ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,030 รายการ

วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2568 นางสาวฑาริกา กรรมจันทร์ หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป ประธานกรรมการตรวจการจ้าง พร้อมด้วยนายนุกูล ดงสันเทียะ นายช่างโยธาชำนาญงาน ลงพื้นที่ตรวจรับงาน การขุดลอกวัชพืชและดินโคลนคูน้ำประสาทเมืองแขก ปรับปรุงภูมิทัศน์โบราณสถานปราสาทเมืองแขก ตำบลโคราช อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา จากนั้นลงพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับแผนการดำเนินงาน วิเคราะห์ศึกษาโครงสร้างและองค์ประกอบโบราณสถานประเภทหิน ณ โบราณปราสาทบ้านบุใหญ่ อำเภอสูงเนิน และตรวจเยี่ยมปราสาทพนมวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา


วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2568 นายทศพร ศรีสมาน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา และนายภาคภูมิ อยู่พูล หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมในการขอรับจัดสรรงบประมาณงบกลางกระตุ้นเศรษฐกิจ ณ โบราณสถานปราสาทพนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย์ จากนั้นลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการบูรณะอุโบสถวัดเขื่อนคงคา ณ วัดเขื่อนคงคา ตําบลโคกสะอาด อําเภอลําปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์


วันพุธที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๐๐น. นางปริญญา สุขใหญ่ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ มอบหมายนายธนากร วงศ์สิริพัฒนะ นักวิชาการวัฒนธรรม เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมระบบฐานข้อมูลจัดการเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุรินทร์ ณ ห้องคอมพิวเตอร์ คทจ.๒๒๑๒ ชั้น ๒ อาคารเรียนรวม คณะเทคโนโลยีการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ โดยมี นายประภาส ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานเปิดการอบรม


วันพฤหัสบดีที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๘ นางปริญญา สุขใหญ่ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ พร้อมเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาทำความสะอาดและปรับปรุงภูมิทัศน์ถนนสายหลัก เนื่องในโอกาศวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๘ และวันสิ่งแวดล้อมโลก ๕ มิถุนายน ๒๕๖๘ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสร้างจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมีนายชำนาญ ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธาน


รายงานงบทดลองหน่วยเบิกจ่ายรายเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๘พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์


