ค้นหา

จากคำค้น "สถานการณ์" พบรายการทั้งหมด 261 รายการ

          วันนี้ (วันพุธที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๓) เวลา ๐๙.๐๐ น. นายพนมบุตร จันทรโชติ รองอธิบดี กรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้านรักษาความปลอดภัยโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุของคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรณีเกิดเหตุภัยพิบัติด้านอัคคีภัย เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ณ ห้องประชุมอาคารคลังกลาง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ คลองห้า จังหวัดปทุมธานี          รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยเฉพาะกลุ่มทะเบียนคลัง พิพิธภัณฑ์และสารสนเทศ ซึ่งมีหน้าที่บริหาร จัดการ ดูแลรักษาความปลอดภัยโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จำนวนไม่น้อยกว่า ๘๐,๐๐๐ รายการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติต่าง ๆ ตลอดจนหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ล้วนเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่บริหารจัดการ ดูแลรักษาโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ เอกสารเก่าอันทรงคุณค่าของชาติให้อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม มั่นคง และปลอดภัย ดังนั้นบุคลากรและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านพิพิธภัณฑสถานและจดหมายเหตุทุกคนจำเป็นต้องเรียนรู้ ฝึกฝน มีแผนรองรับการเผชิญเหตุในกรณีเกิดภัยต่าง ๆ โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้านรักษาความปลอดภัยโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ กรณีเกิดเหตุภัยพิบัติ ด้านอัคคีภัย ครั้งนี้ จึงเป็นการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง ให้มีความพร้อมในการรับมือกับอุบัติภัยดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งในการป้องกันและบรรเทาความเสียหายแก่โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และทรัพย์สินของทางราชการอันเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง ทั้งยังเป็นการสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยให้แก่งานพิพิธภัณฑสถานอีกด้วย           โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้านรักษาความปลอดภัยโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุของคลังกลาง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรณีเกิดเหตุภัยพิบัติด้านอัคคีภัย จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๗ – ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๓ โดยมีวิทยากรจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านการผจญเพลิง ให้ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เช่น การดับเพลิงขั้นต้น การจัดทำแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย การจัดวางระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย การใช้งานระบบการดับเพลิงด้วยน้ำ การดับเพลิงด้วยสารสะอาด การรักษาความปลอดภัยด้วยกล้องวงจรปิด และ Door Access ฝึกซ้อมการจำลองสถานการณ์กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมทุกคนจะสามารถนำความรู้ไปใช้ปฏิบัติงานด้านป้องกันและบรรเทาเหตุฉุกเฉินกรณีเกิดเพลิงไหม้ โดยเฉพาะอาคารคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ


นางนิภา สังคนาคินทร์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ ร่วมกับคณะทำงานการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด ๑๙ จังหวัดลพบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพิพิธภัณฑ์หอโสภณศิลป์ วัดเชิงท่า อำเภอเมือง พิพิธภัณฑสถานวัดไลย์ อำเภอท่าวุ้ง และพิพิธภัณฑ์วัดถ้ำตะโก อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรีทางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ได้เข้าไปดำเนินการสำรวจและขึ้นทะเบียนโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุในความครอบครองของวัด เอกชนฯนับตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นต้นมา จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ได้มีข้อแนะนำการดูแลรักษาโบราณวัตถุและการบริหารจัดการวัตถุจัดแสดงในสถานการณ์ปัจจุบันให้แก่พิพิธภัณฑ์ต่างๆ ไว้เป็นแนวทางปฏิบัติฯ                        


