ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,759 รายการ

เลขทะเบียน นม.บ.15/ก/1ข





ชื่อเรื่อง                   ที่ระลึกหอสมุดอินทร์บุรีสาขาหอสมุดแห่งชาติ ประจำอำเภออินทรบุรีผู้แต่ง                       กรมศิลปากรประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากISBN/ISSN                 -หมวดหมู่                   ประวัติคริสต์ศาสนาเลขหมู่                     027.5593สถานที่พิมพ์               กรุงเทพฯสำนักพิมพ์                 โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัยปีที่พิมพ์                    2511ลักษณะวัสดุ               44 หน้าหัวเรื่อง                     ประวัติคริสต์ศาสนา ภาษา                       ไทย บทคัดย่อ/บันทึก          -


         สำนักหอสมุดแห่งชาติ รำลึกถึง "คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต" ปูชนียบุคคลผู้สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่และเป็นเสาหลักของวงการห้องสมุด และวรรณกรรมไทย ตลอดช่วงชีวิตของท่านคุณหญิงแม้นมาสได้ฝากผลงานอันทรงคุณค่าไว้มากมาย ผลงานด้านการเขียนประกอบด้วยหนังสือสำหรับเด็ก งานเขียนด้านพุทธศาสนา ด้านสารคดีและบันเทิงคดี นอกจากนี้ยังมีผลงานการแปลหนังสือภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย โดยได้แปลหนังสือ สารคดี นวนิยาย หนังสือสำหรับเด็ก บทความในวารสารวิชาการจำนวนมาก เพื่อเป็นการรำลึกถึงและสืบสานมรดกทางตัวอักษรที่ท่านได้มอบไว้ให้อนุชนรุ่นหลัง หอสมุดแห่งชาติขอแนะนำ 10 ผลงานเด่นจากปลายปากกาของท่าน ได้แก่ คู่มือบรรณารักษ์ (ฉบับปรับปรุงแก้ไข) ประวัติหอสมุดแห่งชาติ กระต่ายแหย่เสือ แม่ไก่สีแดง โรงเรียนในทุ่งกว้าง วิมานลอย แนวทางส่งเสริมการอ่าน และยอดปรารถนา ผู้สนใจสามารถไปศึกษาค้นคว้าหาอ่านกันได้ที่หอสมุดแห่งชาติ ถนนสามเสน แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร          ศาสตราจารย์พิเศษ คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต ปูชนียบุคคลสำคัญผู้พากเพียรวางรากฐานและพัฒนางานบรรณารักษศาสตร์ของประเทศไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2465 ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับทุนไปศึกษาระดับปริญญาโทด้านบรรณารักษศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา นับเป็นคนไทยรุ่นแรก ๆ ที่ได้ศึกษาวิชาชีพนี้โดยตรงจากต่างประเทศเพื่อนำความรู้มาพัฒนาประเทศ           คุณหญิงแม้นมาสได้ดำรงตำแหน่งสำคัญมากมาย อาทิ ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ และรองอธิบดีกรมศิลปากร โดยคุณูปการที่สำคัญยิ่งต่อหอสมุดแห่งชาติและวงการบรรณารักษ์มีดังนี้:           การบุกเบิกและก่อสร้างอาคารหอสมุดแห่งชาติ: ท่านเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการวางแผนและควบคุมการก่อสร้างอาคารหอสมุดแห่งชาติ ณ ท่าวาสุกรี โดยเป็นผู้พิจารณากำหนดพื้นที่ปฏิบัติงานและออกแบบครุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมทั้งบริหารจัดการการขนย้ายทรัพยากรสารสนเทศจากตึกถาวรวัตถุมายังอาคารใหม่ได้อย่างเรียบร้อย           การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้: ท่านเป็นผู้ริเริ่มนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในหอสมุดแห่งชาติเพื่อจัดทำบรรณานุกรมแห่งชาติ (National Bibliography) นับเป็นหอสมุดแห่งแรกในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้           การยกระดับมาตรฐานวิชาชีพสู่ระดับสากล: ท่านริเริ่มการนำเลขมาตรฐานสากลประจำวารสาร (ISSN) มาใช้ และก่อตั้งศูนย์ข้อมูลวารสารระหว่างชาติแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ISDS-SEA) โดยมีสำนักงานตั้งอยู่ในหอสมุดแห่งชาติ รวมถึงการร่วมก่อตั้งสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยและดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ คนแรก          การพัฒนาบุคลากร: ท่านให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพบุคลากร โดยสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่หอสมุดแห่งชาติได้รับทุนการศึกษาและฝึกอบรมทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านบรรณารักษศาสตร์ให้แก่สังคมไทย  ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ศาสตราจารย์พิเศษ คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต ได้อุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยในระดับนานาชาติ จนได้รับการยกย่องเป็นปูชนียบุคคลบรรณารักษศาสตร์ที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์          ศาสตราจารย์พิเศษ คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต ถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 สิริอายุ 104 ปี


