ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,735 รายการ


องค์ความรู้เรื่อง วันศิลปินแห่งชาติ 24 กุมภาพันธ์ ผู้เรียบเรียง : นางสาวทิพย์สุดา อาจดี เจ้าพนักงานห้องสมุดปฏิบัติงาน  



จารึกวัดข่วงชุมแก้ว พ.ศ. ๒๐๓๒ จารึกวัดข่วงชุมแก้ว หรือจารึกวัดหนองหนาม ลพ. ๒๓ เดิมอยู่ในพิพิธภัณฑ์มณฑลพายัพ วัดพระธาตุหริภุญชัย หนังสือวิเคราะห์ศิลาจารึกในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย  เรียกจารึกนี้ตามสถานที่พบว่าจารึกวัดหนองหนาม ปัจจุบันอยู่ในตำบลหนองหนาม อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ต่อมาในจารึกล้านนา ภาค ๒ เล่ม ๑ จารึกในจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และแม่ฮ่องสอน ได้ใช้ชื่อว่าวัดข่วงชุมแก้ว ด้วยพบคำว่าวัดข่วงชุมแก้วปรากฏในจารึกหลักนี้ จารึกวัดข่วงชุมแก้ว แผ่นหินทรงใบเสมา จารึกด้วยอักษรฝักขาม ระบุ พ.ศ. ๒๐๓๒ ตรงกับรัชกาลพญายอดเชียงราย กษัตริย์ล้านนาแห่งราชวงศ์มังรายพระองค์ที่ ๑๐ ครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. ๒๐๓๐-๒๐๓๘  เนื้อหาของจารึก ระบุศักราชได้ ๘๕๑ ตัว ปีกัดเร้า หรือจุลศักราชได้ ๘๕๑  ตรงกับพ.ศ. ๒๐๓๒ ปีระกา เนื้อหาโดยย่อ ด้านที่ ๑ กล่าวถึงมหาเทวี ได้พระราชทานจังโกอันปิดด้วยทองคำ พร้อมทั้งได้ถวายข้าคำสำหรับอุปัฏฐากพระพุทธเจ้าและดูแลวัด จำนวน ๑๐ ครัวเรือน ซึ่ง มหาเถรมังคลพุทธิมาเจ้า ได้สร้างอารามข่วงชุมแก้ว เมืองควก ตามฤกษ์ที่ปรากฏบนจารึก ตรงกับวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๐๓๒ ในครั้งนั้นได้มีการถวายข้าคน ตามรายนามดังนี้  พันจัน ถวายข้าคน ๓ ครัวเรือน              แม่มหาเถรมังคลพุทธิมาเจ้า จำนวน ๑ ครัวเรือน     มหาเถรมังคลพุทธิมาเจ้า ๔ ครัวเรือน                                                                                              สืบต่อเนื่องกันไปจนถึงลูกหลานสืบต่อกันไปตราบต่อเท่าสิ้นศาสนา ๕,๐๐๐ ปีเนื้อหาโดยย่อด้านที่ ๒ ส่วนแรกกล่าวถึงจารึกระบุถึงการฝังหินจารึกในอีก ๒ วันต่อมา โดยมีปรากฏสักขีพยานประกอบไปด้วยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ท่ามกลางประชาชนในเมืองควก ได้แก่ มหาพุกามเจ้า มหาสามีศรีสุนันทะกัลยาณะ กับราชบัณฑิต ตามด้วยชื่อขุนนาง มีพันนาหลังเชียงน้อย แสนเขาสอย ร้อยนาหลัง ล่ามหมื่น ลำพันคอม ส่วนที่สอง กล่าวถึงการรับพระราชอาชญาจากมหาราชเทวีให้ราชบัณฑิตชื่อญาณวิสารทะ พร้อมด้วยมหาพุกามเจ้า ไปยังที่ประชุมพระสงฆ์โดยมี มหาสามีศรีสุนันทะกัลป์ยาณะเป็นประธาน ผูกพัทธสีมาไว้ในวัดข่วงชุมแก้วนี้ แบ่งเป็นเขต ๒ เขต ท่ามกลางหมู่พระสงฆ์ที่มาชุมนุมกันอยู่ในขณะนี้ทราบโดยทั่วกัน มหาเทวีที่ปรากฏในจารึกนี้  อาจเป็นพระมเหสีในพระเจ้ายอดเชียงราย ที่ครองราชย์ในขณะนั้น ด้วยในรัชสมัยของพระองค์ปรากฏการสร้างวัดหลายแห่งโดยปรากฏชื่อมหาเทวี เช่น จารึกวัดตะโปทารามที่กล่าวถึงพระนางอะตะปาเทวี จารึกวัดพวกชอด พ.ศ. ๒๐๓๔  จารึกวัดมหาวัน   (พะเยา) และจารึกวัดต้องแต้ม ที่กล่าวถึงการสร้างวัดของมหาเทวี แสดงให้เห็นถึงสถานะของสตรีชั้นสูงในสมัยล้านนาที่มีบทบาทในการทำนุบำรุงพระศาสนาโดยได้ถวายสิ่งของ ข้าคน มอบอำนาจให้ราชบัณฑิตในการกำหนดเขตวัดหรือเขตสีมาหรือกระทำการแทน อ้างอิง ก่องแก้ว วีระประจักษ์ (และคนอื่นๆ). จารึกล้านนา ภาค ๒ เล่ม ๑-๒ : จารึกจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และแม่ฮ่องสอน. กรุงเทพฯ :กรมศิลปากร, ๒๕๕๑.


            นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากร โดยสำนักการสังคีต เตรียมจัดการแสดงละคร เรื่อง เลือดสุพรรณ บทประพันธ์ของ พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร นำแสดงโดยนาฏศิลปินรุ่นใหม่ ในวันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม 2567 ณ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จังหวัดสุพรรณบุรี             ละคร เรื่อง เลือดสุพรรณ เป็นละครที่มีรูปแบบละครผสม คือ มีบทพูดแบบละครพูด มีทั้งการรำแบบละครรำ การบรรเลงและขับร้องเพลงไทย และเพลงไทยสากล จัดการแสดงเพื่อจูงใจให้ผู้ชมเกิดความสมัครสมานสามัคคี มีไมตรีต่อกัน และเสียสละชีวิตเพื่อชาติ ประพันธ์บทโดย พลตรี หลวงวิจิตรวาทการ ขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศิลปากร ออกแสดงเผยแพร่ให้ประชาชนชมครั้งแรกเมื่อพุทธศักราช 2479 และได้รับความนิยมจากผู้ชมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเพลงร้องในละคร คือ เพลงเลือดสุพรรณ และเพลงดวงจันทร์ เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ต่อมามีการนำมาสร้างใหม่หลายครั้งทั้งภาพยนตร์และละครโทรทัศน์                  สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ได้อนุรักษ์ สืบทอด และเผยแพร่การแสดงละคร เรื่องเลือดสุพรรณ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรำลึกถึงคุณูปการของพลตรี หลวงวิจิตรวาทการ ที่มีต่อกรมศิลปากรอย่างมากมาย เนื่องในวาระต่างๆ พุทธศักราช 2567 กรมศิลปากร จึงกำหนดจัดการแสดงละคร เรื่องเลือดสุพรรณ ณ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จังหวัดสุพรรณบุรี ประกอบการบรรเลงและขับร้องเพลงไทย และเพลงไทยสากล โดยวงดุริยางค์ไทย และวงดุริยางค์สากล สำนักการสังคีต นำแสดงโดยนาฏศิลปินรุ่นใหม่ อาทิ ปริญเมศร์ จูไหล รับบท มังราย นงลักษณ์ กลีบศรี รับบทดวงจันทร์ วัชรวัน ธนะพัฒน์ รับบทมังมหาสุรนาท กำกับการแสดงโดย ปกรณ์  พรพิสุทธิ์ อำนวยการแสดงโดย ลสิต อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต กำหนดจัดแสดง ในวันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม 2567 ติดตามรายละเอียดการจองบัตรได้ที่เว็บไซต์กรมศิลปากร finearts.go.th และเฟสบุ๊ก เพจ กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร https://www.facebook.com/prfinearts