กิจกรรมเนื่องในวันจดหมายเหตุสากลและวันแห่งการสถาปนาสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ประกอบด้วย 1. นิทรรศการเสมือนจริง เรื่อง "หอจดหมายเหตุ: พลังแห่งสังคมความรู้ (Archives: Empowering Knowledge Societies) ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน - 31 สิงหาคม 2563 ผ่านทางเว็บไซต์สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ www.nat.go.th 2. การเสวนาออนไลน์ ถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ https://www.facebook.com/NationalArchivesofThailand ตั้งแต่เวลา 14.00 น. - 15.30 น. จำนวน 4 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 วันที่ 9 มิถุนายน 2563 เรื่อง "จดหมายเหตุส่วนบุคคล: เครือข่ายสังคมความรู้ (Private Archives: Networking Knowledge Society)"วิทยากร:1. ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ2. ผศ.ดร.พีรศรี โพวาทอง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผู้ดำเนินรายการ: นางสาวราศี บุรุษรัตนพันธุ์ ครั้งที่ 2 วันที่ 30 มิถุนายน 2563 เรื่อง "จดหมายเหตุ 2020 : หลักฐาน เทคโนโลยี มรดกทางวัฒนธรรมเพื่อสังคมความรู้ based on #IAW2020" แบ่งออกเป็น 3 ส่วนดังนี้(1) “Archives as Evidence and Trusted Data and Information: กรณีศึกษาจดหมายเหตุดิจิทัลในฐานะหลักฐานในชั้นศาล”วิทยากร:1. อาจารย์ ดร.วราภรณ์ พูลสถิติวัฒน์ ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร2. อาจารย์ ดร.พิมพ์พจน์ สีลาเขต ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(2) “เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการเอกสารและจดหมายเหตุ: กรณีศึกษาปัจจัยการจัดการเวชระเบียน”วิทยากร:1. ผศ.เลิศชัย วาสนานิกรกุลชัย ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร2. อาจารย์ ดร.พิมพ์พจน์ สีลาเขต ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(3) “มรดกทางวัฒนธรรมกับการจัดการจดหมายเหตุสู่ความยั่งยืน"วิทยากร:1. อาจารย์ ดร.กนกพร นาสมตรึก ซิมิโอนิกะ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย2. อาจารย์ ดร.นยา สุจฉายา ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครั้งที่3 วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 เรื่อง "ความปกติใหม่ (New Normal)ที่ท้าทายงาน จดหมายเหตุ: บททดสอบจากสถานการณ์แพร่ ระบาดโควิด 19"วิทยากร:1. นางจุฑาทิพย์ อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ2. นายแพทย์ โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)3. นางสาวชลิดา เอื้อบำรุงจิต ผู้อำนวยการหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) (วิทยากรและผู้ดำเนินรายการ)4. ดร. ฐิติมา ธรรมบำรุง ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)5. นางจิราภรณ์ ศิริธร รองผู้อำนวยการส่วนบริหารงานเอกสาร บริหารงานจดหมายเหตุ และวัตถุพิพิธภัณฑ์ ฝ่ายส่งเสริมความรู้ทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย6. นางสุดารัตน์ ดิษยวรรธนะ จันทราวัฒนากุล รองผู้อำนวยการองค์การ กระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) (Thai PBS)  ครั้งที่4 วันที่ 18 สิงหาคม 2563 เรื่อง "งานจดหมายเหตุ: บทบาทหน้าที่ในสังคมไทย"วิทยากร:1. กรมศิลปากรกับงานจดหมายเหตุ โดย นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร2. วรรณคดีคือจดหมายเหตุที่กวีเป็นผู้บันทึก โดย นายบุญเตือน ศรีวรพจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอักษรศาสตร์ (ภาษาและวรรณกรรม)3. จดหมายเหตุให้อะไรกับสังคม โดย นางจุฑาทิพย์ อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติผู้ดำเนินรายการ: นางสาวราศี บุรุษรัตนพันธุ์ #ThaiVirtualArchives2020


