ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,567 รายการ
พะลามชาดก เป็นวรรณกรรมชาดกพื้นถิ่นแห่งลุ่มน้ำโขง ว่าด้วยการบำเพ็ญเพียรบารมีของพระโพธิสัตว์ ที่มีเค้าโครงเรื่องมาจาก"รามเกียรติ์" เขียนเล่าเรื่องราวบนผนังด้านทิศเหนือและทิศตะวันออก
จิตรกรรมฝาผนังอุโบสถวัดป่าเรไร บ้านหนองพอก ตำบลดงบัง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคามพะลาม พะลัก นางสีดาและม้ามณีกาบกองทัพพะลามกองทัพฮาบมะนาสวน"เมืองลังกา"กำเนิดนางสีดา นางสุชาดาลงมาปฏิสนธิในครรภ์นางจันทามเหสีฮาบมะนาสวนนางจันทาฝันร้าย อุปราชพิกพีทำนายว่านางจะตั้งครรภ์เป็นธิดาและจะนำพาให้ฮาบมะสวนสิ้นชีวิต ควรเอานางไปลอยแพเสียเมื่อครบกำหนดคลอดแล้วจึงประสูติธิดา นางจันทาและฮาบมะนาสวนเลี้ยงดูนางด้วยความรักจนอายุได้ ๑ ขวบ และเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของฮาบมะนาสวนเป็นอย่างมากและไม่เชื่อในคำทำนายนั้นมาวันหนึ่งฮาบมะนาสวนอุ้มพระธิดา นางได้คว้ามีดในพานหมากแทงฮาบมะนาสวน แล้วจึงได้เชื่อตามคำทำนาย และสั่งให้เอาพระธิดาไปลอยแพเสียพระธิดาถูกนำไปลอยแพ การถูกลอยแพครั้งนี้มีพระอินทร์ให้ความช่วยเหลือต่อพระธิดา สอนให้รู้ถึงร้อยเอ็ดภาษา และสอนคาถาเมตตามหานิยมให้แก่พระธิดาวันหนึ่งพญานาคเล่นน้ำอยู่ เห็นพระธิดาจึงได้ไต่ถาม แล้วเกิดความรักใคร่เอ็นดู จึงพากลับไปเลี้ยงดูในเมืองบาดาลนาคแปลงนำพระธิดาไปเลี้ยงดูในเมืองบาดาลนางสีดาอาศัยอยู่ในเมืองบาดาลได้ ๑๕ ปี จึงได้ขอลาพญานาคกลับอยู่บนโลกมนุษย์ต่อไป และต่อมานางได้มาอาศัยอยู่กับฤๅษีมีนายพรานไปพบเห็นนางสีดาก็ชื่นชมในความงามของนาง และกล่าวชมโฉมความงามของนางทุกๆที่ๆเดินทางไป และพ่อค้าชาวเมืองกบิลพัสดุ์ได้ยินนายพรานกล่าวชมความงามของนางสีดา คราวเมื่อเดินทางไปค้าขายที่เมืองลังกา ก็ได้กล่าวสรรเสริญความงามของนางสีดาเลื่องลือต่อๆกันไป จนเข้าหูของฮาบมะนาสวนหลังจากฮาบมะนาสวนทราบข่าวเกิดความอยากได้นางสีดามาเป็นชายา จึงออกเดินทางตามหาจนเจอและขอนางจากฤๅษี ฤๅษีจึงให้ยกธนูศิลป์ให้ได้ก่อนจึงจะยอมยกนางให้ แต่อย่างไรท้ายที่สุดฮาบมะสวนก็ไม่สามารถยกธนูนั้นขึ้นได้ จึงไม่ได้มอบนางให้แก่ฮาบมะนาสวน"เมืองจันทบุรีศรีสัตตนาค"พะลามได้ข่าวความงดงามของนางสีดา จึงได้ชวนพะลักผู้น้องขี่ม้ามะนีกาบออกติดตามหานางสีดาเพื่อเป็นชายาพะลาม พะลัก และม้ามะนีกาบพะลามขอนางสีดากับฤๅษี และสามารถยกศรธนูศิลป์ขึ้นได้ ฤๅษีจึงยกนางสีดาให้ และนำน้ำวิเศษจากสระอโนดาตมาทำพิธีอภิเษก เมื่อเสร็จพิธีแล้วทั้งสามจึงลากลับเมืองจันทบุรีศรีสัตตนาคขณะทั้งสามเดินทางกลับไปยังเมืองจันทบุรีศรีสัตตนาค ฝ่ายฮวบมะนาสวนก็ยังคงหวลคิดถึงนางสีดาอยู่ เมื่อรู้ข่าวจึงหาอุบายเพื่อลักพานางสีดาจากพะลาม โดยแปลงเป็นกวางทองและเป็นที่ต้องการของนางสีดา พะลามจึงต้องตามจับกวางทองมาให้นางจากอุบายดังกล่าวทำให้ทั้งพะลามและพะลักหลงอุบาย ทำให้ฮาบมะนาสวนเข้าหานางสีดาและสามารถลักพานางกลับเมืองลังกาได้ แต่กว่าจะลักพานางสีดาไปได้นั้น เนื่องจากพะลักได้ฝากนางสีดาไว้กับนางธรณี ฮาบมะนาสวนพยายามอุ้มนางแต่ก็อุ้มไม่ขึ้นเพราะนางธรณียึดไว้ และเมื่อถูกต้องกายนางก็ร้อนราวกับไฟ ฮาบมะสวนจึงเนรมิตโง่นหินเป็นรูปตนเข้าอุ้มนางไปได้(เพราะพะลามต่อว่าพะลักที่ฝากนางไว้กับนางธรณีนั้นจนางะช่วยอะไรได้ นางธรณีได้ยินจึงโกรธและได้ปล่อยนางสีดาไป โง่นหินแปลงนั้นจึงสามารถอุ้มนางสีดาขึ้นได้) โง่นหินแปลงอุ้มนางสีดา(ฮาบมะนาสวนเหาะตาม) ฮาบมะนาสวนต่อสู้กับพญาครุฑพญาครุฑสหายของพะลาม ได้ยินเสียงโต้เถียงกันระหว่างนางสีดกับฮาบมะนาสวน จึงรู้ว่าฮาบมะสวนลักพานางสีดามาจากพะลามจึงเข้าขัดขวาง ท้ายที่สุดฮาบมะสวนก็ชนพญาครุฑและพานางสีดากลับเมืองลังกาได้ "ต้นมณีโคตร"ต้นมณีโคตร ต้นไม้กายสิทธิ์มีผลดกมาก ผู้ใดกินผลจากกิ่งที่ชี้ไปทิศตะวันออกจะกลายเป็นลิง กิ่งทิศใต้จะกลายเป็นนกเจ่า กิ่งทิศเหนือจะกลายเป็นนกกก กิ่งที่ชี้ขึ้นไปในอากาศจะกลับกลายเป็นคนเมื่อพะลาม พะลัก เดินทางมาถึงบริเวณนี้ ม้ามณีกาบได้เนรมิตปราสาทให้พะลาม พะลักพักได้อาศัยใต้ต้นมณีโคตร และในตอนเช้าพะลามได้เก็บลูกมณีโคตรกิ่งด้านทิศตะวันออกกินจึงกลายเป็นลิงอยู่ ๓ ปี (ม้ามณีกาบบอกพะลักว่าทีพะลามกลายเป็นลิง เป็นเพราะเทวดาดลใจให้เก็บผลกิ่งด้านทิศตะวันออกนั้นกิน เพื่อจะได้คลายความทุกข์จากการที่คิดถึงนางสีดา) "กำเนิดหุนละมาน"ลิงพะลามกับลิงนางแพงสี อาศัยอยู่บนต้นมณีโคตรได้อยู่กินกันจนลิงนางแพงสีตั้งครรภ์และให้กำเนิดลิงเผือกตัวผู้ ชื่อว่า "หุนละมาน" เป็นลิงที่มีอิทธิฤทธิ์มาก "กำเนิดทัวระพี"มีฝูงควายฝูงหนึ่ง จ่าฝูงเมื่อมีลูกตัวเมียก็จะเลี้ยงไว้ แต่เป็นตัวผู้ก็จะฆ่าทิ้ง กลัวว่าเมื่อโตขึ้นจะมาแย่งความเป็นใหญ่แทนตน นางควายตัวหนึ่งตั้งท้องและแอบไปคลอดลูกในถ้ำแห่งหนึ่ง และได้คลอดลูกควายตัวผู้ ให้ชื่อว่า"ทัวระพี" เมื่อลูกโตแล้วแม่จึงเรื่องความชั่วร้ายของผู้พ่อให้ลูกฟัง ทัวระพีผู้ลูกจึงร่ำเรียนวิชาเพื่อกลับไปแก้แค้นผู้พ่อ ท้ายที่สุดทัวระพีผู้ลูกก็สามารถฆ่าพ่อได้ และมีใจหึกเหิมกำเริบคิดว่าตัวเองเก่งกล้าจึงไปท้ารบเทวดา และอาละวาทเขาไปทั่ว ทัวระพีผู้ลูก(ตัวสีเทา)และผู้พ่อต่อสู้กัน ทัวระพีต่อสู้กับสังคีบภายในถ้ำ สังคีบชนะฆ่าควายทัวระพีได้กองทัพพะลามต่อสู้กับกองทัพฮาบมะนาสวน พะลามเป็นฝ่ายชนะและนับนางสีดากลับเมืองจันทบุรีศรีสัตตนาค*การเสนอจิตรกรรมเล่าเรื่องราวพะลามชาดกที่ปรากบนผนังนั้น ช่างเขียนได้เขียนเล่าเรื่องราวถึงแค่การรบของกองทัพพะลามและฮาบมะสวนเพื่อแย่งชิงนางสีดาเพียงเท่านั้นพะลามชาดกในผนังด้านนอกฝั่งทิศตะวันออก
โครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เริ่มดำเนินการครั้งแรก เมื่อปี ๒๕๑๘ ต่อมาเกษตรกรสมาชิกได้รวมตัวกันขอจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรหมู่บ้านสหกรณ์อำเภอสันกำแพง จำกัดขึ้น เพื่อให้สมาชิกได้อยู่อาศัย ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือตนเอง เกื้อกูลกันในชุมชน โดยมีการจัดตั้งกิจการภายในชุมชน เช่น โรงผสมอาหารสัตว์ธุรกิจรวบรวมน้ำนมดิบ ธุรกิจไข่ไก่ธุรกิจน้ำมัน ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ธุรกิจจัดหา สินค้ามาจำหน่าย ธุรกิจให้บริการและส่งเสริมการเกษตร ฯลฯเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ไปทรงเยี่ยมโครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง พระราชทานกระแสพระราชดำรัส แสดงความพอพระราชหฤทัย ในระบบการส่งน้ำเข้าพื้นที่เพาะปลูกโดยใช้ร่องน้ำ และท่อจากที่สูงลงสู่ต่ำ มีอาคารบังคับน้ำตามจุดต่าง ๆ และพระราชทานพระราชดำริว่าควรจะมีการแก้ไขปัญหาน้ำรั่วซึมออกจากอาคารบังคับน้ำ โดยการขุดหลุมขนาดย่อมรองด้วยก้อนหินหรือวัสดุอื่น ๆ เพื่อเป็นบ่อพักน้ำ และตักใช้สอยได้ จากนั้นทรงมีพระราชปฏิสันถารกับตัวแทนหน่วยงาน และราษฎรในพื้นที่ อีกทั้งทอดพระเนตรการดำเนินการต่าง ๆ ภายในโครงการอย่างละเอียด (รหัสเอกสาร ฉ/ร/๘๒๖)เรียบเรียง : วีระยุทธ ไตรสูงเนิน นักจดหมายเหตุชำนาญการภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ฯ ร.๙
--- วันปากปี ---
. “วันปากปี” หรือ “วันปากปี๋” วันที่สี่ของประเพณีปีใหม่เมือง จัดว่าเป็นวันสำคัญ อีกวันหนึ่ง ในเทศกาลปีใหม่ ถือเป็นวันแรกของปี (ในปี 2564 นี้ วันปากปีตรงกับวันที่ 17 เม.ย. )
. วันนี้คนล้านนาจะกินแกงขนุนกันทุกครอบครัว เพราะเชื่อว่าจะหนุนชีวิตให้เจริญก้าวหน้า ช่วงสายๆชาวบ้านจะมารวมตัวกันที่ใจบ้านเพื่อทำบุญเสาใจบ้าน หรือส่งเคราะห์บ้าน บางแห่งอาจ จะต่อด้วยพิธีสืบชะตาหมู่บ้านและพากันไปขมาคารวะรดน้ำดำหัว ผู้อาวุโสประจำหมู่บ้านต่างๆ ในตอนค่ำของวันนี้จะมีการบูชาเทียน สืบชะตา ลดเคราะห์ รับโชค เพื่อให้เกิดความเป็นมงคล แก่ครอบครัว
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่
เปิดให้บริการทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น.
(หยุดทุกวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
e-mail : cm_museum@hotmail.com
สอบถามเพิ่มเติมกรุณาติดต่อผ่านกล่องข้อความ หรือ โทรศัพท์ : 053-221308
For more information, please leave your message via inbox or call : +66 5322 1308+
พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พระครูบวรธรรมกิจ (หลวงปู่เทียน) ณ เมรุวัดโบถส์ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี วันที่ ๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๑๒
มหามกุฎราชสันตติวงศ์ ๑๑ พฤษภาคม ๒๓๙๗ วันประสูติพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประภัศร
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประภัศร มีพระนามเดิมว่า พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าประภัศร เป็นพระราชธิดาพระองค์ที่ ๑๒ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเกศ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๓๙๗
