ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,947 รายการ


          นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึงความก้าวหน้าโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอาน ในพื้นที่โรงเรียนสมานมิตรวิทยา อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งกรมศิลปากรดำเนินการเพื่อสนับสนุนโครงการวัฒนธรรมเชื่อมใจชายแดนใต้สันติสุข มาตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๗ ขณะนี้ได้ดำเนินการจัดสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์และห้องนิทรรศการถาวรแล้วเสร็จ และอยู่ในขั้นตอนงานจัดสร้างส่วนอำนวยความสะดวกและภูมิทัศน์รอบอาคารพิพิธภัณฑ์ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ.๒๕๖๗ ก่อนส่งมอบอาคารพิพิธภัณฑ์ให้แก่โรงเรียนสมานมิตรวิทยา เพื่อนำคัมภีร์อัลกุรอาน เอกสารในศาสนาอิสลาม เอกสารบันทึกภูมิปัญญาพื้นถิ่นที่สะสมไว้จากห้องพิพิธภัณฑ์ของโรงเรียนเข้าจัดแสดง และดูแลบริหารงานต่อไป           อธิบดีกรมศิลปากร ยังได้กล่าวถึงการดำเนินงานสนับสนุนความยั่งยืนด้านการอนุรักษ์โบราณวัตถุในระหว่างการจัดสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ ซึ่งได้มอบหมายให้สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติดำเนินงานโครงการอนุรักษ์คัมภีร์อัลกุรอานและศิลปวัตถุด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ควบคู่กันไป ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๗ ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ประกอบด้วยงานบันทึกทะเบียน งานอนุรักษ์ซ่อมแซมคัมภีร์อัลกุรอาน เอกสารทางศาสนา ศิลปวัตถุในห้องพิพิธภัณฑ์โรงเรียนสมานมิตรวิทยา และงานอบรมความรู้ด้านการอนุรักษ์ ดูแลรักษาเอกสารทางศาสนาแก่บุคลากรโรงเรียนสมานมิตรวิทยา ซึ่งจะเป็นผู้ดำเนินงานพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอานหลังรับมอบอาคารจากกรมศิลปากร และเมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคมที่ผ่านมา นายพนมบุตรได้เดินทางไปเป็นประธานเปิดกิจกรรมโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์คัมภีร์อัลกุรอานและศิลปวัตถุเพื่อการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ณ ห้องประชุม อาคารพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอาน โดยนางสาวนิตยา กนกมงคล ผู้อำนวยการสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ได้รายงานรูปแบบกิจกรรมอันเป็นการดำเนินงานร่วมกันระหว่างกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ และบุคลากรโรงเรียนสมานมิตรวิทยา ในการถ่ายทอดความรู้ด้านการอนุรักษ์ซ่อมแซมเอกสารทางศาสนาแก่นักวิชาการ ผู้นำและบุคลากรทางศาสนาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ รวม ๔๖ คน ระหว่างวันที่ ๒๔ - ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๖ กิจกรรมตลอดสามวัน มีทั้งการบรรยายกระบวนการดำเนินงานพิพิธภัณฑ์ การบันทึกทะเบียนวัตถุ การอนุรักษ์ซ่อมแซมเอกสารโบราณ ร่วมกันปฏิบัติการซ่อมสงวนเอกสารทางศาสนา และประเมินผลความรู้ โดยวิทยาการเฉพาะสาขาจากสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สำนักหอสมุดแห่งชาติ สำนักศิลปากรที่ ๑๑ สงขลา และบุคลากรครูโรงเรียนสมานมิตรวิทยา           นายมาหะมะลุตฟี หะยีสาแม ผู้จัดการโรงเรียนสมานมิตรวิทยา ได้กล่าวขอบคุณกรมศิลปากรที่ให้การสนับสนุนการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ พร้อมส่งบุคลากรมาเป็นพี่เลี้ยงในการอนุรักษ์และถ่ายทอดความรู้ในการอนุรักษ์คัมภีร์อัลกุรอานแก่บุคลากรของโรงเรียนมาโดยตลอด และยังร่วมกันจัดกิจกรรมครั้งนี้เพื่อส่งต่อความรู้ไปสู่บุคลากรทางศาสนาอิสลามในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ในพิธีเปิดงานครั้งนี้ทางโรงเรียนได้นำการแสดงศิลปะการต่อสู้ “สีละ”ของนักเรียนมาแสดงต้อนรับอธิบดีกรมศิลปากรตามธรรมเนียมของชาวมุสลิม เช่นเดียวกับการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานโดยนางสาวไซนับ อับดุลรอแม เพื่อนำเข้าสู่พิธีการสำคัญ           อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึงผลสัมฤทธิ์ที่คาดหวังจากกิจกรรมครั้งนี้ว่า นอกจากเจ้าของวัฒนธรรมจะได้นำความรู้ไปดูแลรักษามรดกวัฒนธรรมในศาสนาแล้ว ยังเป็นโอกาสที่กรมศิลปากรได้ถ่ายทอดความรู้ ทักษะการจัดกิจกรรมบริการศึกษาของพิพิธภัณฑ์แก่บุคลากรโรงเรียนสมานมิตรวิทยา อันเป็นการเตรียมความพร้อมบุคลากรที่จะดำเนินงานพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอานเมื่อแล้วเสร็จต่อไป