อธิบดีกรมศิลปากรตรวจติดตามการดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด COVID-19 หลังประกาศเปิดแหล่งเรียนรู้วันแรก ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และหอสมุดแห่งชาติ          วันศุกร์ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เดินทางไปตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) หลังประกาศเปิดบริการแหล่งเรียนรู้ในสังกัดกรมศิลปากรทั่วประเทศเป็นวันแรก ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และหอสมุดแห่งชาติ           ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) หรือ ศบค. ได้มีมาตรการผ่อนปรนระยะที่ ๒ กรมศิลปากรจึงประกาศเปิดให้บริการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ โบราณสถานที่เก็บค่าเข้าชม หอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ รวมถึงหอจดหมายเหตุนายกรัฐมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ และหอเกียรติยศ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๑ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๓ หลังจากปิดชั่วคราวนานกว่า ๒ เดือน โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบแหล่งเรียนรู้ในสังกัดกรมศิลปากรจะต้องดำเนินตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ซึ่งมีมาตรการหลัก ดังนี้ ๑. ดาวน์โหลดแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” จาก www.ไทยชนะ.com และติดตั้ง QR CODE ให้ผู้รับบริการลงทะเบียน หรือกรอกข้อมูลผู้เข้าใช้บริการ เพื่อเก็บข้อมูลการเข้าออกในพื้นที่ ๒. ตรวจวัดอุณหภูมิเจ้าหน้าที่ทุกคนก่อนการเข้าปฏิบัติงาน หากมีอุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ ๓๗.๕ องศาเซลเซียสขึ้นไป จะให้เจ้าหน้าที่งดการปฏิบัติหน้าที่ และไปพบแพทย์ทันที ๓. จัดระบบการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิผู้รับบริการ บริเวณทางเข้า / จุดจำหน่ายบัตร หากมีอุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ ๓๗.๕ องศาเซลเซียสขึ้นไป จะงดให้เข้าใช้บริการ / งดจำหน่ายบัตร และแนะนำให้พบแพทย์ ๔. เจ้าหน้าที่และผู้เข้าใช้บริการแหล่งเรียนรู้ของกรมศิลปากรทุกประเภทต้องใส่หน้ากากอนามัย ๕. จัดจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ สำหรับล้างมือฆ่าเชื้อโรค เช่น บริเวณจุดจำหน่ายบัตร ส่วนบริการ ห้องประชุม ห้องสุขา ๖. ทำความสะอาดพื้นที่ที่มีการสัมผัสบ่อย ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ทุก ๒ ชั่วโมง ๗. จัดระบบการเข้าชมให้มีระยะห่างระหว่างบุคคลไม่น้อยกว่า ๑.๕ เมตร และไม่ให้มีความ หนาแน่นภายในพื้นที่จัดแสดง สำหรับกรณีการเข้าชมแบบหมู่คณะ จำกัดเข้าชมได้ไม่เกินกลุ่มละ ๑๐ คน ๘. งดบริการนำชม การจัดบรรยาย และสัมมนาภายในแหล่งเรียนรู้ของกรมศิลปากร ๙. ขอให้ผู้เข้ารับบริการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด           ทั้งนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบแหล่งเรียนรู้แต่ละแห่งจะต้องรายงานสถานการณ์ของจังหวัดอันเป็น ที่ตั้งให้กรมศิลปากรทราบทุกสัปดาห์ เพื่อประเมินสถานการณ์ในการเปิดให้บริการ


กรมศิลปากรเปิดแหล่งเรียนรู้ในสังกัด ๒๒ พฤษภาคมนี้ พร้อมปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดCOVID-19 อย่างเคร่งครัด   ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) หรือ ศบค. ได้มีมาตรการผ่อนปรนระยะที่ ๒ กรมศิลปากรจึงจะเปิดให้บริการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ โบราณสถานที่เก็บค่าเข้าชม หอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ รวมถึงหอจดหมายเหตุนายกรัฐมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ และหอเกียรติยศ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๑ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคมนี้ หลังจากปิดชั่วคราวกว่า ๒ เดือน พร้อมย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด


          นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) หรือ ศบค. ได้มีมาตรการผ่อนปรนระยะที่ ๒ กรมศิลปากร จึงจะเปิดให้บริการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ โบราณสถานที่เก็บค่าเข้าชม หอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ รวมถึงหอจดหมายเหตุนายกรัฐมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ และหอเกียรติยศ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๑ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคมนี้ หลังจากปิดชั่วคราวกว่า ๒ เดือน พร้อมย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด           อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบแหล่งเรียนรู้ในสังกัดกรมศิลปากรจะต้อง ดาวน์โหลดแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” จาก www.ไทยชนะ.com และติดตั้ง QR CODE ให้ผู้รับบริการลงทะเบียน เพื่อเก็บข้อมูลการเข้าออกในพื้นที่ สำหรับมาตรการหลักที่แจ้งให้ถือปฏิบัติ ได้แก่ จัดระบบการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิทั้งเจ้าหน้าที่และผู้รับบริการ หากมีอุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ ๓๗.๕ องศาเซลเซียสขึ้นไป จะให้เจ้าหน้าที่ งดการปฏิบัติหน้าที่และงดจำหน่ายบัตรให้กับผู้ขอรับบริการดังกล่าว สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา บริการ เจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่างๆ ที่มีการสัมผัสบ่อย เช่น บริเวณจุดจำหน่ายบัตร ส่วนให้บริการ ห้องสุขา พร้อมทั้ง ทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ทุก ๒ ชั่วโมง จัดระบบการเข้าชมให้มีระยะห่างระหว่างบุคคลไม่น้อยกว่า ๑.๕ เมตร และไม่ให้มีความหนาแน่นภายในพื้นที่จัดแสดง สำหรับกรณีการเข้าชมแบบหมู่คณะ จำกัดเข้าชมได้ ไม่เกิน ๑๐ คนและให้ประสานงานล่วงหน้า เพื่อความสะดวกในการจัดระบบดูแล งดบริการนำชม การจัดบรรยาย และสัมมนาภายในแหล่งเรียนรู้ของกรมศิลปากร ทั้งนี้ ขอให้ผู้เข้ารับบริการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ อย่างเคร่งครัด           นอกจากนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบแหล่งเรียนรู้แต่ละแห่งจะต้องประสานงานกับจังหวัด เพื่อให้ เป็นไปตามมาตรการย่อยของแต่ละจังหวัดที่จะต้องประเมินความเสี่ยงของสถานที่ต่างๆ อีกครั้ง และรายงานสถานการณ์ของจังหวัดอันเป็นที่ตั้งให้กรมศิลปากรทราบทุกสัปดาห์ เพื่อประเมินสถานการณ์ในการเปิดให้บริการ


วันศุกร์ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๓ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี เปิดให้บริการวันแรก หลังจากปิดให้บริการชั่วคราวเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา(Covid-๑๙) พร้อมมาตรการป้องกันการระบาดของโรคติดต่อโควิด-๑๙(Covid-19) โดยตรวจวัดอุณหภูมิก่อนการเข้าชมทุกครั้ง ผู้ใช้บริการต้องสวมหน้ากากอนามัย และสแกน QRCode เช็คอิน-เช็คเอ้าท์ตามแพลตฟอร์มไทยชนะหรือกรอกข้อมูล


หลังจากปิดชั่วคราวกว่า 2 เดือน กรมศิลปากรเปิดแหล่งเรียนรู้ในสังกัด อุทยานประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 22 พ.ค.นี้ พร้อมปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างเคร่งครัด   นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบค. ได้มีมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 กรมศิลปากรจึงจะเปิดให้บริการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ โบราณสถานที่เก็บค่าเข้าชม หอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ รวมถึงหอจดหมายเหตุนายกรัฐมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ และหอเกียรติยศ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคมนี้ หลังจากปิดชั่วคราวกว่า 2 เดือน พร้อมย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวอีกว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบแหล่งเรียนรู้ในสังกัดกรมศิลปากรจะต้องดาวน์โหลดแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” จาก www.ไทยชนะ.com และติดตั้ง QR CODE ให้ผู้รับบริการลงทะเบียน เพื่อเก็บข้อมูลการเข้าออกในพื้นที่ สำหรับมาตรการหลักที่แจ้งให้ถือปฏิบัติ ได้แก่ จัดระบบการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิทั้งเจ้าหน้าที่และผู้รับบริการ หากมีอุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป จะให้เจ้าหน้าที่งดการปฏิบัติหน้าที่และงดจำหน่ายบัตรให้กับผู้ขอรับบริการดังกล่าว สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา บริการเจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่างๆ ที่มีการสัมผัสบ่อย เช่น บริเวณจุดจำหน่ายบัตร ส่วนให้บริการ ห้องสุขา พร้อมทั้งทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ทุก 2 ชั่วโมง จัดระบบการเข้าชมให้มีระยะห่างระหว่างบุคคลไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร และไม่ให้มีความหนาแน่นภายในพื้นที่จัดแสดง สำหรับกรณีการเข้าชมแบบหมู่คณะ จำกัดเข้าชมได้ไม่เกิน 10 คนและให้ประสานงานล่วงหน้า เพื่อความสะดวกในการจัดระบบดูแล งดบริการนำชม การจัดบรรยาย และสัมมนาภายในแหล่งเรียนรู้ของกรมศิลปากร ทั้งนี้ ขอให้ผู้เข้ารับบริการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด   “นอกจากนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบแหล่งเรียนรู้แต่ละแห่งจะต้องประสานงานกับจังหวัด เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการย่อยของแต่ละจังหวัดที่จะต้องประเมินความเสี่ยงของสถานที่ต่างๆ อีกครั้ง และรายงานสถานการณ์ของจังหวัดอันเป็นที่ตั้งให้กรมศิลปากรทราบทุกสัปดาห์ เพื่อประเมินสถานการณ์ในการเปิดให้บริการ” นายประทีป อธิบดีกรมศิลป์ กล่าว


ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) หรือ ศบค. ได้มีมาตรการผ่อนปรนระยะที่ ๒ กรมศิลปากรจึงจะเปิดให้บริการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ โบราณสถานที่เก็บค่าเข้าชม หอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ รวมถึงหอจดหมายเหตุนายกรัฐมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ และหอเกียรติยศ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๑ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคม หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการผ่อนปรนระยะที่ ๒ และสามารถเปิดให้บริการได้แบบจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการ โดยต้องใช้แพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” เพื่อทำการสแกนคิวอาร์ เช็กอิน-เช็กเอาท์ (Check-In/Check-Out) ก่อนเข้าและหลังเข้าใช้บริการ ทั้งนี้เพื่อทำให้รู้ว่าสถานที่มีคนหนาแน่นเกินกว่ากำหนดหรือไม่ สามารถประเมินการให้บริการได้ และมีส่วนช่วยในการประเมินสถานการณ์ได้ดีและรวดเร็วเพิ่มมากขึ้น


          นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด ทั่วประเทศ จัดทำข้อมูลองค์ความรู้ทางด้านมรดกศิลปวัฒนธรรมและข้อมูลทางวิชาการ งานค้นคว้า วิจัย ในรูปแบบที่น่าสนใจและหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น infographic วีดีทัศน์ ภาพเล่าเรื่อง และการใช้ภาษาที่สั้น กระชับ เข้าใจง่าย นำเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เป็นการเพิ่มช่องทางในการแบ่งปันความรู้สู่สาธารณชน           กรมศิลปากรเป็นสถาบันที่ดำเนินงานทางด้านวิชาการใน ๔ สาขาหลัก ประกอบด้วย งานด้าน นาฏศิลป์และดนตรี งานด้านโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์ งานด้านภาษา เอกสาร และหนังสือ งานด้านศิลปกรรม และช่างศิลป์ไทย ซึ่งบุคลากรมีองค์ความรู้ทางด้านมรดกศิลปวัฒนธรรมสั่งสมอยู่มาก และได้เผยแพร่ความรู้สู่สาธารณชนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ทั้งการจัดพิมพ์หนังสือ การจัดกิจกรรมทางวิชาการต่างๆ รวมถึงการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาประยุกต์ใช้กับงานด้านมรดกศิลปวัฒนธรรม มีการปรับเปลี่ยนข้อมูลเนื้อหาให้เป็นระบบดิจิทัล เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถสืบค้นข้อมูลทางวิชาการได้ตลอดเวลา ซึ่งที่ผ่านมาการเข้าถึงองค์ความรู้อาจจะจำกัดอยู่เฉพาะผู้ที่ศึกษาหรือทำงานที่เกี่ยวข้องกับงานมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติแขนงต่างๆ แต่จากการที่กรมศิลปากรได้เพิ่มช่องทางในการเข้าถึงและปรับรูปแบบให้สอดคล้องเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงองค์ความรู้ด้านมรดกศิลปวัฒนธรรมได้เพิ่มมากขึ้น           ทั้งนี้ ผู้สนใจ สามารถติดตามองค์ความรู้จากกรมศิลปากรได้ที่ facebook fanpage : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร


           เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓ เวลา ๐๘.๓๐ น. นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๓ กิจกรรมทำความสะอาดแหล่งเรียนรู้และอาคารสำนักงานของหน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากร ส่วนกลาง ณ กรมศิลปากร ถนนหน้าพระธาตุ เขตพระนคร กรุงเทพฯ โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรในส่วนกลาง เป็นตัวแทนเข้ารับมอบอุปกรณ์ เพื่อนำไปความสะอาดพื้นที่ภายในและภายนอกอาคาร ซึ่งมีทั้งส่วนที่เป็นอาคารโบราณสถานและอาคารใหม่ รวมทั้งส่วนที่ให้บริการประชาชน เพื่อร่วมกันปกป้องและสงวนรักษาแหล่งเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรม อีกทั้งยังเป็นการสร้างเสริมสุขอนามัยที่ดี โดยปฏิบัติตามมาตรการและแนวทางการเฝ้าระวังป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ หรือโรค COVID-19 อย่างเคร่งครัด อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๓ กรมศิลปากรได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนเกี่ยวกับการดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้ได้ปรับเปลี่ยนกิจกรรม เนื่องจากมีสถานการณ์โรคติดต่อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) และมีการควบคุมโรคตาม พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พุทธศักราช ๒๕๕๘ จึงจัดกิจกรรมทำความสะอาดแหล่งเรียนรู้และอาคารสำนักงานของหน่วยงานในสังกัด ทั่วประเทศ โดยตามวัตถุประสงค์เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย เพื่อเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวงต่องานด้านศิลปวัฒนธรรม ทรงเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ สืบสาน และส่งเสริมงานทางด้านศิลปวัฒนธรรมให้เห็นเป็นตัวอย่างตลอดมา ตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ ๒ เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า  กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นวันอนุรักษ์มรดกไทย รัฐบาลและภาคเอกชนได้ร่วมกันจัดกิจกรรมและโครงการต่างๆ เพื่อเพื่อเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี รณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจ กระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของศิลปวัฒนธรรมของชาติ สร้างการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษามรดกทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ ร่วมภาคภูมิใจหวงแหน และอนุรักษ์ให้คงอยู่สืบทอดถึงอนุชนรุ่นหลังสืบไป   เครดิต. เนื้อหา/ภาพ จากเพจเฟสบุ๊คกลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร


ในสถานการณ์ที่เชื้อไวรัสโคโรนา (COVID19) กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ กรมศิลปากร ขอแนะนำหนังสือน่าอ่าน หนังสือเรื่อง "กาฬโรคสมัยรัชกาลที่ ๕" ซึ่งสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร ได้จัดพิมพ์ออกเผยแพร่เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๖๒ เพื่อย้อนกลับไปศึกษาวิธีแก้ปัญหาโรคระบาดจากต่างประเทศในอดีต เป็นการเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจประวัติศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุขของไทย            ในสมัยรัชกาลที่ ๕ เกิดการระบาดของกาฬโรคเป็นวงกว้าง (Pandemic) โดยมีจุดเริ่มต้นจากประเทศจีน โดยเฉพาะบนเกาะฮ่องกงซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญในสมัยนั้น ทำให้กาฬโรคแพร่ระบาดไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงสยามด้วย เป็นเหตุให้รัฐบาลในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวต้องหาทางป้องกันตามหลักการแพทย์ตะวันตกให้เหมาะสมกับกาลสมัย โดยใช้มาตรการต่างๆ เช่น การกักกันเรือ การสุขาภิบาล การทำลายแหล่งเพาะเชื้อโรค ฯลฯ           หนังสือเรื่อง "กาฬโรคสมัยรัชกาลที่ ๕" เป็นการรวบรวมเอกสารจดหมายเหตุทั้งของไทยและต่างประเทศ ประกอบกับการค้นคว้าทางวิชาการของผู้เรียบเรียง เพื่อแสดงให้เห็นความพยายามในการป้องกันโรคระบาดของไทยในอดีต และในภาคผนวกยังมีบทวิเคราะห์เกี่ยวกับสมมุติฐานเรื่องกาฬโรคสมัยพระเจ้าอู่ทองอีกด้วย           ผู้สนใจสามารถซื้อหนังสือได้ที่ร้านหนังสือกรมศิลปากร ชั้น ๑ ภายในอาคารกรมศิลปากร (เทเวศร์) เขตดุสิต กรุงเทพฯ หรือสั่งซื้อผ่านระบบขายหนังสือกรมศิลปากรออนไลน์ ทางเว็บไซต์ http://bookshop.finearts.go.th จำหน่ายเล่มละ ๑๖๐ บาท (ไม่รวมค่าจัดส่ง) หรือสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทางลิ้งนี้ https://bookshop.finearts.go.th/…/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%… หรือ สแกนQR Code วิธีการเข้าใช้บริการระบบขายหนังสือออนไลน์ของกรมศิลปากร