ในรัชกาลที่ ๕ ทรงสอนหนังสือไทยประทานแก่เจ้านายหลานๆ หลายองค์ มีหม่อมเจ้าพิจิตรจิราภา เทวกุล พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ และพระองค์เจ้าธานีนิวัต พระโอรสในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนพิทยลาภพฤฒิธาดา
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประภัศร สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๗ เมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๔๖๙ สิริพระชันษา ๗๓ ปี พระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๔๗๑
ภาพ : พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประภัศร ทรงสายสะพายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ปฐมจุลจอมเกล้า ประดับเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๔ และเหรียญจักรพรรดิมาลา
นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก กรมศิลปากร เรื่อง สถานการณ์และสำรวจผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมต่อโบราณสถาน หากเกิดความเสียหายให้รีบดำเนินการแก้ไขโดยด่วน พร้อมเฝ้าระวังและเตรียมมาตรการป้องกันโบราณสถาน โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ จากรายงานสถานการณ์การสำรวจผลกระทบและความเสียหายต่อโบราณสถาน เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๔ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา พบว่าหลายพื้นที่น้ำลดลงเป็นปกติแล้ว แต่โบราณสถานหลายแห่งยังคงมีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลคลองสระบัว เช่น โบราณสถานวัดพระงาม วัดปราสาท วัดพระยาแมน วัดกุฎีทอง ซึ่งอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา สำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา จะเข้าตรวจสอบพื้นที่และสำรวจความเสียหายอย่างละเอียดต่อไป ด้านจังหวัดนครราชสีมา เกิดฝนตกหนักทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อโบราณสถาน พระนอน อำเภอสูงเนิน สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยทางวัดธรรมจักรเสมาราม และประชาชนในพื้นที่ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังโบราณสถาน และกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ ๒๑ (พัน ร.มทบ.๒๑) กองทัพภาคที่ ๒ ได้ดำเนินการก่อกระสอบทรายป้องกันน้ำล้นเข้าสู่ตัวโบราณสถานแล้ว นอกจากนี้ ยังมีการรายงานสถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับแม่น้ำเจ้าพระยามีระดับน้ำสูงขึ้น ส่งผลให้วัดอรุณราชวรารามระบายน้ำไม่ทัน น้ำหนุนเข้าท่อระบายน้ำ และท่วมขังภายในเขตพุทธาวาส ส่วนวัดกำแพงบางจาก เขตภาษีเจริญ ได้รับความเสียหายจากฝนตก ทำให้น้ำฝนรั่วเข้าสู่ภายในอุโบสถ ส่งผลให้โครงสร้างไม้ภายในอาคารเสียหาย เช่นเดียวกับศาลเจาเกียน อัน เกง เขตธนบุรี มีน้ำฝนรั่วเข้าสู่ภายในอาคารศาลเจ้า