ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,109 รายการ



รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการก่อสร้างพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบ เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ สนามหลวง          วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.30 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ และสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ เพื่อเตรียมการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นายอลงกรณ์ กาญจนะคูหะ ผู้อำนวยการสำนักสถาปัตยกรรม สถาปนิก วิศวกร ภูมิสถาปนิก ผู้ออกแบบ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามความคืบหน้า ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง        การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของพื้นที่สำหรับการจัดสร้างพระเมรุมาศ และสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ซึ่งขณะนี้กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้เริ่มเข้าพื้นที่ เพื่อเตรียมการปรับพื้นที่ท้องสนามหลวง และวางผังพระเมรุมาศ รวมทั้งอาคารประกอบ โดยกรมศิลปากรได้ยึดหลักการออกแบบพระเมรุมาศให้ถูกต้องตามโบราณราชประเพณี และมีความงดงามทางรูปแบบศิลปกรรม รวมทั้งสื่อแนวคิดซึ่งสะท้อนถึงพระราชจริยาวัตรและพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทย ภูมิทัศน์โดยรอบพระเมรุมาศจัดวางตามแนวคิดภูมิจักรวาล ประดับด้วยสระทรงกลมรายรอบด้วยรูปสัตว์หิมพานต์ และตัวละครจากเรื่องรามเกียรติ์ สื่อถึงพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์การแสดงโขน นอกจากนั้นยังมีสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ได้แก่ พระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน ทับเกษตร และทิม สำหรับเป็นที่ประทับและรับรองทูตานุทูตตลอดจนแขกที่ได้รับเชิญเข้าร่วมพระราชพิธี        การจัดสร้างพระเมรุมาศและสิ่งก่อสร้างประกอบพระเมรุมาศบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งได้เริ่มก่อสร้างแล้วนั้น จะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม พุทธศักราช 2569 จากนั้นรัฐบาลจะนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย เพื่อกำหนดวันประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพต่อไป


         กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญท่านร่วมแต่งไทยย้อนยุคชมโบราณสถาน ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ ณ วัดไชยวัฒนาราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ระหว่างวันที่ 9 - 13 เมษายน 2569 เวลา 08.30 - 21.00 น. กิจกรรมภายในงานมากมาย อาทิ ร่วมสรงน้ำพระ ก่อพระเจดีย์ทราย เล่นสาดน้ำวิถีไทย สาธิตประดิษฐ์เครื่องตกแต่งพระเจดีย์ทราย จับจ่ายสินค้า “ตลาดอาหารไทยคลายร้อน” และ “ตลาดย้อนยุคยามเย็น” รำวง ชมดนตรี และการแสดงศิลปวัฒนธรรม พร้อมจุดเช็คอินสไตล์งานวัดอีกเพียบ ติดตามข้อมูลกิจกรรมได้ทาง Facebook: อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา Ayutthaya Historical Park https://www.facebook.com/AY.HI.PARK สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3524 2525


กระดึงสำริด อายุสมัย สมัยก่อนประวัติศาสตร์ สังคมเกษตรกรรม (ประมาณ ๑,๘๐๐ - ๒,๕๐๐ ปีมาแล้ว) พบที่แหล่งโบราณคดีบ้านดอกล้ำ อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด จัดแสดง ณ โซนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด กระดึง คงใช้ผูกคอสัตว์หรือประดับอยู่กับเครื่องผูกบนคอสัตว์ เช่นเครื่องผูกบนหลังช้าง ม้า วัว สำหรับยึดสัปคับหรือที่วางสัมภาระ ค้นพบตามแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายจนถึงสมัยประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ยังไม่เคยค้นพบกระดึงอยู่กับโครงกระดูกสัตว์ประเภทใช้งานดังกล่าว จึงอาจใช้เพื่อประโยชน์อย่างอื่น เช่น เป็นเครื่องประกอบพิธีกรรมเป็นต้น จากลักษณะรูปทรง มีเทคนิคการหล่อแบบไล่ขี้ผึ้ง (lost wax casting) โดยปั้นหุ่นรูปกระดิ่งแล้วแกะหรือปั้นลายรูปคล้ายจั่วบนขี้ผึ้ง แล้วหุ้มด้วยดินหุ่น เมื่อเทสำริดแทนขี้ผึ้ง แล้วปล่อยให้เย็นตัว จึงทุบดินหุ่นออก แล้วขัดแต่งผิวให้สวยงาม นับว่าเป็นกระดึงที่มีลวดลายเรียบง่าย แต่วางจังหวะของลวดลายได้เหมาะสมลงตัว บรรณานุกรม กรมศิลปากร. เมืองร้อยเอ็ด. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, ๒๕๔๑.