วันศุกร์ ที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๓ เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๖.๓๐ น. อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท สำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น กรมศิลปากร จัดกิจกรรมเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย โดยมีนายมนตรี ธนภัทรพรชัย หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เป็นประธานในพิธีและอำนวยการในการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว ทั้งนี้ เนื่องจากในปัจจุบันหลายพื้นที่ของประเทศไทย ยังคงอยู่ในภาวะการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โคโรนา ๑๙ (COVID - 19) อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของสถานการณ์ในขณะนี้ จึงดำเนินกิจกรรมเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ด้วยการทำความสะอาดภายในแหล่งพื้นที่การเรียนรู้ โบราณสถาน และอาคารสำนักงาน เพื่อเป็นมาตรการในการลดความเสี่ยงจากโรคระบาด โดยมีเจ้าหน้าที่ของอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ร่วมกันดำเนินกิจกรรมจนสำเร็จตามเป้าหมาย


          วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๓) เวลา ๐๘.๓๐ น. นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๓ กิจกรรมทำความสะอาดแหล่งเรียนรู้และอาคารสำนักงานของหน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากร ส่วนกลาง ณ กรมศิลปากร ถนนหน้าพระธาตุ เขตพระนคร กรุงเทพฯ โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากรในส่วนกลาง เป็นตัวแทนเข้ารับมอบอุปกรณ์เพื่อนำไปความสะอาดพื้นที่ภายในและภายนอกอาคาร ซึ่งมีทั้งส่วนที่เป็นอาคารโบราณสถานและอาคารใหม่ รวมทั้งส่วนที่ให้บริการประชาชน เพื่อร่วมกันปกป้องและสงวนรักษาแหล่งเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรม อีกทั้งยังเป็นการสร้างเสริมสุขอนามัยที่ดี โดยปฏิบัติตามมาตรการและแนวทางการเฝ้าระวังป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ หรือโรค COVID-19 อย่างเคร่งครัด           อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๓ กรมศิลปากรได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนเกี่ยวกับการดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้ได้ปรับเปลี่ยนกิจกรรม เนื่องจากมีสถานการณ์โรคติดต่อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) และมีการควบคุมโรคตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พุทธศักราช ๒๕๕๘ จึงจัดกิจกรรมทำความสะอาดแหล่งเรียนรู้และอาคารสำนักงานของหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ โดยยังคงยึดถือตามวัตถุประสงค์เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย เพื่อเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวงต่องานด้านศิลปวัฒนธรรม ทรงเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ สืบสาน และส่งเสริมงานทางด้านศิลปวัฒนธรรมให้เห็นเป็นตัวอย่างตลอดมา           ตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ ๒ เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นวันอนุรักษ์มรดกไทย รัฐบาลและภาคเอกชนได้ร่วมกันจัดกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ เพื่อเพื่อเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี รณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจ กระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของศิลปวัฒนธรรมของชาติ สร้างการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษามรดกทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ ร่วมภาคภูมิใจ หวงแหน และอนุรักษ์ให้คงอยู่สืบทอดถึงอนุชนรุ่นหลังสืบไป



black ribbon.