         พระพุทธรูปจีวรลายดอกปางห้ามสมุทร          ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศักราช ๒๔๓๔          ได้รับจากวัดวิเศษการ กรุงเทพมหานคร          ปัจจุบันจัดแสดง ณ ห้องธนบุรี-รัตนโกสินทร์ อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร          พระพุทธรูปจีวรลายดอก ทรงยืนยกพระหัตถ์ทั้งสองข้างแสดงปางห้ามสมุทร พระพักตร์กลม รัศมีเป็นเปลวสูง พระอุษณีษะใหญ่ นิ้วพระหัตถ์ยาวเสมอกัน ทรงจีวรห่มเฉียง จีวรพาดพระกรซ้ายและทิ้งชายลงทางด้านซ้าย จีวรเป็นลายดอกพิกุล ทรงยืนบนฐานแปดเหลี่ยม มีอักษรภาษาไทยจารึกว่า “ พระองค์นี้ แม่รอดมารดา แม่ปุ้ยบุตร ทร่างไว้...าหนา (ศัก) ราชหล้วง ๒๔๓๔ ”          การสร้างพระพุทธรูปจีวรลายดอก ปรากฎมาอย่างน้อยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ดังปรากฎในเอกสารเรื่องการถวายผ้าแพรอย่างดีแด่พระพุทธปฏิมาในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ครั้งรัชกาลที่ ๑ ความว่า “ทรงพระกรุณาให้เอาแพรลายย้อมครั่ง ทรงพระพุทธรูปในวิหารทิศ พระระเบียงวิหารคดการบุเรียน พระมหาธาตุเจดีย์ใหญ่น้อยสิ้นแพรร้อยพับ แต่พระพุทธรูปเทวะปฏิมากรในพระอุโบสถ ทรงผ้าทับทิมชั้นใน ตาดชั้นนอก”           จีวรลายดอกได้รับความนิยมอย่างมากในสมัยรัชกาลที่ ๓ พุทธศาสนิกชนมีศรัทธานำผ้าย่ำตะหนี่ [Jamdani -ผ้าฝ้ายเนื้อบางละเอียด ทอลายดอกไม้ขนาดเล็กทั้งผืน] ผ้ามัสลินเนื้อดี มีราคาค่อนข้างสูง นำเข้าจากเบงกอลมาถวายพระสงฆ์ ลักษณะของผ้าย่ำตะหนี่ ที่นำมาถวายยังคงยึดถือตามพระวินัยโดยเป็นผ้าทอลายดอกขนาดเล็ก จากพระวินัยปิฎก มหาวรรค  จีวรขันธกะ ระบุว่าพระฉัพพัคคีย์ครองจีวรชายเป็นลายดอกไม้ ชาวบ้านพากันติเตียนว่าเหมือนคฤหัสถ์  พระพุทธเจ้าจึงตรัสห้ามว่า  “ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย...ภิกษุไม่พึงทรงจีวรมีชายเป็นลายดอกไม้...รูปใดทรง ต้องอาบัติทุกกฎ ” และปรากฏต่อมาในหนังสือ วินัยมุข พระนิพนธ์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงอธิบายว่า “จีวรนั้น ไม่โปรดให้เป็นของกาววาว [แวววาว ฉูดฉาด] จึงทรงห้ามไม่ให้ใช้จีวรดอกเป็นลายรูปสัตว์ เป็นลายดอกไม้ เว้นไว้แต่เป็นดอกเล็ก ๆ ที่ไม่กาววาว เช่นดอกเม็ดพริกไทย หรือเป็นริ้ว เช่นแพรโล่ ”          ลวดลายบนไตรจีวรสะท้อนผ่านจิตรกรรมฝาผนังที่พระวิหารพระไสยาสน์ วัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์) ช่างเขียนรูปพระพุทธเจ้าทรงจีวรลายดอกขนาดใหญ่ ส่วนพระสงฆ์ครองจีวรลายดอกขนาดเล็ก ซึ่งนอกจากผ้าย่ำตะหนี่แล้ว ยังนิยมถวายผ้าแพรจีนที่มีลายดอกดวงต่าง ๆ ตัดเย็บเป็นจีวรถวายพระสงฆ์เช่นกัน จากความนิยมนี้เอง ส่งผลให้ช่างหล่อพระพุทธรูปครองจีวรลายดอกดวงชนิดต่าง ๆ          ในสมัยรัชกาลที่ ๕ การถวายจีวรลายดอกแด่พระภิกษุสงฆ์เสื่อมความนิยมลงและไม่ค่อยปรากฎหลักฐานเท่าไหร่นัก คงมีแต่การถวายผ้าห่มพระพุทธรูปทำจากผ้าแพรลายดอก หรือผ้านำเข้าเป็นผ้าที่ตกแต่งให้มีความสวยงาม ส่วนการหล่อพระพุทธรูปยังคงปรากฎเช่นเดิมว่ายังมีนิยมทรงจีวรลายดอกและสร้างต่อเนื่องมาจนปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๕ หรือเมื่อราว ๗๐ ปีที่ผ่านมา     อ้างอิง อานุภาพ นันติ. รูปแบบและกรรมวิธีการสร้างพระพุทธรูปครองจีวรลายดอกสมัยรัตนโกสินทร์. วิทยานิพนธ์ ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต (ประวัติศาสตร์ศิลปะ). บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๖๒. พิริยะ ไกรฤกษ์. ลักษณะไทย พระพุทธปฏิมา อัตลักษณ์พุทธศิลป์ไทย. กรุงเทพฯ: อมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, ๒๕๕๑. มหามกุฏราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎก พระวินัยปิฎก เล่ม ๕ มหาวรรค ภาค ๒ และอรรถกถา. กรุงเทพฯ: มหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๒๕. วชิรญาณวโรรส. สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยา. วินัยมุข เล่ม ๒. พิมพ์ครั้งที่ ๓๑. กรุงเทพฯ: มหามกุฏราช วิทยาลัย, ๒๕๔๓.   เรียบเรียง: นายปภังกร คงถาวรเจริญกิจ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนโรงเรียนกสิณธรเซนต์ปีเตอร์  นักเรียนจิตอาสา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม ๒๕๖๗ ตรวจแก้: ภัณฑารักษ์ฝ่ายวิชาการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร  




           อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ชวนร่วมรับชมภาพยนตร์เรื่อง มันดาลา (Rivulet of Universe) โดยฝีมือของคนพิมาย รอบพิเศษ ในวันที่ 13 - 14 กันยายน 2567 นี้ ณ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ตั้งแต่เวลา 17.00 - 22.30 น. โดยสามารถจองบัตรเข้าร่วมงานได้แล้วที่ https://shorturl.at/N3T9f จำกัดเพียงรอบละ 100 ที่ เท่านั้น!!! รวมทั้งยังสามารถร่วม “ชิม ช็อป ชิล” ในตลาดเมืองพิมาย ณ บริเวณด้านหน้าสถานีดับเพลิง เทศบาลตำบลพิมายได้อีกด้วย



            พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี เชิญชมนิทรรศการหมุนเวียน "Object of the Month" วัตถุจากคลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ประจำเดือน "ตุลาคม" เชิญพบกับ "เต้าปูน" อุปกรณ์ในเครื่องเชี่ยนหมาก             โบราณวัตถุที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ ได้แก่ "เต้าปูน" อุปกรณ์ในเครื่องเชี่ยนหมาก ซึ่งวัสดุเป็นโลหะ ศิลปะอยุธยา มีลักษณะปากกลมแคบ ด้านบนสอบ ลำตัวกลมป่อง ก้นมีเซิง มีฝาครอบ ฝาจุกตรงยอดซ้อนกัน ๕ ชั้น ด้านบนสุดทำเป็นรูปดอกบัวตูม พบในจังหวัดสุพรรณบุรี ปัจจุบันเก็บรักษา ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี นิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับเต้าปูน ซึ่งเป็นภาชนะใส่ปูนสำหรับกินหมากหรือเรียกว่า เครื่องเชี่ยนหมาก ซึ่งมาพร้อมกับวัฒนธรรมการกินหมากของคนไทยเป็นเวลานาน เต้าปูนมีรูปแบบที่ได้รับจากประเทศอินเดียและใช้แพร่หลายทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบทั้งในประเทศกัมพูชา พม่า รวมถึงประเทศไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัย ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๙             ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ "เต้าปูน" อุปกรณ์ในเครื่องเชี่ยนหมาก ได้ในเดือนตุลาคม ๒๕๖๗ เปิดวันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ปิดวันจันทร์ - วันอังคาร  ณ ห้องโถงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๕๕๓ ๕๓๓๐ หรือเฟสบุ๊ก: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี Suphanburi National Museum