ผู้แต่ง : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่านปีที่พิมพ์ : 2550 สถานที่พิมพ์ : น่าน สำนักพิมพ์ : องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน      น่านเป็นจังหวัดหนึ่งในล้านนาตะวันออก มีประวัติความเป็นมายาวนาน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้คนได้อาศัยบนผืนแผ่นดินน่าน ได้สร้างสรรค์ สั่งสม และสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมจนเกิดเป็นลักษณะเฉพาะที่โดเด่นหลายประการ รวมทั้งรู้จักปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ให้ยั่งยืน จนกลายเป็นมาดกอันทรงคุณค่าสำคัญอย่างยิ่งของจังหวัด



ประชุมสำนักศิลปากรที่ ๔ ลพบุรี ประจำเดือนกันยายน ครั้งที่ ๑๒/๒๕๕๘ วันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๘ ณ ห้องประชุมสำนักศิลปากรที่ ๔ ลพบุรี




โครงการออกแบบศาลาไทย ณ เกาะผู่โถวซาน มณฑลเจ้อเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน ปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี ร้านขายกาแฟ โครงการพัฒนาโรงละครแห่งชาติ โครงการออกแบบหอพระประจำกรมป่าไม้ กรุงเทพมหานคร โครงการก่อสร้างเจดีย์วัดป่าศรัทธาธรรม จังหวัดนครราชสีมา ติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยด้วยกล้องวงจรปิด (CCTV) พร้อมอุปกรณ์ 1 ระบบ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โครงการก่อสร้างหอวัฒนธรรมนิทัศน์ วัดศรีโคมคำ จังหวัดพะเยา โครงการออกแบบก่อสร้างศาลาไทย ณ กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส โครงการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างพระนารายณ์ราชนิเวศน์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์ โครงการบูรณปฏิสังขรณ์พระตำหนักสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า โครงการปรับปรุงห้องน้ำ-ห้องสุขา-ห้องซักล้าง วนศ.พัทลุง ออกแบบแท่นฐานพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก โครงการโรงละครกลางแจ้ง อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จ.สุโขทัย โครงการออกแบบตกแต่งภายในอาคารกรมหม่อนไหม กรุงเทพมหานคร


วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากรและคณะตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานของพิพิธภัณฑสถานแ่หงชาติ พระปฐมเจดีย์




***บรรณานุกรม***  พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สาวิตรี ความเรียง และบทละครร้อง พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพนายสมศักดิ์ ตามไท ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม 15 พฤศจิกายน 2508 กรุงเทพฯ  โรงพิมพ์ธนาคารออมสิน 2508


วัสดุ หินทราย อายุสมัย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 (ประมาณ 800 ปีมาแล้ว) ตัวอักษร อักษรขอมโบราณ ภาษาสันสกฤต สถานที่พบ พบด้านทิศเหนือของบรรณาลัยกู่โพนระฆัง อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อปี พ.ศ.2545 จากการศึกษาของนักภาษาโบราณพบว่าเป็นจารึกของพระ เจ้าชัยวรมันที่ 7 พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชาสาระสำคัญเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ ในด้านการก่อสร้างโรงพยาบาลหรืออโรคยศาลทั่วพระราชอาณาจักร ขอม 102 แห่ง อีกทั้งทรงสร้างรูปเคารพที่ออกนามในจารึกว่า “พระไภษัชยคุรุไวฑูรย์” พระพุทธเจ้าผู้คุ้มครองดูแลรักษาสรรพโร ปัจจุบันในประเทศไทยพบจารึกอโรคยศาลไม่น้อยกว่า 9 หลัก ส่วนใหญ่จะมีข้อความที่คล้ายคลึงกัน แตกต่างกันในรายละเอียดบางอย่างเท่านั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานที่และขนาดของโบราณสถานที่พบ สำหรับข้อความส่วน ใหญ่ที่ปรากฏบนจารึกสามารถสรุปได้ดังนี้ ด้านที่1 จารึกข้อความกล่าวสรรเสริญพระพุทธเจ้ายอพระเกียรติและพระปณิธานในพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ด้านที่ 2 มีข้อความต่างกันเล็กน้อยในแต่ละหลักโดยกล่าวถึงการแต่งตั้งผู้ทำหน้าที่ในอโรคยศาล ด้านที่ 3 กล่าวถึงเครื่องบูชาและปริมาณสิ่งของที่มอบให้กับอโรคยศาลแต่ละแห่ง ด้านที่ 4 กล่าวถึงผู้ประกอบยัญกิจและโหราจารย์ รายการเครื่องอุปโภคบริโภคที่มอบแก่ผู้ประกอบยัญกิจและโหราจารย์ในรอบปี ซึ่งอโรคยศาลแต่ละแห่งได้รับไม่เท่ากัน นอกจากนี้ยังกล่าวถึง พระราชกุศลและพระปณิธานของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ในการสถาปนาอโรคยศาล


black ribbon.