          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังการทดสอบแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์บนเส้นทางท่องเที่ยวศุทรา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวประวัติศาสตร์สู่จักรวาลนฤมิตร (AI-MHT) ในวันพุธที่ 19 กรกฎาคม 2566 เวลา 9.00 - 12.00 น. ณ ห้องประชุม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร (รับจำนวนจำกัด ไม่มีค่าใช้จ่าย) จัดโดยสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย ผู้สนใจสามารถกดยืนยันการเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่นี้ https://fb.me/e/WsQc8Let



-- องค์ความรู้จากเอกสารจดหมายเหตุ : ระเบิดหินสร้างทางรถไฟ -- ข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารจดหมายเหตุทำให้เราทราบว่า การสร้างโครงข่ายเส้นทางคมนาคมในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างทางรถไฟนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะการก่อสร้างที่ต้องบุกเบิกขนอุปกรณ์ก่อสร้างเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่มีเส้นทางคมนาคมประเภทอื่นที่เหมาะสมนอกจากทางน้ำ ดังตัวอย่างการก่อสร้างทางรถไฟสายเหนือที่บริเวณเมืองพิจิตร ที่ปรากฏในเอกสารจดหมายเหตุชุด กรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่ 5 กระทรวงโยธาธิการ ดังนี้. เมื่อเดือนตุลาคม ร.ศ. 122 (พ.ศ. 2446) พระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนริศรานุวัดติวงษ์ เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ (พระยศและตำแหน่งในขณะนั้น – สะกดตามต้นฉบับ) ทรงมีลายพระหัตถ์กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ความว่า ทรงได้รับรายงานจากเจ้ากรมรถไฟว่า การก่อสร้างทางรถไฟสายเหนือซึ่งต้องขนส่งเครื่องเหล็กก่อสร้างไปทางเรือนั้นไม่สะดวก เนื่องจากติดแก่งสะพานหิน 2 แห่ง บริเวณใต้เมืองพิจิตรลงมา เจ้ากรมรถไฟเสนอให้ระเบิดศิลาใต้น้ำเป็นช่องเล็กๆ พอให้เรือสามารถแล่นผ่านไปได้ ประมาณการค่าใช้จ่ายทั้งหมดไม่เกิน 1,000 บาท ซึ่งกรมขุนนริศรานุวัดติวงษ์ทรงเห็นว่าการระเบิดศิลานี้จะเป็นประโยชน์ไม่เฉพาะการก่อสร้างทางรถไฟเท่านั้น หากจะเป็นประโยชน์ต่อการสัญจรของประชาชนด้วย ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายนั้น กรมรถไฟจะออกแต่ค่าแรง ส่วนค่าสิ่งของจะขอให้กระทรวงพระคลังมหาสมบัติโอนเงินเหลือจ่ายในกระทรวงโยธาธิการไปจ่าย เนื่องจากการบำรุงรักษาแม่น้ำลำคลองเป็นหน้าที่ของกระทรวงโยธาธิการที่ต้องทำอยู่แล้ว ซึ่งในเวลาต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชหัตถเลขาตอบกลับว่า ทรงทราบเรื่องแล้ว และทรงเห็นว่าเป็นการดีควรจะระเบิด. หากพูดถึงการระเบิดหินในสมัยเมื่อร้อยกว่าปีก่อน อาจมีข้อสงสัยว่าจะระเบิดกันอย่างไร ใช้ระเบิดประเภทไหน แม้ว่าในเอกสารเรื่องนี้จะไม่ได้กล่าวถึงการดำเนินการระเบิดหินหลังจากที่มีพระราชหัตถเลขาแล้ว แต่ในเอกสารเรื่องเดียวกันนี้ได้ปรากฏหลักฐานการขออนุญาตสั่งเครื่องระเบิดของกรมรถไฟเพื่อใช้ในการสร้างรถไฟสายเหนือเมื่อเดือนสิงหาคม ร.ศ. 122 (ก่อนมีลายพระหัตถ์เรื่องขอระเบิดศิลาราว 2 เดือน) เครื่องระเบิดนี้ประกอบด้วย แก๊บดีโตเนเตอร์ (Blasting cap / Detonator) 25 หีบ หีบละ 10,000 ดอก ดินนาไมต์ (Dynamite) 200 หีบ หีบละ 50 ปอนด์ และฝักแค 50 ถัง ถังละ 250 ขด ซึ่งเป็นที่น่าสนใจว่า การขออนุญาตสั่งเครื่องระเบิดจำนวนมากเช่นนี้ นอกเหนือจากการระเบิดหินเพื่อประโยชน์ในการวางรางรถไฟแล้ว เครื่องระเบิดส่วนหนึ่งอาจจะนำมาใช้ระเบิดหินในแม่น้ำด้วยผู้เขียน: นายธัชพงศ์ พัตรสงวน (นักจดหมายเหตุปฏิบัติการ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา)เอกสารอ้างอิง:สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. เอกสารชุดกรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่ 5 กระทรวงโยธาธิการ ร.5 ยธ. 5.9/17 เรื่อง ระเบิดแก่งสพานหินใต้เมืองพิจิตรเพื่อการรถไฟสายเหนือ [ 5 ส.ค. – 31 ต.ค. 122 ].      #จดหมายเหตุ #องค์ความรู้จากจากจดหมายเหตุ #หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯพะเยา #เอกสารจดหมายเหตุ


          หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ ขอเชิญชวนน้องๆหนูๆ มาทำกิจกรรมประดิษฐ์กระทง จากวัสดุจากธรรมชาติ ณ ห้องเด็กและเยาวชน หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ ในวันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 เวลาตั้งแต่ 13.00-15.00 น. (หรือจนกว่าของจะหมด) สามารถร่วมกิจกรรมได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่กล่องข้อความ Inbox : m.me/500070696815966 ทางเฟสบุ๊ก : หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ หรือทางหมายเลขโทรศัพท์ 0 3553 5343 ต่อ 17 (ในวันและเวลาราชการ)



          เศียรรูปบุคคล หรือ พระพุทธรูปสวมเทริดขนนก           แบบศิลปะ : ลพบุรี           ชนิด : ปูนปั้น           อายุสมัย : สมัยพุทธศตวรรษที่ 18           ลักษณะ : เศียรรูปบุคคล (บุรุษ) หรือ พระพุทธรูป สวมเครื่องประดับแบบเทริดขนนก พระนลาฎกว้าง พระพักตร์งามรูปสี่เหลี่ยม พระขนงค่อนข้างตรงปลายโค้งเล็กน้อย พระเนตรเหลือบต่ำ ปลายเนตรชี้ขึ้น พระนาสิกโด่งเป็นสัน พระหนุมน แย้มพระสรวลเล็กน้อย           สภาพ : ค่อนข้างสมบูรณ์           ประวัติ : ย้ายจาก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง พบที่โบราณสถานเนินทางพระ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี เป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นเนื่องในพุทธศาสนามหายาน มีอายุร่วมสมัยกับศาสนสถานที่พบในเขตเมืองโกสินารายณ์ จังหวัดราชบุรี ปราสาทกำแพงแลง จังหวัดเพชรบุรีและปราสาทเมืองสิงห์ จังหวัดกาญจนบุรี           สถานที่จัดแสดง : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี   แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/suphanburi/360/model/c01/   ที่มา: hhttp://www.virtualmuseum.finearts.go.th/suphanburi


แผงพระพิมพ์วัสดุ : ไม้ ลงรัก ปิดทอง ล่องชาด ประดับกระจกแบบศิลปะ/อายุสมัย : ศิลปะล้านนา พื้นเมืองน่าน ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๔-๒๕ (๑๐๐-๒๐๐ ปีมาแล้ว)ประวัติ : กรมศิลปากรผาติกรรมจากวัดชนะไพรี อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่านแผงพระพิมพ์ไม้ สลักลาย ส่วนฐานทำเป็นฐานบัวลดหลั่นแบบขั้นบันได ส่วนขอบหรือกรอบทำเป็นรูปนาค ตอนบนทำเป็นลายหางนาคไขว้เกี้ยวกระหวัดกันขึ้นไปด้านบน ทำให้รูปทรงเป็นรูปโค้งกลีบบัว ภายในแบ่งเป็นชั้นๆ มีร่องรอยของพระพิมพ์ที่หลุดหายไป ทั้งนี้ปรากฎช่องหรือรูที่ไว้สำหรับแขวนแผงพระพิมพ์/พระแผงไม้ ใช้เรียกแผงไม้ที่ประดับพระพิมพ์จำนวนมากอย่างเป็นระเบียบ คติของการสร้างพระพิมพ์ คือ ใช้เป็นตัวแทนของอดีตพุทธเจ้า ที่มีจำนวนมาก และปัจจุบันพุทธ คือ พระพุทธเจ้าโคตมะ เพื่อสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาครบ ๕,๐๐๐ ปี ถวายไว้เพื่อเป็นพุทธบูชา และหวังอานิสงส์สำหรับผู้สร้าง ผู้ถวาย ทั้งในปัจจุบันชาติและในภายภาคหน้าภายหลังได้เสียชีวิตแล้วเอกสารอ้างอิงศิริศักดิ์ อภิศักดิ์มนตรี. พุทธศิลป์ล้านนา รูปแบบ แนวคิด และการวิเคราะห์. เชียงใหม่ : เชียงใหม่สแกนเนอร์. ๒๕๖๖