กล้องซิเนมาโตกราฟ (Cinematographe) เป็นกล้องที่สองพี่น้องลูมิแอร์ ออกุส และหลุยส์ ตระกูลลูมิแอร์ (Auguste Lumiere - Louis Lumiere) ได้คิดค้นมาจากหลักการทำงานเลียนแบบจากจักรเย็บผ้า เพื่อเป็นตัวการเลื่อนฟิล์มไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นต้นแบบและเป็นกลไกที่สำคัญที่ใช้อยู่ในกล้องถ่ายภาพและเครื่องฉายภาพยนตร์ นอกจากนี้สามารถนำไปใช้ถ่ายทำภาพยนตร์นอกสถานที่ได้ เนื่องจากมีน้ำหนักเบาและยังฉายภาพยนตร์ขึ้นจอขนาดใหญ่ได้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๔๔๐ เป็นวันแรกของการฉายภาพยนตร์และเก็บค่าเข้าชมครั้งแรกในสยาม จึงถือว่าเป็นการกำเนิดภาพยนตร์ในสยาม ซึ่งในหน้าหนังสือพิมพ์รายวันบางกอกไตมส์ (Bangkok Times) ฉบับประจำวันพุธที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๔๐ ตีพิมพ์โฆษณาภาพยนตร์ในส่วนที่เป็นภาษาไทย ว่า นายเอส. จี. มาคอฟสกี (S. G. Marchovsky) เป็นผู้นำภาพยนตร์เข้ามาฉายในคืนวันที่ ๑๐, ๑๑ และ ๑๒ มิถุนายน ซึ่งจัดฉายในรูปแบบมหรสพที่โรงละครหม่อมเจ้าอลังการ นอกจากนี้มีแตรวงประกอบและมีการแสดงมายากลโดยโปรเฟซเซอร์มอริส นักมายากลผู้ยิ่งใหญ่แห่งโลกตะวันตกสลับรายการ ทั้งนี้ได้มีเจ้านาย ขุนนาง และประชาชนเป็นจำนวนมากเข้าร่วมรับชมภาพยนตร์ ซึ่งผู้ชมภาพยนตร์กลุ่มนี้ถือว่าเป็นกลุ่มแรกในการรับชมภาพยนตร์ของสยาม รายละเอียดของหน้าหนังสือพิมพ์รายวันบางกอกไตมส์ (Bangkok Times) ฉบับประจำวันพุธที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๔๐ มีเนื้อหาโฆษณาภาพยนตร์ ดังนี้ ขอแจ้งความให้ท่านทั้งหลายทราบทั่วกันว่า การละเล่นซึ่งเรียกกันว่า ซีเนมาโตรแครฟ คือ รูปที่สามารถกระดิกและทำท่าต่างๆ ได้โดยคำขอของราษฎรจะเล่นสามคืนติดๆ กันคือ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ และวันเสาร์ ตรงกับวันที่ ๑๐, ๑๑ และ ๑๒ มิถุนายน ที่โรงละครหม่อมเจ้าอลังการ จะมีวงแตรเป่าด้วย โปรเฟซเซอร์มอริส ผู้ชำนาญในเล่นนี้ในทวีปตะวันตก ประตูโรงจะเปิดเวลา ๒ ทุ่ม ตรงกับ ๘ โมงฝรั่ง ราคาห้องหนึ่งที่มีเก้าอี้หลายตัว (บอกซ์) ราคา ๑๐ บาท ชั้นที่หนึ่ง ราคา ๓ บาท ชั้นที่สอง ราคา ๒ บาท ชั้นที่สาม ราคา ๑ บาท ชั้นที่ ๔ คือที่นั่งวงเวียน ๒ สลึง เด็กที่อายุต่ำกว่า ๑๐ ขวบ จะเรียกเอาราคา แต่ครึ่งเดียว หลังจากนั้นในหน้าหนังสือพิมพ์บางกอกไตมส์ (Bangkok Times) ฉบับวันเสาร์ที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๔๔๐ ได้เขียนบรรยายถึงปฏิกิริยาของคนดูไว้ว่า “การเล่นที่เรียกว่า ปาริเซียน ซีเนมาโตกราฟ (Parisian Cinematograph) อันได้เล่นที่โรงละครหม่อมเจ้าอลังการแปลกประหลาดน่าดูจริง รูปประดาน้ำ กับ รูปศรีต่อยมวย ทำเห็นจริงมีคนชอมมาก แล้วตัวละครที่ชำนาญในการเล่นได้ออกมาแสดงการเล่นต่างเป็นที่เห็นจริงน่าชมทุกอย่าง มีเจ้านายขุนนาง และประชาชนชายหญิงได้ไปชมประมาณ ๖๐๐ กว่า ละครนี้เล่นอีกคืนเดียววันนี้เท่านั้น เชิญไปดูเถิดจะได้เป็นขวัญตาไว้เล่าสู่บุตรหลานฟังต่อไป ไม่น่าเสียดายเงินเลย” ซึ่งจากหลักฐานภาพยนตร์ประดาน้ำ กับ ศรีต่อยมวย ตรงกับบัญชีภาพยนตร์ของสองพี่น้องออกุส และหลุยส์ ตระกูลลูมิแอร์ (Auguste Lumiere - Louis Lumiere) ของชาวฝรั่งเศส จากเหตุการณ์ในวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๔๔๐ ที่เป็นจุดกำเนิดภาพยนตร์ในประเทศ และในปัจจุบันมีหลักจารึก “ที่เกิดภาพยนตร์ในสยาม” (The Birthplace of Cinema in Siam) และเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อยู่ตรงถนนมหาไชย แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ โดยหลักจารึกมีเนื้อหา ว่า “ณ ที่นี้ เมื่อครั้งสมัยรัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เคยเป็นที่ตั้งโรงละครมงคลบริษัท หรือที่ชาวกรุงเทพฯ มักเรียกว่าโรงละครหม่อมเจ้าอลังการ เป็นโรงละคร ซึ่งเปิดเมื่อปี ร.ศ. ๑๑๕ (พ.ศ. ๒๔๓๙) โรงละครนี้เองเมื่อแรกมีภาพยนตร์มาฉายในสยาม ได้เป็นที่จัดฉายภาพยนตร์เก็บค่าดูจากสาธารณชนชาวสยามเป็นครั้งแรก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ มิถุนายน ร.ศ. ๑๑๖ (พ.ศ. ๒๔๔๐) ถือเป็นจุดกำเนิดภาพยนตร์ในประเทศไทย ในวาระที่ภาพยนตร์ครบกำเนิดมา ๑๐๐ ปีในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ มูลนิธิหนังไทยในพระอุปถัมภ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอนุสรณมงคลการ และผู้รักภาพยนตร์ในประเทศไทย ช่วยกันสละเงินสร้างหลักจารึกนี้โดยได้รับการสนับสนุนจากกรุงเทพมหานคร ติดตั้ง ณ ที่นี้เพื่อเป็นอนุสรณ์หลักหมายที่หนึ่งแห่งประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ในประเทศไทย” เรียบเรียงโดย : นายธีรบูลย์ มิตรมโนชัย นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม แหล่งอ้างอิง : จำเริญลักษณ์ ธนะวังน้อย.  ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย ตั้งแต่แรกเริ่มจนสิ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒.  กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๔๔. จุฑาทิพย์ โคตรประทุม, บรรณาธิการ.  ภาพยนตร์ไทย.  กรุงเทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, ๒๕๕๙. ศิลปวัฒนธรรม.  โฆษณาภาพยนตร์ในนสพ.รายวันครั้งแรกของไทย กับปริศนาของ “มาร์คอฟสกี”.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๘,          จาก: https://www.silpa-mag.com/history/article_24683, ๒๕๖๓. หอภาพยนตร์,  “๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๕ ครบรอบ ๑๑๕ ปี แรกฉายหนังในสยาม โรงละครหม่อมเจ้าอลังการ,” จดหมายข่าวหอภาพยนตร์ ๒, ๙ (พฤษภาคม - มิถุนายน ๒๕๕๕): ๑๒ - ๑๕. l’Institut Lumière.  Le Cinématographe Lumière.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๘,           จาก: http://www.institut-lumiere.org/musee/les-freres-lumiere-et-leurs-inventions/cinematographe.html l’Institut Lumière.  L'histoire Lumière.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๘,           จาก: https://www.institut-lumiere.org/musee/les-freres-lumiere-et-leurs-inventions/breve-histoire.html


