อย่างอินทรีย์ ตัวและแขนขาเป็นคน หน้าขาว ปีกแดง มีกายสีทอง ถือเป็นเจ้าแห่งนกทั้งปวง      ตามคติความเชื่อในศาสนาพราหมณ์ ครุฑเป็นพาหนะของพระวิษณุ ซึ่งความเชื่อเกี่ยวกับสมมติเทพมักเกี่ยวข้องกับพระวิษณุที่เป็นวรรณะกษัตริย์ ดังนั้นครุฑจึงเป็นสัญลักษณ์ของกษัตริย์ด้วย ส่วนคติความเชื่อในพุทธศาสนา เรื่องราวของครุฑมีแทรกอยู่ในชาดกเรื่องต่าง ๆ โดยครุฑอาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ เป็นพญานกที่ยิ่งใหญ่ในหมู่นกทั้งปวง ครุฑยังปรากฏในพุทธประวัติที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าหลายตอน เช่น เหตุการณ์ที่เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ ครุฑพร้อมด้วยเทวดาและนาค ต่างก็พากันมาบูชาด้วยของหอม ดอกไม้ และธูปอันเป็นทิพย์ ตอนตรัสรู้ ครุฑเป็นผู้ประกาศก้องถึงชัยชนะของพระพุทธเจ้า      รูปครุฑปรากฏในงานศิลปกรรมมาแล้วตั้งแต่สมัยอินเดียโบราณ เช่นรูปครุฑที่ประดับอยู่บนโตรณะด้านทิศตะวันออกของสถูปสาญจี และปรากฏบนตราดินเผาในศิลปะอินเดียแบบคุปตะ เป็นรูปของพระเจ้ากุมารคุปตะ (Kumaragupta) ที่ทำเป็นรูปครุฑแต่มีใบหน้าเป็นมนุษย์ และตราดินเผารูปคชลักษมีซึ่งมีรูปครุฑประกอบอยู่ด้วย สำหรับรูปครุฑในงานศิลปกรรมสมัยทวารวดี พบทั้งงานศิลปกรรมเนื่องในศาสนาพราหมณ์ เช่น เมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ และในศาสนาพุทธ เช่น เจดีย์จุลประโทน จังหวัดนครปฐม เป็นต้น รูปแบบของครุฑมีทั้งแบบที่มีลักษณะเหมือนนก คือ มีปาก ปีก และขา เหมือนนก และครุฑที่เป็นรูปบุคคลมีปีก      ตราประทับดินเผารูปครุฑชิ้นนี้ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในท้องถิ่นโดยคนพื้นเมืองทวารวดี เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนบุคคลหรือกลุ่มคน อาจเป็นบุคคลชั้นสูงหรืออาจเกี่ยวข้องกับศาสนา แสดงถึงการรับอิทธิพลทั้งด้านรูปแบบศิลปกรรมและความเชื่อมาจากอินเดีย เข้ามาผสมผาสนกับวัฒนธรรมทวารวดีที่เมืองโบราณอู่ทอง ในช่วงเวลาดังกล่าว   เอกสารอ้างอิง กรมศิลปากร. ศิลปะทวารวดี ต้นกำเนิดพุทธศิลป์ในประเทศไทย. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด, ๒๕๕๒. ดวงกมล อนันต์วัชรกุล. “คติความเชื่อเรื่องสัตว์ที่ปรากฏในวัฒนธรรมทวารวดี”. เอกสารการศึกษาเฉพาะบุคคล ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๔. อนันต์ กลิ่นโพธิ์กลับ. “การศึกษาความหมายและรูปแบบตราประทับสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี”. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๗. ดูน้อยลง


เตรียมพบกับสารคดีองค์ความรู้ทางด้านพิพิธภัณฑสถานวิทยา “พิพิธภัณฑสถานวิทยากับการคืนชีวิตนิทรรศการ ณ หมู่พระวิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร” ติดตามได้ช่องทาง Youtube : Office of National Museum, Thailand https://www.youtube.com/channel/UC4jUZfBAUkf9XQIFt_q-kPA เร็วๆนี้


