ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,069 รายการ





สารคดีองค์ความรู้ทางด้านพิพิธภัณฑสถานวิทยา ชุด “พิพิธภัณฑสถานวิทยากับการคืนชีวิตนิทรรศการ ณ หมู่พระวิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร” ตอนที่ 3 : การกำหนดหัวข้อและเนื้อหาจัดแสดงนิทรรศการ              การออกแบบนิทรรศการเป็นกระบวนการหนึ่งที่มัณฑนากรหรือนักออกแบบจะต้องอาศัยองค์ความรู้ทางวิชาการร่วมกับภัณฑารักษ์ ทำการคัดเลือกหัวข้อและเนื้อหาของนิทรรศการ นำมาสู่การถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ผ่านการออกแบบนิทรรศการ สำหรับกรณีของหมู่พระวิมานเป็นนิทรรศการที่มีการออกแบบภายใต้แนวคิดการอนุรักษ์และพัฒนา ดังนั้นมัณฑนากรจะต้องออกแบบภายใต้กรอบแนวคิดดังกล่าวให้เกิดความสมดุลกัน รวมถึงข้อควรพิจารณาในการออกแบบการจัดแสดง โดยยกกรณีศึกษาบางส่วนของห้องนิทรรศการภายในหมู่พระวิมาน ซึ่งทำให้เห็นเทคนิคและวิธีการนำเสนอนิทรรศการผ่านการออกแบบที่ช่วยให้เพิ่มพูนประสบการณ์ของการรับชมนิทรรศการได้อย่างเพลิดเพลิน และเสริมสร้างการเรียนรู้จากนิทรรศการได้เป็นอย่างดี------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ติดตามรับชมวิดีทัศน์ของสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเพิ่มเติมได้ที่ Youtube : Office of National Museums, Thailand Website  : https://www.finearts.go.th/thailandmuseum/categorie/video




     เพลงกล่อมเด็กเป็นวรรณกรรมมุขปาฐะชนิดหนึ่ง โดยเป็นเพลงที่พ่อแม่หรือผู้เลี้ยงเด็กใช้ร้องขับกล่อมให้เด็กฟังเพื่อให้เด็กนอนหลับสบาย ไม่งอแง พัฒนามาจากการเล่านิทานให้เด็กฟังก่อนนอนในสมัยก่อน ต่อมาจึงมีการใส่ทำนองเพลงช้าๆ เพื่อความไพเราะ และสร้างบรรยากาศให้เด็กหลับง่ายขึ้น สานสัมพันธ์ความรัก ความห่วงใยจากพ่อแม่สู่ลูก ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงสภาพสังคม วิถีชีวิตของคนในสมัยก่อนผ่านบทเพลง      ในภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา และแม่ฮ่องสอน มีปรากฏเพลงกล่อมเด็กอยู่ในวัฒนธรรมพื้นบ้านมานานแล้ว เพียงแต่ไม่ปรากฏหลักฐานยืนยันช่วงเวลาแน่ชัด โดยลักษณะของเพลงกล่อมเด็กล้านนา ส่วนมากมักขึ้นต้นด้วยการร้อง "อื่อ จา จา" หรือ "อื่อ อื่อ จา จา" จึงมักเรียกว่า เพลงอื่อ คำว่า “อื่อ” หมายถึง เพลงที่ขับร้องโดยมีการส่งเสียงหึ่งจากลำคอให้ดังออกมาทางจมูก และมักจะทอดเสียงท้ายว่า ชา หรือ ชาชา เป็นทำนองต่างๆ เพื่อให้เกิดเสียงนุ่มนวล ชวนให้เด็กหลับได้ง่าย โดยเนื้อหาจะพรรณนาถึงสิ่งต่างๆ ปัจจุบัน เพลงอื่อ ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก เนื่องจากเป็นเพลงที่ใช้การจดจำสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ได้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ที่มีปรากฏส่วนมากมาจากคนรุ่นเก่าๆ ที่ได้สืบทอดไว้นั่นเอง      เรียบเรียงโดย นางสาวพิมพา สุธัญญาวัชชัย บรรณารักษ์ชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่