กล้องซิเนมาโตกราฟ (Cinematographe) เป็นกล้องที่สองพี่น้องลูมิแอร์ ออกุส และหลุยส์ ตระกูลลูมิแอร์ (Auguste Lumiere - Louis Lumiere) ได้คิดค้นมาจากหลักการทำงานเลียนแบบจากจักรเย็บผ้า เพื่อเป็นตัวการเลื่อนฟิล์มไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นต้นแบบและเป็นกลไกที่สำคัญที่ใช้อยู่ในกล้องถ่ายภาพและเครื่องฉายภาพยนตร์ นอกจากนี้สามารถนำไปใช้ถ่ายทำภาพยนตร์นอกสถานที่ได้ เนื่องจากมีน้ำหนักเบาและยังฉายภาพยนตร์ขึ้นจอขนาดใหญ่ได้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๔๔๐ เป็นวันแรกของการฉายภาพยนตร์และเก็บค่าเข้าชมครั้งแรกในสยาม จึงถือว่าเป็นการกำเนิดภาพยนตร์ในสยาม ซึ่งในหน้าหนังสือพิมพ์รายวันบางกอกไตมส์ (Bangkok Times) ฉบับประจำวันพุธที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๔๐ ตีพิมพ์โฆษณาภาพยนตร์ในส่วนที่เป็นภาษาไทย ว่า นายเอส. จี. มาคอฟสกี (S. G. Marchovsky) เป็นผู้นำภาพยนตร์เข้ามาฉายในคืนวันที่ ๑๐, ๑๑ และ ๑๒ มิถุนายน ซึ่งจัดฉายในรูปแบบมหรสพที่โรงละครหม่อมเจ้าอลังการ นอกจากนี้มีแตรวงประกอบและมีการแสดงมายากลโดยโปรเฟซเซอร์มอริส นักมายากลผู้ยิ่งใหญ่แห่งโลกตะวันตกสลับรายการ ทั้งนี้ได้มีเจ้านาย ขุนนาง และประชาชนเป็นจำนวนมากเข้าร่วมรับชมภาพยนตร์ ซึ่งผู้ชมภาพยนตร์กลุ่มนี้ถือว่าเป็นกลุ่มแรกในการรับชมภาพยนตร์ของสยาม รายละเอียดของหน้าหนังสือพิมพ์รายวันบางกอกไตมส์ (Bangkok Times) ฉบับประจำวันพุธที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๔๐ มีเนื้อหาโฆษณาภาพยนตร์ ดังนี้ ขอแจ้งความให้ท่านทั้งหลายทราบทั่วกันว่า การละเล่นซึ่งเรียกกันว่า ซีเนมาโตรแครฟ คือ รูปที่สามารถกระดิกและทำท่าต่างๆ ได้โดยคำขอของราษฎรจะเล่นสามคืนติดๆ กันคือ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ และวันเสาร์ ตรงกับวันที่ ๑๐, ๑๑ และ ๑๒ มิถุนายน ที่โรงละครหม่อมเจ้าอลังการ จะมีวงแตรเป่าด้วย โปรเฟซเซอร์มอริส ผู้ชำนาญในเล่นนี้ในทวีปตะวันตก ประตูโรงจะเปิดเวลา ๒ ทุ่ม ตรงกับ ๘ โมงฝรั่ง ราคาห้องหนึ่งที่มีเก้าอี้หลายตัว (บอกซ์) ราคา ๑๐ บาท ชั้นที่หนึ่ง ราคา ๓ บาท ชั้นที่สอง ราคา ๒ บาท ชั้นที่สาม ราคา ๑ บาท ชั้นที่ ๔ คือที่นั่งวงเวียน ๒ สลึง เด็กที่อายุต่ำกว่า ๑๐ ขวบ จะเรียกเอาราคา แต่ครึ่งเดียว หลังจากนั้นในหน้าหนังสือพิมพ์บางกอกไตมส์ (Bangkok Times) ฉบับวันเสาร์ที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๔๔๐ ได้เขียนบรรยายถึงปฏิกิริยาของคนดูไว้ว่า “การเล่นที่เรียกว่า ปาริเซียน ซีเนมาโตกราฟ (Parisian Cinematograph) อันได้เล่นที่โรงละครหม่อมเจ้าอลังการแปลกประหลาดน่าดูจริง รูปประดาน้ำ กับ รูปศรีต่อยมวย ทำเห็นจริงมีคนชอมมาก แล้วตัวละครที่ชำนาญในการเล่นได้ออกมาแสดงการเล่นต่างเป็นที่เห็นจริงน่าชมทุกอย่าง มีเจ้านายขุนนาง และประชาชนชายหญิงได้ไปชมประมาณ ๖๐๐ กว่า ละครนี้เล่นอีกคืนเดียววันนี้เท่านั้น เชิญไปดูเถิดจะได้เป็นขวัญตาไว้เล่าสู่บุตรหลานฟังต่อไป ไม่น่าเสียดายเงินเลย” ซึ่งจากหลักฐานภาพยนตร์ประดาน้ำ กับ ศรีต่อยมวย ตรงกับบัญชีภาพยนตร์ของสองพี่น้องออกุส และหลุยส์ ตระกูลลูมิแอร์ (Auguste Lumiere - Louis Lumiere) ของชาวฝรั่งเศส จากเหตุการณ์ในวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๔๔๐ ที่เป็นจุดกำเนิดภาพยนตร์ในประเทศ และในปัจจุบันมีหลักจารึก “ที่เกิดภาพยนตร์ในสยาม” (The Birthplace of Cinema in Siam) และเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อยู่ตรงถนนมหาไชย แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ โดยหลักจารึกมีเนื้อหา ว่า “ณ ที่นี้ เมื่อครั้งสมัยรัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เคยเป็นที่ตั้งโรงละครมงคลบริษัท หรือที่ชาวกรุงเทพฯ มักเรียกว่าโรงละครหม่อมเจ้าอลังการ เป็นโรงละคร ซึ่งเปิดเมื่อปี ร.ศ. ๑๑๕ (พ.ศ. ๒๔๓๙) โรงละครนี้เองเมื่อแรกมีภาพยนตร์มาฉายในสยาม ได้เป็นที่จัดฉายภาพยนตร์เก็บค่าดูจากสาธารณชนชาวสยามเป็นครั้งแรก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ มิถุนายน ร.ศ. ๑๑๖ (พ.ศ. ๒๔๔๐) ถือเป็นจุดกำเนิดภาพยนตร์ในประเทศไทย ในวาระที่ภาพยนตร์ครบกำเนิดมา ๑๐๐ ปีในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ มูลนิธิหนังไทยในพระอุปถัมภ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอนุสรณมงคลการ และผู้รักภาพยนตร์ในประเทศไทย ช่วยกันสละเงินสร้างหลักจารึกนี้โดยได้รับการสนับสนุนจากกรุงเทพมหานคร ติดตั้ง ณ ที่นี้เพื่อเป็นอนุสรณ์หลักหมายที่หนึ่งแห่งประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ในประเทศไทย” เรียบเรียงโดย : นายธีรบูลย์ มิตรมโนชัย นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม แหล่งอ้างอิง : จำเริญลักษณ์ ธนะวังน้อย.  ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย ตั้งแต่แรกเริ่มจนสิ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒.  กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๔๔. จุฑาทิพย์ โคตรประทุม, บรรณาธิการ.  ภาพยนตร์ไทย.  กรุงเทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, ๒๕๕๙. ศิลปวัฒนธรรม.  โฆษณาภาพยนตร์ในนสพ.รายวันครั้งแรกของไทย กับปริศนาของ “มาร์คอฟสกี”.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๘,         จาก: https://www.silpa-mag.com/history/article_24683, ๒๕๖๓. หอภาพยนตร์,  “๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๕ ครบรอบ ๑๑๕ ปี แรกฉายหนังในสยาม โรงละครหม่อมเจ้าอลังการ,” จดหมายข่าวหอภาพยนตร์ ๒, ๙ (พฤษภาคม - มิถุนายน ๒๕๕๕): ๑๒ - ๑๕. l’Institut Lumière.  Le Cinématographe Lumière.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๘,           จาก: http://www.institut-lumiere.org/musee/les-freres-lumiere-et-leurs-inventions/cinematographe.html l’Institut Lumière.  L'histoire Lumière.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๘,           จาก: https://www.institut-lumiere.org/musee/les-freres-lumiere-et-leurs-inventions/breve-histoire.html


