ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,717 รายการ
ชื่อเรื่อง : บทบาทชาวจีนในประเทศไทยในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปริญญานิพนธ์ ของ พลกูล อังกินันทน์ พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนากิจศพ คุณแม่กิมฮวย คุณวัฒน์ ณ ฌาปนสถานกองทัพบก วัดโสมนัสวิหาร วันที่ 23 เมษายน พ.ศ.2515 ชื่อผู้แต่ง : พลกูล อังกินันทน์ปีที่พิมพ์ : 2515สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯสำนักพิมพ์ : ประจักษ์การพิมพ์ จำนวนหน้า : 234 หน้า สาระสังเขป : หนังสือเล่มนี้ได้จัดทำขึ้นเนื่องในงานฌาปนากิจศพ คุณแม่กิมฮวย คุณวัฒน์ เป็นปริญญานิพนธ์ ของ พลกูล อังกินันทน์ เรื่องบทบาทชาวจีนในประเทศไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ มีเนื้อหาประกอบไปด้วยบทบาทชาวจีนในประเทศไทยก่อนรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยธนบุรี สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ จำนวนชาวจีนและบทบาทโดยทั่วไปของชาวจีนในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว บทบาทสำคัญของชาวจีนในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ. 12/6ประเภทวัดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 36 หน้า : กว้าง 4.6 ซม. ยาว 54.8 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ ร่วมกับ ชมรมนักโบราณคดี (สมัครเล่น) เมืองสุพรรณ ขอเชิญร่วมกิจกรรมโครงการบรรยายและเสวนาทางวิชาการ เนื่องในวาระครบ 130 ปี ห้ามเจ้านายมิให้ไปเมืองสุพรรณบุรี เรื่อง เทศาภิบาล : ศาสตร์การปกครองของไทยสมัยรัชกาลที่ 5 วันศุกร์ที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๕.๓๐ น. ณ หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ
ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าด้วยการสแกน QR Code หรือลงทะเบียนทางลิ้งนี้ https://forms.gle/m3KVKaprpKjvwFqs8 (ปิดรับลงทะเบียนวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๖ หรือหากมีผู้ลงทะเบียนเต็มจำนวนแล้ว)
เลขทะเบียน : นพ.บ.375/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 34 หน้า ; 4.5 x 54.5 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา มีฉลากไม้ชื่อชุด : มัดที่ 142 (7-25) ผูก 1 (2566)หัวเรื่อง : มไลหมื่น --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.506/2ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 44 หน้า ; 4 x 52 ซ.ม. : ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 170 (233-242) ผูก 2 (2566)หัวเรื่อง : สังฮอมธาตุ--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อเรื่อง สํยุตฺตนิกายกถา (สํยุตฺตนิกาย)ลบ.บ. 35/10หมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 58 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 56.5 ซม.หัวเรื่อง พระไตรปิฎก
บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องรัก ไม้ประกับธรรมดา
สำนักช่างสิบหมู่ จัดการฝึกอบรมด้านงานศิลปกรรม สำหรับบุคคลภายนอกทั่วไป หลักสูตร “การจัดสร้างหัวโขน (จำลอง)" เปิดรับสมัครบุคคลทั่วไป นักเรียน - นักศึกษา อายุระหว่าง ๑๘ – ๖๐ ปี จำนวน ๔๐ คน เข้ารับการฝึกอบรมอาชีพระยะสั้น ด้านงานศิลปกรรม ระหว่างวันที่ ๕ - ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๓๐ น. ณ อาคารศูนย์ศิลปะและการช่างไทย สำนักช่างสิบหมู่ จังหวัดนครปฐม โดยผู้รับการฝึกอบรมจะต้องเตรียมค่ามัดจำอุปกรณ์ จำนวน ๑,๐๐๐ บาท (สามารถรับคืนเมื่อคืนอุปกรณ์ หลังจบการอบรม) และเตรียมทองเปลว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ขนาด ๔ x ๔ cm. จำนวน ๓๐ แผ่น มาเอง เพื่อใช้ในขั้นตอนปิดทองหัวโขน
ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมการฝึกอบรมได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๖ โดยสแกน QR Code แล้วกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มใบสมัคร และจะประกาศผลการคัดเลือกวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๖ ทางเพจเฟสบุ๊ก สำนักช่างสิบหมู่ www.facebook.com/officeoftraditionalarts สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๒๔๘๒ ๑๓๙๙
หมายเหตุ :
* ผู้สมัครต้องได้รับการพิจารณาคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้จัดฝึกอบรม โดยพิจารณาจากลำดับใบสมัคร คุณสมบัติ ความต้องการ กลุ่มอาชีพ เพื่อกระจายตามกลุ่มเป้าหมายของโครงการ แล้วจะแจ้งประกาศผลให้ทราบอีกครั้ง เพื่อให้ผู้สมัครยืนยันการเข้าร่วมโครงการ จึงจะมีสิทธิ์เข้ารับการฝึกอบรม
** ผู้สมัครควรมีความพร้อมในเรื่องของระยะเวลา สามารถร่วมการอบรมได้ครบตามระยะเวลาที่กำหนด ๕ วัน(หากเข้าอบรมไม่ครบตามระยะเวลา ขอตัดสิทธิ์การเข้าอบรมในโครงอื่นๆ )
แบบศิลปะ / สมัย ศิลปะล้านช้าง ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๓ – ๒๔
วัสดุ (ชนิด) สำริด
ขนาด หน้าตักกว้าง ๒๖.๓ เซนติเมตร สูงพร้อมฐาน ๖๖ เซนติเมตร
ประวัติความเป็นมา ได้จากวัดศรีโขง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มอบให้
ความสำคัญ ลักษณะและสภาพของโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ
พระพุทธรูปมีพระพักตร์สี่เหลี่ยมสั้นมีไรพระศก ขมวดพระเกศาเล็กแหลมแบบหนามขนุน พระอุษณีษะนูนขึ้นมามากรองรับชั้นกลีบบัวหงายรองรับพระรัศมีรูปเปลวไฟ พระขนงโก่ง พระกรรณด้านบนแหลม ในขอบพระกรรณตกแต่งลวดลายคล้ายลายก้นหอย พระเนตรเหลือบต่ำ พระนาสิกใหญ่โด่งเป็นสัน มุมพระโอษฐ์ทั้งสองข้างยกขึ้น พระวรกายทึบตัน ครองจีวรห่มเฉียงเปิดพระอังสาขวา ชายสังฆาฎิยาวส่วนปลายตัดตรง บริเวณบั้นพระองค์ทำเป็นแนวขอบสบงอย่างชัดเจน พระถันทำเป็นต่อมแหลม พระหัตถ์ขวาวางบนพระชงฆ์ นิ้วพระหัตถ์ยาวไล่เลี่ยกัน
พระพุทธรูปแสดงปางมารวิชัยโดยประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐาน ๓ ชั้น ฐานชั้นล่างสุดเป็นฐานเขียงสูง ๖ เหลี่ยม ในตอนกลางเป็นฐานปัทม์เรียบเกลี้ยง ฐานตอนบนเป็นฐานปัทม์ ชั้นบนเป็นบัวหงายทำกลีบบัวรวน ส่วนบัวคว่ำปลายกลีบสะบัดงอนขึ้น เช่นเดียวกับลูกแก้วอกไก่ที่ทำปลายงอนขึ้นข้างบน เป็นแบบศิลปกรรมที่นิยมอยู่ในศิลปะล้านช้าง สกุลช่างเวียงจันทน์เมื่อพุทธศตวรรษที่ ๒๓ จึงเป็นไปได้ที่พระพุทธรูปนี้ถูกสร้างขึ้นในศิลปะล้านช้าง สกุลช่างเวียงจันทน์ เมื่อช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๓ – ๒๔
ชื่อเรื่อง : ต้นฉบับเอกสารโบราณด้านภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านอีสาน : ตำรายา เล่ม 2
ผู้จัดทำ : หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ห้องจัดเก็บ : กรมศิลปากร
ประเภทสื่อ : สิ่งพิมพ์ - หนังสือ
ISBN/ISSN : 987-616-283-593-3
สำนักพิมพ์ : นครพนม : สำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี กรมศิลปากร
ปีที่จัดทำ : 2564
ลักษณะวัสดุ : 116 หน้า : ภาพประกอบ ; 30 ซม.