     “ล้านนา” ดินแดนที่มีอาณาเขตอยู่บริเวณแถบภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมขอบเขต ๘ จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน เป็นอาณาจักรที่มีความเป็นมาและประวัติศาสตร์อันยาวนาน ถือเป็นแหล่งอารยธรรมที่เก่าแก่แห่งหนึ่ง ด้วยพบหลักฐานวัตถุทางวัฒนธรรม ทั้งเครื่องมือเครื่องใช้และผลงานศิลปกรรมตามแหล่งโบราณคดีต่างๆ รวมถึงมีวัฒนธรรมและประเพณีพื้นเมืองที่สะท้อนให้เห็นถึงศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของท้องถิ่น หรือที่เรียกว่า ศิลปวัฒนธรรมล้านนา อันเป็นภูมิปัญญาของคนล้านนา ด้วยความเจริญรุ่งเรืองของศิลปวัฒนธรรมล้านนาจากอดีตกาลจนถึงปัจจุบัน เอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่นอย่างหนึ่งที่โดดเด่นและเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งนับว่าเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งของชาติคือ งานช่างล้านนา จากการศึกษาเอกสารโบราณทางประวัติศาสตร์ กฎหมาย ศาสนา ภาษาและวรรณกรรม ทั้งจารึก พงศาวดาร ตำนาน คัมภีร์ใบลาน และวรรณกรรมพื้นบ้าน ปรากฏหลักฐานว่ามีการกล่าวถึงวิชาชีพช่างและงานช่างฝีมือหลายแขนงของล้านนาโบราณ      "ช่างล้านนา" ถือเป็นวิชาชีพที่มีมาตั้งแต่โบราณ ดังจะเห็นได้จากหลักฐานที่ปรากฏในเอกสารโบราณ ทั้งจารึก พงศาวดาร ตำนาน คัมภีร์ใบลาน และวรรณกรรมพื้นบ้านมากมาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญและคุณค่าของช่างในสังคมล้านนาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน นับเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอันเป็นสมบัติล้ำค่าที่บรรพบุรุษได้สร้างสรรค์ สั่งสม และสืบทอดมาถึงคนรุ่นต่อรุ่น ที่ควรค่าแก่การสืบทอดและรักษาให้องค์ความรู้ภูมิปัญญาของช่างล้านนาทั้งในอดีตและปัจจุบันนี้ดำรงอยู่อย่างยั่งยืน เพราะงานช่างล้านนาไม่ได้แค่อาชีพของคนในท้องถิ่นเท่านั้น หากแต่ยังเป็นองค์ความรู้และภูมิปัญญาดั้งเดิมที่สะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเฉพาะของท้องถิ่นและประเทศชาติด้วยเช่นกัน      เรียบเรียงโดย นางสาวสุคนธ์ทิพย์  จันทะลุน บรรณารักษ์ชำนาญการ  หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ 