วันศุกร์ที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๘ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๒.๐๐ น. นางสาวปุณณภา สุขสาคร ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ พร้อมด้วยนางวรรณภา ปะวิโน และนางสาวพิมพา สุธัญญาวัชชัย บรรณารักษ์ชำนาญการ เข้าร่วมรับฟังการบรรยาย หัวข้อ "Libraries leading the way: Sustainability, critical literacies, and community engagement during uncertain times"  โดย Steve Witt ผู้อำนวยการ Center for Global Studies , หัวหน้า International and Area Studies Library  และบรรณาธิการ IFLA Journal ณ ห้องประชุมเอื้องสายเชียงใหม่ ชั้น ๘ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่


รายชื่อหนังสือใหม่ ห้องศาสตร์พระราชา เดือนมิถุนายน 2568 หมวด 700 ศิลปกรรมและการบันเทิง  สูจิบัตรแสงส่องปัญญา โครงการประดับไฟฟ้าส่องสว่าง เทวสถานสำหรับพระนคร (โบสถ์ พราหมณ์) เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2 เมษายน 2558.  กรุงเทพฯ: อมรินทร์, 2558.  (729.28 ส753)   หมวด 900 ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ ดวงแก้วแห่งพระมงกุฎเกล้า.  กรุงเทพฯ: สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ, 2552.  (929.709593 พ877ด) วีรกิตติ์ ชัยวินิต.  จดหมายเหตุกิจกรรม 100 ปี พระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7.  กรุงเทพฯ: ศูนย์ข้อมูลพระปกเกล้าศึกษาและจดหมายเหตุ พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว สถาบันพระปกเกล้า, 2549.  (923.1593 ว823จ)








black ribbon.