ภาษา : ไทย
หัวเรื่อง : ต้นฉบับตัวเขียน
เอกสารใบลาน
ยาสมุนไพร
การแพทย์แผนโบราณ
สาระสังเขป : หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม เห็นความสำคัญของเอกสารโบราณที่จัดเก็บรักษาภายในหอสมุดฯ จึงได้มีการปริวรรตเอกสารโบราณ “ตำรายา” จากอักษรธรรมอีสานเป็นภาษาไทยปัจจุบัน ในการปริวรรตได้ทำการเลือกฉบับที่มีความสมบูรณ์เพื่อใช้ในการปริวรรต จากใบลานก้อม จำนวน 3 ฉบับ ประกอบด้วย 1. เอกสารโบราณตำรายา เลขที่ นพ.บ.2054/1ก จำนวน 55 ลาน ตัวอักษรธรรมอีสาน ลักษณะลานดิบ ไม่ปรากฏปีที่สร้างและนามผู้สร้างหรือคัดลอก 2.เอกสารโบราณตำรายา เลขที่ นพ.บ.1498/1 จำนวน 23 ลาน ตัวอักษรธรรมอีสาน ลักษณะลานดิบ ไม่ปรากฏปีที่สร้างและนามผู้สร้างหรือคัดลอก 3. เอกสารโบราณตำรายา เลขที่ นพ.บ.1498/1ก จำนวน 33 ลาน ตัวอักษรไทน้อย ลักษณะลานดิบ สร้างโดยนายคำไพและพ่อบุญปัน มีจุดมุ่งหมายเพื่ออนุรักษ์และเผยแพร่มรดกภูมิปัญญาของบรรพชนให้คงอยู่ต่อไป เพื่อส่งเสริมการศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ และวิจัยผลงานทางด้านแพทย์แผนโบราณ เพื่อเป็นการเพิ่มพูนหนังสืออ้างอิงด้านเอกสารโบราณให้แก่สถาบันห้องสมุด บุคคล และองค์กรต่างๆ
ตุงและคันตุง
เลขทะเบียน ๙๐ / ๒๕๔๑
แบบศิลปะ / สมัย ศิลปะล้านนา พุทธศตวรรษที่
วัสดุ (ชนิด) ชินชุบทอง
ขนาด สูงพร้อมฐาน ๓๖ เซนติเมตร
ประวัติความเป็นมา ได้จากวัดเจดีย์สูง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่
ความสำคัญ ลักษณะและสภาพของโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ
ตุงและคันตุงนี้มีรูปแบบทางศิลปกรรมใกล้เคียงกับเครื่องราชูปโภคจำลอง ทะเบียน ๓๙๔/ ๒๕๑๖ น่าจะถูกสร้างขึ้นเป็นชุดเดียวกัน เห็นได้จากที่แขวนตุงทำเป็นรูปนาคเกี้ยวเช่นเดียวกับพนักบัลลังก์ คันตุงตั้งอยู่บนแท่นแก้ว (บัลลังก์) ที่มีการฉลุลวดลายโปร่ง และประดับด้วยกระจังสามเหลี่ยมที่มุมทั้งสี่ของบัลลังก์ด้านบน คันตุงถูกขนาบข้างด้วยเสากลมสี่เสาสั้น ๆ ส่วนยอดเสาแหลม ยอดสุดของคันตุงแยกออกเป็นสองแฉก มีลายนาคเกี้ยวด้านบนสุดแขวนตุงสองอัน ตุงทำส่วนปลายแหลมทั้งหัวและท้าย ตุงอันหนึ่งสลักลายขูดขีด เป็นลายบัวคอเสื้อที่คอตุง ส่วนตัวตุงเป็นลายเมฆแบบศิลปะจีน ทิ้งช่องไฟห่าง ๆ กัน
ชื่อเรื่อง นิราศสุพรรณของนายมีครั้งที่พิมพ์ 3ผู้แต่ง นายมี (หมื่นพรหมสมพัตสร)ประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือหายากหมวดหมู่ วรรณคดีเลขหมู่ 895.9112 ม595นรสถานที่พิมพ์ พระนครสำนักพิมพ์ โรงพิมพ์พระจันทร์ปีที่พิมพ์ 2504ลักษณะวัสดุ 38 หน้าหัวเรื่อง นิราศ กวีนิพนธ์ไทยภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึกนิราศสุพรรณเป็นสำนวนของนายมี เพราะมีโคลงกระทู้บอกไว้ตอนท้ายว่า "เสมียนมีแต่งถวาย" ราว พ.ศ.2383 แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะที่นายมีแต่งนิราศสุพรรณ มีบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นพรหมสมพัตสร นายอากรเมืองสุพรรณบุรี พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ คุณหญิงริ้ว เกษตรหิรัญรักษ์
องค์ความรู้ ส่งเสริมการอ่านผ่านออนไลน์ เรื่อง “วันครู 16 มกราคม”
เหตุผลที่วันที่ 16 มกราคมของทุกปีถูกกำหนดให้เป็นวันครู อันเนื่องมาจาก ในปี 2488 ประเทศไทยมีการประกาศพระราชบัญญัติครูขึ้นมาในราชกิจจานุเบกษา จึงมีการกำหนดให้มีวันครูครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ.2500 เป็นต้นมา
ครู หมายถึง ผู้อบรมสั่งสอน ผู้ถ่ายทอดความรู้ ผู้สร้างสรรค์ภูมิปัญญา และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองของสังคมและประเทศชาติ เป็นผู้ที่มีหน้าที่สอน อบรมเกี่ยวกับวิชาความรู้ การอ่านเขียน (คำว่าครูนั้นมาจากศัพท์ภาษาสันสกฤต คำว่า "คุรุ" และภาษาบาลี คำว่า "ครุ" , "คุรุ")