องค์ความรู้ : วัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาวล้านนาไทยเรื่อง ตุงล้านนา ตุงล้านนา ซึ่งคำว่า ตุง เป็นภาษาถิ่นประจำภาคเหนือ แปลว่าธงที่ใช้สำหรับแขวนแบบหนึ่งในศิลปะล้านนา สามารถพบเห็นได้ในภาคเหนือของประเทศไทย โดยคนทางภาคเหนือ จะนำตุงมาใช้เป็นเครื่องประดับ หรือประกอบพิธีกรรมต่างๆ ทั้งทางศาสนา ประเพณี งานเทศกาล หรืองานเฉลิมฉลองต่างๆ วัตถุที่นำมาทำตุงในล้านนามีหลากหลายรูปแบบ ลักษณะที่แผ่นวัตถุทำจากผ้า กระดาษ ไม้ โลหะ ทองเหลือง หรือใบลาน โดยนำไม้ส่วนปลายแขวนห้อยเป็นแผ่นยาวลงมา ตามคติความเชื่อของคนล้านนาเกี่ยวกับตุงที่ทำขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ใช้ในงานพิธีทางศาสนา ทั้งในงานมงคลและอวมงคล โดยมีขนาดรูปทรงและรายละเอียดแตกต่างกันไปบ้าง ตามความเชื่อพิธีกรรม ความนิยมของแต่ละท้องถิ่น อย่างไรก็ดีคนล้านนามีความเชื่อว่า การถวายหรือทานตุงนั้นจะได้รับผลบุญและอานิสงค์ เพื่อให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขเป็นอย่างมาก หรือบางตำรามีความเชื่อสืบต่อกันมาว่า เมื่อตายไปจะได้ขึ้นสวรรค์หรือเมื่อตกนรกชายตุงจะแกว่งฉุดวิญญาณขึ้นมาจากนรกให้ขึ้นไปสู่สรวงสวรรค์ นอกจากนี้การใช้ตุงทางภาคเหนือ ได้ปรากฏหลักฐานตามตำนานพระธาตุดอยตุง โดยกล่าวถึงการสร้างพระธาตุไว้ว่า เมื่อพระมหากัสสปเถระเจ้าได้นำเอาพระบรมธาตุพระรากขวัญเบื้องซ้ายขององค์พระสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาถวายแด่พระยาอนุตราชกษัตริย์ลำดับที่ ๓ แห่งราชวงศ์สิงหนวัติ พระองค์ทรงขอเอาที่แดนของพระยาลาวจก (ราชวงศ์ลวจังคราช) ในหมู่เขาสามเสียงเส้าเป็นที่ก่อสร้างสถูปบรรจุพระบรมธาตุเมื่อจะสร้างพระมหาสถูปนั้นให้ทำ "คุงตะขาบใหญ่" ยาวถึงพันวาปักไว้บนยอดดอยปู่เจ้า หางตุงปลิวไปเพียงใดกำหนดหมายไว้เป็นฐานสถูปเพียงนั้น (โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา, ๒๕๔๕: ซีดี-รอม) ส่วนประเภทของตุงล้านนา มีมากมายหลากหลายประเภทด้วยกัน แต่ที่จะกล่าวถึงในบทความนี้ จะเป็นตุงล้านนาเป็นที่นิยมในปัจจุบันที่ใช้ประกอบในงานพิธีมงคลเท่านั้น ๑. ตุง ๑๒ ราศี หรือตุง ๑๒ นักษัตร จะใช้ในงานช่วงปีใหม่ หรือที่ชาวล้านนาเรียกว่า ตุงปี๋ใหม่เมือง ใช้ถวายเป็นพุทธบูชาพร้อมกับเจดีย์ทรายในประเพณีปีใหม่เมือง วัสดุที่ทำผืนตุงส่วนใหญ่มักจะทำด้วยกระดาษว่าว หรือกระดาษสา มีหลากหลายสีบางคนเลือกสีตามวันเกิด แต่ที่สำคัญจะมีรูป ๑๒ นักษัตร บนผืนตุงทั้งสองด้านเหมือนกันหมด เพื่อสะเดาะเคราะห์ให้เป็นสิริมงคลกับตนเอง ๒. ตุงดอกบ้อง หรือตุงไส้หมู ใช้ถวายเป็นพุทธบูชาพร้อมกับเจดีย์ทรายในประเพณีปีใหม่เมือง เช่นเดียวกับตุง ๑๒ ราศี หรือ ตุง ๑๒ นักษัตร หรือใช้ประดับตกแต่งงานพิธีบุญต่าง ๆ วัสดุที่ทำผืนตุงส่วนใหญ่มักจะทำด้วยกระดาษว่าว หรือกระดาษสา มักทำเป็นพวงประดิษฐ์รูปร่างคล้ายจอมแหหรือปรางค์ตัดเป็นรูปลวดลายสวยงาม ๓. ตุงทราย ใช้ถวายเป็นพุทธบูชาที่ใช้ปักเจดีย์ทรายช่วงในประเพณีปีใหม่เมือง มีหลากหลายรูปแบบ ส่วนใหญ่ทำเป็นรูปเทวดา