ชื่อเรื่อง                         สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฏฐาน)      สพ.บ.                           394/5กหมวดหมู่                       พุทธศาสนาภาษา                           บาลี/ไทยอีสานหัวเรื่อง                         พุทธศาสนา                                   ชาดก                                   เทศน์มหาชาติ                                   คาถาพันประเภทวัสดุ/มีเดีย           คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ                   56 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 58 ซม. บทคัดย่อเป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


          นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมหลักสูตรนักอนุรักษ์ ช่างอนุรักษ์ และผู้คุมงานอนุรักษ์โบราณสถาน รุ่นที่ ๑ โดยมีนายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล ผู้อำนวยการสำนักสถาปัตยกรรม นายวสุ โปษยานนท์ สถาปนิกเชี่ยวชาญ และวิทยากรผู้รับผิดชอบงานด้านการอนุรักษ์โบราณสถานจากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ร่วมในพิธีเปิดการอบรม เมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๔           อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า การอบรมในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากสถานการณ์งานอนุรักษ์ที่มีแหล่งโบราณสถานอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่สมดุลกับจำนวนบุคลากรด้านการอนุรักษ์ของกรมศิลปากรที่มีอยู่จำกัด ทำให้เกิดการขาดแคลนบุคลากร ปัจจุบันจึงมีความจำเป็นต้องใช้การจ้างงานเข้ามาดำเนินการอนุรักษ์โบราณสถานมากขึ้น จึงได้มอบหมายให้สำนักสถาปัตยกรรม จัดอบรมหลักสูตรนักอนุรักษ์ ช่างอนุรักษ์ และผู้คุมงานอนุรักษ์โบราณสถาน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์โบราณสถานของกรมศิลปากรให้แก่บุคคลภายนอก ในการสร้างความรู้ความเข้าใจเพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานเดียวกัน           การจัดอบรมมีทั้งหมด ๓ หลักสูตร ตามกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ หลักสูตรอบรมนักอนุรักษ์โบราณสถาน หลักสูตรอบรมช่างฝีมืออนุรักษ์โบราณสถาน และหลักสูตรอบรมผู้ควบคุมงานอนุรักษ์โบราณสถาน โดยในระหว่างวันที่ ๗ – ๑๓ กันยายน นี้ เป็นการจัดอบรมหลักสูตรนักอนุรักษ์โบราณสถาน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ออกแบบหรือกำหนดวิธีการอนุรักษ์ตามสายวิชาชีพ ที่มีประสบการณ์ในด้านงานอนุรักษ์และเคยปฏิบัติงานร่วมกับกรมศิลปากรอยู่แล้ว การอบรมครั้งนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการรวบรวมบุคลากรที่เต็มไปด้วยความรู้และประสบการณ์ในงานอนุรักษ์โบราณสถาน มุ่งเน้นเนื้อหาเกี่ยวกับแนวทางในการปฏิบัติ ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์แหล่งมรดกศิลปวัฒนธรรม มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน รวมถึงเน้นย้ำแนวทางของกรมศิลปากรในหลักการและกระบวนการทำงาน ตามแนวทางที่กำหนดไว้ในระเบียบกรมศิลปากรว่าด้วยการอนุรักษ์โบราณสถาน พ.ศ. ๒๕๒๘           นายประทีป กล่าวว่า กรมศิลปากรจะออกประกาศนียบัตรเพื่อรับรองว่าผู้ผ่านการอบรมมีความรู้ความสามารถในระดับเดียวกันกับช่างอนุรักษ์ของกรมศิลปากร และสามารถร่วมปฏิบัติงานอนุรักษ์โบราณสถานในโครงการต่าง ๆ ของกรมศิลปากรในอนาคต ซึ่งขณะนี้กรมศิลปากรอยู่ระหว่างจัดทำข้อกำหนดในการพิจารณาอนุญาต ให้ผู้มีความรู้ความสามารถในงานอนุรักษ์โบราณสถานใช้ประกาศนียบัตรการผ่านการอบรมเพื่อร่วมดำเนินงานการอนุรักษ์โบราณสถานกับกรมศิลปากรต่อไป