ชื่อเรื่อง                          หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 8  ฉบับที่ 551 (29 พ.ย. 2509) ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น สถานที่พิมพ์                สุพรรณบุรี สำนักพิมพ์                   มนัสการพิมพ์ ปีที่พิมพ์                        2509 ลักษณะวัสดุ                8 หน้า. : กว้าง 40.5 ซ.ม. ยาว 54.5 ซ.ม. ภาษา                            ไทย


ชื่อเรื่อง                     หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 12 ฉบับที่ 687 (20 มิ.ย. 2513) ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นสถานที่พิมพ์               สุพรรณบุรีสำนักพิมพ์                 มนัสการพิมพ์ปีที่พิมพ์                    2513ลักษณะวัสดุ               12 หน้า. : กว้าง 40.5 ซ.ม. ยาว 54.5 ซ.ม.ภาษา                       ไทย



กิจกรรมผจญภัยในพิพิธภัณฑ์ ตอน “ตามรอยจอมราชันย์” ภารกิจตามหาอาวุธคู่พระหัตถ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช 1 กันยายน 2569 – 30 กันยายน 2569 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี



ผู้แต่ง : ทิว วิชัยขัทคะ ปีที่พิมพ์ : ม.ป.ป. สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่ สำนักพิมพ์ : ทิพย์เนตรการพิมพ์     พญามังรายมหาราช ผู้สร้างเมืองเชียงราย ความในพงศาวดารโยนกกล่าวว่า ปีจอ จัตวาศก ช้างมงคลของพระยาเมงรายตามช้างไปถึงดอยจอมทองแม่น้ำกกทันที ได้ทัศนาการเห็นภูมิประเทศที่นั่นเป็นภัยภูมิดีจึงได้สร้างนครไว้ที่นั่น ให้ก่อปราการโอบเอาดอยทองไว้ท่ามกลางเมืองครั้นสร้างนครไว้ ให้ก่อปราการโอบเอาดอยทองไว้กลางเมืองเมื่อสร้างเสร็จแล้ว เรียกชื่อเมืองว่าเชียงราย ตามพระรามของพระยาเมงรายผู้สร้าง


หลักเกณฑ์การบูรณะซ่อมแซมโบราณสถานของกรมศิลปากรเป็นอย่างไร?     ตอบ   การบูรณะซ่อมแซมโบราณสถานจะต้องศึกษาจากร่องรอยหลักฐานของโบราณสถานเดิม หรือโบราณสถานในยุคสมัยเดียวกันที่มีรูปแบบศิลปะ และลักษณะสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกัน หากมีหลักฐานชัดเจนว่าโบราณสถานนั้นมีรูปร่างลักษณะอย่างไร การบูรณะซ่อมแซมก็สามารถต่อเติมให้กลับคืนเป็นโบราณสถานที่สมบูรณ์ได้ โดยชิ้นส่วนที่ต่อเติมใหม่นั้น ต้องทำให้มีลักษณะที่แตกต่างจากชิ้นส่วนเดิมของโบราณสถานอย่างชัดเจน ในกรณีที่ไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัด การบูรณะซ่อมแซมก็จะพยายามรักษาสภาพเดิมให้มากที่สุด


ขอเชิญร่วมงาน ๑๐๕ ปีกรมศิลปากร ๒๕-๒๗ มีนาคม ๒๕๕๙ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และโรงละครแห่งชาติ              ร่วมฟังสัมมนาทางวิชาการ ร่วมชมนิทรรศการผลงานสำคัญกรมศิลปากร และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม สินค้าท้องถิ่นและหนังสือกรมศิลปากร ราคาพิเศษ