โดยจุดมุ่งหมายก็เพื่อทำบุญถวายเทพเทวดาที่รักษาดูแลรักษาตัวเรา และขอขมาสิ่งที่ได้ล่วงเกินในปีที่ผ่านมา และนำไปไปปักบนเจดีย์ทรายพร้อมกับตุงอื่นๆ เช่น ตุงช่อน้อย ซึ่งเมื่อโดนลมก็จะปลิวไสวสวยงามอยู่บนเจดีย์ทราย ๔. ตุงช่อน้อย หรือตุงจ้อน้อย ใช้ถวายเป็นพุทธบูชาในงานปอยหลวง งานกฐิน หรือพิธีสืบชะตา วัสดุที่ทำผืนตุงทำด้วยกระดาษสีต่าง ๆ มักเป็นกระดาษสา กระดาษว่าว และตัดให้มีลายต่าง ๆ ได้ตามใจ เพื่อเพิ่มความสวยงามของตุง ส่วนมากมีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็ก และนิยมตัดขอบตุงเป็นขั้นบันได เปรียบเสมือนการสั่งสมความดีไปเรื่อยๆ เพื่อก้าวขึ้นสู่สวรรค์ โดยหากมีขนาดใหญ่หน่อยก็เรียกว่า ตุงช่อจ๊าง หรือตุงจ้อช้าง ๕. ตุงไชย หรือตุงไจย เป็นตุงที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งการรบของทหาร ในขณะที่ทำการรบชนะข้าศึกก็จะทำการปักตุงเพื่อแสดงว่าได้รับชัยชนะจากข้าศึกทำให้เกิดขวัญและกำลังใจ ซึ่งก็หมายความว่าธงชัย สำหรับในปัจจุบันไม่ได้ทำการรบกันก็จะนำมาใช้ประกอบงานพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในงานบุญกฐิน โดยทำการปักเรียงรายตามสองข้างทางเข้าสู่วัด หรือหน้าพระประธานในวิหารหรือโบสถ์ เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระพุทธเจ้า เพื่อให้เจ้าของตุงหรือผู้ร่วมถวายได้หลุดพ้นจากวัฏฏะสงสาร หรือการเวียนว่ายตายเกิด เพื่อเข้าสู่พระนิพพาน วัสดุที่ทำผืนตุงส่วนใหญ่มักจะทอจากเส้นด้าย เส้นไหม หรือผ้าชนิดต่างๆ จะมีสีเดียวหรือสลับสีกัน ลวดลายที่ใช้จะเป็นลวดลายที่เป็นมงคล กล่าวโดยสรุปชาวล้านนาหรือคนภาคเหนือส่วนส่วนใหญ่นิยมนำตุงใช้ประกอบพิธีกรรมต่างๆ ทั้งทางศาสนา ประเพณี งานเทศกาล หรือเฉลิมฉลองต่างๆ และยังมีตุงที่ไม่ได้กล่าวถึง เช่น ตุงผ้า หรือตุงทอ และตุงช่อ หรือตุงจ้อ เป็นต้น อย่างไรก็ตามในปัจจุบันมีแนวโน้มการใช้ตุงที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เนื่องจากมักนิยมใช้ตุงประดับตามสถานที่จัดงานเพื่อความสวยงาม โดยไม่ได้รู้ถึงความหมาย และวัตถุประสงค์ของการนำตุงมาใช้อย่างแท้จริง สาเหตุหลักที่สำคัญอีกประการก็คือเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามามีบทบาทในวิถีชีวิตของชาวล้านนา จากเดิมในอดีตบรรพบุรุษของชาวล้านนาได้ประดิษฐ์ตุงล้านนา เพื่อไว้ใช้ในงานหรือประกอบพิธีกรรมต่างๆ ด้วยตนเอง จึงเป็นการแสดงออกถึงการอนุรักษ์ศิลปะ ภูมิปัญญาของชาวล้านนาตามคติความเชื่อเกี่ยวกับการนำตุงมาใช้ในพิธีกรรมต่างๆ ทั้งนี้ผู้เขียนจึงอยากเห็นถึงการอนุรักษ์ รูปแบบคติความเชื่อ วัฒนธรรมเกี่ยวกับนำตุงล้านามาใช้เพื่อสืบทอดต่อรุ่นลูกรุ่นหลานในอนาคตให้เท่าทันกับยุคสมัยใหม่ สมกับคำว่า "ตุงล้านนากับวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาวล้านนาไทย” ผู้รวบรวมและเรียบเรียง : นายธีรบูลย์ มิตรมโนชัย นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่  แหล่งอ้างอิง : เข้ม ข่าวค่ำ.  