ค้นหา
จากคำค้น "สรุป" พบรายการทั้งหมด 631 รายการ
นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับประกาศกรมศิลปากร เรื่อง แก้ไขเขตที่ดินโบราณสถานภาพเขียนสีเขายะลา ตำบลลิดล-ยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา นั้น ขอเรียนชี้แจง ดังนี้
๑. ประกาศดังกล่าว ไม่ใช่การประกาศเพิกถอนภาพเขียนสีเขายะลาออกจากการเป็นแหล่งโบราณคดี แต่เป็นการประกาศแก้ไขเขตที่ดินโบราณสถานโดยรอบภาพเขียนสีเขายะลา โดยภาพเขียนสีเขายะลายังคงสภาพเป็นโบราณสถานเหมือนเดิม และได้รับการปกป้องตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ ฯ (รายละเอียดการประกาศขอบเขตตามภาพที่แนบ)
๒. การประกาศดังกล่าวไม่ใช่การเปลี่ยนพื้นที่โบราณสถานให้เป็นแหล่งสัมปทานเหมืองหิน เนื่องจากพื้นที่บริเวณดังกล่าว เป็นแหล่งสัมปทานเดิมอยู่ก่อนแล้วไม่ต่ำกว่า ๒๐ ปี ก่อนที่จะมีการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถาน และบริเวณดังกล่าวไม่ใช่ตำแหน่งที่ตั้งของแหล่งภาพเขียนสี ทั้ง ๒ แห่ง
๓. กรณีที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวการสัมปทานแร่หินในบริเวณใกล้เคียง มีผลทำให้ภาพเขียนสีเขายะลา เสียหายไปแล้วหนึ่งจุดนั้น ผลจากการตรวจสอบ โดย สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต ๑ สงขลา พบว่าการพังทลายดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๑ จากรอยเลื่อน และการกัดเซาะของน้ำใต้ดิน ทำให้รอยแตกขยายกว้างขึ้น ประกอบกับบริเวณเชิงเขามีลักษณะเป็นโพรง รวมถึงการทำเหมืองในอดีตด้วยวิธีแบบโบราณที่มีมาก่อนการให้ประทานบัตร ล้วนเป็นปัจจัยส่งเสริมการพังทลาย โดยไม่เกี่ยวข้องกับสัมปทานเหมืองหินที่อยู่โดยรอบแต่อย่างใด
๔. เหตุผลการประกาศแก้ไขเขตที่ดินฯ ในครั้งนี้ มีที่มาจากการขอความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ประกอบด้วย ๑) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ๒) ศูนย์อำนวยการบริหารส่วนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓) กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม ๔) จังหวัดยะลา และ ๕) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งในครั้งนั้นกรมศิลปากรพิจารณาแล้วเพื่อเหตุผลด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาสังคม และความมั่นคงของประเทศ จึงพิจารณาให้ความร่วมมือ โดยการพิจารณาแก้ไขเขตพื้นที่ดังกล่าวยังอยู่ในเกณฑ์ที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อแหล่งศิลปกรรมภาพเขียนสีเขายะลาแต่อย่างใด
สำหรับกรณีตัวแทนเครือข่ายประชาชนปกป้องเขายะลา ได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นั้น นายประสพ เรียงเงิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และนายพนมบุตร จันทรโชติ รองอธิบดีกรมศิลปากร ผู้แทนกรมศิลปากร ได้รับหนังสือร้องเรียนดังกล่าว และได้นำเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมตามลำดับ หลังจากนี้จะได้ดำเนินการตามขั้นตอน โดยกรมศิลปากรจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารือ เพื่อหาข้อสรุปชี้แจงแก่ผู้ร้องเรียนโดยด่วนต่อไป
ภาพ : เส้นสีแดงแสดงขอบเขตการประกาศขึ้นทะเบียนฯ พ.ศ. ๒๕๔๔ พื้นที่สีเขียวแสดงการประกาศแก้ไขเขตที่ดินฯ พ.ศ. ๒๕๖๒ ลูกศรสีชมพูแสดงระยะห่างระหว่างภาพเขียนสีทั้ง ๒ จุด กับพื้นที่ประกาศแก้ไขเขตที่ดิน (พื้นที่สีเขียว)
คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทำหนังสือที่ระลึกและจดหมายเหตุงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ขอความร่วมมือให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มีความประสงค์จะจัดทำหนังสือที่ระลึก เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ดำเนินการตามขั้นตอนการขอจัดทำหนังสือตามหลักเกณฑ์และแนวทางการพิจารณาที่คณะทำงานฝ่ายกลั่นกรองการพิจารณาการจัดทำหนังสือที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกได้กำหนดไว้ เพื่อให้การจัดทำหนังสือ มีวัตถุประสงค์และลักษณะเนื้อหา รูปแบบ ที่ถูกต้องและเหมาะสม
สามารถดูรายละเอียดได้ที่ http://wow.in.th/qVu4 และเว็บไซต์ของสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ www.nat.go.th หมดเขตการส่งแบบสรุปการขอจัดทำหนังสือที่ ในวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๓ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๒๒๘๒ ๘๔๒๓, ๐ ๒๒๘๑ ๑๕๙๙ ต่อ ๑๔๒ - ๑๔๕ โทรสาร ๐ ๒๒๘๑ ๕๓๔๑, ๐ ๒๒๘๒ ๓๘๒๖
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ได้ดำเนินการจัดโครงการเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี ๒๕๖๓ : กิจกรรมการบรรยายพิเศษ เรื่อง “เกร็ดประวัติศาสตร์จากการยุทธหัตถี” ณ ห้องประชุม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งช่วงเวลาการจัดกิจกรรมกำหนดให้ตรงกับงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมฟังการเสวนาได้รับความรู้ ความเข้าใจในเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ โบราณคดี ขนบธรรมเนียม ประเพณี อันจะก่อให้เกิดความภูมิใจแก่ท้องถิ่นและชาติบ้านเมือง ได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ เป็นผู้บรรยายและให้ความรู้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ในประวัติศาสตร์ไทยมีการรบบนหลังช้างหลายครั้ง เช่น สมัยสุโขทัย พ่อขุนรามคำแหงรบกับขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด ต่อมาสมัยอยุธยา เจ้าอ้ายพระยารบกับเจ้ายี่พระยาที่สะพานป่าถ่าน พระสุริโยทัยรบกับพระเจ้าแปร และพระนเรศวรมหาราชรบกับพระมหาอุปราชา อาจกล่าวได้ว่าการรบกันบนหลังช้างเป็นเหตุการณ์ที่ผู้คนล้วนจดจำ มีหลักฐานการบันทึกทั้งในจารึกและพงศาวดาร รวมทั้งเอกสารคำให้การซึ่งเป็นการบันทึกจากคำบอกเล่าของชาวบ้าน เหตุการณ์ยุทธหัตถีครั้งสำคัญที่สุดคือสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชรบกับพระเจ้าแปร เพราะไม่เพียงถูกบันทึกไว้ในพงศาวดารสมัยอยุธยาเท่านั้น แต่ยังคงสืบทอดมาในสมัยรัตนโกสินทร์ด้วย เช่น การเขียนวรรณกรรมเฉลิมพระเกียรติ เรื่อง ลิลิตตะเลงพ่าย โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส แสดงให้เห็นว่า ยุทธหัตถีเป็นสัญลักษณ์การกู้เอกราชของกองทัพไทย
หลักฐานเกี่ยวกับการยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่พบค่อนข้างหลากหลายและถูกเขียนขึ้นในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน จึงมีเนื้อหารายละเอียดแตกต่างกันไปด้วย Barend Jam Terwiel สนใจเรื่องราวการทำยุทธหัตถี จึงได้ทำการศึกษาได้เขียนบทความเรื่อง “What happened at Nong Sarai?” มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทำยุทธหัตถีที่ค่อนข้างละเอียด โดยเปรียบเทียบหลักฐานพื้นถิ่นกับหลักฐานตะวันตกเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ ๑๖ Terwielสรุปว่าหลักฐานของ ไทย พม่า และตะวันตก เล่าเรื่องการทำยุทธหัตถีแตกต่างกันไปถึงสิบแบบ ซึ่งเรื่องยุทธหัตถีที่คนไทยส่วนใหญ่ยึดถือในปัจจุบันเป็นเรื่องที่ชำระขึ้นสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์
หลักฐานไทย
พระราชพงศาวดารฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม)
พระราชพงศาวดารฉบับสมเด็จพระพนรัตน์
พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา
พระนิพนธ์ไทยรบพม่า
พระราชประวัติสมเด็จพระนเรศวร
พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐฯ
หลักฐานไทยแทบทุกฉบับกล่าวถึงช้างพระเนศวรเสียทีช้างพระมหาอุปราชาในการทำยุทธหัตถี Terwiel ตั้งข้อสังเกตและพบว่า พม่ามีธรรมเนียมให้ประเทศราชส่งช้างไปให้ ๓๐ ช้างทุกปี และช้างเหล่านั้นต้องผ่านการคัดกรองอย่างดี อยุธยาเป็นหนึ่งในประเทศราชที่ต้องส่งช้างดี ๆ ไปให้พม่า ทำให้เกิดข้อจำกัดในการเลือกช้างออกศึก ในขณะที่พม่าไม่เพียงแต่จะได้รับช้างจากอยุธยาเท่านั้น แต่ยังได้จากประเทศราชอื่น ๆ อีกมาก ทำให้พระมหาอุปราชาสามารถเลือกช้างที่มีคุณลักษณะอันโดดเด่นและเพียบพร้อมในการออกศึก และมีโอกาสชนะช้างพระนเรศวรได้มากกว่า
