...

ค้นหา




ตุงกระด้าง ตุง เป็นเครื่องสักการะในพระศาสนาและประเพณีที่สำคัญของภาคเหนือ มักจะทำด้วยผ้าฝ้าย ไหม มีความยาวความกว้างต่างกัน มักจะผูกติดกับเสาผูกเชือกห้อยลงมา ซึ่งมีลักษณะชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามวัสดุหรือการใช้งานในโอกาสต่างๆ เช่น ตุงสามหาง ใช้ในพิธีศพ ตุงชัย ใช้ในงานปอยหลวงหรืองานเฉลิมฉลอง ตุงไส้หมู สำหรับบูชาพระเจดีย์ เป็นต้น ตุงกระด้าง หมายถึงตุงที่ทำขึ้นจากวัสดุที่มีความแข็งแรง คงทน ตุงกระด้างมักมีขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในวิหารด้านหน้าพระประธาน สูงประมาณ ๒ เมตร หรือถ้าตั้งอยู่นอกวิหาร ทำด้วยเสาก่ออิฐถือปูนก็มักจะสูงถึง ๙ เมตร ส่วนยอดมักทำเป็นรูปสัตว์ต่างๆ เช่นนกหัสดีลึงค์ หงส์ ด้วยมีขนาดที่ใหญ่สันนิษฐานว่าการสร้างตุงกระด้างถวายวัดจะต้องเป็นบุคคลที่มีทุนทรัพย์และใช้ความสามารถของเชิงช่างสูง อ้างอิง มณี พะยอมยงค์ และศิริรัตน์ อาศนะ. เครื่องสักการะในล้านนาไทย. เชียงใหม่: ส.ทรัพย์การพิมพ์, ๒๕๓๘.







พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ได้ทำการปรับปรุงการจัดแสดงห้องศิลาจารึก ที่ได้เก็บรวบรวมไว้ในพิพิธภัณฑ์มาเป็นเวลานาน และมีจำนวนมากที่สุดในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในภาคเหนือ โดยแบ่งเป็นจารึกอักษรมอญโบราณ และอักษรฝักขาม พบบริเวณอำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน และบริเวณโดยรอบ อักษรฝักขาม หมายถึง ตัวอักษรที่ใช้บันทึกเรื่องราว ลงบนศิลาจารึกในอาณาจักรล้านนา ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๒๐-๒๔ มีลักษณะที่ใกล้เคียงอักษรโบราณในสมัยสุโขทัย ลักษณะตัวอักษรจะโค้งและผอมสูงมากกว่าจึงเรียกว่าตัวอักษรฝักขาม ซึ่งได้แบบอย่างไปจากอักษรสมัยสุโขทัยสมัยพระเจ้าลิไท เมื่อครั้งพระยากือนาโปรดให้พระราชทูตไปอาราธนาพระสุมนเถระขึ้นไปฟื้นฟูพระศาสนาที่เชียงใหม่ ดังปรากฏหลักฐานในจารึกวัดพระยืน จังหวัดลำพูน ที่ถือว่าเป็นจารึกอักษรไทย ภาษาไทยเก่าแก่ที่สุดที่พบในล้านนา ต่อมาได้มีการปรับเปลี่ยนจนกลายเป็นอักษรฝักขามจนได้รับความนิยมก่อนที่จะมีการนิยมใช้อักษรธรรมล้านนาแทนที่ในสมัยต่อมา เนื้อหาของจารึกส่วนใหญ่ที่ปรากฏในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชยนี้ ล้วนเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา การกัลปนาข้าคน ไร่นา จนถึงประวัติการสร้างวัด จารึกตัวอักษรฝักขามที่เก่าแก่ที่สุดคือจารึก กษัตริย์ราชวงศ์มังราย ลพ. ๙ ระบุ พ.ศ. ๑๙๕๔ พบที่จังหวัดพะเยา (ปัจจุบันจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน) ปัจจุบันจารึกอักษรฝักขามในพิพิภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย มีจำนวนทั้งสิ้น หลัก วัสดุทำจากหินทราย รูปทรงส่วนมากมีทั้วที่แกะเป็นแผ่นทรงใบเสมา และเป็นแท่งคล้ายศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พบในบริเวณวัดพระธาตุหริภุญชัย และในเขตจังหวัดลำพูน ส่วนมากกำหนดอายุอยู่ในช่วงรัชกาลพระเมืองแก้ว กษัตริย์แห่งราชวงศ์มังราย สำหรับโพสต์นี้ ขอนำเสนอจารึกอักษรฝักขามบางส่วน สำหรับจารึกหลักอื่นๆ ทางพิพิธภัณพสถานแห่งชาติ หริภุญไชย จะได้นำมาเผยแพร่ในโอกาสต่อไป

เศียรพระพุทธรูปศิลา เลขทะเบียน ๔๖/๑๘ อายุสมัย ทวารวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๔ ที่มา จ.ลำพูนเศียรพระพุทธรูปพร้อมส่วนของประภามณฑลด้านหลังพระเศียร สลักบนแผ่นหินชนวนสีดำขัดมัน แบบประติมากรรมนูนสูงเกือบลอยตัว พระพักตร์และประติมานวิทยาของเศียรพระพุทธรูป แสดงรูปแบบของศิลปทวารวดีที่พบในภาคกลาง ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงถึงอิทธิพลทางพระพุทธศาสนาและแบบแผนการสร้างประติมากรรมรูปเคารพจากภาคกลางที่ขึ้นไปยังภาคเหนือ สอดคล้องกับตำนานพระนางจามเทวี พระราชธิดาพระเจ้ากรุงละโว้ที่ได้รับการสถาปนาเป็นกษัตริย์พระองค์แรกของเมืองหริภุญไชย ในพุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๔ เป็นเศียรพระพุทธรูปที่สำคัญยิ่ง พบไม่มากนักในภาคเหนือ แสดงถึงพัฒนาการของพระพุทธศาสนาในประเทศไทยที่รับอิทธิพลจากทวารวดีในภาคกลางอย่างเด่นชัด