รายงานพิเศษ ตุงล้านนา. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔, จาก https://www.youtube.com/watch?v=xheidFvi90U&t=202s, ๒๕๕๘. เชียงใหม่นิวส์.  ตุงไส้หมู กับ วันพญาวัน.  [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔, จาก https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/688862/, ๒๕๖๑. ผู้จัดการออนไลน์.  รอบรู้เรื่องเที่ยว : ไปเชียงราย ไหว้ดอยตุง ทำ "ตุงล้านนา" ที่บ้านครูจารินทร์. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔, จาก https://mgronline.com/travel/detail/9620000052700, ๒๕๖๒. ศิลปหัตถกรรมไทย.  ตุงล้านนา.  [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔, จาก https://sites.google.com/site/silphatthkrrmthiy/phakh-henux/tung-lan-na. โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา.  สารคดีส่งเสริมความรู้ชุดปัญญาพื้นถิ่น ตอน ตุงล้านนา.  [ซีดี-รอม].  เชียงใหม่ : โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา, ๒๕๔๕.


องค์ความรู้ : วัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาวล้านนาไทยเรื่อง ตุงล้านนา ตุงล้านนา ซึ่งคำว่า ตุง เป็นภาษาถิ่นประจำภาคเหนือ แปลว่าธงที่ใช้สำหรับแขวนแบบหนึ่งในศิลปะล้านนา สามารถพบเห็นได้ในภาคเหนือของประเทศไทย โดยคนทางภาคเหนือ จะนำตุงมาใช้เป็นเครื่องประดับ หรือประกอบพิธีกรรมต่างๆ ทั้งทางศาสนา ประเพณี งานเทศกาล หรืองานเฉลิมฉลองต่างๆ วัตถุที่นำมาทำตุงในล้านนามีหลากหลายรูปแบบ ลักษณะที่แผ่นวัตถุทำจากผ้า กระดาษ ไม้ โลหะ ทองเหลือง หรือใบลาน โดยนำไม้ส่วนปลายแขวนห้อยเป็นแผ่นยาวลงมา ตามคติความเชื่อของคนล้านนาเกี่ยวกับตุงที่ทำขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ใช้ในงานพิธีทางศาสนา ทั้งในงานมงคลและอวมงคล โดยมีขนาดรูปทรงและรายละเอียดแตกต่างกันไปบ้าง ตามความเชื่อพิธีกรรม ความนิยมของแต่ละท้องถิ่น อย่างไรก็ดีคนล้านนามีความเชื่อว่า การถวายหรือทานตุงนั้นจะได้รับผลบุญและอานิสงค์ เพื่อให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขเป็นอย่างมาก หรือบางตำรามีความเชื่อสืบต่อกันมาว่า เมื่อตายไปจะได้ขึ้นสวรรค์หรือเมื่อตกนรกชายตุงจะแกว่งฉุดวิญญาณขึ้นมาจากนรกให้ขึ้นไปสู่สรวงสวรรค์ นอกจากนี้การใช้ตุงทางภาคเหนือ ได้ปรากฏหลักฐานตามตำนานพระธาตุดอยตุง โดยกล่าวถึงการสร้างพระธาตุไว้ว่า เมื่อพระมหากัสสปเถระเจ้าได้นำเอาพระบรมธาตุพระรากขวัญเบื้องซ้ายขององค์พระสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาถวายแด่พระยาอนุตราชกษัตริย์ลำดับที่ ๓ แห่งราชวงศ์สิงหนวัติ พระองค์ทรงขอเอาที่แดนของพระยาลาวจก (ราชวงศ์ลวจังคราช) ในหมู่เขาสามเสียงเส้าเป็นที่ก่อสร้างสถูปบรรจุพระบรมธาตุเมื่อจะสร้างพระมหาสถูปนั้นให้ทำ "คุงตะขาบใหญ่" ยาวถึงพันวาปักไว้บนยอดดอยปู่เจ้า หางตุงปลิวไปเพียงใดกำหนดหมายไว้เป็นฐานสถูปเพียงนั้น (โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา, ๒๕๔๕: ซีดี-รอม) ส่วนประเภทของตุงล้านนา มีมากมายหลากหลายประเภทด้วยกัน แต่ที่จะกล่าวถึงในบทความนี้ จะเป็นตุงล้านนาเป็นที่นิยมในปัจจุบันที่ใช้ประกอบในงานพิธีมงคลเท่านั้น ๑. ตุง ๑๒ ราศี หรือตุง ๑๒ นักษัตร จะใช้ในงานช่วงปีใหม่ หรือที่ชาวล้านนาเรียกว่า ตุงปี๋ใหม่เมือง ใช้ถวายเป็นพุทธบูชาพร้อมกับเจดีย์ทรายในประเพณีปีใหม่เมือง วัสดุที่ทำผืนตุงส่วนใหญ่มักจะทำด้วยกระดาษว่าว หรือกระดาษสา มีหลากหลายสีบางคนเลือกสีตามวันเกิด แต่ที่สำคัญจะมีรูป ๑๒ นักษัตร บนผืนตุงทั้งสองด้านเหมือนกันหมด เพื่อสะเดาะเคราะห์ให้เป็นสิริมงคลกับตนเอง ๒. ตุงดอกบ้อง หรือตุงไส้หมู ใช้ถวายเป็นพุทธบูชาพร้อมกับเจดีย์ทรายในประเพณีปีใหม่เมือง เช่นเดียวกับตุง ๑๒ ราศี หรือ ตุง ๑๒ นักษัตร หรือใช้ประดับตกแต่งงานพิธีบุญต่าง ๆ วัสดุที่ทำผืนตุงส่วนใหญ่มักจะทำด้วยกระดาษว่าว หรือกระดาษสา มักทำเป็นพวงประดิษฐ์รูปร่างคล้ายจอมแหหรือปรางค์ตัดเป็นรูปลวดลายสวยงาม ๓. ตุงทราย ใช้ถวายเป็นพุทธบูชาที่ใช้ปักเจดีย์ทรายช่วงในประเพณีปีใหม่เมือง มีหลากหลายรูปแบบ ส่วนใหญ่ทำเป็นรูปเทวดา โดยจุดมุ่งหมายก็เพื่อทำบุญถวายเทพเทวดาที่รักษาดูแลรักษาตัวเรา และขอขมาสิ่งที่ได้ล่วงเกินในปีที่ผ่านมา และนำไปไปปักบนเจดีย์ทรายพร้อมกับตุงอื่นๆ เช่น ตุงช่อน้อย ซึ่งเมื่อโดนลมก็จะปลิวไสวสวยงามอยู่บนเจดีย์ทราย ๔. ตุงช่อน้อย หรือตุงจ้อน้อย ใช้ถวายเป็นพุทธบูชาในงานปอยหลวง งานกฐิน หรือพิธีสืบชะตา วัสดุที่ทำผืนตุงทำด้วยกระดาษสีต่าง ๆ มักเป็นกระดาษสา กระดาษว่าว และตัดให้มีลายต่าง ๆ ได้ตามใจ เพื่อเพิ่มความสวยงามของตุง ส่วนมากมีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็ก และนิยมตัดขอบตุงเป็นขั้นบันได เปรียบเสมือนการสั่งสมความดีไปเรื่อยๆ เพื่อก้าวขึ้นสู่สวรรค์ โดยหากมีขนาดใหญ่หน่อยก็เรียกว่า ตุงช่อจ๊าง หรือตุงจ้อช้าง ๕. ตุงไชย หรือตุงไจย เป็นตุงที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งการรบของทหาร ในขณะที่ทำการรบชนะข้าศึกก็จะทำการปักตุงเพื่อแสดงว่าได้รับชัยชนะจากข้าศึกทำให้เกิดขวัญและกำลังใจ ซึ่งก็หมายความว่าธงชัย สำหรับในปัจจุบันไม่ได้ทำการรบกันก็จะนำมาใช้ประกอบงานพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในงานบุญกฐิน โดยทำการปักเรียงรายตามสองข้างทางเข้าสู่วัด หรือหน้าพระประธานในวิหารหรือโบสถ์ เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระพุทธเจ้า เพื่อให้เจ้าของตุงหรือผู้ร่วมถวายได้หลุดพ้นจากวัฏฏะสงสาร หรือการเวียนว่ายตายเกิด เพื่อเข้าสู่พระนิพพาน วัสดุที่ทำผืนตุงส่วนใหญ่มักจะทอจากเส้นด้าย เส้นไหม หรือผ้าชนิดต่างๆ จะมีสีเดียวหรือสลับสีกัน ลวดลายที่ใช้จะเป็นลวดลายที่เป็นมงคล กล่าวโดยสรุปชาวล้านนาหรือคนภาคเหนือส่วนส่วนใหญ่นิยมนำตุงใช้ประกอบพิธีกรรมต่างๆ ทั้งทางศาสนา ประเพณี งานเทศกาล หรือเฉลิมฉลองต่างๆ และยังมีตุงที่ไม่ได้กล่าวถึง เช่น ตุงผ้า หรือตุงทอ และตุงช่อ หรือตุงจ้อ เป็นต้น อย่างไรก็ตามในปัจจุบันมีแนวโน้มการใช้ตุงที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เนื่องจากมักนิยมใช้ตุงประดับตามสถานที่จัดงานเพื่อความสวยงาม โดยไม่ได้รู้ถึงความหมาย และวัตถุประสงค์ของการนำตุงมาใช้อย่างแท้จริง สาเหตุหลักที่สำคัญอีกประการก็คือเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามามีบทบาทในวิถีชีวิตของชาวล้านนา จากเดิมในอดีตบรรพบุรุษของชาวล้านนาได้ประดิษฐ์ตุงล้านนา เพื่อไว้ใช้ในงานหรือประกอบพิธีกรรมต่างๆ ด้วยตนเอง จึงเป็นการแสดงออกถึงการอนุรักษ์ศิลปะ ภูมิปัญญาของชาวล้านนาตามคติความเชื่อเกี่ยวกับการนำตุงมาใช้ในพิธีกรรมต่างๆ ทั้งนี้ผู้เขียนจึงอยากเห็นถึงการอนุรักษ์ รูปแบบคติความเชื่อ วัฒนธรรมเกี่ยวกับนำตุงล้านามาใช้เพื่อสืบทอดต่อรุ่นลูกรุ่นหลานในอนาคตให้เท่าทันกับยุคสมัยใหม่ สมกับคำว่า "ตุงล้านนากับวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาวล้านนาไทย” ผู้รวบรวมและเรียบเรียง : นายธีรบูลย์ มิตรมโนชัย นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่  แหล่งอ้างอิง : เข้ม ข่าวค่ำ.  รายงานพิเศษ ตุงล้านนา. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔, จาก https://www.youtube.com/watch?v=xheidFvi90U&t=202s, ๒๕๕๘. เชียงใหม่นิวส์.  ตุงไส้หมู กับ วันพญาวัน.  [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔, จาก https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/688862/, ๒๕๖๑. ผู้จัดการออนไลน์.  รอบรู้เรื่องเที่ยว : ไปเชียงราย ไหว้ดอยตุง ทำ "ตุงล้านนา" ที่บ้านครูจารินทร์. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔, จาก https://mgronline.com/travel/detail/9620000052700, ๒๕๖๒. ศิลปหัตถกรรมไทย.  ตุงล้านนา.  [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔, จาก https://sites.google.com/site/silphatthkrrmthiy/phakh-henux/tung-lan-na. โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา.  สารคดีส่งเสริมความรู้ชุดปัญญาพื้นถิ่น ตอน ตุงล้านนา.  [ซีดี-รอม].  เชียงใหม่ : โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา, ๒๕๔๕.