เมื่อพิจารณาพงศาวดารไทยแต่ละฉบับแล้วจะพบว่า พงศาวดารหลักคือพระราชพงศาวดารฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) เล่าถึงการเจอกับพระมหาอุปราชา พระนเรศวรตกอยู่ในวงล้อมพม่า และท้าทายพระมหาอุปราชาให้ทำยุทธหัตถีกัน พระราชพงศาวดารฉบับนี้เป็นต้นทางไปสู่พระราชพงศาวดารฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ และเป็นต้นแบบต่อให้พงศาวดารฉบับอื่น ๆ เช่น พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ และเป็นต้นเค้าหนังสือไทยรบพม่าของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ในขณะที่พงศาวดารอยุธยาฉบับหลวงประเสริฐฯ กล่าวถึงยุทธหัตถีเพียงเล็กน้อย อาจเป็นเพราะพงศาวดารฉบับนี้เขียนโดยโหร ซึ่งผู้เขียนสนใจฤกษ์นาทีมากกว่ารายละเอียดเรื่องราว โดยเล่าถึงการฝ่าฤกษ์ของพระนเรศวร แต่เป็นการฝ่าฤกษ์เพียงเล็กน้อยทำให้พระนเรศวรถูกพระแสงปืนเพียงเล็กน้อยเช่นกัน
หลักฐานประเภทคำให้การ เป็นการบอกเล่าของเชลยศึกเมื่อพ.ศ. ๒๓๑๐ ซึ่งห่างจากเหตุการณ์ยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชมากกว่า ๑๐๐ ปี เรื่องราวที่ถูกเล่ามีตั้งแต่ต้นกรุงศรีอยุธยาไปจนถึงครั้งเสียกรุง ซึ่งในเรื่องเหล่านี้มีเรื่องของพระนเรศวรแทรกอยู่ด้วย เรื่องราวนี้ถูกบันทึกครั้งแรกเป็นภาษามอญ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ โปรดให้แปลเป็นภาษาไทย โดยใช้ชื่อว่า คำให้การขุนหลวงหาวัด ด้วยเข้าใจว่าผู้ให้การคือพระเจ้าอุทุมพร นับเป็นฉบับที่มีเรื่องราวของพระนเรศวรอันเป็นความพิสดาร ทั้งเรื่องการชนไก่ เรื่องพระสุพรรณกัลยาและเรื่องการชนช้าง ซึ่งรัชกาลที่ ๔ ได้นำเอามาเขียนปนกับพระราชพงศาวดารจนเกิดเนื้อหารายละเอียดแบบใหม่ หลังจากนั้นพม่าได้แปลเอกสารจากภาษามอญเป็นภาษาพม่า เมื่อสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้รับจึงแปลจากภาษาพม่าเป็นภาษาไทย โดยเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นคำให้การชาวกรุงเก่า เพราะคิดว่าคนให้การไม่ได้มีเพียงพระเจ้าอุทุมพรเท่านั้น แต่น่าจะเป็นเชลยคนอื่น ๆ ด้วย
คำให้การทั้งสองเรื่องมีรายละเอียดบางส่วนที่ไม่ถูกกล่าวถึงในพงศาวดารไทย คือ เรื่องพระนเรศวรถูกพาไปพม่าและได้เป็นสหายกับพระมหาอุปราชา ครั้งหนึ่งทั้งสองพระองค์ตีไก่กัน ไก่ของพระนเรศวรได้รับชัยชนะ พระมหาอุปราชาจึงเดินมาบอกกับพระนเรศวรว่าไก่เชลยเก่งพร้อมเขย่าไหล่พระนเรศวร เป็นเหตุให้พระนเรศวรโกรธและหนีออกจากหงสาวดี เมื่อพระมหาอุปราชายกทัพไล่ตามพระนเรศวรทัน จึงเกิดการทำยุทธหัตถีขึ้น ซึ่งช้างของพระนเรศวรตัวเล็กกว่า ไม่สามารถทานกำลังได้ จึงถอยไปยันจอมปลวก จากคำให้การเล่าว่าการชนช้างครั้งนี้เป็นการแก้แค้นเมื่อครั้งชนไก่แล้วถูกเขย่าไหล่ ถึงแม้เรื่องราวจากคำให้การจะแตกต่างออกไปอย่างไร แต่ปรากฏภาพจิตรกรรมฝาผนังในตอนช้างพระนเรศวรยันตอพุทรา (ตามเอกสารคือจอมปลวก) ที่วัดสุวรรณดาราราม พระนครศรีอยุธยา และถูกนำไปใช้ต่อในหนังสือเรียน แสดงให้เห็นว่ามีการยอมรับเรื่องราวที่ได้จากคำให้การเช่นกัน
หลักฐานพม่า
พงศาวดารชื่อ U Kala Mahayazawindawgyi (ยาสะวิน) เป็นพงศาวดารที่ชำระหลังพระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐฯ เล็กน้อย กล่าวถึงกองทัพของพระมหาอุปราชาลงมาตั้งที่ชานพระนครกรุงศรีอยุธยา (ในขณะที่พงศาวดารหลวงประเสริฐฯ กล่าวถึงการรบที่หนองสาหร่าย สันนิษฐานว่าปัจจุบันอยู่ในเขตสุพรรณบุรี) กองทัพของพระมหาอุปราชายืนเรียงกันเป็นหน้ากระดาน ข้าง ๆ ช้างของพระมหาอุปราชาเป็นช้างของเจ้าเมืองชามะโรที่กำลังตกมันรุนแรงจนต้องใช้ผ้าหน้าราหูปิดตาไว้ไม่ให้ตื่น และอีกข้างหนึ่งเป็นช้างของนัดจินหน่อง ลูกเจ้าเมืองตองอู
เมื่อพระนเรศวรนำช้างออกมาจากในเมืองโดยมีทหารแม่นปืนห้อมล้อม พระองค์เห็นช้างของพระมหาอุปราชาจึงไสช้างเข้าไปหา แต่ชามะโรผู้เป็นราชองครักษ์เข้าป้องกันพระมหาอุปราชาและเปิดผ้าปิดหน้าช้างเพื่อจะไสช้างไปขวางช้างพระนเรศวร แต่ช้างของชามะโรตกมันจนควบคุมไม่ได้ ทำให้หันไปชนช้างของมหาอุปราชาจนช้างบาดเจ็บ ระหว่างนั้นองครักษ์ของพระนเรศวรสาดกระสุนปืนป้องกันพม่าเข้าใกล้ช้างพระนเรศวร กระสุนปืนลูกหนึ่งถูกพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์บนคอช้าง กลางช้างจึงเข้ามาประคองพระศพและไปหลบใต้ต้นไม้ นายทัพคนอื่น ๆ เข้าไปกันช้างพระนเรศวร พระองค์จึงถอยทัพกลับเข้าเมือง
เมื่อพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์ กองทัพพม่าหยุดรบและเหล่านายทัพประชุมกัน จึงได้ข้อสรุปว่ายกเลิกการรบและเดินทางกลับ เพื่อนำพระศพของพระมหาอุปราชากลับไปพระราชทานเพลิงที่หงสาวดี
หลักฐานต่างชาติ
Jasque de Coutre (ค.ศ. ๑๕๙๕ / พ.ศ. ๒๑๓๘ หรือหลังจากยุทธหัตถี ๓ ปี)
กล่าวถึง สมเด็จพระนเรศวรถูกปืนที่แขน
กล่าวถึง พระมหาอุปราชาถูกหอกเสียบกระเดือกและสิ้นพระชนม์ที่เมืองทวาย แต่มีข้อสังเกตคือ ทวายไม่น่าเป็นเส้นทางถอยทัพ
กล่าวถึง งานพระราชทานเพลิงศพพระคชาธาร เป็นงานใหญ่มากของอยุธยาและมีการจัดงานหลายวัน อีกทั้งสมเด็จพระนเรศวรเสียพระทัยมาก แสดงให้เห็นว่าเป็นช้างที่พระเจ้าแผ่นดินรักมาก อาจกระทำความความชอบอันใหญ่หลวงหรือเป็นช้างสำคัญที่มีบทบาทในการยุทธหัตถี (มีข้อน่าสังเกตว่า นอกจากการจัดงานพระราชทานเพลิงศพพระคชาธารอย่างมีเกียรติแล้ว ของ้าวของพระนเรศวรยังถูกเก็บไว้ในหอศาสตราคม ครั้นถึงสมัยพระเพทราชาต้องปราบกบฏ พระองค์ให้ไปเชิญของ้าวพระนเรศวรมาและถือไว้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ แสดงให้เห็นว่าทั้งช้างและของ้าวมีความสำคัญค่อนข้างมาก อาจเป็นหลักฐานที่สะท้อนให้เห็นว่ามีการทำยุทธหัตถีเกิดขึ้นจริงในสมัยสมเด็จพระนเรศวร)
Jeremias van Vliet (ค.ศ. ๑๖๓๓ / พ.ศ. ๒๑๗๖ หรือหลังจากยุทธหัตถี ๔๑ ปี)
Jeremias van Vliet หรือวันวลิต เป็นนายสถานีการค้าของดัตช์ สมัยพระเจ้าปราสาททอง เขียนหนังสือในลักษณะพงศาวดาร โดยได้ข้อมูลจจากการถามพระและชาวบ้าน กล่าวถึงช้างของพระนเรศวรที่ตัวเล็กกว่าช้างของพระมหาอุปราชา เมื่อยามศึกสงคราม ช้างของพระนเรศวรถอยจนพระองค์ต้องปลอบประโลม มีใจความตอนหนึ่งว่า “...คิดดูเถิดว่าตอนนี้เจ้ามีอำนาจเหนือเจ้าชีวิต ๒ พระองค์...” แสดงให้เห็นว่ามีการชนช้างทั้งพระนเรศวรและพระเอกาทศรถ หลังจากปลอบช้างแล้ว พระนเรศวรได้พรมน้ำมนตร์ปลุกเสกใส่ตะพองช้างสามครั้งและกันแสงหลั่งพระสุชลลงบนงวงช้าง ทำให้ช้างของพระองค์เริ่มฮึกเหิม
กล่าวถึงสถานที่ยุทธหัตถีที่หนองสาหร่าย ตรงกับพระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐฯ
Jesuit Nicholas Pimenta
เป็นบันทึกร่วมสมัยพระนเรศวรโดยชาวโปรตุเกส กล่าวถึงการยุทธหัตถีในครั้งนั้นว่ามีฝ่ายแม่นปืนชาวโปรตุเกสไปด้วย ๒ คน พระนเรศวรรับสั่งว่าถ้าพระองค์เพลี่ยงพล้ำให้ฝ่ายแม่นปืนยิง เมื่อกระทำยุทธหัตถี ช้างของพระนเรศวรเพลี่ยงพล้ำจึงตะโกนสั่งให้ชาวโปรตุเกสยิง เป็นเหตุให้พระมหาอุปราชาถูกกระสุนปืนจนสิ้นพระชนม์
Antonio Bocano (ค.ศ. ๑๖๑๓ / พ.ศ. ๒๑๕๖-๒๑๖๐)
กล่าวถึง การท้าทายกระทำยุทธหัตถี
กล่าวถึง ฝ่ายแม่นปืนยิงพระมหาอุปราชา
Portuguese source (Published ค.ศ. ๑๖๐๓ / พ.ศ. ๒๑๔๖) แปลโดย A Macqregor
กล่าวถึง การทำยุทธหัตถี
Persian account (ค.ศ. ๑๖๘๕ / พ.ศ. ๒๒๒๘)
กล่าวถึง การทำยุทธหัตถี สมเด็จพระนเรศวรซ่อนปืนไว้ใต้สัปคับ เมื่อพระอง์เหลี่ยงพล้ำจึงใช้ปืนยิง
หลักฐานที่กล่าวมาข้างต้น ทั้งเอกสารหลักฐานของไทย พม่า และตะวันตก ล้วนให้ภาพการทำยุทธหัตถีที่หลากหลาย ทำให้เกิดความเชื่อที่แตกต่าง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เข้ามามีส่วนแทรกซ้อนในการทำยุทธหัตถีคืออาวุธปืนไฟ ถูกนำเข้ามาอย่างช้าที่สุดคือสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ โดยชาวโปรตุเกสที่เข้ามาเป็นทหารอาสา บางส่วนทำหน้าที่เป็นทหารรักษาพระองค์ บางส่วนเป็นพลแม่นปืนที่ลอบสังหารผู้นำฝ่ายตรงข้าม
หลักฐานในสมัยพระนเรศวรกล่าวถึงการใช้ปืนค่อนข้างมาก มีทั้งที่กล่าวว่าพระมหาอุปราชาถูกปืนยิง พระนเรศวรถูกปืนยิง และท้ายช้างพระนเรศวรถูกปืนยิง แสดงให้เห็นว่าในช่วงเวลานั้นมีการใช้อาวุธปืนกันและผู้ที่อยู่บนหลังช้างมักเป็นเป้าที่ถูกยิงได้ง่าย หลังสิ้นยุคสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไม่มีการทำยุทธหัตถีอีกเลย นายทัพเลิกขี่ช้างนำทัพ เนื่องจากพลแม่นปืนเข้ามามีบทบาทในการรบมากขึ้น ดังนั้นปืนจึงเป็นสิ่งที่เข้ามาสร้างความแตกต่างและยุติธรรมเนียมการสู้รบบนหลังช้างไปตลอดกาล
ภาพ : โครงการเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี ๒๕๖๓ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี
แม้จะมีการกล่าวยืนยันตัวตนของ “คุณผู้หญิงโม” “ย่าโม” หรือ “ท้าวสุรนารี” จากลูกหลานที่สืบเชื้อสาย และจากหลักฐานสำคัญ แต่ก็ยังคงเป็นประเด็นปัญหาที่ถกเถียงกันอยู่บ่อยครั้งในหมู่ประชาชนและสังคมออนไลน์ จนกลายเป็นเรื่องยากที่จะยุติและมีข้อสรุปที่แน่ชัด
เอกสารสำคัญอย่างหนึ่งที่ยืนยันถึงตัวตนของท้าวสุรนารี คือ เอกสารโบราณ ประเภทคัมภีร์ใบลาน เรื่อง พระธาตุกถา และพระปุคคลบัญญัติ ฉบับทองทึบ จารด้วยอักษรขอม ภาษาบาลี-ไทย หน้าปกของคัมภีร์ใบลานจารบอกปี ชื่อเรื่อง และชื่อผู้สร้างคัมภีร์ใบลานว่า “พระพุทธศักราชล่วงแล้วได้ ๒๓๗๕ พระวัสสา ปีมะโรง จัตวาศก พระปุคฺคลบัญญัติปการณ นิฏฺฐิตํ ผูก ๔ ท่านพญาปลัด คุณผู้หญิงโม สร้างไว้สำหรับพระศาสนาแล” สันนิษฐานว่า ภายหลังเสร็จสงครามเจ้าอนุวงศ์ ท่านพญาปลัดและคุณผู้หญิงโม ได้มีศรัทธาสร้างคัมภีร์ใบลานถวายแก่วัดอิสาน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเป็นพุทธบูชา สืบทอดพระศาสนา และเพื่อให้พระภิกษุสามเณรได้ศึกษาเล่าเรียนพระอภิธรรม
พระธาตุกถา เป็น ๑ ใน ๗ คัมภีร์ของพระอภิธรรม ว่าด้วยปรมัตถธรรมอันสงเคราะห์กันได้ และสงเคราะห์กันไม่ได้ เกี่ยวด้วยธาตุเป็นส่วนมาก โดยมีคัมภีร์ปรมัตถทีปนี ซึ่งเป็นคัมภีร์อรรถกถา
แต่งอธิบายบทหรือข้อความที่เข้าใจยากในคัมภีร์พระธาตุกถานั้น
พระปุคคลบัญญัติ เป็น ๑ ใน ๗ คัมภีร์ของพระอภิธรรม แสดงหลักธรรมต่างๆ เช่น ขันธ์
เป็นต้นว่า ทำไม ด้วยเหตุใด จึงเรียกว่า ขันธ์ เป็นต้น และคัมภีร์นี้ ที่เรียกว่า ปุคคลบัญญัติ เพราะกล่าวถึงบุคคลมากกว่าหลักธรรมอื่นๆ คือ กล่าวทั้งอุทเทส และนิทเทส ส่วนหลักธรรมอื่นๆ กล่าวเฉพาะอุทเทสเท่านั้น
คัมภีร์ใบลานทั้ง ๒ ฉบับนี้ พบที่วัดอิสาน โดยพระครูปลัดสมพงษ์ มหาพโล เจ้าอาวาสวัดอิสาน ได้มอบให้กับหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา เป็นผู้จัดเก็บและดูแลรักษา
ปัจจุบันเก็บรักษาและจัดแสดงที่ห้องอีสานศึกษา หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
ข้อมูล-ภาพ: นางสาวอุไร คำมีภา นักภาษาโบราณปฏิบัติการ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา
ตามที่รัฐบาลสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งมีการแพร่ระบาดไปทั่วโลก โดยเฉพาะในสาธารณรัฐประชาชนจีน ทำให้มีผู้เสียชีวิตและติดเชื้อจำนวนมาก และนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม เฝ้าระวังและป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา
นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากรในฐานะหน่วยงานที่ดูแลแหล่งเรียนรู้มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติทั่วประเทศ โดยเฉพาะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ หอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก จึงได้ดำเนินมาตรการรองรับสถานการณ์ไวรัสโคโรนาอย่างเร่งด่วน โดยให้บุคลากรและเจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เฝ้าระวังและป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสดังกล่าว มีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารและวิธีการป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาให้แก่ผู้เข้าชมและผู้รับบริการ ซึ่งหน่วยงานได้ดำเนินการติดตั้งเจลแอลกอฮอล์ล้างมือบริเวณประตูทางเข้า - ออก บริเวณห้องน้ำ และตามจุดต่าง ๆ เช็ดทำความสะอาดบริเวณที่มีการสัมผัสบ่อย เช่น ที่จับประตู ราวบันได และเคาน์เตอร์ให้บริการรวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานสวมหน้ากากอนามัยป้องกันการติดเชื้อ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว รวมทั้งป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และลดอัตราเสี่ยงการติดเชื้อได้
อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อไปว่า ได้ให้หน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากร ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด รวมทั้งรายงานมาตรการรองรับสถานการณ์ไวรัสโคโรนาของแต่ละหน่วยงาน เพื่อจะได้สรุปผลการดำเนินงานรายงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมต่อไป
การขออนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุ หรือชิ้นส่วนของโบราณวัตถุ หรือชิ้นส่วนของศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรเพื่อการศึกษาวิเคราะห์ วิจัย ซ่อมแซม หรือประกอบ เป็นการชั่วคราว รวมทั้งการนำไปแปรสภาพหรือทำลายโดยกระบวนการวิเคราะห์ โดยไม่นำกลับเข้ามา
หน่วยงานที่ให้บริการ : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอและในการพิจารณาอนุญาต
พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มาตรา 23 ทวิ ในกรณีที่มีความจำเป็นที่ต้องส่งหรือนำโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุหรือชิ้นส่วนของโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่อยู่ในความครอบครองของกรมศิลปากรออกนอกราชอาณาจักรเพื่อการศึกษา การวิเคราะห์ การวิจัย การซ่อมแซม หรือประกอบ ให้อธิบดีมีอำนาจส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุหรือชิ้นส่วนของโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ต้องนำไปแปรสภาพหรือทำลายไปโดยกระบวนการวิเคราะห์หรือการวิจัยนั้น อธิบดีจะส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ต้องนำกลับมาก็ได้
หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา
2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว
3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว
4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.บ. โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ. โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535
พ.ร.บ. โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ช่องทางการให้บริการ
1 สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
ที่อยู่: 81/1 ถนนศรีอยุธยา แขวงวชิระ เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0 2281 6766, 0 2628 5028 พื้นที่บริการ : กรุงเทพมหานคร
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
2 สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี
ที่อยู่: 162 ถ.ไกรเพชร ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี 70000
โทรศัพท์: 0 3232 3226-7 พื้นที่บริการ : จังหวัดราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร สมุทรสงครามและสมุทรปราการ ยกเว้นเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
3 สำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี
ที่อยู่: 17/1 ม. 4 ถ.มาลัยแมน ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี 72000
โทรศัพท์: 0 3554 5466-7 พื้นที่บริการ : จังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี นครปฐม นนทบุรีและปทุมธานี ยกเว้นเขตอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
4 สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา
ที่อยู่: ถ.อู่ทอง ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา 13000
โทรศัพท์: 0 3524 2501 พื้นที่บริการ : พระนครศรีอยุธยา นครนายก สระบุรี อ่างทองและสิงห์บุรี ยกเว้นเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
5 สำนักศิลปากรที่ 4 ลพบุรี
ที่อยู่: ถ.พระยากำจัด ต.ท่าหิน อ.เมือง จ.ลพบุรี 15000
โทรศัพท์: 0 3641 2510 พื้นที่บริการ : ลพบุรี ชัยนาท นครสวรรค์ เพชรบูรณ์และอุทัยธานี ยกเว้นเขตอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
6 สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี
ที่อยู่: ถ.ปราจีนอนุสรณ์ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี 25000
โทรศัพท์: 0 3721 1296, 0 3721 2610 พื้นที่บริการ : ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี ระยอง ตราดและสระแก้ว
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
7 สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย
ที่อยู่: 216 ม. 3 ถ.สายเมืองเก่า ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย 64210
โทรศัพท์: 0 5569 7364 พื้นที่บริการ : สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลกและอุตรดิตถ์ ยกเว้นเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เขตอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยและเขตอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