กุมภวาปี…เมืองที่ไม่ได้มีดีแค่ทะเลบัวแดงสอบถามหรือแจ้งข้อมูลโบราณสถานโทร. :  043-242129 Line : finearts8kk E-mail : fad9kk@hotmail.comTiktok : สำนักศิลปากรขอนแก่นพื้นที่ในความรับผิดชอบขอนแก่น บึงกาฬ เลย สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี#ทะเลบัวแดง #ความรู้ #สำนักศิลปากรที่8ขอนแก่น #กรมศิลปากร #โบราณสถาน #กุมภวาปี #อุดรธานี #วัด #สายบุญ #ไม้เก่า #ท่องเที่ยวอุดร #คนอุดร


            สำนักหอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญร่วมโครงการอบรม เรื่อง "การบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับห้องสมุดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)" ในวันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2567 เวลา 08.30 - 14.30 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ แบบ On-site ล่วงหน้าได้ ด้วยการสแกน QR Code หรือลงทะเบียนผ่านลิงก์ https://forms.gle/9mSGJVhTo9bfBtdT7 (*รับจำนวนจำกัด ปิดรับลงทะเบียนวันที่ 20 มีนาคม 2567 หรือหากมีผู้ลงทะเบียนเต็มจำนวนแล้ว) นอกจากนี้ยังสามารถรับชมได้ผ่านทาง Facebook live ของหอสมุดแห่งชาติ : National Library of Thailand ในวันและเวลาดังกล่าว


ชื่อโบราณวัตถุ : ภาชนะดินเผาเขียนสีรูปสัตว์แบบศิลปะ : สมัยก่อนประวัติศาสตร์ชนิด : ดินเผาขนาด : สูง 19.6 เซนติเมตร ปากกว้าง 16.5 เซนติเมตร อายุสมัย : วัฒนธรรมบ้านเชียงสมัยปลาย 2,300 - 1,800 ปีมาแล้วลักษณะ : ภาชนะดินเผาก้นกลม มีเชิง เขียนสีแดงเป็นลายรูปสัตว์ คล้ายสัตว์เลื้อยคลานสภาพ : ...ประวัติ : ...สถานที่จัดแสดง : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานีแสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่  http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/banchiang/360/model/07/ ที่มา: http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/banchiang


แนะนำฐานข้อมูล GALE PRIMARY SOURCESArchives Unbound เป็นแหล่งข้อมูลปฐมภูมิและเอกสารหายากกว่า 200 คอลเลกชัน  โดยนางสาวณัฐธิดา สถาอุ่น นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่


         ชิ้นส่วนพุทธบัลลังก์          - ทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๖)          - หิน          - ขนาด กว้าง ๔๕ ซม. ยาว ๙๙ ซม.          พบที่วัดไทร อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ประติมากรรมรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ปลายด้านขวาหักหายไป ปลายด้านซ้ายจำหลักเป็นรูปมกรกำลังคายรูปสัตว์ผสม หรือวยาลกะ มีเขาคล้ายเขาโคออกจากปาก วยาลกะยกเท้าหน้าทั้งคู่ขึ้นระดับไหล่ เท้าด้านซ้ายก้าวมาข้างหน้า เท้าหลังด้านขวาก้าวตามแผ่นหินที่เป็นส่วนลำตัวของมกร ประติมากรรมชิ้นนี้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงมีพระอธิบายว่า เป็นชิ้นส่วนศิลาทับหลังเรือนแก้วของพระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาทศิลาเขียวซึ่งปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวิหารน้อย วัดหน้าพระเมรุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา   แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ https://smartmuseum-v2.finearts.go.th/3d_object/?obj=40187   ที่มา: https://smartmuseum.finearts.go.th


วันที่ 7 ธันวาคม 2566 เวลา 16.30 น. ร้อยเอกบุญยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี พร้อมหัวหน้าส่วน หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี และ หอจดหมายเหตุแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ประจำปีงบประมาณ 2567 กิจกรรม : ปฏิบัติการสร้างสรรค์ (Workshop) ผลงานศิลปกรรมตามแนวคิด เรื่อง ในหลวงรัชกาลที่ 9 ของปวงชนชาวไทย ณ อาคารศูนย์การเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม วิทยาลัยช่างศิลป์ โดยมีนายธีรยุทธ์  จันทร์ดิษฐวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด


black ribbon.