          กรมศิลปากร ออกประกาศปิดการให้บริการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ โบราณสถานที่เก็บค่าเข้าชม หอสมุดแห่งชาติ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ และโรงละครแห่งชาติ ที่ตั้งอยู่ในจังหวัด ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เป็นการชั่วคราว ระหว่างวันที่ ๓ – ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๔           นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อํานวยการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 โดยคําแนะนําของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) ได้อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ และมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ประกาศใช้บังคับข้อกําหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการใน สถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๓๐) ลงวันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ รวมทั้งออกคําสั่งศูนย์บริหาร สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ ๑๑/๒๕๖๔ เรื่อง พื้นที่สถานการณ์ ที่กําหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด และพื้นที่ควบคุม ตามข้อกําหนดออกตามความ ในมาตรา ๙ แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ปรับปรุงเขตพื้นที่จังหวัด ตามพื้นที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) รวมทั้งขยายระยะเวลาการใช้ บังคับข้อกําหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๘ (ฉบับที่ ๒๘) ลงวันที่ ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ออกไปจนถึงวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔           อธิบดีกรมศิลปากรจึงประกาศให้แหล่งเรียนรู้ในสังกัดกรมศิลปากรดังต่อไปนี้ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่ กําหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ตามคําสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ ๑๑/๒๕๖๔ เรื่อง พื้นที่สถานการณ์ที่กําหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด และพื้นที่ควบคุม ตามข้อกําหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๘ ลงวันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ปิดการให้บริการเป็นการชั่วคราว ระหว่างวันที่ ๓ - ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๔ ๑. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ๒. อุทยานประวัติศาสตร์ ๓. โบราณสถานที่กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนและจัดเก็บค่าเข้าชมตามที่บัญชีแนบท้ายกฎ กระทรวงกําหนดค่าเข้าชมและค่าบริการอื่น สําหรับโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๑ ๔. หอสมุดแห่งชาติ ๕. หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ทั้งนี้ให้หมายรวมถึงหอเกียรติยศ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๑ ๖. โรงละครแห่งชาติ          ทั้งนี้ ให้ผู้บังคับบัญชาของแหล่งเรียนรู้ที่กรมศิลปากรมีคําสั่งให้ปิดการให้บริการ จัดให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และบุคลากรในหน่วยงานดําเนินมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งให้มากที่สุด โดยจะต้องไม่กระทบหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ และต้องดําเนินการภายใต้มาตรการป้องกันควบคุมโรคเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Corona Virus Disease 2019 (COVID-19)) อย่างเคร่งครัด           อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ที่ต้องการใช้บริการแหล่งเรียนรู้ในสังกัดกรมศิลปากร สามารถใช้บริการผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งกรมศิลปากรได้พัฒนาระบบต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ ได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว เช่น - บริการสืบค้นเอกสารจดหมายเหตุ https://archives.nat.go.th/th-th - บริการของหอสมุดแห่งชาติ https://www.nlt.go.th - ชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเสมือนจริง http://www.virtualmuseum.finearts.go.th - ชมอุทยานประวัติศาสตร์เสมือนจริง http://virtualhistoricalpark.finearts.go.th - บริการขออนุญาตนำเข้าหรือส่งออกโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ http://www.nsw.finearts.go.th - สืบค้นแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรม http://gis.finearts.go.th/fineart - ซื้อหนังสือที่จัดพิมพ์โดยกรมศิลปากร https://bookshop.finearts.go.th           นอกจากนี้ กรมศิลปากรยังปรับรูปแบบการเสวนาให้ความรู้ผ่านระบบออนไลน์ เผยแพร่องค์ความรู้ ด้านศิลปวัฒนธรรม ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ (facebook) ของหน่วยงานในสังกัด และวีดิทัศน์สาระความรู้ต่าง ๆ ผ่านช่องทาง YouTube กรมศิลปากร โดยสามารถติดตามรายละเอียดงานบริการและองค์ความรู้ต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กรมศิลปากร finearts.go.th



black ribbon.