8 สำนักศิลปากรที่ 7 น่าน
ที่อยู่: ถ.ผากอง ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน 55000
โทรศัพท์: 0 5471 1160 พื้นที่บริการ : น่าน พะเยา แพร่และลำปาง
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
9 สำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่
ที่อยู่: 451 ถ.ซุปเปอร์ไฮเวย์ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50300
โทรศัพท์: 0 5322 2262 พื้นที่บริการ : เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูนและแม่ฮ่องสอน
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
10 สำนักศิลปากรที่ 9 ขอนแก่น
ที่อยู่: 193 ม. 13 ถ.กสิกรทุ่งสร้าง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
โทรศัพท์: 0 4324 2129, 04333 7629 พื้นที่บริการ : ขอนแก่น มหาสารคาม เลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี และบึงกาฬ ยกเว้น เขตอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
11 สำนักศิลปากรที่ 10 ร้อยเอ็ด
ที่อยู่: 19/40-41 ถ.บ้านท่านคร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000
โทรศัพท์: 0 4351 3530 พื้นที่บริการ : ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ สกลนครและนครพนม
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
12 สำนักศิลปากรที่ 11 อุบลราชธานี
ที่อยู่: 78 ม. 10 ซ.สีห์พนม ถ.เลี่ยงเมือง ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี 34000
โทรศัพท์: 0 4531 2845-6 พื้นที่บริการ : อุบลราชธานี มุกดาหาร ยโสธร ศรีสะเกษและอำนาจเจริญติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
13 สำนักศิลปากรที่ 12 นครราชสีมา
ที่อยู่: 274 ม. 17 ถ.พิมาย-ชุมพวง ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา 30110
โทรศัพท์: 0 4447 1518, 0 4428 5096 พื้นที่บริการ : นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์และสุรินทร์ ยกเว้นเขตอุทยานประวัติศาสตร์พิมายและเขตอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งและเมืองต่ำ
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
14 สำนักศิลปากรที่ 13 สงขลา
ที่อยู่: 733 ม. 2 ถ.สี่แยกธนบดี ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา 90100
โทรศัพท์: 0 7433 0255-6 พื้นที่บริการ : สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลาและนราธิวาส
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
15 สำนักศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราช
ที่อยู่: 328 ถ.ราชดำเนิน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช 80000
โทรศัพท์: 0 7535 6458, 0 7532 4479 พื้นที่บริการ : นครศรีธรรมราช ชุมพร สุราษฎร์ธานีและพัทลุง ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
16 สำนักศิลปากรที่ 15 ภูเก็ต
ที่อยู่: 217/3 ม. 3 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต 83110
โทรศัพท์: 0 7627 3006 พื้นที่บริการ : ภูเก็ต ระนอง พังงา กระบี่และตรัง
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
17 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี
ที่อยู่: 97 ถ.คีรีรัถยา ต.คลองกระแซง อ.เมือง จ. เพชรบุรี 76000
โทรศัพท์: 0 3242 5600
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
18 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี
ที่อยู่: 325/1 ถ.วรเดช ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี 70000
โทรศัพท์: 0 3232 1513
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
19 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง
ที่อยู่: ถ.มาลัยแมน ต.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี 72160
โทรศัพท์: 0 3555 1021
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
20 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี
ที่อยู่: ถ.สุพรรณบุรี-ชัยนาท ต.สนามชัย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี 72000
โทรศัพท์: 0 3553 5330
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
21 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย
ที่อยู่: ถ.สุพรรณบุรี-ชัยนาท ต.สนามชัย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี 72000
โทรศัพท์: 0 3553 6113
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
22 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์
ที่อยู่: ถ.ขวาพระ อ.เมือง จ.นครปฐม 73000
โทรศัพท์: 0 3427 0300
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
23 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า
ที่อยู่: ต.บ้านเก่า อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี 71000
โทรศัพท์: 08 1994 9873
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
24 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา
ที่อยู่: 108/1 หมู่ 2 ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา 13000
โทรศัพท์: 0 3524 1587
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
25 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม
ที่อยู่: ถ.อู่ทอง ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา 13000
โทรศัพท์: 0 3525 1586
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
26 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี
ที่อยู่: ต.หินปัก อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี 15110
โทรศัพท์: 0 3658 1986
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
27 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์
ที่อยู่: ถ.สรศักดิ์ ต.ท่าหิน อ. เมือง จ.ลพบุรี 15000
โทรศัพท์: 0 3641 1458
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
28 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี
ที่อยู่: หมู่ 6 ต.ชัยนาท อ.เมือง จ.ชัยนาท 17000
โทรศัพท์: 0 5640 5621
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
29 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี
ที่อยู่: อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี 25000
โทรศัพท์: 0 3721 1586
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
30 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พาณิชย์นาวีจันทบุรี
ที่อยู่: 80 หมู่ 8 ต.บางกะจะ อ.เมือง จ.จันทบุรี 22000
โทรศัพท์: 0 3939 1431
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
31 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง
ที่อยู่: ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย 64210
โทรศัพท์: 0 5569 7367
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
32 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก
ที่อยู่: 69 ถ.ประชาราษฎร์ สวรรควรนายก ต.เมืองสวรรคโลก อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย 64110
โทรศัพท์: 0 5564 1571
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
33 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร
ที่อยู่: 120 ถ.ปิ่นดำริห์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร 62000
โทรศัพท์: 0 5571 1570
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
34 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระพุทธชินราช
ที่อยู่: ถ.พุทธบูชา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000
โทรศัพท์: 0 5524 1717
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
35 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน
ที่อยู่: ถ.ผากอง ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน 55000
โทรศัพท์: 0 5477 2777
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
36 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่
ที่อยู่: 451 หมู่ 2 ถ.ชุปเปอร์ไฮเวย์ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50300
