ปฏิทินกิจกรรมและการแสดง

« พฤษภาคม 2012 »
อาทิตย์จันทร์อังคารพุธพฤศุกร์เสาร์
12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031
 
 
 
 
 

เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์

 
 

 

สำนักการสังคีต  มีหน้าที่ ในการอนุรักษ์ สืบทอด ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมด้านนาฏดุริยางคศิลป์ ทั้งในพระราชพิธี รัฐพิธี และพิธีการต่างๆ ตามจารีตประเพณี รวมทั้งศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัยศิลปวัฒนธรรมด้านนาฏ-ดุริยางคศิลป์ เพื่อให้เกิดการฟื้นฟู พัฒนา สร้างสรรค์ และส่งเสริม สนับสนุน เผยแพร่ ให้บริการด้านวิชาการการแสดงศิลปวัฒนธรรมด้านนาฏดุริยางคศิลป์ แก่หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและในต่างประเทศ ทั้งยังมีการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานด้านนาฏดุริยางคศิลป์ เพื่อสร้างเครือข่ายศิลปินที่เป็นบุคคลภายนอก นอกจากนี้ยังกำกับดูแลกิจการโรงละครแห่งชาติ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรม เพื่อธำรงไว้ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ และความมั่นคงของชาติ

 

 

เนื้อหาล่าสุด

เพชรรัตนาลัย คีตนิพนธ์เทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี

...กรมศิลปากรได้สร้างงานดนตรีขึ้นน้อมเกล้าฯ ถวายในวาระสุดท้ายนี้ เป็นเครื่องแสดงความจงรักภักดี ด้วยการนำคำประพันธ์มาบรรจุลงในทำนองเพลงไทยเดิม บันทึกเสียง น้อมเกล้าฯ ถวายในงานพระราชพิธีพราะราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี จัดขึ้นเป็นเพลงชุด ชื่อ "เพชรรัตนาลัย" ประกอบด้วย ๓ บทเพลงดังนี้ "เพชร"  "ใบไม้ร่วง"  "พสุธากันแสง"

ระบำศรีวิชัย

ระบำศรีวิชัย เป็นระบำชุดที่ ๒ ในระบำโบราณคดี อยู่ในระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๓ – ๑๘ มีอาณาเขตตั้งแต่ภาคใต้ลงไปจนถึงดินแดนของประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซียยางส่วนปัจจุบัน ระบำศรีวิชัยเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๙ ตนกู อับดุล รามานห์ อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้แต่งเรื่อง Raja Bersiyong ซึ่งเป็นเรื่องราสเกี่ยวกับอาณาจักรศรีวิชัย และได้เชิญคณะนาฏศิลป์ไทย ไปแสดงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ กรมศิลปากรได้จัดการแสดง ๒ ชุด คือ รำชัดชาตรี และระบำศรีวิชัย โดยระบำศรีวิชัยนี้มอบให้ นางลมุล ยมะคุปต์ ผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร และนางเฉลย ศุขะวณิช ผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์) ปีพุทธศักราช ๒๕๓๐ เป็นผู้ประดิษฐ์ท่ารำ นายมนตรี ตราโมท ผู้เชี่ยวชาญดุริยางค์ไทย กรมศิลปากร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง

ระบำย่องหงิด

ระบำย่องหงิดเป็นการแสดงที่อยู่ในละคร เรื่องอุณรุท ตอนศุภลักษณ์วาดรูป เนื้อเรื่องมีอยู่ว่า พระอุณรุทกษัตริย์แห่งนครณรงกา ได้เสด็จประพาสป่ากับพระนางศรีสุดาชายา เมื่อนางศรีสุุดาทอดพระเนตรเห็นกวางทองก็นึกอยากได้ จึงทูลอ้อนวอนให้พระอุณรุทตามจับ พระอุณรุทติดตามกวางทองมาในป่าจนพลัดกับพระชายา และไพร่พล ก็แบ่งพวกออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเชิญนางศรีสุดากลับเมือง อีกฝ่ายติดตามพระอุณรุท เดินทางมาพบพระอุณรุทใต้ต้นไทร ในราตรีพระไทรเทพารักษ์จึงสนองการบวงทรวงด้วยการอุ้มพระอุณรุทไปสู่ห้องนางอุษา ธิดาท้าวกรุงพาณเมืองรัตนา แต่ร่ายมนต์ผูกปากเสียทั้งสองฝ่ายมิให้สนทนากันได้ พอใกล้สว่าง ก็อุ้มพระอุณรุทกลับมาที่เดิม รุ่งเช้าต่างฝ่ายต่างคลั่งไคล้หลงใหล พระอุณรุทเดินทางกลับเข้าเมือง ฝ่ายนางอุษาตื่นบรรทมไม่พบพระอุณรุทก็เศร้าโสกเสียใจเป็นยิ่งนัก นางศุภลักษณ์พี่เลี้ยงจึงทูลอาสาเที่ยวเดินทางออกไปวาดรูปชายหนุ่มทั่วทุกแห่ง ตลอดจนชั้นฟ้า เทพเจ้าทั้งหลาย และได้พบกับเทพบุตร นางฟ้ากำลังฟ้อนรำกันอยู่

ระบำกฤดาภินิหาร

ระบำกฤดาภินิหาร เป็นระบำที่กรมศิลปากรสร้างสรรรค์ขึ้นใหม่ ในราว พ.ศ.๒๔๘๖ ใช้วงดุริยางค์สากลบรรเลง โดยมีพระเจนดุริยางค์เป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสาน ด้วยต้องการให้มีรูปแบบการแสดงที่แตกต่างไปจากระบำมาตรฐานที่ได้เคยแสดงมาและต้องการให้ทันสมัยเหมาสมกับสถานการณ์ในยุคนั้น

รำหนุมานจับนางเบญกาย

รำหนุมานจับนางเบญกาย เกิดขึ้นเนื่องในโอกาสที่รัฐบาลไทยเตรียมการจะเดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีที่รัฐบาลสหภาพพม่า ณ นครร่างกุ้ง ในปีพุทธศักราช ๒๕๐๙ ซึ่งเป็นการเจริญสัมพันธไมตรี ครั้งที่ ๒ ในครั้งนั้น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กรมศิลปากรจัดการแสดงต่างๆไปแสดงให้ดู ณ เวทีหอประชุมกระทรวงวัฒนธรรมหลายคืน โดยปรารภว่าถ้ากรมศิลปากรจัดการแสดงได้ดีก็จะนำการแสดงนาฏศิลป์ไทยร่วมเดินทางไปเผยแพร่วัฒนธรรมด้วย

โขนชักรอก

โขนชักรอก นับเป็นวิวัฒนาการ ของการแสดงโขน อีกชนิดหนึ่ง ซึ่งไม่ค่อยมีผู้เขียนไว้ เป็นหลักฐาน โขนชักรอก คือ การแสดงโขน ที่ชักรอกตัวโขน ให้ลอยขึ้นไปจากพื้นเวที มีทั้งแบบโขนฉาก และโขน หน้าจอ โขนชักรอกที่แสดงแบบโขนฉาก มีกำเนิดตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๖ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เนื่องจาก ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชอาคันตุกะ เข้ามาเมืองไทย อยู่เนือง ๆ ทรงจัดให้มีการแสดงโขนรับรอง พระราชอาคันตุกะเหล่านั้น และทรงมีพระราชดำริว่า โขนชักรอกเหมาะ ที่จะนำมารับแขกเมือง เพราะตัวแสดงในเรื่องรามเกียรติ์ มีบทบาทต้องเหาะเหินเดินอากาศ การแสดง โขนชักรอก จะทำให้ตัวโขน ลอยขึ้นไปจากพื้นเวที เหมือนเหาะได้จริง ๆ รัชกาลที่ ๖ จึงโปรดให้แสดง โขนชักรอก ชุดศึกพรหมาสตร์ หรือหักคอช้างเอราวัณ ดำเนินเรื่องตั้งแต่ อินทรชิต

ระบำทวารดี

ระบำทวารวดี เป็นระบำชุดที่ ๑ ในระบำโบราณคดีที่เกิดขึ้นจากแนวความคิดของนายธนิต อยู่โพธิ์ (อดีตอธิบดีกรมศิลปากร) ซึ่งต้องการศึกษา และเรียนรู้เรื่องเครื่องแต่งกายของมนุษย์ เพื่อประโยชน์แก่วิชาประวัตศาสตร์ และโบราณคดี โดยทูลขอร้องให้หม่อมเจ้ายาใจ จิตรพงศ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งสถาปนิกพิเศษของกรมศิลปากร ทางศึกษาแบบอย่าง และเขียนเลียนแบบเครื่องแต่งการสมัยทวารวดีบางรูป โดยในครั้งแรกคิดจะจัดสร้างเครื่องแต่งกายตามสมัยโบราณคดี ถวายทอดพระเนตรในงานเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดการแสดงศิลปะโบราณวัตถุในอาคารสร้างใหม่ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร แต่หลังจากได้ภาพตามต้องการแล้ว จึงเปลี่ยนแนวความคิดใหม่ในการจัดแสดงระบำโบราณคดีชุดต่าง ๆ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทอดพระเนตรแทนการจัดแสดงเครื่องแต่งกาย

 
Syndicate content