ทำให้โครงสร้างไม้ภายในอาคารเสียหาย ซึ่งกองโบราณคดี ได้เข้าดูแลและแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น พร้อมเร่งดำเนินการซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งฟื้นฟูโบราณสถานที่ได้รับความเสียหายโดยด่วน พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์น้ำเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือต่อไป ทั้งนี้ โบราณสถานทั่วประเทศส่วนใหญ่ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ปลอดภัย ส่วนโบราณสถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยายังคงเฝ้าระวังเป็นพิเศษ หากมีความจำเป็นเร่งด่วน กรมศิลปากรพร้อมจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการแก้ไขต่อไป
พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช เกียรติประวัติอันดีงามของท่านจึงเป็นความภาคภูมิใจของชาวนครศรีธรรมราชด้วยส่วนหนึ่ง และตัวท่านเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับจังหวัดนครศรีธรรมราชตั้งแต่วัยเยาว์ ดั่งเช่น ชื่อ“เปรม” นั้นก็ได้ ท่านเจ้าคุณพระรัตนธัชมุนีศรีธรรมราช (แบน คณฺฐาภรณเถร เปรียญ) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นผู้ตั้งชื่อให้ ดังที่ปรากฏในคำไว้อาลัยของ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากหนังสือรัตนธัชมุนีอนุสรณ์ ที่ได้จัดพิมพ์เนื่องในงาน พระราชทาน เพลิงศพพระรัตนธัชมุนี ณ เมรุวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร วันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๓ ความตอนหนึ่งว่า ....อนึ่ง ท่านเจ้าคุณและบิดาของกระผมเป็นศิษย์ร่วมอุปัชฌาย์อาจารย์เดียวกัน และบิดาของกระผมเป็นผู้กราบนมัสการขอให้ท่านเจ้าคุณตั้งชื่อให้กระผม จึงนับได้ว่า ท่านเจ้าคุณเป็นผู้มีพระคุณต่อกระผมเป็นส่วนตัวด้วย.....-------------------------------------------------------------เรียบเรียงโดย นายบัณฑิต พูนสุข นักจดหมายเหตุ หอจดหมายเหตุนายกรัฐมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์-------------------------------------------------------------ข้อมูลอ้างอิง วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช. เกิดถิ่นใต้. นครศรีธรรมราช : ศูนย์การพิมพ์พลชัย, พ.ศ. ๒๕๒๙. เทศบาลเมืองทุ่งสง. พระรัตนธัชมุนี (แบน คณ.ฐาภรโน). สืบค้นเมื่อ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๔, จาก :ttps://www.tungsong.com/Nakorn/Person/praratภาพจาก- หอจดหมายเหตุนายกรัฐมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์. ภาพส่วนบุคคล นายชวลิต อังวิทยาธร ภ นรม ๑ สบ ๑.๑/๑๒ ภาพพระรัตนธัชมุนี (แบน คณฺฐาภรณเถร เปรียญ) ถ่ายเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๗- หอจดหมายเหตุนายกรัฐมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์. ภาพส่วนบุคคล นายชวลิต อังวิทยาธร ภ นรม ๑ สบ ๑.๓.