โทรศัพท์: 0 5322 1308
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
37 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย
ที่อยู่: 122 ถ.อินทยงยศ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ลำพูน 51000
โทรศัพท์: 0 5351 1186
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
38 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน
ที่อยู่: 702 หมู่ 3 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย 57150
โทรศัพท์: 0 5377 7102
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
39 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น
ที่อยู่: 193 ถ.หลังศูนย์ราชการ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
โทรศัพท์: 0 4324 6170
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
40 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง
ที่อยู่: ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี 41320
โทรศัพท์: 0 4220 8340
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
41 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด
ที่อยู่: ถ.เพลินจิต ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000
โทรศัพท์: 0 4351 9306
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
42 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี
ที่อยู่: 318 ถ.เขื่อนธานี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี 34000
โทรศัพท์: 0 4525 1015
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
43 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย
ที่อยู่: ถ.ท่าสงกรานต์ ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา 30110
โทรศัพท์: 0 4448 1269
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
44 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์
ที่อยู่: ถ.ราชดำเนินมหาวีรวงศ์นครราชสีมา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000
โทรศัพท์: 0 4424 2958
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
45 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์
ที่อยู่: 214/4 หมู่ 13 ถ.สุรินทร์-ช่องจอม ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์ 32000
โทรศัพท์: 0 4415 3054
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
46 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา
ที่อยู่: ถ.จะนะ อ.เมือง จ.สงขลา 90000 โทรศัพท์: 0 7431 1728
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
47 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สตูล
ที่อยู่: ถ.สตูลธานี ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล 91000
โทรศัพท์: 0 7472 3140
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
48 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช
ที่อยู่: ถ.ราชดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช 80000
โทรศัพท์: 0 7534 1075
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
49 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา
ที่อยู่: 155-156 ต.เวียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี 84110
โทรศัพท์: 0 7743 1066
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
50 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร
ที่อยู่: 312 หมู่ 1 ถ.ไตรรัตน์ ต.นาชะอัง อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร 86000
โทรศัพท์: 0 7765 8358
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
51 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง
ที่อยู่: 217/12 หมู่ 3 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต 83110
โทรศัพท์: 0 7637 9895-7
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
ขั้นตอน ระยะเวลา และส่วนงานที่รับผิดชอบ ระยะเวลาในการดำเนินการรวม : 110 วันทำการ
1 การตรวจสอบเอกสาร
ยื่นขออนุญาตนำโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุหรือชิ้นส่วนของโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่อยู่ในความครอบครองของกรมศิลปากรออกนอกราชอาณาจักรเพื่อการศึกษา การวิเคราะห์ การวิจัย การซ่อมแซม หรือประกอบ ให้อธิบดีมีอำนาจส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุหรือชิ้นส่วนของโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ ที่ต้องนำไปแปรสภาพหรือทำลายไปโดยกระบวนการวิเคราะห์หรือการวิจัย เจ้าหน้าที่รับเรื่อง ตรวจสอบข้อมูล และเอกสารหลักฐาน รวมวันที่แก้ไข/ปรับปรุง/เพิ่มเติม เพื่อให้เอกสารถูกต้องครบถ้วน (หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ได้แก่ สำนักศิลปากรที่ 1-15 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในเขตพื้นที่ ร่วมด้วย) 1 วัน
2 การพิจารณา
หน่วยงานที่รับผิดชอบยื่นเรื่องเสนอต่อธิบดีกรมศิลปากร (หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ได้แก่ สำนักศิลปากรที่ 1-15 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในเขตพื้นที่ ร่วมด้วย) 7 วัน
3 การพิจารณา
นำเรื่องเข้าที่ประชุมที่ปรึกษาคณะกรรมการกำหนดเงินรางวัลสำหรับผู้เก็บได้ซึ่งโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่เป็นทรัพย์สิน และประเมินราคาของโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ สิ่งเทียมโบราณวัตถุ และสิ่งเทียมศิลปวัตถุ
(หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ได้แก่ กลุ่มทะเบียน คลังพิพิธภัณฑ์ และสารสนเทศ) 60 วัน
4 การพิจารณา
สรุปมติที่ประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อแจ้งต่อหน่วยงานที่ยื่นไว้ในข้อ 1 เพื่อดำเนินการต่อ
(หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ได้แก่ กลุ่มทะเบียน คลังพิพิธภัณฑ์ และสารสนเทศ ) 7 วัน
5 การลงนาม/คณะกรรมการมีมติ
หน่วยงานที่ยื่นไว้ในข้อ 1 นำเรื่องเสนอต่ออธิบดีกรมศิลปากรหากเห็นชอบ ลงนามในหนังสือ อนุญาตให้นำหรือส่งโบราณวัตถุออกนอกราชอาณาจักร เพื่อการศึกษาวิจัยฯ (หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ได้แก่ สำนักศิลปากรที่ 1-15 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในเขตพื้นที่ ร่วมด้วย) 15 วัน
6 การลงนาม/คณะกรรมการมีมติ
ขออนุมัติให้นำโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ออกนอกราชอาณาจักรเพื่อการศึกษา การวิเคราะห์ โดยมีรายการโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ พร้อมภาพถ่าย ให้อธิบดีกรมศิลปากรพิจารณาอนุมัติ โดยมีคำสั่งกรมศิลปากรอนุญาตให้นำออกไปนอกราชอาณาจักรได้ (หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ได้แก่ สำนักศิลปากรที่ 1-15 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในเขตพื้นที่ ร่วมด้วย)
รายการเอกสาร หลักฐานประกอบ
1 รายละเอียดโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุ พร้อมภาพถ่ายที่จะขออนุญาตไปทำการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย (สำเนา2 ชุด)
2 โครงร่างการวิจัย (สำเนา 2 ชุด)
3 เอกสารแสดงสถานภาพของสถาบัน/หน่วยงานที่จะขออนุญาตนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุไปศึกษา วิเคราะห์ วิจัย (สำเนา 2 ชุด)
ค่าธรรมเนียม
ไม่มีค่าธรรมเนียม
ที่มา : www.info.go.th
สรุปรายการบรรเลง - ขับร้อง
ระหว่าง เดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม 2560
ลำดับที่
วัน - เดือน - ปี
เนื่องในงาน
สถานที่
หมายเหตุ
1.
1 กุมภาพันธ์ 2560
กิจกรรมแสดงความอาลัยพ่อหลวง ในโครงการ Huso Open House
ณ อาคารเรียนรวม และอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยราชภัฎกาญจนบุรี
2.
31 มกราคม 2560
งานโครงการอ่านเป็น เล่นสนุก สร้างความสุขให้ทุกคน ประจำปี 2560 ครั้งที่ 1
ณ หอสมุดแห่งชาติ
3.
30 มกราคม 2560
งานแถลงข่าวการแสดงประจำปี 2560 ของสำนักการสังคีต
ณ โรงละครแห่งชาติ
4.
15 กุมภาพันธ์ 2560
งานคอนเสิร์ตเพลงรักจากพระราชหฤทัยในล้านเกล้าฯ รัชกาลที่ 6, รัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10
ณ หอสมุดดนตรีรัชกาลที่ 9 สำนักหอสมุดแห่งชาติ
5.
