ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 4,140 รายการ
วันอังคารที่ ๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๕ เวลา ๑๐.๐๐ น. นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วย นางสาวนิตยา กนกมงคล ผู้อำนวยการสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นางสาวพยุง วงษ์น้อย นักโบราณคดีเชี่ยวชาญ ร่วมประชุมกับนายฟาคริติน ซุลตานอฟ กงสุลใหญ่สาธารณรัฐอุซเบกิสถานประจำประเทศไทย นายนูริดดิน มามัตคูลอฟ กงสุลสาธารณรัฐอุซเบกิสถานประจำประเทศไทย ดร.พันธ์ศักดิ์ บุญโศภณพงศ์ ที่ปรึกษาด้านพระพุทธศาสนาในเชียกลางและคณะ เรื่อง การนำเสนอข้อมูลแหล่งโบราณสถานและโบราณวัตถุทางพระพุทธ ศาสนาในภูมิภาคเอเชียกลาง โดยเฉพาะในสมัยจักรวรรดิคูชาน กุษาณะของสาธารณรัฐอุซเบกิสถานและความร่วมมือด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ณ ห้องประชุม ๑ ชั้น ๘ อาคารกรมศิลปากร เทเวศร์
พระพิมพ์รูปพระโพธิ์สัตว์ (นางตารา)
สมัยพุกาม พุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๙
กองตำรวจรักษาของโบราณประเทศพม่า ส่งมาเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๔
ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ ณ ห้องเอเชีย อาคารมหาสุรสิงหนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
-----------------------------------------------
ดินเผากลมรูปพระโพธิสัตว์ทรงยืนตริภังค์* แสดงวรทมุทรา (ปางประทานพร) พระเกศารวบขึ้นเป็นพระเมาลี รอบพระเศียรแสดงศิรประภา หรือรัศมี (สื่อถึงเป็นผู้มีพระธรรมเป็นแสงสว่าง) พระพรหาขวาแนบพระวรกาย ยกพระกรหันฝ่าพระหัตถ์ขวาออก พระหัตถ์ซ้ายทรงก้านดอกบัวอุตปละ (utpala) หรือ บัวสาย พระวรกายท่อนล่างแสดงการทรงพระภูษายาวจรดข้อพระบาท ด้านข้างของพระโพธิ์สัตว์มีจารึกอักษรเทวนาครี และสถูป
พระพิมพ์ชิ้นนี้เป็นหนึ่งในรายการพระพิมพ์ที่กองแผนกตรวจรักษาของโบราณประเทศพม่าส่งมาแลกเปลี่ยนกับราชบัณฑิตยสภาเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๔ โดยส่งพระพิมพ์มาแลกเปลี่ยนทั้งหมด ๑๖ รายการ (ประกอบด้วยพระพิมพ์ที่พบจากเมือง PAGAN จำนวน ๔ รายการ และพระพิมพ์ที่พบจากเมือง HMAWZA จำนวน ๑๒ รายการ) ทั้งนี้ราชบัณฑิตยสภาได้ส่งพระพิมพ์ไปยังประเทศพม่า จำนวน ๒๗ รายการ
สำหรับพระพิมพ์ชิ้นนี้ Charles Duroiselle ระบุว่าเป็นพระพิมพ์ที่ขุดค้นพบในบริเวณเมือง HMAWZA (ซึ่งเป็นที่ตั้งของแหล่งโบราณคดีอาณาจักรศรีเกษตร) เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๑ โดยตีความว่าเป็นรูปพระโพธิ์สัตว์ตาราซึ่งสอดคล้องกับแสดงการถือดอกบัวอุตปละ และจารึกที่ปรากฏคือจารึกคาถา “เยธฺมา เหตุปฺปภวา” และกำหนดอายุไว้ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖ จากรูปแบบของพระพิมพ์ชิ้นนี้แสดงถึงอิทธิพลศิลปะอินเดียเหนือ (แบบปาละ) ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในสมัยพุกาม (ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๙) เช่น การยืนตริภังค์ การแสดงพระกรสองข้างตรงข้ามกัน เป็นต้น
พระโพธิ์สัตว์ตาราเป็นพระโพธิ์สัตว์เพศหญิง เป็นเทพีองค์สำคัญในพุทธศาสนามหายาน กล่าวคือ เป็นเทพีแห่งความกรุณา และเป็นผู้ปลดเปลื้องความทุกข์ให้แก่มนุษย์ โดยพระองค์ได้รับการยกย่องให้เป็นศักติของพระโพธิ์สัตว์อวโลกิเตศวร ภาคปรากฏของพระนางตารานั้น มีหลายวรรณะและหลายลักษณะ (บางตำรากล่าวว่ามีทั้งหมด ๒๑ วรรณะ) แต่ที่รู้จักอย่างแพร่หลายนั้นได้แก่ ตาราวรรณขาว (สิตตารา) และตาราวรรณเขียว (ศยามตารา)
*ตริภังค์ หมายถึง ท่ายืนเอียงกายสามส่วน อันได้แก่ ส่วนที่หนึ่งเอียงจากเท้าถึงสะโพก ส่วนที่สองเอียงจากสะโพกถึงไหล่ ส่วนที่สามเอียงจากไหล่ถึงศีรษะส่วนใหญ่พบในศิลปะอินเดีย (อ้างอิงจาก กรมศิลปากร. ศัพทานุกรมโบราณคดี. กรุงเทพฯ: รุ่งศิลป์การพิมพ์, ๒๕๕๐ หน้า๒๐๐)
------------------------------------------------
อ้างอิง :
กรมศิลปากร. ศัพทานุกรมโบราณคดี. กรุงเทพฯ: รุ่งศิลป์การพิมพ์, ๒๕๕๐.
เชษฐ์ ติงสัญชลี. มุทรา ท่าทาง เครื่องทรง สิ่งของรูปเคารพในศาสนาพุทธ เชน ฮินดู. นนทบุรี: มิวเซียม เพรส, ๒๕๖๕.
ผาสุข อินทราวุธ. พุทธปฏิมามหายาน. กรุงเทพฯ: อักษรสมัย, ๒๕๔๓.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปะพม่า. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๕๗.
หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. (๔)ศธ ๒.๑.๑/๑๘๐. เอกสารกระทรวงศึกษาธิการ กรมศิลปากร. เรื่อง แลกเปลี่ยน พระพิมพ์ดินเผาระหว่างกองตำรวจรักษาของโบราณประเทศพม่ากับราชบัณฑิตยสภา (๒๒ เมษายน ๒๔๗๔-๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๕).
H. Hargreaves, editor. Annual Report of the Archaeological Survey of India for the year 1927-1928. Calcutta: Government of India Central Publication Branch, 1931.
------------------------------------------------
เรียบเรียงข้อมูล : นายพนมกร นวเสลา ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
วันศุกร์ที่ ๒๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๖ เวลา ๐๗.๐๐ น. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช และพิธีตักบาตรพระสงฆ์ ๙๙ รูป เนื่องในงาน “ใต้ร่มพระบารมี ๒๔๑ ปี กรุงรัตนโกสินทร์“ พร้อมด้วยนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร และข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรม ภาครัฐ องค์กรภาคีวัฒนธรรม ร่วมในพิธี ณ พระอุโบสถ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
องค์ความรู้ เรื่อง “มัจฉชาดก : ที่มาของพิธีฟังธรรมพระยาปลาช่อนเพื่อขอฝน” โดย ดร.วกุล มิตรพระพันธ์ นักอักษรศาสตร์ชำนาญการ กลุ่มภาษาและวรรณกรรม สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์
พระคเณศเป็นเทพเจ้าสำคัญของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูที่มีผู้เคารพศรัทธาและนับถืออย่างแพร่หลายในหมู่คนหลายชาติหลายภาษา และทุกชนชั้น พระองค์เป็นเทพเจ้าผู้ขจัดอุปสรรค ประทานความสำเร็จ ความเจริญรุ่งเรือง ทรงปกป้องคุ้มครองจากเคราะห์ร้าย และเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า พระคเณศเป็นเทพเจ้าแห่งความฉลาด สติปัญญา ความรู้ การเรียน ความมั่งคั่ง สัมฤทธิผล ความสำเร็จ และการบรรลุซึ่งความปรารถนาทั้งปวง
“คเณศ” มาจากคำว่า “คณะ” รวมกับ “อีศะ” หมายถึง เจ้าแห่งคณะ ทั้งนี้ในทางปรัชญา อักษร “ค” แปลว่า ชญาณ ส่วนอักษร “ณ” แปลว่า ทางหลุดพ้น ขณะที่ “อีศะ” แปลว่า เจ้า เมื่อรวมกันแล้วจึงหมายถึง ผู้เป็นเจ้าทั้งชญาณและทางหลุดพ้น
พระคเณศ เป็นเทพเจ้าที่ปรากฏพระนามถึง ๑๐๘ พระนาม โดยบางพระนามเหล่านี้บ่งบอกให้ทราบถึงการกำเนิด การปรากฏขึ้นของพระองค์ รูปลักษณ์ และบุคลิกภาพของพระองค์ เช่น “เอกทันตะ” หรือ “เอกศฤงคะ” แปลว่า เจ้าผู้มีงาข้างเดียว
ตำนานเกี่ยวกับพระผู้มีงาเพียงข้างเดียว มีอยู่ด้วยกันหลายตำนาน เช่น
๑. ถูกปรศุราม (อวตารของพระวิษณุเทพในปางที่ ๖) ใช้ขวานจาม เนื่องจากปรศุรามจะเข้าเฝ้าพระอิศวรที่เขาไกรลาส แต่พระคเณศซึ่งเฝ้าอยู่ไม่ให้ใครเข้ามารบกวนขณะที่พระอิศวรกำลังบรรทม จึงเกิดการต่อสู้กันขึ้น ปรศุรามไม่สามารถเอาชนะพระคเณศได้ จึงใช้ขวานที่พระอิศวรประทานให้เป็นอาวุธจามลงบนเศียรพระคเณศ พระคเณศเห็นขวานนั้นก็จำได้ว่าเป็นของพระบิดาก็ไม่กล้าตอบโต้ด้วย จึงเบี่ยงเศียรเอางาข้างหนึ่งรับไว้ (บางทีก็ว่าเป็นข้างซ้ายและบางครั้งก็พบเห็นในภาพเป็นงาข้างขวา)งานั้นก็ถูกคมขวานขาดสะบั้นลง พระคเณศจึงเก็บเอางาข้างที่ขาดถือกำไว้ในมือ ต่อมางาข้างที่ขาดนั้นก็ถือว่าเป็นอาวุธวิเศษ ใช้ปราบพวกมารขององค์พระคเณศ
๒. เมื่อครั้งพระอิศวรและพระอุมา จะจัดให้มีพิธีโสกันต์ (โกนจุก) ให้กับพระคเณศในวันอังคาร จึงได้เชิญทวยเทพและพระวิษณุมาร่วมอำนวยพรและเป็นสักขีพยาน แต่เนื่องด้วยพระวิษณุทรงบรรทมหลับสนิทอยู่เมื่อถูกปลุกให้ตื่นจากการบรรทมจึงพลั้งพระโอษฐ์ออกไปว่า “ไอ้ลูกหัวหายจะนอนให้สบายก็ไม่ได้” ด้วยอำนาจวาจาสิทธิ์แห่งพระวิษณุที่ตรัสออกมานั้น จึงทำให้พระเศียรของพระโอรสขาดหายไป เหล่าบรรดาทวยเทพต่างก็ประหลาดใจจึงลงความเห็นว่าวันนี้เป็นวันฤกษ์ไม่ดีห้ามทำการมงคลในวันอังคาร และเรียกวันนี้ว่า “วันโลกาวินาศ”จากนั้นพระอิศวรจึงมีบัญชาให้พระวิษณุไปหาเศียรของมนุษย์ที่เสียชีวิตแล้วมาต่อให้พระคเณศ แต่ปรากฏว่าในวันนั้นซึ่งเป็นวันอังคารไม่มีมนุษย์คนใดถึงฆาต จะมีก็เพียงช้างพลายที่มีงาเพียงข้างเดียวนอนตายหันศีรษะไปทางทิศตะวันตก จึงตัดเอาเศียรนั้นมาต่อให้กับพระคเณศ กำเนิดเป็นองค์พระคเณศผู้มีเศียรเป็นช้างและมีงาเพียงข้างเดียว
๓. ถูกพระอิศวรใช้ขวานจาม เมื่อครั้งพระอุมามีรับสั่งให้พระคเณศเฝ้าประตูทางเข้าห้องสรงน้ำ พระอิศวรต้องการเข้าพบพระอุมา แต่พระคเณศไม่ยอมให้เข้าพบ ตอนนั้นพระอิศวรยังไม่รู้ว่าพระคเณศเป็นลูกที่เกิดจากพระอุมาจึงเกิดการต่อสู้กัน พระอิศวรจึงใช้ขวานจามลงไปถูกงาของพระคเณศขาดสะบั้นลงเสียข้างหนึ่ง
๔. พระคเณศสามารถถอดงาออกได้เองตามธรรมชาติ เมื่อคราวต่อสู้กับอสูรอสุรภัค พระคเณศได้ถอดเอางาข้างหนึ่งของตัวเองใช้เป็นอาวุธขว้างไปที่อสูรอสุรภัค
จากการที่พระคเณศทรงมีเศียรเป็นช้างและมีงาเพียงข้างเดียว (แม้เป็นภาวะที่ไม่สมบูรณ์หรือพิการ) แสดงให้เห็นว่า พระองค์อุทิศอวัยวะของพระองค์เองเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีและเชิดชูการเรียนรู้ และงาที่หักไปนั้นชี้ให้เห็นว่า คนเราต้องปลดปล่อยตัวเองให้พ้นจากอหังการ (ความรู้สึกว่ามีตัวเอง) และ มมังการ (ความรู้สึกว่าตนเองเป็นเจ้าของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง) เพื่อโฆกษะ คือการหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด
บรรณานุกรม
กรมศิลปากร. พระคเณศ เทพแห่งศิลปากร = Ganesha: Lord of Fine Arts.กรุงเทพฯ: สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร, ๒๕๕๔.
เจริญ มาบุตร. การวาดภาพพระพิฆเณศวร. กรุงเทพฯ: วาดศิลป์, ๒๕๕๓.
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์. คเณชา. ปทุมธานี: เวิร์คพอยท์, ๒๕๕๔.
ศุภลักษณ์ หัตถพนม. การศึกษาวิเคราะห์การเคารพบูชาพระคเณศของชาวพุทธในสังคมไทย. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (พุทธศาสนศึกษา). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๕๘.
เรียบเรียงโดย: นางสาวอรวรรณ เจริญกูลบรรณารักษ์ชำนาญการ สำนักหอสมุดแห่งชาติ
ขอเชิญร่วมงานท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืน ในงาน “แอ่วกุมกามยามแลง” "Lanna Ancient Night@Kum Kam Town" ณ เวียงกุมกาม
กระทรวงวัฒนธรรม โดย กรมศิลปากร สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ขอเชิญร่วมงานท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืน ณ เวียงกุมกาม “แอ่วกุมกามยามแลง” “Lanna Ancient Night@Kum Kam Town” ลงทะเบียนล่วงหน้าหรือหน้างาน รับเหรียญที่ระลึก มกรคายมังกรจีน หนึ่งเดียวในล้านนา พร้อมถุงผ้า ฟรี!!กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย
- เยี่ยมชมโบราณสถานสำคัญ อดีตเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนาสมัยพญามังราย อายุเก่าแก่กว่า ๗๐๐ ปี และไหว้พระธาตุขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์
- ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม โขน เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน ทูษณ์-ขร-ตรีเศียร - ยกรบ โดย สำนักการสังคีต กรมศิลปากร
- เที่ยว ชิม ช็อป “กาดกุมกาม@Night” อาหารและสินค้าหัตถกรรมพื้นเมือง
- กิจกรรมวาดภาพสีน้ำ โดย ชมรมสล่าแต้มงาม เชียงใหม่ และสาธิตการทำโคมล้านนา วันศุกร์ที่ ๑ และ วันเสาร์ที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๖.๐๐ - ๒๑.๐๐ น. ณ ลานกิจกรรม วัดอีก้าง - วัดหนานช้าง เวียงกุมกาม ต.ท่าวังตาล อ.สารภี จ.เชียงใหม่ https://g.co/kgs/zLVkt3 สอบถามเพิ่มเติมที่: สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ Tel ๐ ๕๓๒๒ ๒๒๖๒
Ministry of Culture, The Fine Arts Department, The 7th Office of the Fine Arts Department, Chiangmai represent “Lanna Ancient Night @Kum Kam Town”
Activities:
- Visit the 700 years old of historical settlement and archaeological site, the old capital of Chiang Mai that was built by King Mengrai.
- Enjoy traditional and cultural performances “Khon” the Masked Dance Drama in Thailand
- Taste and shopping at night market of “Kad Kum Kam@Night”
- Watercolor painting and demonstration of Lanna lantern making Friday 1 and Saturday 2, December 2023 Time 16.00-21.00 hrs. at Wat E-Kang and Wat Nan Chang, Kum Kam Town, Tha Wang Tan, Saraphi, Chiang Mai Thailand https://g.co/kgs/zLVkt3 More information please contact 053-222-262
กิจกรรมอ่านหนังสือเกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรม เรื่อง "บุญ-บาปมีจริงไหม? กิจกรรมอื่นๆ ในห้องเช่นอ่านนิทาน , ทายคำศัพท์ ,ต่อภาพจิ๊กซอ ,ตัวต่อพลาสติก , หมากฮอต ค่ะ
กรมศิลปากรขอเชิญผู้สนใจร่วมงานสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๘ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ ๒ – ๘ เมษายน ๒๕๖๘ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มีกิจกรรมประกอบด้วย การเสวนาทางวิชาการ เวลา ๑๕.๐๐ น. ณ ห้องประชุมดำรงราชานุภาพ การแสดงนาฏศิลป์และดนตรี เวลา ๑๘.๐๐ น. ณ เวทีกลางแจ้ง มีการแสดงที่น่าสนใจมากมาย
โดยในวันศุกร์ที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๕.๐๐ น. ร่วมรับฟังการเสวนา เรื่อง “มนุษย์โบราณ แห่งเทือกเขาสามร้อยยอด: ข้อมูลหลักฐานใหม่จากการขุดค้นทางโบราณคดี” โดยวิทยากร ๔ ท่าน ได้แก่ ๑. ศาสตราจารย์ ดร.รัศมี ชูทรงเดช คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ๒. รองศาสตราจารย์ ดร.อัคนีวุธ จิรภิญญากุล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๓. นางสาวสุภมาศ ดวงสกุล ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยและพัฒนางานโบราณคดี กองโบราณคดี ๔. นางสาวกรรณิการ์ เปรมใจ นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี และดำเนินรายการโดย นางสาวปรียานุช จุมพรม หัวหน้ากลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี ทั้งนี้ สามารถรับชมการถ่ายทอดสด ผ่าน Facebook live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม หรือ กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร
และในเวลา ๑๘.๐๐ น. รับชมรายการแสดงการบรรเลงวงปี่พาทย์ไม้นวม โหมโรงเพลงกมุทมาศมงคล และการแสดงละคร เรื่อง “เลือดสุพรรณ” นำแสดงโดยศิลปินสำนักการสังคีต กำกับการแสดงโดย ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ อำนวยการแสดงโดย ศิริพงษ์ ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต ละครเรื่อง เลือดสุพรรณ มุ่งหมายจัดการแสดงเพื่อจูงใจให้ผู้ชมเกิดความสมัครสมานสามัคคี มีไมตรีต่อกัน และเสียสละชีวิตเพื่อชาติ นอกจากนี้ยังมุ่งให้รู้จักกตัญญูรู้คุณแก่ผู้ที่เคยให้ ความกรุณา ตลอดจนแนวทางวิธีการเตรียมตัวป้องกันบ้านเมืองฝ่ายทหารและประชาชนให้พร้อมอยู่เสมอ ด้วยการผูกมิตรระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่า ประพันธ์บทโดย พลตรี หลวงวิจิตรวาทการ ขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศิลปากร ออกแสดงเผยแพร่ให้ประชาชนชมครั้งแรก เมื่อพุทธศักราช 2479 ณ หอประชุมศิลปากร ในรูปแบบละครผสม คือ มีบทพูดแบบละครพูด การรำแบบละครรำ ประกอบการบรรเลงและขับร้องเพลงไทย และเพลงไทยสากล แสดงโดยนักเรียนโรงเรียนนาฏดุริยางค์ โดยใช้ผู้แสดงเป็นหญิงล้วน ยกเว้นผู้แสดงเป็นบิดาของนางเอก ผู้แสดงบทบาทดวงจันทร์นางเอกของเรื่อง คือ สุวรรณา สุวรรณศร และคุณประไพ กาญจนโภคิน แสดงบทมังราย ซึ่งได้รับความนิยมเป็นที่ชื่นชอบแก่ผู้ชมเป็นอันมาก จนเพลงร้องในละคร เรื่องเลือดสุพรรณ คือ เพลงเลือดสุพรรณ และเพลงดวงจันทร์ เป็นที่แพร่หลายไปทั่วทั้งในประเทศและประเทศใกล้เคียง นอกจากนี้ กรมศิลปากรยังได้นำตัวอย่างของที่ระลึกจากต้นทุนทางวัฒนธรรม โดยสำนักช่างสิบหมู่ ได้ดำเนินโครงการออกแบบและจัดทำของที่ระลึกของกรมศิลปากร ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมจากแหล่งเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ผ่านการศึกษา วิเคราะห์สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความสวยงาม ออกมาให้ประชาชนได้เลือกซื้อเลือกชมกันอีกด้วย
-----------------------------------------------ข้อมูลการเสวนาและการแสดง https://www.finearts.go.th/promotion/view/56210-ชวนร่วมงานสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย-รับฟังการเสวนาทางวิชาการ-และชมการแสดงนาฏศิลป์---ดนตรี-วันที่-๒---๘-เมษายนนี้
สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร แนะนำผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกจากทุนทางวัฒนธรรม "แหวนพญางูคาบแก้ว" ออกแบบโดย นายสิทธิพร สระโพธิ์ทอง กลุ่มจิตรกรรม สำนักช่างสิบหมู่ วัสดุเป็นเนื้อเงินฝังพลอยแท้ จำหน่ายราคา 2,000.- บาท, เนื้อเงินฝังพลอยแท้ ชุบทองไมครอน ราคา 2,200.- บาท, เนื้อบรอนซ์ชุบทองชมพู ประดับพลอยแท้ สีพิงค์โกล์ ราคา 1,200.- บาท มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5 ซม ผลิตโดยสำนักช่างสิบหมู่ วางจำหน่ายที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี โทร. 0 3555 1021 อีเมล์ nm_utong@finearts.go.th
"แหวนพญางูคาบแก้ว" มีแหล่งที่มาในการออกแบบจากศิลปวัตถุประเภทเครื่องปั้นดินเผารูปงู ศิลปะสมัยทวารวดี ผสมผสานรูปแบบกับเครื่องประดับทอง ที่เก็บรักษาในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี และเนื่องด้วยปีพุทธศักราช 2568 ตรงกับปีนักษัตร ปีมะเส็ง (งูเล็ก) ความหมายและความเชื่อเกี่ยวกับปีมะเส็ง “งู” เป็นสัญลักษณ์ของปัญญา การเปลี่ยนแปลง และความลึกลับ รวมถึงการรอคอยโอกาสที่เหมาะสมก่อนลงมือทำสิ่งต่างๆ
ผู้สนใจสามารถเข้าชมงานศิลป์ไทยและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกจากทุนทางวัฒนธรรมได้ทางลิ้งค์นี้ https://www.finearts.go.th/fineartssouvenir/categorie/activity-news?page=6&fbclid=IwY2xjawNIbAVleHRuA2FlbQIxMABicmlkETBFTmVTN2o1QkxIaUZFdlVZAR6faX9ftVpwjx0xh94O6SvtLUHmjk1Dp167JLBQcoqucfdnUwPw6jvpYlKH1A_aem_39mlH5pu6IiKFiiUFfcQbw
วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2568 เวลา 13.39 น. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีมหามังคลาภิเษกการจัดสร้างพระพิฆเนศวร เนื่องในโอกาส 115 ปีแห่งการสถาปนากรมศิลปากร ณ บริเวณพระรูปพระพิฆเนศวร หน้ากรมศิลปากร เทเวศร์ โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการกรมศิลปากร และประชาชนเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า พระพิฆเนศวรเป็นตราสัญลักษณ์ประจำกรมศิลปากร และเป็นเทพที่ได้รับความเคารพ ในฐานะผู้ประทานความสำเร็จและช่วยขจัดอุปสรรคต่าง ๆ อีกทั้งพระพิฆเนศวรรุ่นก่อนหน้าที่กรมศิลปากรเคยจัดสร้างได้รับความนิยมจากประชาชนจนหมดลง จึงได้พิจารณาจัดสร้างพระพิฆเนศวร รุ่นพิเศษ ในโอกาส 115 ปี แห่งการสถาปนากรมศิลปากร ซึ่งนอกจากผู้เช่าบูชาจะได้รับความเป็นสิริมงคลจากองค์พระพิฆเนศวร เทพแห่งความสำเร็จแล้ว ยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำนุบำรุงมรดกของชาติ เนื่องจากรายได้จากการจำหน่ายจะนำเข้ากองทุนโบราณคดี เพื่อนำไปใช้พัฒนาโบราณสถานและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศ
กรมศิลปากรได้จัดพิธีมหามังคลาภิเษก โดยมีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เป็นประธานสงฆ์ พระนั่งปรก จำนวน 8 รูป ได้แก่ พระพรหมวัชรวิมลมุนี วิ. (บุญชิต ญาณสังวโร) พระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏ เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์, เจ้าอาวาสวัดปริวาสราชสงคราม พระราชพัฒนากร (หลวงพ่อสมชาย ฉนฺทสโร) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสและเป็นศิษย์ที่สืบทอดวิชาการสร้างวัตถุมงคลเสือจากหลวงพ่อวงษ์ อดีตเจ้าอาวาสของวัดปริวาสฯ, พระราชสิริวัชรรังษี (หลวงพ่อชำนาญ อุตฺตมปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดชินวรารามวรวิหาร จังหวัดปทุมธานี, พระราชภาวนาวชิรจารย์ วิ. (พระมหาสุรศักดิ์ อติสกฺโข) เจ้าอาวาสวัดประดู่ จังหวัดสมุทรสงคราม, พระครูสุวรรณโชติวุฒิ (หลวงพ่อตี๋) เจ้าอาวาสวัดหูช้าง จังหวัดนนทบุรี, พระครูอดุลวิริยกิจ หรือ "หลวงพ่อเอื้อน อตฺตมโน" เจ้าอาวาสวัดวังแดงใต้ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, พระครูปฐมวราจารย์ (หลวงพ่ออวยพร ฐิติญาโณ) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม เจ้าอาวาสวัดดอนยายหอม จังหวัดนครปฐม, พระปลัดอำพล ฐิตปุญโญ (พระอาจารย์อ๊อด) วัดหูช้าง จังหวัดนนทบุรี
พระพิฆเนศวร รุ่น 115 ปี กรมศิลปากร ออกแบบโดยสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ผู้สนใจสั่งจองได้ตั้งแต่บัดนี้ เปิดให้บูชาตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2568 ณ ฝ่ายพัสดุ ชั้น 3 อาคารกรมศิลปากร เทเวศร์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2126 6559 ติดตามข้อมูลได้ทางเฟสบุ๊ก เพจ : พระพิฆเนศวร และพระพุทธสิหิงค์ กรมศิลปากร https://www.facebook.com/profile.php?id=100064682776120
หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก กาญจนบุรี ขอเชิญร่วมกิจกรรม “Little Chef” ข้าวโพดคลุกเนย ในโครงการ KIDsเรียนรู้ @หอสมุดแห่งชาติฯ กาญจนบุรี ในวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.00 - 16.00 น. ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3451 3926 หรือทาง Facebook: หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก กาญจนบุรี https://www.facebook.com/nlkanhanaburi
เตรียมพบกับผลงานชิ้นเอกของสมเด็จครูผู้บุกเบิกงานศิลปกรรมอันทรงคุณค่าแห่งกรุงสยามในนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี 2563เรื่อง " ศิลปวิทยาการจากสาส์นสมเด็จ "ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครเร็วๆนี้
Objectives : To disseminate academic data and information on the arts of Thailand
To conserve and nurture the existing national heritage of Thailand
เจ้าของ (Proprietor) : กรมศิลปากร The Fine Arts Department www.finearts.go.th