๑/๕๙(๑) ภาพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงจุดไฟชนวน พระราชทานเพลิงศพ พระรัตนธัชมุนีศรีธรรมราช (แบน คณฺฐาภรณเถร เปรียญ) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ถ่ายเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ.๒๕๒๓- หอจดหมายเหตุนายกรัฐมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์. ภาพส่วนบุคคล นายชวลิต อังวิทยาธร ภ นรม ๑ สบ ๑.๓.๑/๖๐ ภาพพระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช กุมารี และสมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ลง จากเมรุพิเศษ ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร หลังจากทรง ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ พระรัตนธัชมุนีศรีธรรมราช (แบน คณฺฐาภรณเถร เปรียญ) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ถ่ายเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ.๒๕๒๓ - รวมประวัติสามพระรัตนธัชมุนี อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พระรัตนธัชมุนีศรีธรรมราช(แบน คณฺฐาภรณเถร เปรียญ) วัดพระ มหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช ๑๔ กันยายน ๒๕๒๓. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์การศาสนา, ๒๕๒๓.เอกสารจดหมายเหตุหอจดหมายเหตุนายกรัฐมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์. เอกสารสำนัก นายกรัฐมนตรี นรม.๑.๑.๕.๑/๕๒ เรื่องคำไว้อาลัยท่านเจ้าคุณ พระรัตนธัชมุนีศรีธรรมราช เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช (๒๑ – ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๒๓)
น้ำต้นน้ำต้น หรือ คนโฑ เดิมเรียกกันว่าน้ำต้นเงี้ยว เนื่องจากกลุ่มคนที่ทำขึ้นเป็นชาวไทใหญ่หรือเงี้ยวที่อพยพมาตั้งรกรากในบริเวณเหมืองกุง ในช่วงสมัยพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ ผู้ครองนครเชียงใหม่ ลำดับที่ ๖น้ำต้นมีลักษณะรูปทรงคล้ายผลน้ำเต้า คอยาวสำหรับใส่น้ำดื่มให้มีความเย็นสดชื่น แบ่งเป็น ๓ ขนาดใหญ่ ๆ คือ ๑. น้ำต้นหลวง มีขนาดใหญ่ใส่น้ำได้ทีละมาก ๆ สำหรับใส่น้ำไปไร่นา มีหูจำนวน ๒ หรือ ๔ หู สำหรับร้อยเชือกเพื่อแบกบนหลัง ๒. น้ำต้นกลาง สำหรับใช้งานทั่วไปในวงอาหารหรือการรับแขก ๓. น้ำต้นหน้อย (เล็ก) มีขนาดเล็ก ใช้ใส่น้ำตั้งตามหิ้งบูชาพระ ปัจจุบันมีการผลิตที่หมู่บ้านหัตถกรรมทำเครื่องปั้นดินเผา อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ภาพ : พิพิธภัณฑ์ชุมชนวัดเกตการามอ้างอิง : ธันวดี สุขประเสริฐ.๒๕๖๔.ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) (Online). https://www.sac.or.th/.../trad.../th/equipment-detail.php... ,สืบค้นเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๔.
วินยธรสิกฺขาปทวินิจฺฉย (วินยสิกฺขาปทวินิจฺเฉยฺย)
ชบ.บ.96/1-2
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)