18 กุมภาพันธ์ 2560
งานโครงการเผยแพร่มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ประจำปี 2560 "เปิดตำนานวังหน้า จากอดีตถึงปัจจุบัน
ณ วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
6.
4 มีนาคม 2560
งาน "เฟื่องฟ้าเทิดไท้ 9" น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ฯ
ณ สนามหน้าโรงเรียนวีรศิลป์ อำเภอท่าม่วง จังหวัด กาญจนบุรี
7.
19 มีนาคม 2560
งานโครงการ 666 ปี กรุงศรีอยุธยา 25 ปี มรดกโลก : พัฒนาการตามรอยทางของพระยาดบราณราชธานินทร์
ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจันทรเกษม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
8.
21 มีนาคม 2560
งานแสดงความยินดีแก่บัณฑิตกิตติมศักดิ์ ประจำปี 2558 ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
ณ ห้องวิภาวดี บอลรูม ซี ชั้น แอล โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์แอทเซ็นทรัลลาดพร้าว
9.
2 เมษายน 2560
งานสัปดาห์อนุรักษ์มรดกไทยประจำปี 2560 ในหัวข้อ "บิดาแห่งการอนุรักษ์มรดกไทย"
ณ โรงละครแห่งชาติ
10.
5 เมษายน 2560
งานสัปดาห์อนุรักษ์มรดกไทยประจำปี 2560 ในหัวข้อ "บิดาแห่งการอนุรักษ์มรดกไทย"
ณ โรงละครแห่งชาติ
11.
5 เมษายน 2560
งานไนท์มิวเซียม
ณ ศาลาสำราญมุขมาตย์
12.
8 เมษายน 2560
งานสัปดาห์อนุรักษ์มรดกไทยประจำปี 2560 ในหัวข้อ "บิดาแห่งการอนุรักษ์มรดกไทย"
ณ โรงละครแห่งชาติ
13.
24 เมษายน 2560
งานใต้ร่มพระบารมี 235 ปี กรุงรัตนโกสินทร์
ณ โรงละครแห่งชาติ
14.
6 เมษายน 2560
งานพระราชพิธีถวายสักการะพระปฐมบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุโลกมหาราช
ณ ลานพระปฐมบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช บริเวณเชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า ฝั่งพระนคร
15.
25 เมษายน 2560
งานโครงการอ่านเป็น เล่นสนุก สร้างความสุขให้ทุกคน ประจำปี 2560 ครั้งที่ 2
ณ สำนักหอสมุดแห่งชาติ
16.
1 พฤษภาคม 2560
งานคอนเสิร์ต "บทเพลงของพ่อ" จากสมาคมส่งเสริมการวิจัย
ณ โรงละครแห่งชาติ
17.
7 พฤษภาคม 2560
รายการศิลปากรคอนเสิร์ตชุด "ดุจดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจ"
ณ โรงละครแห่งชาติ
18.
26 พฤษภาคม 2560
งานการกุศลแลองชาตกาล 102 ปี ครูกรี วรศะริน ศิลปินแห่งชาติ
ณ โรงละครแห่งชาติ
เมื่อวันจันทร์ที่ 9 มกราคม 2560 คณะเจ้าหน้าที่ซึ่งประกอบด้วยบรรณารักษ์และนักจดหมายเหตุ จากคณะผู้แทนจากกรมศึกษาวิจัยด้านประวัติศาสตร์ และหอสมุดแห่งชาติ (Department of Historical Research and National Library) สาธารณรัฐสหภาพเมียนมา จำนวน 8 คน ได้เดินทางมาศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการดำเนินงานด้านจดหมายเหตุ ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยนางบุศยรัตน์ คู่เทียม ผู้อำนวยการฯ ให้การต้อนรับ และนางสาววรนุช วีณะสนธิ นักวิชาการโสตทัศนศึกษา ชำนาญการ เป็นผู้บรรยายสรุปและนำชมการทำงานด้านการจัดเรียงเเอกสารโสตทัศนจดหมายเหตุ และการอนุรักษ์เอกสารเป็นดิจิทัล รวมถึงเยี่ยมชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอีกด้วย
วันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๙ H.E.MRS.PHOEURNG SACKONA รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์ ราชอาณาจักรกัมพูชาและคณะ ในฐานะแขกของกระทรวงวัฒนธรรม เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง โดยมีนางสาวนิตยา กนกมงคล ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหงและเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ ต้อนรับและบรรยายสรุปเกี่ยวกับประวัติและพันธกิจของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหงพร้อมทั้งนำชมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่จัดแสดงในอาคารจัดแสดง โดยรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์ ราชอาณาจักรกัมพูชาชมและซักถามข้อมูลด้วยความสนใจอย่างยิ่งตลอดการบรรยายนำชม ทั้งนี้ วัฒนธรรมจังหวัดสุโขทัย ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและหัวหน้ากลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย ร่วมเดินทางมาพร้อมคณะด้วย
เมื่อวันเสาร์ ที่ 12 มีนาคม พุทธศักราช 2559 เวลา 10.00 - 12.30 น. ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ฉัตรทิพย์ นาถสุภา นำนิสิตหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 25 คน เยี่ยมชมและฟังการบรรยายสรุปการใช้เอกสารจดหมายเหตุจากนางสาวกรพินธุ์ ทวีตา หัวหน้ากลุ่มเอกสารจดหมายเหตุและบริการ ณ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ
การขออนุญาตเก็บรักษาโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุซึ่งเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินและอยู่ในความดูแลรักษาของกรมศิลปากร
หน่วยงานที่ให้บริการ : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอและในการพิจารณาอนุญาต
ตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มาตรา 26 กำหนดให้โบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่เป็นทรัพย์สินของแผ่นดินและอยู่ในความดูแลรักษาของกรมศิลปากร จะเก็บรักษาไว้ ณ สถานที่อื่นนอกจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไม่ได้ แต่ในกรณีที่ไม่อาจหรือไม่สมควรจะนำมาเก็บรักษา ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากรแล้ว จะเก็บรักษาไว้ ณ พิพิธภัณฑ์อื่น วัด หรือสถานที่ของทางราชการก็ได้ โดยผู้ขออนุญาตเก็บรักษาจะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมศิลปากรว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการเก็บรักษา และนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ ไปตั้งแสดง ณ สถานที่อื่นใดเป็นการชั่วคราว พ.ศ. 2535 ซึ่งมีหลักเกณฑ์ดังนี้
1.กรณีที่อธิบดีกรมศิลปากรอนุญาตให้นำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุไปแสดง ณ สถานที่ใดๆ เป็นการชั่วคราว ผู้ได้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามข้อตกลง หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่กรมศิลปากรกำหนดไว้ และลงนามในข้อตกลง
2.ผู้ได้รับอนุญาตต้องดูแลรักษาโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ได้รับอนุญาตให้นำไปเก็บรักษาหรือตั้งแสดงอย่างดี โดยไม่กระทำหรือยินยอมให้ผู้อื่นกระทำเสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า ทำให้สูญหาย ทำซ้ำ หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ได้รับอนุญาต รวมทั้งไม่ซ่อมแซมโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุดังกล่าวก่อนได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต
3.หากเกิดการเสียหายแก่โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ได้รับอนุญาตหรือโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุนั้นสูญหายไม่ว่ากรณีใดๆ ผู้ได้รับอนุญาตต้องแจ้งให้ผู้อนุญาตทราบภายใน 24 ชั่วโมง และต้อง และต้องชดใช้ค่าเสียหายตามที่อธิบดีกรมศิลปากรกำหนด แม้ความเสียหายนั้นจะเกิดขึ้นเพราะเหตุสุดวิสัย
4.ผู้ได้รับอนุญาตต้องประกันภัยในโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุทั้งหมดที่ได้รับอนุญาตโดยให้กรมศิลปากรเป็นผู้รับประโยชน์ และต้องมอบกรมธรรม์ประกันภัยให้ผู้อนุญาตถือว้า 1 ฉบับ
5.กรณีที่ผู้อนุญาตเป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐ ผู้อนุญาตอาจยกเว้นการปฏิบัติตามความในวรรคแรกหรือให้มีการประกันภัยอย่างอื่นตามที่เห็นสมควรก็ได้
6.ผู้ได้รับอนุญาตต้องให้ผู้อนุญาตหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เข้าไปตรวจสถานที่เก็บรักษาหรือตั้งแสดงโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุดังกล่าวได้ตลอดเวลา
7.ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ค่าขนส่ง หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดอันเกี่ยวกับการนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุไปตั้งแสดงหรือนำส่งกลับคืน ผู้ได้รับอนุญาตเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
8.หากผู้อนุญาตประสงค์ที่จะให้ผู้ได้รับอนุญาตนำโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุที่ได้รับอนุญาตให้ไปเก็นรักษาหรือตั้งแสดงคืนก่อนครบกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต เพื่อประโยชน์ของทางราชการ ผู้ได้รับอนุญาตต้องนำส่งคืนผู้อนุญาตทันที
9.เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต ผู้ได้รับอนุญาตต้องนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุคืนให้ผู้อนุญาตโดยเร็วภายในระยะเวลาไม่เกิน 15 วัน
10.หากผู้ได้รับอนุญาตประสงค์จะเก็บรักษาหรือตั้งแสดงโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุดังกล่าวต่อไปต้องยื่นหนังสือขออนุญาตล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนครบกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต
11.หากผู้ได้รับอนุญาตไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อตกลง ข้อใดข้อหนึ่งหรือเงื่อนไขที่ผู้อนุญาตกำหนด ผู้ได้รับอนุญาตต้องส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ได้รับอนุญาตให้เก็บรักษาหรือตั้งแสดงส่งคืนให้แก่ผู้อนุญาตทันที
หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา
2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว
3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว
4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.บ. โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ. โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535
พ.ร.บ. โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ระเบียบกรมศิลปากร ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการเก็บรักษาและนำโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุ ไปตั้งแสดง ณ สถานที่อื่นใดเป็นการชั่วคราว พ.ศ.2535
ช่องทางการให้บริการ
1 สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
ที่อยู่: 81/1 ถนนศรีอยุธยา แขวงวชิระ เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0 2281 6766, 0 2628 5028 พื้นที่บริการ : กรุงเทพมหานคร
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
2 สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี
ที่อยู่: 162 ถ.ไกรเพชร ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี 70000
โทรศัพท์: 0 3232 3226-7 พื้นที่บริการ : จังหวัดราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร สมุทรสงครามและสมุทรปราการ ยกเว้นเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
3 สำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี
ที่อยู่: 17/1 ม. 4 ถ.มาลัยแมน ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี 72000
โทรศัพท์: 0 3554 5466-7 พื้นที่บริการ : จังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี นครปฐม นนทบุรีและปทุมธานี ยกเว้นเขตอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
4 สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา
ที่อยู่: ถ.อู่ทอง ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา 13000
โทรศัพท์: 0 3524 2501 พื้นที่บริการ : พระนครศรีอยุธยา นครนายก สระบุรี อ่างทองและสิงห์บุรี ยกเว้นเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
5 สำนักศิลปากรที่ 4 ลพบุรี
ที่อยู่: ถ.พระยากำจัด ต.ท่าหิน อ.เมือง จ.ลพบุรี 15000
โทรศัพท์: 0 3641 2510 พื้นที่บริการ : ลพบุรี ชัยนาท นครสวรรค์ เพชรบูรณ์และอุทัยธานี ยกเว้นเขตอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
6 สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี
ที่อยู่: ถ.ปราจีนอนุสรณ์ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี 25000
โทรศัพท์: 0 3721 1296, 0 3721 2610 พื้นที่บริการ : ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี ระยอง ตราดและสระแก้ว
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
7 สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย
ที่อยู่: 216 ม. 3 ถ.สายเมืองเก่า ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย 64210