ชื่อเรื่อง                     มหานิปาตวณฺณนา (เวสฺสนฺตรชาตก) ชาตกฏฐกถา ขุทฺทกนิกายฏฐกถา (ทสพร-นครกัณฑ์)สพ.บ.                       293/2ประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                   พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ               32 หน้า : กว้าง 4.4 ซม. ยาว 55.6 ซม.หัวเรื่อง                     พุทธศาสนา                              ชาดก                              เทศนา  บทคัดย่อ/บันทึกเป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับชาดทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดบ้านหมี่ ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี    


ชื่อเรื่อง                                ปฐมกับ (ปถมกับ) สพ.บ.                                  340/1ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           48 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 59 ซม.หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                          บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ  ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


เลขทะเบียน : นพ.บ.162/5ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  52 หน้า ; 4.5 x 55 ซ.ม. : ทองทึบ-ล่องชาด ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 97 (35-48) ผูก 5 (2565)หัวเรื่อง : มหาวิภงฺคปาลิ, ปาจิตฺติปาลิ(บาฬีปาจิตตี)  --เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺมเทศนา (เทศนาสังคิณี-มหาปัฎฐาน)  ชบ.บ.46/1-6ค  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


มงฺคลตฺถทีปนี (มงฺคลตฺถทีปนี เผด็จมงคลสูตร)  ชบ.บ.88ค/1-34  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


เลขทะเบียน : นพ.บ.210/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  52 หน้า ; 4.5 x 57.5 ซ.ม. : ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 110 (148-158) ผูก 1 (2565)หัวเรื่อง : กจฺจยนมูล(มูลกัจจายน์) --เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.355/ข/5ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 60 หน้า ; 5 x 58.5 ซ.ม. : ทองทึบ-ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 136  (388-396) ผูก 5ข (2565)หัวเรื่อง : มหานิปาตวณฺณนา (ทศชาติ)ชาตกฏฐกถา ขุทฺทกนิกายฎฐกถา (นารทพรหม)--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อผู้แต่ง             ปรีดีเทพย์พงษ์  เทวกุล , หม่อมเจ้า ชื่อเรื่อง               ลำดับราชสกุล เทวกุล รวมทั้งราชสกุลและสกุลอื่นที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่พิมพ์           - สถานที่พิมพ์        พระนคร สำนักพิมพ์          โรงพิมพ์ตรีรณสาร ปีที่พิมพ์              ๒๕๑๓ จำนวนหน้า          ๒๑๖  หน้า หมายเหตุ           พิมพ์เป็นที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ พลตรี หม่อมเจ้า ปรีดิเทพย์พงษ์  เทวกุล ป.จ. , ป.ช. , ป.ม.                          ท่านปรีดิเทพย์พงษ์ ได้ทรงรวบรวมรายพระนามและนางของสมาชิกในราชสกุล เทวกุลเป็นเวลากว่า ๓๐ ปี แล้ว โดยได้ทรงอาศัยต้นฉบับที่สมเด็จปู่องค์ต้นราชสกุลได้ทรงทำไว้ก่อน และได้ทรงทำสมุด “บัญชีเทวกุล” ขึ้นเล่มหนึ่ง มีรายพระนาม พระโอรสในสมเด็จปู่ทั้งหมด รายนามพระนัดดาของสมเด็จปู่ที่มีอยุ่ในขณะนั้น รวมทั้งวันเดือนปีที่ประสูติถึงชีพตักษัย เกิด ตาย ไว้เกือบครบถ้วน


black ribbon.