เว็ปไซต์อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย: www.finearts.go.th/sisatchanalaihistoricalpark 1. ที่ตั้ง        อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ตั้งอยู่ในเขตตำบลศรีสัชนาลัย ตำบลสารจิตร ตำบลหนองอ้อ และตำบลท่าชัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ตัวเมืองโบราณศรีสัชนาลัย อยู่ในเขตหมู่บ้านพระปรางค์ ตำบลศรีสัชนาลัย โดยอยู่ไม่สุภาพงจากกรุงเทพมหานครไปทางทิศเหนือ ประมาณ 550 กิโลเมตร เมืองโบราณศรีสัชนาลัยมีสภาพภูมิประเทศที่ตั้งของเมืองเป็นที่ราบเชิงเขาพระศรี และ เขาใหญ่ ทางด้านทิศตะวันตก และมี ลำน้ำยมอยู่ทางด้านทิศตะวันออก กรมศิลปากรได้กำหนดเขตที่ดินโบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ประมาณ 28,217 ไร่ 2. ความสำคัญทางประวัติศาสตร์        เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่ตั้งของเมืองศรีสัชนาลัย มีความเหมาะสมต่อการตั้งถิ่นฐาน คือมีทั้งที่ราบลุ่มริมแม่น้ำยมและที่ลาด เชิงเขาพระศรี และเขาใหญ่ ทำให้มีทั้งความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่และสิ่งป้องกันทางธรรมชาติที่ใช้ในการป้องกันข้าศึกศัตรู ได้อย่างดีด้วย จากหลักฐานที่สำรวจพบ พวกขวานหินขัด (เครื่องมือ เครื่องใช้ ของคนสมัยโบราณ) ที่พบที่ตำบลท่าชัย อำเภอศรีสัชนาลัย รวมทั้งจาก หลักฐานการขุดค้นทางโบราณคดีที่วัดชมชื่น แสดงว่ามีชุมชน เข้ามาอยู่อาศัยตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 9 (พ.ศ.800) เป็นต้นมาเป็นชุมชนร่วมสมัย ทวารวดีในภาคกลางถัด ขึ้นมาเป็นหลักฐานของวัฒนธรรมร่วมสมัยลพบุรี (พุทธศตวรรษที่ 18, พ.ศ. 1700) ปรากฏหลักฐานที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง ในระยะนั้นเมืองศรีสัชนาลัยมีชื่อว่าเมืองเชลียง ตามหลักฐานที่ปรากฏ ในศิลาจารึก ตำนานและพงศาวดารที่ยืนยันว่ามีเมืองโบราณ 2 เมือง อยู่ในลุ่มน้ำยมก่อนแล้ว คือ เมืองสุโขทัย และเมืองเชลียง ต่อมาได้มีการก่อสร้างเมืองศรีสัชนาลัยขึ้นทางด้านทิศเหนือของเมืองเชลียงไม่สุภาพงออกไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร เมืองศรีสัชนาลัย มีความสำคัญควบคู่กันมากับเมือง สุโขทัย โดยจากหลักฐานได้กล่าวถึงพ่อขุนศรีนาวนำถม ว่าเป็นกษัตริย์ครอง 2 นคร คือ เสวยราชย์ ทั้งเมืองสุโขทัยและเมืองศรีสัชนาลัย (ก่อน พ.ศ. 1781) ต่อมาจนถึงพ่อขุนศรีอินทราทิตย์เป็นกษัตริย์ปกครองอาณาจักรสุโขทัย (พ.ศ.1781 - 1822) ทรงโปรดให้พ่อขุนบาลเมือง ไปครองเมืองศรีสัชนาลัย ส่วนพ่อขุนรามคำแหง พระยาลิไทก็เคยครองเมืองศรีสัชนาลัย ก่อนขึ้นเสวยราชย์เป็นกษัตริย์ปกครอง อาณาจักรสุโขทัย เมืองศรีสัชนาลัยมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวงของสุโขทัย ต่อมาจนแม้กระทั่งสุโขทัยตกอยู่ภายใต้อำนาจของกรุงศรีอยุธยา และได้ เปลี่ยนชื่อเรียกว่า เมืองสวรรคโลก เมืองศรีสัชนาลัยหรือเมืองสวรรคโลกในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น เป็นเมืองสำคัญที่ผลิตภาชนะเครื่องเคลือบสังคโลกให้แก่ กรุงศรีอยุธยา ในสมัยต่อมาเมื่อมีการจัดระบบการปกครองปรับปรุงเรื่องเชื้อสายราชวงศ์ให้เข้าอยู่ในระบบราชการเรียบร้อยแล้ว กรุงศรี อยุธยา ได้เป็นผู้แต่งตั้งเจ้าเมืองเข้ามา ปกครองเมืองสวรรคโลกมีฐานะเป็นหัวเมืองชั้นนอกระดับเมืองโท หลังเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่า ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2310 เมืองศรีสัชนาลัยหรือ สวรรคโลกถูก ทิ้งร้าง ต่อมาเมืองสวรรคโลกได้จัดตั้ง ขึ้นใหม่ ที่บ้านท่าชัยอยู่ด้านทิศใต้ของเมืองเดิม และในสมัยรัตนโกสินทร์ได้ย้ายไปอยู่ที่บ้านวังไม้ขอน ซึ่งคือที่ตั้งของอำเภอ สวรรคโลกในปัจจุบัน ส่วนชื่อเมืองศรีสัชนาลัยถูกนำไปตั้งเป็นชื่อของอำเภอศรีสัชนาลัย ซึ่งได้รวมเอาเขตพื้นที่เมืองศรีสัชนาลัย โบราณไว้ด้วย อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลก ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรใน พ.ศ.2534 เนื่องจากหลักฐานที่ปรากฏแสดงให้เห็นถึงผลงานทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น นับเป็นตัวแทนของศิลปกรรมไทยยุคแรกและเป็นต้นกำเนิดของการสร้างประเทศ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2533 3. โบราณสถานที่สำคัญ        เมืองโบราณศรีสัชนาลัย มีขอบเขตของผังเมืองที่ก่อสร้างทับซ้อนอยู่บนบริเวณ เมืองเชลียงเดิม กล่าวคือ แนวกำแพงเมืองเชลียง เดิม ทำเป็นคันดินยาวขนานไปตามลำน้ำยมโดยเริ่มจาก บริเวณวัดมหาธาตุเชลียงขนานลำน้ำยมเลยผ่านเขาพนมเพลิงออกไป ซึ่งยังคงปรากฎหลักฐานคันดินให้เห็นอยู่เป็นระยะ ๆ ต่อมาเมื่อมีการก่อสร้างเมืองศรีสัชนาลัยขึ้น จึงได้พิจารณาเลือกบริเวณที่มีสภาพ ภูมิประเทศเป็นที่ราบเชิงเขา กำหนดขอบเขต การก่อสร้างกำแพงเมืองจากศิลาแลง ลักษณะผังเมืองเป็น รูปหลายเหลี่ยมไม่สม่ำเสมอตามทิศทางของแม่น้ำยม ในช่วงนี้ ลักษณะของกำแพงเมืองศรีสัชนาลัยมี หลายแนวเพราะคงมีการผสมผสานเอาแนวกำแพงคันดินในสมัยที่เป็นเมืองเชลียงเข้ามา ใช้ประโยชน์ด้วย โบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย มีทั้งภายในและภายนอกกำแพงเมือง ซึ่งรวมทั้งหมดมีไม่น้อย กว่า 215 แห่งโบราณสถานที่สำคัญมีดังนี้        3.1 โบราณสถานภายในกำแพงเมือง สำรวจพบแล้วมีทั้งสิ้น 28 แห่ง ที่สำคัญคือ วัดช้างล้อม วัดเจดีย์เจ็ดแถว วัดนางพญา วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่ วัดสวนแก้ว เป็นต้น        3.2 โบราณสถานนอกกำแพงเมืองด้านทิศเหนือ สำรวจพบแล้วมีจำนวนทั้งสิ้น 35 แห่ง ที่สำคัญคือ วัดกุฎีราย เตาทุเรียงบ้านป่ายาง เตา ทุเรียงบ้านเกาะน้อย ซึ่งเป็น แหล่งผลิต ภาชนะดินเผา “เครื่องสังคโลก” ที่สำคัญของเมืองศรีสัชนาลัย        3.3 โบราณสถานนอกกำแพงเมืองด้านทิศตะวันออก สำรวจพบแล้วมีจำนวนทั้งสิ้น 10 แห่ง ที่สำคัญคือ วัดสวนสัก วัดป่าแก้ว เป็นต้น        3.4 โบราณสถานนอกกำแพงเมืองด้านทิศใต้ สำรวจพบแล้วมีจำนวนทั้งสิ้น 24 แห่ง ที่สำคัญคือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วัดชมชื่น วัดเจ้าจันทร์ และวัดโคกสิงคาราม เป็นต้น        3.5 โบราณสถานนอกกำแพงเมืองด้านทิศตะวันตก สำรวจพบแล้วมีจำนวนทั้งสิ้น 19 แห่ง ที่สำคัญ คือ วัดพญาดำ วัดราหู วัดสระประทุม วัดพรหมสี่หน้า วัดยายตา เป็นต้น        3.6 โบราณสถานนอกกำแพงเมืองบนภูเขา สำรวจพบแล้วมีจำนวนทั้งสิ้น 15 แห่ง ที่สำคัญคือ วัดเขาใหญ่บน วัดเจดีย์เจ็ดยอด วัดเจดีย์รอบ และวัดเขาใหญ่ล่าง เป็นต้น อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลก ร่วมกันกับ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ในปี พ.