โทรศัพท์: 0 5569 7364 พื้นที่บริการ : สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลกและอุตรดิตถ์ ยกเว้นเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เขตอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยและเขตอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
8 สำนักศิลปากรที่ 7 น่าน
ที่อยู่: ถ.ผากอง ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน 55000
โทรศัพท์: 0 5471 1160 พื้นที่บริการ : น่าน พะเยา แพร่และลำปาง
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
9 สำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่
ที่อยู่: 451 ถ.ซุปเปอร์ไฮเวย์ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50300
โทรศัพท์: 0 5322 2262 พื้นที่บริการ : เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูนและแม่ฮ่องสอน
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
10 สำนักศิลปากรที่ 9 ขอนแก่น
ที่อยู่: 193 ม. 13 ถ.กสิกรทุ่งสร้าง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
โทรศัพท์: 0 4324 2129, 04333 7629 พื้นที่บริการ : ขอนแก่น มหาสารคาม เลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี และบึงกาฬ ยกเว้น เขตอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
11 สำนักศิลปากรที่ 10 ร้อยเอ็ด
ที่อยู่: 19/40-41 ถ.บ้านท่านคร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000
โทรศัพท์: 0 4351 3530 พื้นที่บริการ : ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ สกลนครและนครพนม
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
12 สำนักศิลปากรที่ 11 อุบลราชธานี
ที่อยู่: 78 ม. 10 ซ.สีห์พนม ถ.เลี่ยงเมือง ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี 34000
โทรศัพท์: 0 4531 2845-6 พื้นที่บริการ : อุบลราชธานี มุกดาหาร ยโสธร ศรีสะเกษและอำนาจเจริญติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
13 สำนักศิลปากรที่ 12 นครราชสีมา
ที่อยู่: 274 ม. 17 ถ.พิมาย-ชุมพวง ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา 30110
โทรศัพท์: 0 4447 1518, 0 4428 5096 พื้นที่บริการ : นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์และสุรินทร์ ยกเว้นเขตอุทยานประวัติศาสตร์พิมายและเขตอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งและเมืองต่ำ
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
14 สำนักศิลปากรที่ 13 สงขลา
ที่อยู่: 733 ม. 2 ถ.สี่แยกธนบดี ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา 90100
โทรศัพท์: 0 7433 0255-6 พื้นที่บริการ : สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลาและนราธิวาส
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
15 สำนักศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราช
ที่อยู่: 328 ถ.ราชดำเนิน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช 80000
โทรศัพท์: 0 7535 6458, 0 7532 4479 พื้นที่บริการ : นครศรีธรรมราช ชุมพร สุราษฎร์ธานีและพัทลุง ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
16 สำนักศิลปากรที่ 15 ภูเก็ต
ที่อยู่: 217/3 ม. 3 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต 83110
โทรศัพท์: 0 7627 3006 พื้นที่บริการ : ภูเก็ต ระนอง พังงา กระบี่และตรัง
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
17 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี
ที่อยู่: 97 ถ.คีรีรัถยา ต.คลองกระแซง อ.เมือง จ. เพชรบุรี 76000
โทรศัพท์: 0 3242 5600
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
18 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี
ที่อยู่: 325/1 ถ.วรเดช ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี 70000
โทรศัพท์: 0 3232 1513
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
19 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง
ที่อยู่: ถ.มาลัยแมน ต.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี 72160
โทรศัพท์: 0 3555 1021
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
20 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี
ที่อยู่: ถ.สุพรรณบุรี-ชัยนาท ต.สนามชัย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี 72000
โทรศัพท์: 0 3553 5330
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
21 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย
ที่อยู่: ถ.สุพรรณบุรี-ชัยนาท ต.สนามชัย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี 72000
โทรศัพท์: 0 3553 6113
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
22 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์
ที่อยู่: ถ.ขวาพระ อ.เมือง จ.นครปฐม 73000
โทรศัพท์: 0 3427 0300
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
23 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า
ที่อยู่: ต.บ้านเก่า อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี 71000
โทรศัพท์: 08 1994 9873
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
24 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา
ที่อยู่: 108/1 หมู่ 2 ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา 13000
โทรศัพท์: 0 3524 1587
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
25 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม
ที่อยู่: ถ.อู่ทอง ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา 13000
โทรศัพท์: 0 3525 1586
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
26 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี
ที่อยู่: ต.หินปัก อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี 15110
โทรศัพท์: 0 3658 1986
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
27 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์
ที่อยู่: ถ.สรศักดิ์ ต.ท่าหิน อ. เมือง จ.ลพบุรี 15000
โทรศัพท์: 0 3641 1458
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
28 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี
ที่อยู่: หมู่ 6 ต.ชัยนาท อ.เมือง จ.ชัยนาท 17000
โทรศัพท์: 0 5640 5621
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
29 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี
ที่อยู่: อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี 25000
โทรศัพท์: 0 3721 1586
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
30 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พาณิชย์นาวีจันทบุรี
ที่อยู่: 80 หมู่ 8 ต.บางกะจะ อ.เมือง จ.จันทบุรี 22000
โทรศัพท์: 0 3939 1431
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
31 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง
ที่อยู่: ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย 64210
โทรศัพท์: 0 5569 7367
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
32 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก
ที่อยู่: 69 ถ.ประชาราษฎร์ สวรรควรนายก ต.เมืองสวรรคโลก อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย 64110
โทรศัพท์: 0 5564 1571
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
33 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร
ที่อยู่: 120 ถ.ปิ่นดำริห์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร 62000
โทรศัพท์: 0 5571 1570
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
34 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระพุทธชินราช
ที่อยู่: ถ.พุทธบูชา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000
โทรศัพท์: 0 5524 1717
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
35 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน
ที่อยู่: ถ.ผากอง ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน 55000
โทรศัพท์: 0 5477 2777
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
36 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่
ที่อยู่: 451 หมู่ 2 ถ.ชุปเปอร์ไฮเวย์ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50300
โทรศัพท์: 0 5322 1308
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
37 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย
ที่อยู่: 122 ถ.อินทยงยศ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ลำพูน 51000
โทรศัพท์: 0 5351 1186
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
38 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน
ที่อยู่: 702 หมู่ 3 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย 57150
โทรศัพท์: 0 5377 7102
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
39 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น
ที่อยู่: 193 ถ.หลังศูนย์ราชการ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
โทรศัพท์: 0 4324 6170
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
40 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง
ที่อยู่: ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี 41320
โทรศัพท์: 0 4220 8340
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
41 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด
ที่อยู่: ถ.เพลินจิต ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000
โทรศัพท์: 0 4351 9306
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
42 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี
ที่อยู่: 318 ถ.เขื่อนธานี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี 34000
โทรศัพท์: 0 4525 1015
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
43 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย
ที่อยู่: ถ.ท่าสงกรานต์ ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา 30110
โทรศัพท์: 0 4448 1269
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
44 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์
ที่อยู่: ถ.ราชดำเนินมหาวีรวงศ์นครราชสีมา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000
โทรศัพท์: 0 4424 2958
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
45 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์
ที่อยู่: 214/4 หมู่ 13 ถ.สุรินทร์-ช่องจอม ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์ 32000
โทรศัพท์: 0 4415 3054
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
46 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา
ที่อยู่: ถ.จะนะ อ.เมือง จ.สงขลา 90000 โทรศัพท์: 0 7431 1728
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
47 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สตูล
ที่อยู่: ถ.สตูลธานี ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล 91000
โทรศัพท์: 0 7472 3140
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
48 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช
ที่อยู่: ถ.ราชดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช 80000
โทรศัพท์: 0 7534 1075
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
49 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา
ที่อยู่: 155-156 ต.เวียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี 84110
โทรศัพท์: 0 7743 1066
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
50 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร
ที่อยู่: 312 หมู่ 1 ถ.ไตรรัตน์ ต.นาชะอัง อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร 86000
โทรศัพท์: 0 7765 8358
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
51 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง
ที่อยู่: 217/12 หมู่ 3 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต 83110
โทรศัพท์: 0 7637 9895-7
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
เปิดให้บริการวันพุธ -วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)
ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) (พักเที่ยงเวลา 12:00 - 13:00 น.)