ชื่อเรื่อง : การออกแบบเครื่องประดับอัญมณีด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ คำค้น : การออกแบบเครื่องประดับอัญมณี, โปรแกรม Jewel Card รายละเอียด :  หนังสือคู่มือการเรียนการสอนรายวิชางานการออกแบบเครื่องประดับอัญมณีด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น สาขาวิชาเครื่องประดับและอัญมณี วิทยาลัยสารพัดช่างจันทบุรี ผู้แต่ง :  นาวี อุดมธรรมคุณ และคณะ แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี หน่วยงานที่รับผิดชอบ : เอ็น ซี เอส กรุ๊ป วันที่ : 2552 วันที่เผยแพร่ : 12 ตุลาคม 2567 ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : บรรลุ พละเคาว์, ยงยุทธ พนัสนอก, ไกรยุทธ์ ทรัพย์ชาตอนันต์, อุดมศักดิ์ วงศ์วิไล, นวลอนงค์ ธรรมเจริญ, สุรางค์ อภิรมย์วิไลชัย, ทีมงาน ART & PHOTO บริษัท เอ็น ซี เอส กรุ๊ป จำกัด ลิขสิทธิ์ :  - รูปแบบ : PDF. ภาษา : ภาษาไทย ประเภททรัพยากร : หนังสือท้องถิ่น (ห้องจันทบุรี) ตัวบ่งชี้ :  - รายละเอียดเนื้อหา : หนังสือจัดทำในโครงการความร่วมมือการพัฒนาการศึกษาด้านทักษะ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สาขาวิชาเครื่องประดับและอัญมณี กับสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา ในนามของสถาบันเทคโนโลยีเครื่องประดับอัญมณี จันทบุรี ณ วิทยาลัยสารพัดช่างจันทบุรี เขต 2 จัดทำและสนับสนุนโดยบริษัท เอ็น ซี เอส กรุ๊ป จำกัด เนื้อหาประกอบด้วยการออกแบบเครื่องประดับอัญมณีด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรม Jewel Card วิธีการใช้งานโปรแกรมขั้นพื้นฐาน การสร้างและออกแบบเครื่องประดับในรูปแบบต่างๆ และมีแบบฝึกหัดท้ายเล่มประกอบ เลขทะเบียน : น 56 บ. 69294 จบ. (ร) เลขหมู่ : 688.2 น495ก          


            หอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญชมภาพยนตร์เพื่อการอนุรักษ์ ย้อนรำลึกหนังดังในอดีต ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากหอภาพยนตร์ (องค์กรมหาชน) ทุกวันศุกร์ เวลา 13.30 น. ณ ห้องจัดแสดง ชั้น 2 หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 (จำกัดจำนวน 100 ที่นั่ง)              สำหรับวันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2567 นี้ ขอเชิญรับชม “เงิน เงิน เงิน” (พ.ศ. 2508) หนังเพลงอมตะที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2555 เรื่องราวของ ขุนหิรัญ นายทุนเงินกู้หน้าเลือดที่ต้องผิดหวังหลังมอบหมายให้ อรรคพล หลานชายตัวดีนำสัญญาเงินกู้ไปไล่ที่คนในชุมชน แต่เขากลับเลือกเข้าข้างชาวบ้าน จนขุนหิรัญจึงยื่นข้อเสนอให้หาเงินมา 1 ล้านบาทเพื่อไถ่ที่ชุมชนให้เป็นอิสระจากหนี้เงินกู้ อรรคพลและพรรคพวกจึงเริ่มมหกรรมการหาเงินล้านที่แสนวุ่นวาย              อำนวยการสร้าง : ละโว้ภาพยนตร์             กำกับ: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ             นักแสดง: มิตร ชัยบัญชา, เพชรา เชาวราษฎร์,ชรินทร์ นัทนาคร, สุเทพ วงศกำแหง,วิไลวรรณ วัฒนพานิช, ล้อต๊อก, สุลาลีวัล สุวรรณทัต             ความยาว: 196 นาที             อนุรักษ์ภาพยนตร์โดย : หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)             สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2280 9828 - 32 สามารถติดตามข้อมูลกิจกรรมต่าง ๆ ของหอสมุดแห่งชาติได้ทาง Facebook : National Library of Thailand



ชื่อเรื่อง : ไปนอก : ตำราเรียนเขียนและพูดภาษาอังกฤษแบบนักเรียนไทยในประเทศอังกฤษ  หัวเรื่อง : ภาษาอังกฤษ -- ตำราสำหรับชนต่างชาติ คำค้น : ภาษาอังกฤษ รายละเอียด : - ผู้แต่ง : สอ เสถบุตร แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี หน่วยงานที่รับผิดชอบ : โรงพิมพ์ สอ เสถบุตร ปีที่พิมพ์ : 2497 วันที่เผยแพร่ : 29 มกราคม 2568 ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : - ลิขสิทธิ์ :  - รูปแบบ : PDF ภาษา : ภาษาไทย ประเภททรัพยากร : หนังสือหายาก ตัวบ่งชี้ : - รายละเอียดเนื้อหา : หนังสือเล่มนี้อยู่ในชุด “ไปนอก” เล่มที่ 2 โดยผู้เขียนได้รวบรวมถ้อยคำและประโยคที่คนอังกฤษนิยมใช้โต้ตอบระหว่างกันผ่านสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน ทำให้บทเรียนเข้าใจง่ายและมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เลขทะเบียน : น. 32 บ. 4628 จบ. เลขหมู่ : 428.2495911             ส472ป    


black ribbon.