ศ. 2534 เนื่องจากหลักฐานที่ปรากฎแสดงให้เห็นถึงผลงานทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น นับเป็นตัวแทนของศิลปกรรมไทย ยุคแรก และเป็นต้นกำเนิดของการสร้างประเทศ 4. การบริการและเเหล่งท่องเที่ยว        รถยนต์ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านจังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร เข้าสู่เส้นทาง หลวงหมายเลข 101 ผ่านอำเภอพรานกระต่าย อำเภอคีรีมาศ เข้าสู่จังหวัดสุโขทัย จากนั้นเมื่อถึงสี่แยกบ้านสวน เข้าอำเภอศรีสำโรง ผ่านอำเภอสวรรคโลก ไปตามทางหลวงหมายเลข 1201 ระยะทาง 18 กิโลเมตร ถึงทางเข้าอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย        รถโดยสารประจำทาง จากสถานีขนส่งสายเหนือ เส้นทางกรุงเทพฯ – สุโขทัย – ศรีสัชนาลัย เปิดบริการทุกวัน การเที่ยวชม        เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00 – 17.00 น.                          อัตราค่าเข้าชม ผู้มีสัญชาติไทย 10 บาท                          ผู้มีสัญชาติอื่น 30 บาท การท่องเที่ยว     สำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย 055 679211                          สำนักงาน ททท. 055 252743 หรือ 1672                          โรงแรมที่พัก    ไพลินสุโขทัย 055 613310                                                 ศุภาลัยเพลซ 055 641627                                                 ราชธานี 055 611031                                                  สุโขทัย 055 611133                                                 โลตัส วิลเลจ 055 612081                         ร้านอาหารแนะนำ ร้านเก่งศักดิ์ วังยมรีสอร์ท                          ตำรวจท่องเที่ยว 1155                         ตำรวจทางหลวง 055 259503 หรือ 1193                          สินค้าพื้นเมือง ผ้าหาดเสี้ยว ผ้าซิ่นตีนจก เครื่องทองและเงินโบราณ


วันที่ 24 - 25 กรกฎาคม 2557 นายเอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร และคณะผู้บริหารกรมศิลปากร ร่วมประชุมผู้บริหารกรมศิลปากร ครั้งที่ 7/2557 (สัญจร) ณ ห้องประชุมโรงแรมร้อยเกาะ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากร ในการนี้ อธิบดีกรมศิลปากรและคณะผู้บริหาร ได้เดินทางไปตรวจราชการและเยี่ยมชมโบราณสถาน และหน่วยงานของกรมศิลปากรในพื้นที่จังหวัดพัทลุง นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี อาทิเช่น วัดบางเขียนแก้ว วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร สำนักศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราช พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินครศรีธรรมราช พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา ฯลฯ      


black ribbon.