ขั้นตอน ระยะเวลา และส่วนงานที่รับผิดชอบ ระยะเวลาในการดำเนินการรวม : 110 วันทำการ
1 การตรวจสอบเอกสาร
ยื่นขออนุญาตนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุไปตั้งแสดง ณ สถานที่อื่นๆ ใด เป็นการชั่วคราว เจ้าหน้าที่รับเรื่อง ตรวจสอบข้อมูล และเอกสารหลักฐานรวมวันที่แก้ไข/ปรับปรุง/เพิ่มเติม เพื่อให้เอกสารถูกต้องครบถ้วน (หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ได้แก่ สำนักศิลปากรที่ 1-15 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในเขตพื้นที่ ร่วมด้วย) 1 วัน
2 การพิจารณา
หน่วยงานที่รับผิดชอบยื่นเรื่องเสนอต่ออธิบดีกรมศิลปากร (หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ได้แก่ สำนักศิลปากรที่ 1-15 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในเขตพื้นที่ ร่วมด้วย) 7 วัน
3 การพิจารณา
นำเรื่องเข้าที่ประชุมที่ปรึกษาคณะกรรมการกำหนดเงินรางวัลสำหรับผู้เก็บได้ซึ่งโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่เป็นทรัพย์สิน และประเมินราคาของโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ สิ่งเทียมโบราณวัตถุ และสิ่งเทียมศิลปวัตถุ
(หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ได้แก่ กลุ่มทะเบียน คลังพิพิธภัณฑ์และสารสนเทศ) 60 วัน
4 การพิจารณา
สรุปมติที่ประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อแจ้งต่อหน่วยงานที่ยื่นไว้ในข้อ 1 เพื่อดำเนินการต่อ
(หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ได้แก่ กลุ่มทะเบียน คลังพิพิธภัณฑ์และสารสนเทศ) 7 วัน
5 -เมื่อหน่วยงานได้รับมติแล้วแจ้งให้ผู้ขออนุญาตทราบ (หน่วยงานที่ยื่นไว้ในข้อ 1) 7 วัน
6 การพิจารณา
จัดทำข้อตกลง และลงนามในเอกสารข้อตกลงการเก็บรักษาและ นำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุไปตั้งแสดง ณ สถานที่อื่นใดเป็นการชั่วคราว พร้อมทั้งส่งข้อตกลงดังกล่าวกลับมายังกรมศิลปากร เพื่อกรมศิลปากร จะใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาต (หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ได้แก่ กลุ่มนิติการ) 14 วัน
7 การลงนาม/คณะกรรมการมีมติ
ขออนุมัติเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ โดยมีรายการโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ พร้อมภาพถ่าย และราคาประเมิน ให้อธิบดีกรมศิลปากรพิจารณาอนุมัติ โดยมีคำสั่งกรมศิลปากรอนุญาตให้นำไปจัดแสดงได้เป็นการชั่วคราว (หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ได้แก่ สำนักบริหารกลาง (กลุ่มนิติการ) สำนักศิลปากรที่ 1-15 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในเขตพื้นที่ ร่วมด้วย) 14 วัน
รายการเอกสาร หลักฐานประกอบ
1 รายละเอียดโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุ พร้อมภาพถ่ายที่ประสงค์จะขอเก็บรักษาหรือนำไปจัดแสดงเป็นการชั่วคราว (สำเนา 2 ชุด)
2 แผนที่ตั้งอาคาร หรือสถานที่เก็บรักษา/ แบบรูปภายในอาคาร หรือสถานที่เก็บรักษา/ แบบรูปรายการการตั้งวางหรือการจัดแสดง/ ภาพถ่ายอาคารสถานที่ (สำเนา 2 ชุด)
3 ข้อตกลงการเก็บรักษาและนำโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุ ไปตั้งแสดง ณ สถานที่อื่นใดเป็นการชั่วคราว (สำเนา 2 ชุด)
4 หนังสือรับรองสถานภาพของหน่วยงาน วัด หรือพิพิธภัณฑ์ที่ขอนำโบราณวัตถุ/ศิลปวัตถุไปเก็บรักษาหรือจัดแสดงเป็นการชั่วคราว (สำเนา 2 ชุด)
5 บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่ลงนามในข้อตกลง (สำเนา 2 ชุด)
6 กรมธรรม์ประกันภัย (ฉบับจริง 2 ชุด)
7 หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี) (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
ค่าธรรมเนียม
ไม่มีค่าธรรมเนียม
ที่มา : www.info.go.th
การดำเนินงานทางโบราณคดี บริเวณพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า)
การดำเนินงานทางโบราณคดีในบริเวณพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ โดยดำเนินการสำรวจรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับพระราชวังบวรสถานมงคลและขุดค้นควบคู่กันไป ภายใต้กรอบแนวคิด ดังนี้
กรอบความคิดในการดำเนินงาน
- สำรวจ รวบรวม ศึกษาข้อมูลทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ ทั้งของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล และพื้นที่/สถาปัตยกรรมของพระราชวังบวรสถานมงคล(วังหน้า) ซึ่งอาจแบ่งออกได้ดังนี้
- นำข้อมูลที่ได้จากการศึกษา สรุปเป็นเรื่องราวของพระราชวังบวรสถานมงคล และกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ทั้งทางด้านประวัติความเป็นมา พัฒนาการของพื้นที่ และจัดทำรูปแบบสันนิษฐาน
- จัดทำให้เป็นแหล่งเรียนรู้ สำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ในรูปแบบของนิทรรศการชั่วคราวในแหล่ง รวมถึงการมีส่วนร่วมขณะปฏิบัติงานทางโบราณคดี
- เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เรื่องราวของพระราชวังบวรสถานมงคลและกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ตลอดการดำเนินโครงการเป็นระยะๆอย่างต่อเนื่อง ในรูปแบบต่างๆ ได้แก่ รายงาน เอกสารเผยแพร่ การสัมมนาทางวิชาการ และนิทรรศการ
- นำข้อมูลที่ได้รับมาสังเคราะห์เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลสนับสนุนการจัดทำพระราชวังบวรสถานมงคล(วังหน้า) ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตามอัธยาศัยและแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม
- นำเสนอโบราณสถานพระราชวังบวรสถานมงคลทั้งบริเวณ ในรูปแบบต่างๆตามความเหมาะสม (เช่น การเปิดแนวโบราณสถานที่ได้จากการขุดค้น การจัดทำแบบจำลอง ป้ายแสดงผังพร้อมคำอธิบาย ฯลฯ)อ่านต่อ