วันครูได้จัดให้มีขึ้น ครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2500 สืบเนื่องมาจากการประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษาเมื่อปี พ.ศ. 2488 ซึ่งระบุให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการเรียกว่า "คุรุสภา" เป็นนิติบุคคลให้ครูทุกคนเป็นสมาชิกคุรุสภา โดยมีหน้าที่ในเรื่องของสถาบันวิชาชีพครู ในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่ให้ความเห็นในเรื่องนโยบายการศึกษา และวิชาการศึกษาทั่วไปแก่กระทรวงศึกษาธิการ ควบคุมจรรยาและวินัยของครู จัดสวัสดิการการให้แก่ครูและครอบครัว ได้รับความช่วยเหลือตามสมควร ส่งเสริมความรู้และความสามัคคีของครู
ทุกๆปี คุรุสภาจึงจัดให้มีการประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้แทนครูจากทั่วประเทศแถลงผลงานในรอบปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งซักถามปัญหาข้อข้องใจต่างๆเกี่ยวกับการดำเนินงานของคุรุสภา โดยมี คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาเป็นผู้ตอบข้อสงสัย สถานที่ในการประชุมสมัยนั้นใช้หอประชุม "สามัคคยาจารย์" หอประชุมของจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ในระยะหลังจึงมาใช้หอประชุมของคุรุสภา
ปี พ.ศ. 2499 ในที่ประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภากิตติมศักดิ์ ได้กล่าวปราศัยต่อที่ประชุมครูทั่วประเทศว่า "ที่อยากเสนอในตอนนี้ก็คือว่า เนื่องจากผู้เป็นครูมีบุญคุณเป็นผู้ให้แสงสว่างในชีวิตของเราทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่า"วันครู"ควรมีสักวันหนึ่งสำหรับให้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายได้ แสดงความเคารพสักการะต่อบรรดาครูผู้มีพระคุณทั้งหลาย เพราะเหตุว่าสำหรับคนทั่วไปถ้าถึงวันตรุษ วันสงกรานต์ เราก็นำอัฐิของผู้มีพระคุณบังเกิดเกล้ามาทำบุญ ทำทาน คนที่สองรองลงไปก็คือครูผู้เสียสละทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่าในโอกาสนี้จะขอฝากที่ประชุมไว้ด้วย ลองปรึกษาหารือกันในหลักการทุกคนคงจะไม่ขัดข้อง"
จากแนวความคิดนี้ กอรปกับความคิดเห็นของครูที่แสดงออกทางสื่อมวลชนและอื่นๆที่ล้วนเรียกร้อง ให้มี "วันครู" เพื่อให้เป็นการรำลึกถึงความสำคัญของครูในฐานะที่เป็นผู้เสียสละ ประกอบคุณงามความดีเพื่อประโยชน์ของชาติ และประชาชนเป็นอันมาก ในปีเดียวกันที่ประชุมคุรุสภาสามัญประจำปีจึงได้พิจารณาเรื่องนี้และมีมติ เห็นควรให้มี "วันครู" เพื่อเสนอคณะกรรมการอำนวยการต่อไป โดยได้เสนอในหลักการว่า เพื่อจะได้ประกอบพิธีระลึกถึงคุณบูรพาจารย์ ส่งเสริมสามัคคีธรรมระหว่างครู และเพื่อส่งเสริมความเข้าใจอีนดีระหว่างครูกับประชาชน
ในที่สุดคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2499 ให้วันที่ 16 มกราคม ของทุกปีเป็น "วันครู" โดยถือเอาวันที่ประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2488 เป็นวันครู และให้กระทรวงศึกษาธิการสั่งการให้นักเรียนและครูหยุดในวันดัง กล่าวได้
การจัดงานวันครูได้จัดเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2500 ในส่วนกลางใช้สถานที่ของกรีฑาสถานแห่งชาติเป็นที่จัดงาน ได้กำหนดเป็นหลักการให้มีอนุสรณ์งานวันครูไว้ให้แก่อนุชนรุ่นหลังทุกปี อนุสรณ์ที่สำคัญคือ หนังสือประวัติครู หนังสือที่ระลึกวันครู และสิ่งก่อสร้างที่เป็นถาวรวัตถุ
คำขวัญวันครูนั้นเป็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภา ต่อมาก็เป็นคำขวัญของบุคคลทั่วไปที่ส่งเข้าประกวด และจากนายกรัฐมนตรี ในปี พ.ศ. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ให้คำขวัญเนื่องในโอกาสวันครู ดังนี้ “ครูวางฐานคิด ส่งเสริมศิษย์สร้างสรรค์”
อ้างอิง : ประชิด สกุณะพัฒน์, อุดม เชยกีวงศ์. วันสำคัญ. กรุงเทพฯ : ภูมิปัญญา, 2549.
บุญเติม แสงดิษฐ์. วันสำคัญ. กรุงเทพฯ : พัชรการพิมพ์. 2541
.
ผู้เรียบเรียง : นายประพนธ์ รอบรู้
นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี