ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 52,766 รายการ
พระบารมีปกเกล้าชาวอุบล ๒
เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเสด็จเยี่ยมพสกนิกรชาวอุบลฯ ครั้งแรก ระหว่างวันที่ ๑๖ - ๑๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๙๘ นั้น
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงฉลองพระองค์ด้วยซิ่นยกไหมเงินลายดอกพิกุล ที่ชาวอุบลฯ ทอถวาย ทรงตรัสกับชาวอุบลฯ ที่เฝ้ารับเสด็จว่า "นุ่งผ้าซิ่นของชาวอุบลฯ ให้คนอุบลฯ เขาดู"
โดยการทอผ้าซิ่นยกไหมเงินไหมคำ คงมีการทอต่อเนื่องมาตั้งแต่รัซกาลที่ ๕ จนกระทั่งถึงมีเหตุการณ์สำคัญ คือ เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๓ ชาวอุบลฯ ได้ร่วมใจทูลเกล้าฯ ถวายผ้ายกไหมเงินลายดอกแก้ว (ดอกพิกุล) สีเม็ดมะปราง เชิงรูปนกยูงรำแพนสีขาวนวล เนื่องในพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ผ้าซิ่นผืนนี้ทอที่บ้านของหมี่นวิชิตอักษร โดยคุณยายสงวนศักดิ์ คูณผล เป็นผู้เริ่มต้นทอ และยังมีช่างทอฝีมือดีอีกหลายคน มาร่วมกันทอ คุณพ่อสุวิชช คูณผล (๒๕๔๗) บุตรของคุณยายสงวนศักดิ์ คูณผล เล่าว่า "ช่างทอผ้าที่มาร่วมกันทอครั้งนั้น เท่าที่จำได้มี นางอรพินท์ ไชยกาล ส.ส.อุบลฯ นางรักษ์ ทรัพยานนท์ ภรรยาพระพรพิทักษ์
สาธารณสุขมณฑลอุบลฯ ในอดีต นางปรียา ถิระกิจ ครูใหญ่โรงเรียนวิไลวัฒนา นางกสิน ศรีทานันท์ ภรรยาครูเฉลิม ศรีทานันท์ ครูโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช นางทองเมี้ยน โมฬีชาติ ภรรยานายสุเมธ โมฬีชาติ ครูใหญ่
โรงเรียนอุบลวิทยาคม, นางคำหมั้น สันฑมาศ และนางบุญมี สุขประสงค์ และได้มีช่างถ่ายรูปจากร้านโปกวงไปถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน และส่งไปลงหนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทยรายวันด้วย"
ต่อมาภายหลังเมื่อการทอผ้าในเขตตัวเมืองอุบลราชธานีหมดไปตามความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย จึงทำให้ผ้ายกเมืองอุบลฯ ขาดช่วงการสืบทอดไปอย่างน่าเสียดาย คงเหลือไว้แต่ผ้าโบราณบางผืน ที่เก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี สำหรับการศึกษาค้นคว้าและฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ในอนาคต
อ้างอิง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี, กรมศิลปากร. ผ้าทอเมืองอุบลราชธานีศรีวนาลัย.กรุงเทพฯ : เรือนแก้วการพิมพ์, ๒๕๖๑.
ชื่อเรื่อง อาทิกมฺมปาลิ(ปาราชิกปาลิ)มหาวิยงฺคปาลิ(ปาราชิกัณฑ์)
สพ.บ. อย.บ.2/2ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 46 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 54 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนา
บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ลานดิบ ร่องชาด ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ. 54/1ประเภทวัดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 34 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 57 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
มหาสมยสุตฺต (มหาสมยสูตร) ชบ.บ 118/1ก
เอกสารโบราณ
(คัมภีร์ใบลาน)
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 160/3เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
ชื่อเรื่อง ข้าแผ่นดินผู้แต่ง สุพีร์พัฒน์ จองพานิชประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือท้องถิ่นISBN/ISSN -หมวดหมู่ ชีวประวัติ เครื่องราชอิสริยาภรณ์เลขหมู่ 923.2593 ส833ขสถานที่พิมพ์ เพชรบุรีสำนักพิมพ์ เพชรภูมิการพิมพ์ปีที่พิมพ์ 2560ลักษณะวัสดุ 248 หน้า : ภาพประกอบ ; 21 ซม.หัวเรื่อง ชีวประวัติ – รวมเรื่อง ชีวประวัติบุคคลภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึก หนังสือที่ระลึกงานเกษียณอายุราชการของนายสุพีร์พัฒน์ จองพานิช ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี
ชื่อผู้แต่ง เสถียร โพธินันทะ
ชื่อเรื่อง เมธีตะวันออก
ครั้งที่พิมพ์ พิมพ์ครั้งที่ ๔
สถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ บรรณาคาร
ปีที่พิมพ์ ๒๕๒๒
จำนวนหน้า ๔๑๐ หน้า
รายละเอียด
หนังสือเรื่องนี้ เขียนขึ้นจากการค้นคว้าตำราที่เป็นภาษาจีนส่วนใหญ่ สำนวนการเขียนไพเราะ เข้าใจง่ายและที่สำคัญคือ ให้ความรู้เรื่องปรัชญาเมธีของจีนที่สำคัญเอาไว้ครบถ้วน คือ ขงจื๊อ เหลาจื๊อ บัคจื๊อ เม่งจื๊อ จังจื๊อ เอี้ยงจื๊อ และชุ่นจื๊อ รวมทั้งสรุปท้ายชี้ให้เห็นถึงการเปรียบเทียบ ของปรัชญาจีนเหล่านี้กับทางพระพุทธศาสนาไว้ด้วย ย่อมเป็นประโยชน์แก่การศึกษาค้นคว้า รวมทั้งเป็นประโยชน์ในการบริหารความคิดด้วย
เลขวัตถุ
ชื่อวัตถุ
ขนาด (ซม.)
ชนิด
สมัยหรือฝีมือช่าง
ประวัติการได้มา
ภาพวัตถุจัดแสดง
49/2553
(2/2549)
ชิ้นส่วนฐานของไหเท้าช้าง สีน้ำตาลเข้ม สภาพช้ำรุด น้ำยาเคลือบเสื่อมสภาพ
ส.11.2
ก.13
ดินเผาเคลือบ
ลพบุรี
ได้จากแหล่งโบราณคดีบ้านดงละคร จ.นครนายก นายจำเนียร ทองจันทร์ มอบให้เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2549
เลขทะเบียน : นพ.บ.427/4กห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 90 หน้า ; 4.5 x 59.5 ซ.ม. : ชาดทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 154 (120-128) ผูก 4ก (2566)หัวเรื่อง : มาลาวิภักค์--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
หอสมุดแห่งชาตินครศรีธรรมราช ขอเชิญชวนเด็กๆ และเยาวชนผู้มีใจรักศิลปะ ร่วมกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน "จุ่มสี สะบัดแปรง แต้มแต่ง เขนยักษ์ เขนลิง " วันเสาร์ที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๒๖ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ ห้องประชุมใหญ่ หอสมุดแห่งนครศรีธรรมราช
ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ "ฟรี" ไม่เสียค่าใช้จ่าย (รับจำนวนจำกัด) สอบถามเพิ่มเติมได้ทาง Facebook หอสมุดแห่งชาติ นครศรีธรรมราช หรือ โทร. 0 7532 4137
องค์ความรู้ ส่งเสริมการอ่านผ่านออนไลน์ เรื่อง “วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม”
เพลง “ค่าน้ำนม” คงได้ยินได้ฟังกันมาตั้งแต่เด็ก หลายยุคหลายสมัยยังเป็นเพลงอมตะที่ฟังแล้วทำให้นึกถึงพระคุณของแม่ ที่มีเนื้อหากินใจว่า “แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง แม่เฝ้าหวงลูกแต่หลังเมื่อยังนอนเปล...” ทำให้เห็นถึงความรักของแม่ที่รักลูกถนอมลูก สงสารลูก จะไปไหนก็เป็นห่วง รับประทานอะไรก็คิดถึงลูก ลักษณะเหล่านี้ย่อมตรึงใจเรามิรู้วาย
วันแม่แห่งชาติ ตรงกับวันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของไทย ที่ถือเอาวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินินาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นวันแม่แห่งชาติ
แต่เดิมนั้น วันที่ 12 สิงหาคม มิได้เป็นวันแม่แห่งชาติอย่างเช่นในปัจจุบัน แต่ได้มีการกำหนดเอาวันที่ 15 เมษายนของทุกๆ ปีเป็น วันแม่แห่งชาติ โดยเป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีที่ได้ประกาศไว้เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2493 โดยสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้เป็นผู้จัดงานวันแม่มาตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2493 เป็นต้นมา เพราะเห็นว่าเป็นเดือนที่ฝนยังตกไม่ชุกนัก จะมีคนมาร่วมงานได้สะดวก โรงเรียนอยู่ระหว่างการหยุดเทอม นักเรียนว่างพอจะเข้าร่วมงานวันแม่ได้ การจัดงานไม่เพียงแต่มีการจัดพิธีทางพระพุทธศาสนาเท่านั้น ยังมีการประกวดแม่ของชาติ การประกวดคำขวัญวันแม่ เพื่อเป็นเกียรติแก่แม่ และเป็นการเพิ่มความสำคัญของงานวันแม่ให้มีมากยิ่งขึ้น
ต่อมา ในปี พ.ศ. 2519 ทางราชการได้เปลี่ยนแปลงวันแม่ใหม่ ให้ถือเอาวันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ เนื่องจากเป็นวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินินาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อชาวไทย เปรียบเสมือนแม่ของชาติ โดยมติเห็นชอบจากคณะกรรมการส่งเสริมศีลธรรมและจิตใจ โดยพิจารณาว่าแม่เป็นผู้มีพระคุณและมีบทบาทอย่างสำคัญต่อครอบครัวและสังคม สมควรที่จะได้รับการเทิดทูนและตอบแทนบุญคุณด้วยความกตัญญูกตเวที
การที่ทางราชการได้ประกาศกำหนดให้วันที่ 12 สิงหาคมของทุกปีเป็น วันแม่แห่งชาติ ย่อมก่อให้เกิดวันอันเป็นที่ระลึกที่สำคัญยิ่งของไทยเราวันหนึ่ง และกำหนดให้ถือว่า ดอกมะลิ สีขาวบริสุทธิ์ มีกลิ่นหอม ที่ใช้ได้ตั้งแต่เป็นดอกไม้สด จนกระทั่งแห้งเสมือนดั่งความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่เสื่อมคลาย เป็นสัญญลักษณ์แห่งความดีงามของแม่ผู้ให้กำเนิดแก่ตัวเรา
อ้างอิง : บุญเติม แสงดิษฐ์. วันสำคัญ. กรุงเทพฯ : พัชรการพิมพ์. 2541.
ผู้เรียบเรียง : นายประพนธ์ รอบรู้
นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี
พระพุทธรูปปางมารวิชัย
แบบศิลปะ : อยุธยา
ชนิด : สำริด
ขนาด : สูง 28 เซนติเมตร ตักกว้าง 18 เซนติเมตร
ลักษณะ : ประทับนั่งขัดสมาธิราบ แสดงปางมารวิชัย บนฐานหน้ากระดานแอ่นเป็นร่องตรงกลาง พระรัศมีเป็นเปลว ปรากฏพระอุษณีษะ เม็ดพระศกเล็ก พระพักตร์รูปไข่ พระกรรณยาว พระขนงโค้งต่อเป็นปีกกา พระเนตรเหลือบต่ำ พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์แย้มเล็กน้อย พระหนุสั้น พระศอเป็นปล้อง ครองจีวรห่มเฉียง ชายสังฆาฏิปลายแยกเป็นเขี้ยวตะขาบ แลเห็นเม็ดพระถันด้านขวา และขอบสบงที่บั้นพระองค์
สภาพ : ชำรุด ส่วนฐานล่างด้านซ้ายและด้านหลังเนื้อสำริดแตกหักหายไป มุมฐานด้านขวามีรอยแตกร้าว
ประวัติ : พบที่วัดชุมนุมสงฆ์ ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ระหว่างวันที่ 11-13 ตุลาคม 2504 ย้ายจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2544
สถานที่จัดแสดง : ห้องศาสนศิลป์สุพรรณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี
แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/suphanburi/360/model/12/
ที่มา: hhttp://www.virtualmuseum.finearts.go.th/suphanburi